TH137434A - เซนเซอร์ชิพเอสพีอาร์แบบอาร์เรย์สำหรับการจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ - Google Patents
เซนเซอร์ชิพเอสพีอาร์แบบอาร์เรย์สำหรับการจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอInfo
- Publication number
- TH137434A TH137434A TH1301000757A TH1301000757A TH137434A TH 137434 A TH137434 A TH 137434A TH 1301000757 A TH1301000757 A TH 1301000757A TH 1301000757 A TH1301000757 A TH 1301000757A TH 137434 A TH137434 A TH 137434A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- antibody
- sensor
- antibodies
- blood cells
- sample
- Prior art date
Links
- 210000004369 blood Anatomy 0.000 title claims abstract 26
- 239000008280 blood Substances 0.000 title claims abstract 26
- 210000003743 erythrocyte Anatomy 0.000 claims abstract 30
- 238000000034 method Methods 0.000 claims abstract 25
- 238000005259 measurement Methods 0.000 claims abstract 23
- 210000000601 blood cell Anatomy 0.000 claims abstract 16
- HEMHJVSKTPXQMS-UHFFFAOYSA-M Sodium hydroxide Chemical compound [OH-].[Na+] HEMHJVSKTPXQMS-UHFFFAOYSA-M 0.000 claims abstract 12
- 210000004027 cell Anatomy 0.000 claims abstract 12
- 239000002344 surface layer Substances 0.000 claims abstract 12
- 239000000126 substance Substances 0.000 claims abstract 10
- 239000000427 antigen Substances 0.000 claims abstract 8
- 102000036639 antigens Human genes 0.000 claims abstract 8
- 108091007433 antigens Proteins 0.000 claims abstract 8
- 239000000872 buffer Substances 0.000 claims abstract 8
- 230000027455 binding Effects 0.000 claims abstract 5
- 239000008351 acetate buffer Substances 0.000 claims abstract 4
- 239000003146 anticoagulant agent Substances 0.000 claims abstract 4
- 238000003491 array Methods 0.000 claims abstract 4
- 238000010790 dilution Methods 0.000 claims abstract 4
- 239000012895 dilution Substances 0.000 claims abstract 4
- 230000009870 specific binding Effects 0.000 claims abstract 4
- 125000003277 amino group Chemical group 0.000 claims abstract 3
- 230000011664 signaling Effects 0.000 claims abstract 3
- 238000005406 washing Methods 0.000 claims abstract 3
- 241000894006 Bacteria Species 0.000 claims abstract 2
- OKTJSMMVPCPJKN-UHFFFAOYSA-N Carbon Chemical compound [C] OKTJSMMVPCPJKN-UHFFFAOYSA-N 0.000 claims abstract 2
- 238000011091 antibody purification Methods 0.000 claims abstract 2
- 229940127090 anticoagulant agent Drugs 0.000 claims abstract 2
- 229940127219 anticoagulant drug Drugs 0.000 claims abstract 2
- 229910052799 carbon Inorganic materials 0.000 claims abstract 2
- 125000003178 carboxy group Chemical group [H]OC(*)=O 0.000 claims abstract 2
- 238000005119 centrifugation Methods 0.000 claims abstract 2
- 150000001875 compounds Chemical class 0.000 claims abstract 2
- 230000000694 effects Effects 0.000 claims abstract 2
- 238000000926 separation method Methods 0.000 claims abstract 2
- XLYOFNOQVPJJNP-UHFFFAOYSA-N water Substances O XLYOFNOQVPJJNP-UHFFFAOYSA-N 0.000 claims abstract 2
- 239000010408 film Substances 0.000 claims 3
- 229910052751 metal Inorganic materials 0.000 claims 3
- 239000002184 metal Substances 0.000 claims 3
- 150000001412 amines Chemical class 0.000 claims 1
- 239000003242 anti bacterial agent Substances 0.000 claims 1
- 229940088710 antibiotic agent Drugs 0.000 claims 1
- 239000010410 layer Substances 0.000 claims 1
- 239000000463 material Substances 0.000 claims 1
- 239000012466 permeate Substances 0.000 claims 1
- 229920000642 polymer Polymers 0.000 claims 1
- 239000010409 thin film Substances 0.000 claims 1
- 238000004140 cleaning Methods 0.000 abstract 1
- 238000001514 detection method Methods 0.000 abstract 1
Abstract
DC60 (15/02/56) เซนเซอร์ชิพแบบเอสพีอาร์ สำหรับการตรวจจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยการอาศัยการ จับกันที่เฉพาะเจาะจงระหว่างแอนติบอดีและแอนติเจนบนเม็ดเลือดหมู่ต่างๆ สิ่งประดิษฐ์นี้สร้าง จากแอนติบอดีที่มีความเฉพาะกับเซลเม็ดเลือดแดงหมู่ต่างๆ ตรึงอยู่บนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ด้วย พันธะโควาเลนต์ดังกล่าว และเป็นโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแยก แอนติบอดีให้บริสุทธิ์ การสร้างเซนเซอร์ชิพแบบเอสพีอาร์แบบอาร์เรย์ สำหรับการตรวจจำแนกหมู่เลือดชนิด เอบีโอ จะประกอบไปด้วยอาร์เรย์ของแอนติบอดีหลายชนิดที่ติดไปบนพื้นผิวของเซนเซอร์ แอนติบอดีดังกล่าวจะมีความเฉพาะเจาะจงกับแอนติเจนบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง แอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วย แอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอ (anti-A) แอนติบอดีต่อกรุ๊ปบี (anti-B) และ แอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอบี (anti-AB) แอนติบอดีทั้งสามดังกล่าวจะถูกตรึงไปบนชั้นพื้นผิวของ เซนเซอร์ โดยกระบวนการตรึงแบบใช้พันธะโควาเลนต์ เมื่อมีเม็ดเลือดแดงมาจับกับแอนติบอดี ดังกล่าว จะทำให้สัญญาณเอสพีอาร์ตรงตำแหน่งที่ตรึงแอนติบอดีดังกล่าวไว้เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้น หรือไม่เพิ่มขึ้นของสัญญาณเอสพีอาร์จากอาร์เรย์ของแอนติบอดีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ วิเคราะห์ หรือจำแนกหมู่เลือดได้อย่างแม่นยำ ขั้นตอนการตรึงแอนติบอดีลงบนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ชิพ จะเริ่มการกระตุ้นพื้นผิวชนิด คาร์บอนซีเดกซ์แทรน โดยใช้สารเคมีอีดีซีและเอ็นเอ็ชเอส จากนั้นทำการตรึงแอนติบอดีชนิด ต่างๆ ลงบนผิวเซนเซอร์ชิพโดยใช้การเชื่อมสร้างพันธะระหว่างหมู่เอมีนของแอนติบอดีเพื่อให้ เกิดเป็นพันธะเอมายด์บนพื้นผิวของเซนเซอร์ชิพ ความเข้มข้นของแอนติบอดีที่ใช้ได้อยู่ในช่วง 11 ถึง 1:1000 โดยเจือจางในอะซีเตทบัฟเฟอร์ แต่จะให้ผลที่ดีที่สุดเมื่อความเข้มข้นอยู่ที่ช่วง 1:10 ถึง 1:20 จากนั้นทำการปิดหมู่เอ็น-เอสเทอร์ที่เหลือด้วยสารเคมีเอทาโนเอมีนที่มีค่าพีเอ็ช เท่ากับ 8.5 เมื่อล้างสารเคมีเอทาโนเอมีนด้วยบัฟเฟอร์จนพื้นผิวสะอาดแล้ว เซนเซอร์ชิพนี้ก็ พร้อมใช้งาน ขั้นตอนการตรวจวัดสัญญาณเอสพีอาร์ ใช้สารตัวอย่างที่ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง ปนอยู่ และทำการแยกเอาสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดออกไปแล้วโดยวิธีการปั่นแยก จากนั้น ทำการลดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงลงด้วยบัฟเฟอร์พีบีเอส ให้มีความเข้มข้นเม็ดเลือดแดง อยู่ในช่วงร้อยละ 5 จากนั้นนำสารตัวอย่างดังกล่าวไปผ่านในแต่ละช่องของโฟลว์เซลล์ เพื่อวัด สัญญาณเอสพีอาร์ที่ได้จากการจับกันของแอนติเจนบนผิวของเม็ดเลือดแดงกับแอนติบอดีที่ติด อยู่บนพื้นผิวเซนเซอร์ชิพ เมื่อต้องการใช้เซนเซอร์ชิพดังกล่าวซ้ำ จะต้องทำการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ โดยการใช้สารเคมีโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 5 มิลลิโมลาร์ ล้างผิวเซนเซอร์ จะทำให้เม็ด เลือดแดงที่ถูกจับไว้โดยแอนติบอดีหลุดออกจากกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญญาณเอสพีอาร์ จะลดลงมาเท่ากับระดับก่อนที่จะมีการใส่สารตัวอย่าง หลังจากขั้นตอนการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ ดังกล่าว แอนติบอดียังถูกตรึงผิวเซนเซอร์ชิพและยังสามารถใช้ในขั้นตอนการตรวจวัดสาร ตัวอย่างได้ซ้ำอีกหลายครั้ง วิธีการตรวจจำแนกหมู่เลือดโดยใช้เซนเซอร์ชิพตามสิ่งประดิษฐ์นี้ จะใช้โฟลว์เซลล์แบบ หลายช่องวัดในการสร้างเซนเซอร์อาร์เรย์ ซึ่งประกอบด้วยแถบแอนติบอดีตรวจวัดหลายแถบ และหลายชนิด โดยใช้ขั้นตอนการตรึงแอนติบอดีโดยใช้พันธะโควาเลนต์ดังกล่าวมาแล้ว จากนั้น ทำการหมุนไขว้ให้แถบแอนติบอดีตั้งฉากกับโฟลว์เซลล์ ซึ่งจะทำให้สารตัวอย่างไหลผ่านแถบ แอนติบอดีตรวจวัดหลายแถบพร้อมกัน รวมทั้งสามารถตรวจวัดสารตัวอย่างได้หลายสารพร้อม กัน ตามจำนวนช่องไหลของโฟลว์เซลล์ การจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยทำการเปรียบเทียบ ค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่เพิ่มขึ้นของแต่ละจุดวัด เมื่อสารตัวอย่างเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มี ความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าวนั้น กับค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่จุดดังกล่าว เมื่อสารตัวอย่างเป็น เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ไม่มีความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าว สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถตรวจจำแนกเม็ดเลือดแดงในระบบเอบีโอได้ ด้วยความรวดเร็วและ ความแม่นยำสูง สามารถลดการผิดพลาดของการวัดลงได้ โดยการใช้แอนติบอดีมากกว่าหนึ่งชนิดที่ มีความจำเพาะต่อหมู่เลือดนั้นๆ เซนเซอร์ชิพตามการประดิษฐ์นี้สามารถใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง ทำ ให้ลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการตรวจวัดแต่ละตัวอย่างลงได้มาก เซนเซอร์ซิพเเบบเอสพีอาร์สำหรับการจำเเนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยการอาศัยการ จับกันที่เฉพาะเจาะจงระหว่างเเอนติบอดีเเละเเอนติเจนบนเม็ดเลือดหมู๋ต่างๆ สิ่งประดิษฐ์นี้สร้าง จากเเอนติบอดีที่มีความเฉพาะกับเซลเม็ดเลือดเเดงหมู่ต่างๆ ตรึงอยู่บนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ด้วย พันธะโควาเลนต์ดังกล่าว เเละเป็นโมโนโคลนอลเเอนติบอดีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการการเเยก เเอนติบอดีให้บริสุทธิ์ การสร้างเซนเซอร์ซิพเเบบเอสพีอาร์เเบบอาร์เรย์ สำหรับการตรวจจำเเนกหมู่เลือดชนิด เอบีโอ จะประกอบไปด้วยอาร์เรย์ของเเอนติบอดีชนิดที่ติดไปบนพื้นผิวของเซนเซอร์ เเอนติบอดีดังกล่าวจะมีความเฉพาะเจาะจงกับเเอนติเจนบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดเเดง เเอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วย เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอ(anti-A)เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปบี(anti-B)เเละ เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอบี(anti-AB)เเอนติบอดีทั้งสามดังกล่าวจะถูกตรึงไปบนชั้นพื้นผิวของ เซนเซอร์ โดยกระบวนการตรึงเเบบใช้พันธะโควาเลนต์ เมื่อมีเม็ดเลือดเเดงมาจับกับเเอนติบอดี ดังกล่าว จะทำให้สัญญาณเอสพีอาร์ตรงตำเเหน่งที่ตรึงเเอนติบอดีดังกล่าวไว้เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้น หรือไม่เพิ่มขึ้นของสัญญาณเอสพีอาร์จากอาร์เรย์ของเเอนติบอดีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ วิเคราะห์ หรือจำเเนกหมู่เลือดได้อย่างเเม่นยำ ขั้นตอนการตรึงเเอนติบอดีลงบนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ซิพ จะเริ่มการกระตุ้นพื้นผิวชนิด คาร์บอกซีเดกซ์เทรน โดยใช้สารเคมีอีดีซีเเละเอ็นเอ็ชเอส จากนั้นทำการตรึงเเอนติบอดีชนิด ต่างๆ ลงบนผิวเซนเซอร์ซิพ โดยใช้การเชื่อมสร้างพันธะระหว่างหมู่เอมีนของเเอนติบอดีเพื่อให้ เกิดเป็นพันธะเอมายด์บนพื้นผิวของเซนเซอร์ซิพ ความเข้มข้นของเเอนติบอดีที่ใช้ได้อยู่ในช่วง 1:1 ถึง 1:1000 โดยเจือจางในอะซีเตทบัฟเฟอร์ เเต่ละให้ผลที่ดีที่สุดเมื่อความเข้มข้นอยู่ที่ช่วง 1:10 ถึง 1:20 จากนั้นทำการปิดหมู่เอ็น-เอสเทอร์ที่เหลือดว้ยสารเคมีเอทาโนเอมีนที่มีค่าพีเอ็ช เท่ากับ 8.5 เมื่อล้างสารเคมีเอททาโนเอมีนด้วยบัฟเฟอร์จนพื้นผิวสะอาดเเล้ว เซเซอร์ซิพนี้ก็ พร้อมใช้งาน ขั้นตอนการตรวจวัดสัญญาณเอสพีอาร์ใช้สารตัวอย่างที่ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดเเดง ปนอยู่ เเละทำการเเยกเอาสารป้องกันการเเข็งตัวของเลือดออกไปเเล้วโดยวิธีการปั่นเเยก จากนั้น ทำการลดความเข้มข้นของเม็ดเลือดเเดงลงด้วยบัฟเฟอร์พีบีเอส ให้มีความเข้มข้นเม็ดเลือดเเดง อยู่ในช่วงร้อยละ 5 จากนั้นนำสารตัวอย่างดังกล่าวไปผ่านในเเต่ละช่องของโฟลว์เซลล์ เพื่อวัด สัญญาณเอสพีอาร์ที่ได้จากการจับกันของเเอนติเจนบนผิวของเม็ดเลือดเเดงกับเเอนติบอดีที่ติด อยู่บนพื้นผิวเซนเซอร์ซิพ เมื่อต้องการใช้เซนเซอร์ซิพดังกล่าวซ้ำ จะต้องทำการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ โดยการใช้สารเคมีโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 5 มิลลิโมบาร์ ล้างผิวเซนเซอร์ จะทำให้เม็ด เลือดเเดงที่ถูกจับไว้โดยเเอนติบอดีหลุดออกจากกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญญาณเอสพีอาร์ จะลดลงมาเท่ากับระดับก่อนที่จะมีการใส่สารตัวอย่าง หลังจากขั้นตอนการล้างผิวเพื่อใช้น้ำ ดังกล่าว เเอนติบอดียังถูกตรึงอยู่บนผิวเซนเซอร์ซิพเเละยังสามารถใช้ในขั้นตอนการตรวจวัดสาร ตัวอย่างได้ซ้ำอีกหลายครั้ง วิธีการตรวจจำเเนกหมู่เลือดโดยใช้เซนเซอร์ซิพตามสิ่งประดิษฐ์นี้ จะใช้โฟลว์เซลล์เเบบ หลายช่องวัดในการสร้างเซนเซอร์อาร์เรย์ ซึ้งประกอบด้วยเเถบเเอนติบอดตรวจวัดหลายเเถบ เเละหลายชนิด โดยใช้ขั้นตอนการตรึงเเอนติบอดีโดยใช้พันธะโควาเลนต์ดังกล่าวมาเเล้ว จากนั้น ทำการหมุนไขว้ให้เเอนติบอดีตั้งฉากกับโฟลว์เซลล์ ซึ่งจะทำให้สารตัวอย่างไหลผ่านเเถบ เเอนติบอดีตรวจวัดหลายเเถบพร้อมกัน รวมทั้งสามารถตรวจวัดสารตัวอย่างได้หลายสารพร้อม กัน ตามจำนวนช่องไหลของโฟลว์เซลล์ การจำเเนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยทำการเปรียบเทียบ ค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่เพิ่มขึ้นของเเต่ละจุด เมื่อสารตัวอย่างเป็นเซลล์เม็ดเลือดเเดงที่มี ความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าวนั้น กับค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่จุดวัดดังกล่าว เมื่อสารตัวอย่างเป็น เซลล์เม็ดเลือดเเดงที่ไม่มีความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าว สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถตรวจจำเเนกเม็ดเลือดเเดงในระบบเอบีโอได้ ด้วยความรวดเร็วเเละ ความเเม่นยำสูง สามารถลดการผิดพลาดของการวัดลงได้ โดยการใช้เเอนติบอดีมากกว่าหนึ่งชนิดที่ ให้ลดค่าใช้จ่ายเเละเวลาที่ใช้ในการตรวจวัดเเต่ละตัวอย่างลงได้มาก:
Claims (1)
- : DC60 (15/02/56) เซนเซอร์ชิพแบบเอสพีอาร์ สำหรับการตรวจจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยการอาศัยการ จับกันที่เฉพาะเจาะจงระหว่างแอนติบอดีและแอนติเจนบนเม็ดเลือดหมู่ต่างๆ สิ่งประดิษฐ์นี้สร้าง จากแอนติบอดีที่มีความเฉพาะกับเซลเม็ดเลือดแดงหมู่ต่างๆ ตรึงอยู่บนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ด้วย พันธะโควาเลนต์ดังกล่าว และเป็นโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการแยก แอนติบอดีให้บริสุทธิ์ การสร้างเซนเซอร์ชิพแบบเอสพีอาร์แบบอาร์เรย์ สำหรับการตรวจจำแนกหมู่เลือดชนิด เอบีโอ จะประกอบไปด้วยอาร์เรย์ของแอนติบอดีหลายชนิดที่ติดไปบนพื้นผิวของเซนเซอร์ แอนติบอดีดังกล่าวจะมีความเฉพาะเจาะจงกับแอนติเจนบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง แอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วย แอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอ (anti-A) แอนติบอดีต่อกรุ๊ปบี (anti-B) และ แอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอบี (anti-AB) แอนติบอดีทั้งสามดังกล่าวจะถูกตรึงไปบนชั้นพื้นผิวของ เซนเซอร์ โดยกระบวนการตรึงแบบใช้พันธะโควาเลนต์ เมื่อมีเม็ดเลือดแดงมาจับกับแอนติบอดี ดังกล่าว จะทำให้สัญญาณเอสพีอาร์ตรงตำแหน่งที่ตรึงแอนติบอดีดังกล่าวไว้เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้น หรือไม่เพิ่มขึ้นของสัญญาณเอสพีอาร์จากอาร์เรย์ของแอนติบอดีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ วิเคราะห์ หรือจำแนกหมู่เลือดได้อย่างแม่นยำ ขั้นตอนการตรึงแอนติบอดีลงบนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ชิพ จะเริ่มการกระตุ้นพื้นผิวชนิด คาร์บอนซีเดกซ์แทรน โดยใช้สารเคมีอีดีซีและเอ็นเอ็ชเอส จากนั้นทำการตรึงแอนติบอดีชนิด ต่างๆ ลงบนผิวเซนเซอร์ชิพโดยใช้การเชื่อมสร้างพันธะระหว่างหมู่เอมีนของแอนติบอดีเพื่อให้ เกิดเป็นพันธะเอมายด์บนพื้นผิวของเซนเซอร์ชิพ ความเข้มข้นของแอนติบอดีที่ใช้ได้อยู่ในช่วง 1:1 ถึง 1:1000 โดยเจือจางในอะซีเตทบัฟเฟอร์ แต่จะให้ผลที่ดีที่สุดเมื่อความเข้มข้นอยู่ที่ช่วง 1:10 ถึง 1:20 จากนั้นทำการปิดหมู่เอ็น-เอสเทอร์ที่เหลือด้วยสารเคมีเอทาโนเอมีนที่มีค่าพีเอ็ช เท่ากับ 8.5 เมื่อล้างสารเคมีเอทาโนเอมีนด้วยบัฟเฟอร์จนพื้นผิวสะอาดแล้ว เซนเซอร์ชิพนี้ก็ พร้อมใช้งาน ขั้นตอนการตรวจวัดสัญญาณเอสพีอาร์ ใช้สารตัวอย่างที่ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดแดง ปนอยู่ และทำการแยกเอาสารป้องกันการแข็งตัวของเลือดออกไปแล้วโดยวิธีการปั่นแยก จากนั้น ทำการลดความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงลงด้วยบัฟเฟอร์พีบีเอส ให้มีความเข้มข้นเม็ดเลือดแดง อยู่ในช่วงร้อยละ 5 จากนั้นนำสารตัวอย่างดังกล่าวไปผ่านในแต่ละช่องของโฟลว์เซลล์ เพื่อวัด สัญญาณเอสพีอาร์ที่ได้จากการจับกันของแอนติเจนบนผิวของเม็ดเลือดแดงกับแอนติบอดีที่ติด อยู่บนพื้นผิวเซนเซอร์ชิพ เมื่อต้องการใช้เซนเซอร์ชิพดังกล่าวซ้ำ จะต้องทำการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ โดยการใช้สารเคมีโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 5 มิลลิโมลาร์ ล้างผิวเซนเซอร์ จะทำให้เม็ด เลือดแดงที่ถูกจับไว้โดยแอนติบอดีหลุดออกจากกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญญาณเอสพีอาร์ จะลดลงมาเท่ากับระดับก่อนที่จะมีการใส่สารตัวอย่าง หลังจากขั้นตอนการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ ดังกล่าว แอนติบอดียังถูกตรึงผิวเซนเซอร์ชิพและยังสามารถใช้ในขั้นตอนการตรวจวัดสาร ตัวอย่างได้ซ้ำอีกหลายครั้ง วิธีการตรวจจำแนกหมู่เลือดโดยใช้เซนเซอร์ชิพตามสิ่งประดิษฐ์นี้ จะใช้โฟลว์เซลล์แบบ หลายช่องวัดในการสร้างเซนเซอร์อาร์เรย์ ซึ่งประกอบด้วยแถบแอนติบอดีตรวจวัดหลายแถบ และหลายชนิด โดยใช้ขั้นตอนการตรึงแอนติบอดีโดยใช้พันธะโควาเลนต์ดังกล่าวมาแล้ว จากนั้น ทำการหมุนไขว้ให้แถบแอนติบอดีตั้งฉากกับโฟลว์เซลล์ ซึ่งจะทำให้สารตัวอย่างไหลผ่านแถบ แอนติบอดีตรวจวัดหลายแถบพร้อมกัน รวมทั้งสามารถตรวจวัดสารตัวอย่างได้หลายสารพร้อม กัน ตามจำนวนช่องไหลของโฟลว์เซลล์ การจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยทำการเปรียบเทียบ ค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่เพิ่มขึ้นของแต่ละจุดวัด เมื่อสารตัวอย่างเป็นเซลล์เม็ดเลือดแดงที่มี ความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าวนั้น กับค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่จุดดังกล่าว เมื่อสารตัวอย่างเป็น เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ไม่มีความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าว สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถตรวจจำแนกเม็ดเลือดแดงในระบบเอบีโอได้ ด้วยความรวดเร็วและ ความแม่นยำสูง สามารถลดการผิดพลาดของการวัดลงได้ โดยการใช้แอนติบอดีมากกว่าหนึ่งชนิดที่ มีความจำเพาะต่อหมู่เลือดนั้นๆ เซนเซอร์ชิพตามการประดิษฐ์นี้สามารถใช้งานซ้ำได้หลายครั้ง ทำ ให้ลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการตรวจวัดแต่ละตัวอย่างลงได้มาก เซนเซอร์ซิพเเบบเอสพีอาร์สำหรับการจำเเนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยการอาศัยการ จับกันที่เฉพาะเจาะจงระหว่างเเอนติบอดีเเละเเอนติเจนบนเม็ดเลือดหมู๋ต่างๆ สิ่งประดิษฐ์นี้สร้าง จากเเอนติบอดีที่มีความเฉพาะกับเซลเม็ดเลือดเเดงหมู่ต่างๆ ตรึงอยู่บนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ด้วย พันธะโควาเลนต์ดังกล่าว เเละเป็นโมโนโคลนอลเเอนติบอดีที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการการเเยก เเอนติบอดีให้บริสุทธิ์ การสร้างเซนเซอร์ซิพเเบบเอสพีอาร์เเบบอาร์เรย์ สำหรับการตรวจจำเเนกหมู่เลือดชนิด เอบีโอ จะประกอบไปด้วยอาร์เรย์ของเเอนติบอดีชนิดที่ติดไปบนพื้นผิวของเซนเซอร์ เเอนติบอดีดังกล่าวจะมีความเฉพาะเจาะจงกับเเอนติเจนบนผิวของเซลล์เม็ดเลือดเเดง เเอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วย เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอ(anti-A)เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปบี(anti-B)เเละ เเอนติบอดีต่อกรุ๊ปเอบี(anti-AB)เเอนติบอดีทั้งสามดังกล่าวจะถูกตรึงไปบนชั้นพื้นผิวของ เซนเซอร์ โดยกระบวนการตรึงเเบบใช้พันธะโควาเลนต์ เมื่อมีเม็ดเลือดเเดงมาจับกับเเอนติบอดี ดังกล่าว จะทำให้สัญญาณเอสพีอาร์ตรงตำเเหน่งที่ตรึงเเอนติบอดีดังกล่าวไว้เพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้น หรือไม่เพิ่มขึ้นของสัญญาณเอสพีอาร์จากอาร์เรย์ของเเอนติบอดีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ วิเคราะห์ หรือจำเเนกหมู่เลือดได้อย่างเเม่นยำ ขั้นตอนการตรึงเเอนติบอดีลงบนชั้นพื้นผิวเซนเซอร์ซิพ จะเริ่มการกระตุ้นพื้นผิวชนิด คาร์บอกซีเดกซ์เทรน โดยใช้สารเคมีอีดีซีเเละเอ็นเอ็ชเอส จากนั้นทำการตรึงเเอนติบอดีชนิด ต่างๆ ลงบนผิวเซนเซอร์ซิพ โดยใช้การเชื่อมสร้างพันธะระหว่างหมู่เอมีนของเเอนติบอดีเพื่อให้ เกิดเป็นพันธะเอมายด์บนพื้นผิวของเซนเซอร์ซิพ ความเข้มข้นของเเอนติบอดีที่ใช้ได้อยู่ในช่วง 1:1 ถึง 1:1000 โดยเจือจางในอะซีเตทบัฟเฟอร์ เเต่ละให้ผลที่ดีที่สุดเมื่อความเข้มข้นอยู่ที่ช่วง 1:10 ถึง 1:20 จากนั้นทำการปิดหมู่เอ็น-เอสเทอร์ที่เหลือดว้ยสารเคมีเอทาโนเอมีนที่มีค่าพีเอ็ช เท่ากับ 8.5 เมื่อล้างสารเคมีเอททาโนเอมีนด้วยบัฟเฟอร์จนพื้นผิวสะอาดเเล้ว เซเซอร์ซิพนี้ก็ พร้อมใช้งาน ขั้นตอนการตรวจวัดสัญญาณเอสพีอาร์ใช้สารตัวอย่างที่ประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดเเดง ปนอยู่ เเละทำการเเยกเอาสารป้องกันการเเข็งตัวของเลือดออกไปเเล้วโดยวิธีการปั่นเเยก จากนั้น ทำการลดความเข้มข้นของเม็ดเลือดเเดงลงด้วยบัฟเฟอร์พีบีเอส ให้มีความเข้มข้นเม็ดเลือดเเดง อยู่ในช่วงร้อยละ 5 จากนั้นนำสารตัวอย่างดังกล่าวไปผ่านในเเต่ละช่องของโฟลว์เซลล์ เพื่อวัด สัญญาณเอสพีอาร์ที่ได้จากการจับกันของเเอนติเจนบนผิวของเม็ดเลือดเเดงกับเเอนติบอดีที่ติด อยู่บนพื้นผิวเซนเซอร์ซิพ เมื่อต้องการใช้เซนเซอร์ซิพดังกล่าวซ้ำ จะต้องทำการล้างผิวเพื่อใช้ซ้ำ โดยการใช้สารเคมีโซเดียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 5 มิลลิโมบาร์ ล้างผิวเซนเซอร์ จะทำให้เม็ด เลือดเเดงที่ถูกจับไว้โดยเเอนติบอดีหลุดออกจากกัน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญญาณเอสพีอาร์ จะลดลงมาเท่ากับระดับก่อนที่จะมีการใส่สารตัวอย่าง หลังจากขั้นตอนการล้างผิวเพื่อใช้น้ำ ดังกล่าว เเอนติบอดียังถูกตรึงอยู่บนผิวเซนเซอร์ซิพเเละยังสามารถใช้ในขั้นตอนการตรวจวัดสาร ตัวอย่างได้ซ้ำอีกหลายครั้ง วิธีการตรวจจำเเนกหมู่เลือดโดยใช้เซนเซอร์ซิพตามสิ่งประดิษฐ์นี้ จะใช้โฟลว์เซลล์เเบบ หลายช่องวัดในการสร้างเซนเซอร์อาร์เรย์ ซึ้งประกอบด้วยเเถบเเอนติบอดตรวจวัดหลายเเถบ เเละหลายชนิด โดยใช้ขั้นตอนการตรึงเเอนติบอดีโดยใช้พันธะโควาเลนต์ดังกล่าวมาเเล้ว จากนั้น ทำการหมุนไขว้ให้เเอนติบอดีตั้งฉากกับโฟลว์เซลล์ ซึ่งจะทำให้สารตัวอย่างไหลผ่านเเถบ เเอนติบอดีตรวจวัดหลายเเถบพร้อมกัน รวมทั้งสามารถตรวจวัดสารตัวอย่างได้หลายสารพร้อม กัน ตามจำนวนช่องไหลของโฟลว์เซลล์ การจำเเนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ โดยทำการเปรียบเทียบ ค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่เพิ่มขึ้นของเเต่ละจุด เมื่อสารตัวอย่างเป็นเซลล์เม็ดเลือดเเดงที่มี ความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าวนั้น กับค่าสัญญาณเอสพีอาร์ที่จุดวัดดังกล่าว เมื่อสารตัวอย่างเป็น เซลล์เม็ดเลือดเเดงที่ไม่มีความจำเพาะต่อจุดวัดดังกล่าว สิ่งประดิษฐ์นี้สามารถตรวจจำเเนกเม็ดเลือดเเดงในระบบเอบีโอได้ ด้วยความรวดเร็วเเละ ความเเม่นยำสูง สามารถลดการผิดพลาดของการวัดลงได้ โดยการใช้เเอนติบอดีมากกว่าหนึ่งชนิดที่ ให้ลดค่าใช้จ่ายเเละเวลาที่ใช้ในการตรวจวัดเเต่ละตัวอย่างลงได้มากข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : 1.เซนเซอร์ซิพเเบบเอสพีอาร์สำหรับการจำเเนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ ที่ประกอบด้วย -ฟิล์มโลหะที่มีความหนาที่เหมาะสมสำหรับการเกิดคลื่นผิวพลาสมอน โดยฟิล์มโลหะ นี้เคลือบอยู่บนปริซึมรองรับที่มีความดปร่งเเสง หรือเคลือบอยู่บนเเผ่นผิวเรียบที่มีค่า ดัชนีหักเหเท่ากับปรึซึม -พื้นผิวเซเซอร์ ซึ่งเป็นชั้นสารสกัดจากชั้นฟิล์มโลหะดังกล่าว โดยพื้นผิวเซนเซอร์ ดังกล่าวอาจประกอบไปด้วยฟิล์มบางของพอลิเมอร์เเละหรือวัสดุอื่นใดที่เหมาะสม สำหรับแท็ก :
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH137434A true TH137434A (th) | 2014-10-17 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Arima et al. | Identifying single viruses using biorecognition solid-state nanopores | |
| Yola et al. | Molecular imprinted nanosensor based on surface plasmon resonance: application to the sensitive determination of amoxicillin | |
| Krupin et al. | Selective capture of human red blood cells based on blood group using long-range surface plasmon waveguides | |
| Zeng et al. | Rapid and sensitive detection of maize chlorotic mottle virus using surface plasmon resonance-based biosensor | |
| CN107923865B (zh) | 利用电化学检测方法的过敏原检测装置 | |
| Spieker et al. | Molecular imprinting studies for developing QCM-sensors for Bacillus cereus | |
| Yaqub et al. | Plastic antibodies as chemical sensor material for atrazine detection | |
| CN104330553A (zh) | 一种无标记化学发光免疫传感器及其免疫分析方法 | |
| JP2022527225A5 (th) | ||
| JP2020525795A5 (th) | ||
| EP3243076B1 (en) | Methods for detecting a marker for active tuberculosis | |
| CN114487399A (zh) | 一种粒径与表面标志物联合分析的方法 | |
| US20150355133A1 (en) | Nano-well based electrical immunoassays | |
| CN110398590B (zh) | 传感芯片及应用 | |
| TH137434A (th) | เซนเซอร์ชิพเอสพีอาร์แบบอาร์เรย์สำหรับการจำแนกหมู่เลือดชนิดเอบีโอ | |
| CN109870428A (zh) | 一种基于表面等离子共振技术的抗体定量检测方法 | |
| CN106596648A (zh) | 用于环境中抗生素检测分析的细菌生物传感器的制备方法 | |
| CN103588879A (zh) | 一种能专门识别重组猪干扰素ɑ的单克隆抗体及ELISA试剂盒制备方法 | |
| CN107328941A (zh) | 一种可同时检测多种细胞粘附因子的抗体芯片 | |
| Sudprasert et al. | Evaluation of agglutination strength by a flow-induced cell movement assay based surface plasmon resonance (SPR) technique | |
| JP6942207B2 (ja) | 全血中の被検査物濃度を測定する方法及び装置 | |
| TWI902030B (zh) | 用於區分細胞異質性的電晶體感測器及其方法 | |
| KR20170133803A (ko) | 종이 기반의 바이오센서 및 그 제조방법 | |
| CN103592441A (zh) | 一种重组猪干扰素ɑ双抗体夹心法免疫胶体金检测试纸条及其制备方法 | |
| CN104316691A (zh) | 表面离子共振技术检测新城疫病毒的非诊断性方法 |