TH13483A - การสร้างบรรยากาศสำหรับการทำกรรมวิธีด้วยความร้อน? ณ ที่นั้นโดยใช้ไนโตรเจนที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการ?ที่ไม่เกี่ยวกับภาวะเย็นเยือก - Google Patents
การสร้างบรรยากาศสำหรับการทำกรรมวิธีด้วยความร้อน? ณ ที่นั้นโดยใช้ไนโตรเจนที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการ?ที่ไม่เกี่ยวกับภาวะเย็นเยือกInfo
- Publication number
- TH13483A TH13483A TH9201000849A TH9201000849A TH13483A TH 13483 A TH13483 A TH 13483A TH 9201000849 A TH9201000849 A TH 9201000849A TH 9201000849 A TH9201000849 A TH 9201000849A TH 13483 A TH13483 A TH 13483A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- gas
- furnace
- mixture
- oxygen
- reducing gas
- Prior art date
Links
Abstract
ในการประดิษฐ์นี้มีการแสดงให้เห็นถึงกระบวนการสำหรับทำให้เกิดบรรยากาศต้นทุนต่ำ ณ ที่นั้นที่เหมาะกับการแอนนีลและ การทำกรรมวิธีด้วยความร้อนให้แก่โลหะและโลหะผสมประเภทเหล็ก และไม่ใช่เหล็ก การเชื่อมโลหะและเซอรามิคด้วยโลหะที่มีจุด หลอมเหลวต่ำกว่า การผนึกแก้วเข้ากับโลหะ และการทำให้ผงโลหะ และผงเซอรามิคหลอมติดกันในเตาเผาต่อเนื่องจากไนโตรเจนที่ ผลิตขึ้น โดยใช้กระบวนการแบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะเย็น เยือกซึ่งมีออกซิเจนหลงเหลือไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ กระบวน การที่เปิดเผยไว้เกี่ยวข้องกับการผสมก๊าซไนโตรเจนที่มี ออกซิเจนหลงเหลือนั้นกับก๊าซรีดิวซ์ เช่น ไฮโดรเจน, ไฮโดรคาร์บอนหรือของผสมของสารเหล่านี้ในปริมาณที่กำหนด ไว้ล่วงหน้า, การป้อนของผสมที่เป็นก๊าซนั้นผ่านอุปกรณ์ที่ ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้กันทั่วไปเข้าไปในเขตร้อนของเตาเผาทำ กรรมวิธีด้วยความร้อนอย่างต่อเนื่อง, การเปลี่ยนออกวิเจน ที่หลงเหลือให้เป็นรูปที่ยอมรับได้ เช่น ความชื้นของผสม ระหว่างความชื้นกับคาร์บอนไดออกไซด์หรือของผสมที่ประกอบ ด้วยความชื้น ไฮโดรเจน คาร์บอกโมนอกไซด์และคาร์บอนได ออกไซด์และการใช้ของผสมที่เป็นก๊าซที่ได้นั้น เพื่อทำการ แอนนีลและการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนให้แก่โลหะและโลหะผสม, การเชื่อมโลหะและเซอรามิคด้วยโลหะที่มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า การทำให้ผงโลหะและผงเซอรามิคหลอมติดกันและการผนึกแก้วเข้า โลหะ
Claims (65)
1. วิธีการสำหรับทำให้เกิดบรรยากาศ ณ ที่นั้นภายในเตาเผาแบบต่อเนื่องเพื่อรักษาสภาพหรือทำให้เกิดผลต่อคุณสมบัติของ ผิวของชิ้นส่วนที่สัมผัสกับบรรยากาศดังกล่าวซึ่งกระบวนการ ดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ : การให้ความร้อนแก่เตาเผาดังกล่าวจนมีอุณหภูมิสูงกว่า 550 องศาเซลเซียส การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว, ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าวใน ลักษณะที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างออกซิเจนดังกล่าว กับก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวอย่างที่ถือได้ว่าสมบูรณ์ก่อนที่ของ ผสมดังกล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนดังกล่าวที่ได้รับการความร้อน อยู่ในเตาเผาดังกล่าว และ การเคลื่อนชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านเตาเผาดังกล่าวเป็นเวลานาน พอที่จะทำให้ได้การทำกรรมวิธีด้วยความร้อนและสภาพผิวตามที่ ต้องการ
2. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งไนโตรเจน ดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะเย็น เยือก (non-cryogenic)
3. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเตาเผาดัง กล่าวได้รับการความร้อนจนมีอุณหภูมิอย่างน้อย 600 องศา เซลเซียส
4. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือ ไฮโดรเจน
5. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าว คือ ไฮดโดรคาร์บอน
6. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าว คือ ของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน
7. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือไฮโดรคาร์บอนที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ได เอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซ ปิโตรเลียม ก๊าซหุงต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจากปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อน แอมโมเนียที่แตกตัวแล้วและของผสมของสารเหล่านี้
8. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 6 ซึ่งไฮโดรคาร์ บอกนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธา นอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อน แอมโมเนียที่แตกตัว แล้วและของผสมของสารเหล่านี้
9. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งมีสาร รีดิวซ์อยู่ในปริมาณมากกว่าปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้อง ใช้ในการเปลี่ยนออกซิเจนหลงเหลือให้กลายเป็นความชื้นหรือ ของผสมระหว่างความชื้นกับคาร์บอนไดออกไซด์อย่างสมบูรณ์
10. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งไฮโดรเจน คือก๊าซรีดิวซ์และมีไฮโดรเจนอยู่ในปริมาณอย่างน้อย 1.1 เท่าของปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ในการเปลี่ยน ออกซิเจนที่หลงเหลืออยู่ในไนโตรเจนให้กลายเป็นความชื้น อย่างสมบูรณ์
11. วิธีการดำเนินการแอนนีลแบบควบคุมออกไซด์ให้แก่โลหะและ โลหะผสมประเภทเหล็กซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ : การให้ความร้อนแก่โลหะดังกล่าวในเตาเผาที่มีเขตร้อนที่ รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 700 องศาเซลเซียมเป็นอย่างน้อย การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าว ด้วยอัตราการไหลที่แตกต่างกันได้ตั้งแต่ประมาณ 1.10 เท่า ถึงประมาณ 1.5 เท่าของปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ใน การเปลี่ยนออกซิเจนหลงเหลือได้อย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่ สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าวระหว่างออกซิเจนกับก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวในระดับที่จัดว่าสมบูรณ์ก่อนที่ของผสมดัง กล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนดังกล่าวในระดับที่จัดว่าสมบูรณ์ ก่อนที่ของผสมดังกล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนดังกล่าวที่ได้รับ ความร้อนอยู่ในเตาเผาดังกล่าว และ การเคลื่อนชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านเตาเผาดังกล่าวเป็นเวลานาน พอที่จะทำให้ได้สารเคลือบผิวของโลหะดังกล่าวและได้ คุณสมบัติของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนในชิ้นส่วนดังกล่าว ที่ต้องการ
12. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น
13. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น, คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนโมนอกไซด์และของผสมของสารเหล่านี้
14. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน และออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนได ออกไซด์ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของสารเหล่า นี้
15. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่ง ไนโตรเจนดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะ เย็นเยือก
16. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งเตาเผา ดังกล่าวได้รับความร้อนจนมีอุณหภูมิระหว่าง 700 องศา เซลเซียสถึง 1,250 องศาเซลเซียส
17. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งก๊าซ รีดิวส์ดังกล่าว คือ ไฮโดรเจน
18. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าว คือ ไฮโดรคาร์บอน
19. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าว คือ ของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน
20. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 18 ซึ่ง ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อน แอมโมเนียที่แตกตัว แล้วและของผสมของสารเหล่านี้
21. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 19 ซึ่ง ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อน
22. วิธีการแอนนีลโลหะและโลหะผสมประเภทเหล็กในแบบเปล่ง ปลั่ง แบบปราศจากออกไซด์และลดคาร์บอนเป็นบางส่วน แบบราศจาก ออกไซด์และปราศจากการลดคาร์บอนและแบบปราศจากออกไซด์และ เพิ่มคาร์บอนเป็นบางส่วนซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การให้ความร้อนแก่โลหะดังกล่าวในเตาเผาที่มีเขตร้อนที่ รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 700 องศาเซลเซียมเป็นอย่างน้อย การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าว ด้วยอัตราการไหลที่แตกต่างกันได้ตั้งแต่ประมาณ 1.5 เท่าถึง ประมาณ 15.0 เท่าของปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ในการ เปลี่ยนออกซิเจนหลงเหลือได้อย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่สามารถ ทำให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าวระหว่างออกซิเจนกับก๊าซรีดิวซ์ ดังกล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนดังกล่าว และ การเคลื่อนชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านเตาเผาดังกล่าวเป็นเวลานาน พอที่จะทำให้ได้คุณสมบัติของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนตาม ที่ต้องการในชิ้นส่วนดังกล่าว
23. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น
24. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนได ออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของสารเหล่า นี้
25. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 2 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอก และออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนได ออกไซดื ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซดื หรือของผสมของสารเหล่า นี้
26. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่ง ไนโตรเจนดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะ เย็นเยือก
27. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่งเตาเผา ดังกล่าวได้รับความร้อนจนมีอุณหภูมิระหว่าง 800 องศา เซลเซียสถึง 1,250 องศาเซลเซียส
28. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ ดังกล่าวคือไฮโดรเจน
29. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ ดังกล่าวคือไฮโดรคาร์บอน
30. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 22 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรคาร์บอนกับไฮโดรเจน
31. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่ง ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
32. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 30 ซึ่ง ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
33. วิธีการสำหรับแอนนีลชิ้นส่วนที่เป็นทองแดงหรือโลหะผสม ของทองแดงซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การให้ความร้อนแก่ชิ้นส่วนดังกล่าวในเตาเผาที่มีเขตร้อนที่ รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 600 องศาเซลเซียมหรือสูงกว่า การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าว ด้วยอัตราการไหลที่สูงกว่าประมาณ 1.10 เท่าของปริมาณทำ ปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนออกซิเจนหลงเหลือได้ อย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยาดังกล่าว ระหว่างออกซิเจนกับก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วน ดังกล่าว และ การเคลื่อนชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านเตาเผาดังกล่าวเป็นเวลานาน พอที่จะทำให้ได้คุณสมบัติของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนตาม ที่ต้องการในชิ้นส่วนดังกล่าว
34. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น
35. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนได ออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์หรือของผสมของสารเหล่า นี้
36. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน และออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นของผสมของ ผสมของคาร์บอนไดออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์หรือของ ผสมของสารเหล่านี้
37. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่ง ไนโตรเจนดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะ เย็นเยือก
38. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งเตาเผา ดังกล่าวได้รับความร้อนจนมีอุณหภูมิระหว่าง 600 องศา เซลเซียส ถึง 800 องศาเซลเซียส
39. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือ ไฮโดรเจน
40. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือ ไฮโดรคาร์บอน
41. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือ ของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน
42. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 33 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธา นอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
43. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธา นอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
44. วิธีการสำหรับทำให้เกิดบรรยากาศ ณ ที่นั้นภายในเตาเผา แบบต่อเนื่องเพื่อดำเนินการเชื่อมโลหะด้วยโลหะที่มีจุดหลอม เหลวต่ำกว่า การผนึกแก้วเข้ากับโลหะ การทำให้ผงโลหะและผงเซ อรามิคหลอมติดกันหรือกระบวนการแอนนีลโลหะและโลหะผสมประเภท ที่ไม่ใช่เหล็ก ซึ่งกระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ การให้ความร้อนแก่เตาเผาดังกล่าวจนมีอุณหภูมิสูงกว่า 600 องศาเซลเซียส การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าว ด้วยอัตราการไหลที่แตกต่างกันได้ตั้งแต่ประมาณ 1.2 เท่าถึง 15.0 เท่าของปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ในการเปลี่ยน ออกซิเจนหลงเหลือได้อย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่สามารถทำให้ เกิดปฏิกิริยาดังกล่าวระหว่างออกซิเจนกับก๊าซรีดิวซ์ดัง กล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนที่นำมาดำเนินกระบวนการนั้น ๆ และ การทำให้ชิ้นส่วนดังกล่าวสัมผัสกับอุณหภูมิดังกล่าวและ บรรยากาศดังกล่าวเป็นเวลานานพอที่จะทำให้กระบวนการดังกล่าว ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์
45. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น
46. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นคาร์บอนได ออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของสารเหล่า นี้
47. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน และออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็น คาร์บอนได ออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของสารเหล่า นี้
48. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่ง ไนโตรเจนดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะ เย็นเยือก
49. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งเตาเผา ดังกล่าวได้รับการร้อนจนมีอุณหภูมิระหว่าง 700 องศาเซลเซี ยมถึง 1,250 องศาเซลเซียส
50. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือไฮโดรเจน
51. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งก๊าซ รีดิวส์ดังกล่าวคือไฮโดรคาร์บอน
52. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่กำหนดไว้ในข้อ ถือสิทธิที่ 44 ซึ่งก๊าซรีดิวซ์คือ ของผสมระหว่างไฮโดรเจน กับไฮโดรคาร์บอน
53. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 44 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธา นอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
54. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 52 ซึ่ง ไฮโดรเจนคาร์บอนนั้นเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
55. วิธีการสำหรับการแอนนีลชิ้นส่วนที่เป็นทองหรือโลหะผสม ของทองซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ การให้ความร้อนแก่ชิ้นส่วนดังกล่าวในเตาเผาที่มีเขตร้อนที่ รักษาอุณหภูมิสูงกว่า 600 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า การฉีดไนโตรเจนที่เป็นก๊าซที่มีออกซิเจนไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์โดยปริมาตรร่วมกับก๊าซรีดิวซ์เข้าไปในเตาเผาดัง กล่าว ก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวถูกฉีดเข้าไปในเตาเผาดังกล่าว ด้วยอัตราการไหลประมาณ 3.0 เท่าหรือมากกว่าเมื่อเทียบกับ ปริมาณทำปฏิกิริยาพอดีที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนออกซิเจนหลง เหลือได้อย่างสมบูรณ์ในลักษณะที่สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยา ดังกล่าวระหว่างออกซิเจนกับก๊าซรีดิวซ์ดังกล่าวในระดับที่ จัดว่าสมบูรณ์ก่อนที่ของผสมดังกล่าวสัมผัสกับชิ้นส่วนดัง กล่าว และ การเคลื่อนชิ้นส่วนดังกล่าวผ่านเตาเผาดังกล่าวเป็นเวลานอน พอที่จะทำให้ได้คุณสมบัติของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนตาม ที่ต้องการในชิ้นส่วนดังกล่าว
56. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นความชื้น
57. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่ง ออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นไฮโดรเจน, คาร์บอนไดออกไซด์ ความชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของ สารเหล่านี้
58. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน และออกซิเจนที่หลงเหลือดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นไฮโดรเจน, คาร์บอนไดออกไซด์ ควาาชื้น คาร์บอนโมนอกไซด์ หรือของผสมของ สารเหล่านี้
59. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่ง ไนโตรเจนดังกล่าวเกิดขึ้นจากวิธีการแบบที่ไม่เกี่ยวกับภาวะ เย็นเยือก
60. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งเตาเผา ดังกล่าวได้รับความร้อนจนมีอุณหภูมิระหว่าง 600 องศา เซลเซียสถึง 800 องศาเซลเซียส
61. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือไฮโดรเจน
62. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือไฮโดรคาร์บอน
63. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวคือของผสมระหว่างไฮโดรเจนกับไฮโดรคาร์บอน
64. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 55 ซึ่งก๊าซ รีดิวซ์ดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธา นอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้
65. วิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อถือสิทธิที่ 62 ซึ่ง ไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย มีเธน อีเธน โปรเปน บิวเทน เอทธิลลีน โปรปิลลีน บิวทีน เมทธานอล เอทธานอล โปรปานอล ไดเมทธลิอีเธอร์ ไดเอทธิลอีเธอร์ เมทธิล-เอทธิลอีเธอร์ ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียม ก๊าซหุง ต้ม ก๊าซเตาอบถ่านโคก ก๊าซที่ใช้ในเมือง ก๊าซที่เกิดจาก ปฏิกิริยาคายความร้อนและดูดความร้อนแอมโมเนียที่แตกตัวแล้ว และของผสมของสารเหล่านี้ (ข้อถือสิทธิ 65 ข้อ, 11 หน้า, 10 รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH13483A true TH13483A (th) | 1993-12-15 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR930002519A (ko) | 비-저온학적으로 생성된 질소를 사용하여 동일계상에서 열처리 가스체를 제조하는 방법 | |
| US4294395A (en) | Brazing process | |
| EP0482992B1 (fr) | Procédé d'élaboration d'une atmosphère de traitement thermique | |
| MY108488A (en) | In-situ generation of heat treating atmospheres using a mixture of non-cryogenically produced nitrogen and a hydrocarbon gas. | |
| CA1140438A (en) | Process for carburizing ferrous metals | |
| CA2369075C (en) | Method and apparatus for metal processing | |
| CA1114656A (en) | Process for sintering powder metal parts | |
| US4249965A (en) | Method of generating carrier gas | |
| EP0038558A1 (en) | Process for producing sintered ferrous alloys | |
| CA2111482A1 (en) | Atmospheres for Heat Treating Non-Ferrous Metals and Alloys | |
| AU635868B2 (en) | Process for the production of a controlled atmosphere for heat treatment of metals | |
| CA2090344C (en) | Process to prevent the formation of adhesives when annealing steel band | |
| CA2199099C (en) | Apparatus and method for forming heat treating atmospheres | |
| TH13369A (th) | การทำให้เกิดบรรยากาศสำหรับการทำกรรมวิธีด้วยความ?ร้อน ณ ที่ดำเนินการโดยใช้ของผสมระหว่างไนโตรเจนที่?ผลิตโดยกระบวนการไม่เย็นเยือกกับก๊าซไฮโดรคาร์บอน | |
| TH5152B (th) | การทำให้เกิดบรรยากาศสำหรับการทำกรรมวิธีด้วยความ?ร้อน ณ ที่ดำเนินการโดยใช้ของผสมระหว่างไนโตรเจนที่?ผลิตโดยกระบวนการไม่เย็นเยือกกับก๊าซไฮโดรคาร์บอน | |
| US20090176179A1 (en) | Method for sintering steel | |
| US8679264B2 (en) | Method for producing a gaseous atmosphere for treating metals | |
| KR930003595B1 (ko) | 보호분위기 하에서의 철금속의 열처리 방법 | |
| Bowe et al. | Method of heat treating gold or gold alloy parts | |
| JP4823670B2 (ja) | 浸炭用雰囲気ガス発生方法 | |
| MX9307994A (es) | Proceso para producir una atmosfera a base de nitrogeno dentro de un horno, para el recocido con oxidacion de aceros al carbono. | |
| Herring et al. | Principles and Use of Endothermic Gas Generators | |
| US20040231753A1 (en) | Method for carburizing and carbonitriding steel by carbon oxide | |
| Garg et al. | Heat treating atmospheres | |
| EP2050526A1 (en) | Atmosphere for sintering, annealing or hardening comprising silane or borane |