TH13012U - อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect) - Google Patents

อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect)

Info

Publication number
TH13012U
TH13012U TH1603000746U TH1603000746U TH13012U TH 13012 U TH13012 U TH 13012U TH 1603000746 U TH1603000746 U TH 1603000746U TH 1603000746 U TH1603000746 U TH 1603000746U TH 13012 U TH13012 U TH 13012U
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
tube
wall
magnetic field
hollow metal
core
Prior art date
Application number
TH1603000746U
Other languages
English (en)
Other versions
TH13012A3 (th
TH13012C3 (th
TH13012Y (th
Inventor
สุปรีดิ์ พินิจสุนทร ผู้ช่วยศาสตราจารย์
Original Assignee
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Filing date
Publication date
Application filed by สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ filed Critical สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Publication of TH13012A3 publication Critical patent/TH13012A3/th
Publication of TH13012C3 publication Critical patent/TH13012C3/th
Publication of TH13012Y publication Critical patent/TH13012Y/th
Publication of TH13012U publication Critical patent/TH13012U/th

Links

Abstract

แก้ไข 24/11/2559 อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลัก 3 ส่วน ได้แก่ 1.แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ 2.ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ 3.ชุดวัดค่าความต่างศักย์ โดยมีการ พัฒนาให้แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้เป็นแบบขดลวดโซลินอยด์ (Solenoid coil)และสามารถ ปรับอุณหภูมิได้ นอกจากนั้นทำให้ชุดวัดความต่างศักย์หมุนปรับได้ 360 องศา ซึ่งเครื่องวัดสัญญาณสปินซี เบค (Spin Seebeck effect) เป็นเครื่องมือในการวัดสัญญาณสปินซีเบคในวัสดุแม่เหล็ก ที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก --------------------- เครื่องวัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลัก 3 ส่วน ได้แก่ 1. แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ 2.ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ 3.ชุดวัดค่าความต่างศักย์ โดยมีการ พัฒนาให้แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้เป็นแบบขดลวดโซลินอยด์ (Soleniod coil)และสามารถ ปรับอุณหภูมิได้ นอกจากนั้นทำให้ชุดวัดความต่างศักย์หมุนปรับได้ 360 องศา ซึ่งเครื่องวัดสัญญาณสปินซี เบค (Spin Seebeck effect) เป็นเครื่องมือในการวัดสัญญาณสปินซีเบคในวัสดุแม่เหล็ก ที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

Claims (7)

แก้ไข 24/11/2559
1. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ แหล่งกำเนิด สนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (30) และ ชุดวัดค่าความต่างศักย์ (19) แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ประกอบด้วยเส้นลวด (1) แกน (2) แผ่นฉนวนไมล่าร์ (Mylar) (3) ผนังชั้นนอก (5) ผนัง (7) ท่อเติมฮีเลียม (8) ท่อเติมไนโตรเจนเหลว (9) ท่อโลหะกลวง (11) ท่อ ดูด (12) ท่อปั๊ม (13) ยางโอริง (O-ring) (14) โดยที่แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) มีลักษณะเป็นถังทรงกระบอกที่มีผนังปิดรอบ ด้าน และมีผนังด้านข้าง 2 ชั้น ประกอบไปด้วย ผนังชั้นนอก (5) และผนังชั้นใน (7) โดยผนังชั้นใน (7) เป็น ผนังฉนวนกันความร้อนและกั้นพื้นที่ภายในของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ให้แยก ออกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ชั้นใน (4) และพื้นที่ชั้นนอก (6) โดยพื้นที่ชั้นใน (4) เป็นบริเวณพื้นที่ที่ผนังชั้นใน (7) ล้อมรอบอยู่ ซึ่งพื้นที่ชั้นใน (4) ใช้สำหรับเติม สารฮีเลียมเหลวส่วนพื้นที่ชั้นนอก (6) เป็นบริเวณพื้นที่ที่อยู่ระหว่างผนังชั้นนอก (5) และผนังชั้นใน (7) ซึ่ง พื้นที่ชั้นนอก (6) ใช้สำหรับเติมสารไนโตรเจนเหลวโดยผนังชั้นใน (7) จะกั้นไม่ให้สารฮีเลียมเหลวและ ไนโตรเจนเหลวไหลมาผสมกันและยังทำหน้าที่กั้นการแพร่ความร้อนของฮีเลียมเหลวไปยังไนไตรเจนเหลว บริเวณผนังปิดด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) จะมีท่อเติมฮีเลียม (8) จำนวนหนึ่งเชื่อมต่อและเจาะทะลุลงไปยังบริเวณพื้นที่ชั้นใน (4) และมีท่อเติมไนโตรเจนเหลว (9) จำนวน หนึ่งเชื่อมต่อและเจาะทะลุลงไปยังบริเวณพื้นที่ชั้นนอก (6) บริเวณพื้นที่ชั้นใน (4) ของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้(50)จะมีแกน (2) ติดตั้งอยู่ โดย แกน (2) ลักษณะเป็นท่อกลวงปลายเปิดด้านบน สำหรับปลายเปิดด้านบนของแกน (2) จะเชื่อมต่อกับผนัง ด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50)โดยที่ผนังด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ ปรับค่าได้ (50) จะมีรูเจาะทะลุตรงลงไปยังปลายเปิดด้านบนของแกน (2) สำหรับสอดท่อโลหะกลวง (11) เข้ามาในสนามแม่เหล็ก ที่บริเวณรอบแกน (2) จะมีเส้นลวด (1) พันเป็นชั้นๆรอบแกน (2) โดยระหว่างชั้นของขดลวด(1) ที่ พันรอบแกน (2) จะมีแผ่นฉนวนไมล่าร์(Mylar) (3) กั้นสำหรับเป็นฉนวนอยู่ ขดลวด (1) จะเคลือบน้ำยา ฉนวนไฟฟ้าเพื่อป้องกันการช๊อตของวงจรบริเวณด้านหัวและด้านท้ายขดลวด(1) จะมีแผ่นไมล่าร์ (Mylar) (3) เชื่อมปิดอยู่ขดลวด (1) ที่จุ่มอยู่ในสารฮีเลียมเหลว จะทำให้ขดลวด (1) อยู่ในสภาวะตัวนำยิ่งยวด ท่อโลหะกลวง (11) เป็นท่อกลวงปลายเปิดด้านบน และสอดอยู่ภายในของแกน (2) โดยทางด้าน ปลายเปิดของท่อโลหะกลวง (11) จะยื่นเกินออกมาจากแกน (2) ซึ่งบริเวณปลายท่อโลหะกลวง (11) ที่ยื่น เกินออกมาดังกล่าว จะเชื่อมต่อท่อดูด (12) และท่อปั๊ม (13) ซึ่งท่อดูด (12) และท่อปั๊ม (13) เป็นท่อที่มีรูทะลุ เข้าไปภายในท่อโลหะ (11) โดยท่อดูด (12) เป็นท่อสำหรับดูดอากาศภายในท่อโลหะกลวง (11) ออกมาให้เป็นสุญญากาศ และ ท่อปั๊ม (13) สำหรับปั๊มก๊าซอาร์กอนเข้าไป เพื่อให้ก๊าซอาร์กอนไล่ความชื้นออกจากท่อโลหะกลวง(11) บริเวณส่วนท่อโลหะกลวง (11) ที่ยื่นเกินออกมาจากแกน (2) นั้น จะมีฉนวนกันความร้อน (15) หุ้ม กันไว้เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกสำหรับการควบคุมอุณหภูมิภายในท่อโลหะกลวง (11) สำหรับ ด้านบนของท่อโลหะกลวง (11)มีร่องสำหรับใส่ยางโอริง (14)เพื่อเป็นตัวกลางกั้นการสัมผัสกันระหว่างท่อ โลหะกลวง (11) กับวงแหวน (17) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในชุดวัดความต่างศักย์ (30) และยางโอริง (4) ยังป้องกันอากาศไม่ให้ไหลเข้าไปในช่องว่างของท่อโลหะกลวง (11) สำหรับภายท่อโลหะกลวง (11) จะมีชุดวัดความต่างศักย์ (30) สอดประกอบอยู่ ชุดวัดความต่างศักย์ (30) เป็นแท่งโลหะนำความเย็น ประกอบด้วยวงแหวน(17) แท่นรองรับ (18) สายไฟฟ้า (20) แกนกลาง(31) สำหรับวงแหวน(17) ทำหน้าที่เป็นตัวกั้นอากาศเข้าออกภายในท่อโลหะกลวง (11) โดยด้านล่างของ วงแหวน (17) เชื่อมต่อกับปลายด้านหนึ่งของแกนกลาง (31) ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว และปลายอีกด้านหนึ่ง ของแกนกลาง (31) ดังกล่าว จะเชื่อมต่อกับแท่นรองรับ (18) ซึ่งเป็นแท่นวางชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) สำหรับบริเวณแกนกลาง (31) จะมีการติดตั้งสายไฟฟ้า (20) จำนวนหนึ่ง สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ภายนอกเพื่อรับและส่งสัญญาณเข้ามาในอุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) สำหรับสายไฟฟ้า (20) เป็นสายไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อไปยังเทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) (21) และตัว ให้ความร้อน (Heater) (22) ของชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) เพื่อควบคุมการทำงานและส่งสัญญาณ สำหรับวัดความต่างศักย์ ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) ประกอบด้วยเทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) (21) ตัวให้ความ ร้อน (Heater) (22) ส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) นอต (40) ฐานวาง (26) ส่วนร้อน (23) มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ทำหน้าที่เป็นตัวถ่ายเทความร้อนสู่ผิวหน้าของวัตถุที่ นำมาทดสอบ (27) โดยที่บริเวณด้านหลังของส่วนร้อน (23) จะสัมผัสกับผิวหน้าด้านหนึ่งของวัตถุที่นำมา ทดสอบ (27) โดยที่บริเวณด้านหน้าของส่วนร้อน (23) จะเชื่อมต่อกับตัวให้ความร้อน (heater) (22) เพื่อ ส่งผ่านความร้อนไปยังส่วนร้อน (23) ทำให้อุณหภูมิร้อนและคงที่ ด้านหลังของส่วนร้อน (23) จะสัมผัสกับผิวหน้าวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) และผิวด้านหลังของวัตถุ ที่นำมาทดสอบ (27) จะต่อกับส่วนเย็น (24) ซึ่งส่วนเย็น (24) มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมทำหน้าที่ให้ความ เย็นคงที่แก่ผิวด้านล่างวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) โดยส่วนเย็น (24) ได้รับความเย็นมาจากวงแหวน (17) ซึ่งถูก ถ่ายเทมาจากท่อโลหะกลวง (11) ที่ถูกควบคุมด้วยท่อปรับอุณหภูมิ (16) สำหรับส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) และวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) จะถูกยึดเข้ากันด้วยนอต (40) จำนวนหนึ่ง ด้านหลังของส่วนเย็น (24) จะเชื่อมต่อกับฐานวาง (26) โดยฐานวาง (26) ดังกล่าว เป็นส่วนทำให้ชุด ให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) วางติดตั้งบนแท่นรองรับ (18) ของชุดวัดความต่างศักย์ โดยที่ความแตกต่างอุณหภูมิของส่วนร้อน (23) และส่วนเย็น (24)จะมีเทอรโมคัปเปิล (Thermocouple) (21) ติดตั้งอยู่ ซึ่งเป็นตัวบอกความแตกต่างความอุณหภูมิของส่วนร้อน (23) และส่วนเย็น (24) โดยส่งสัญญาณความต่างอุณหภูมิที่วัดไปยังเครื่องอ่านสัญญาณภายนอก ผ่านสายไฟ (20) ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ บริเวณผิวด้านนอกของท่อโลหะกลวง (11) จะมีท่อปรับอุณหภูมิ (16)พัน รอบอยู่ ซึ่งท่อปรับอุณหภูมิ (16) จะต่อเข้ากับชุดทำความเย็น เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนและรักษา อุณหภูมิของระบบสุญญากาศ ด้านหลังของส่วนเย็น (24)จะเชื่อมต่อกับฐานวาง (26)โดยมีนอต (25) เป็นตัวยึดประกอบ และทำให้ ส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) และวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) ที่ยึดกันอยู่สามารถหมุนปรับแนวองศาได้ 360 องศา
2. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง บริเวณผนัง ด้านบนของแหล่งกำเนินสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ติดตั้งหูจับ (10) จำนวนหนึ่ง สำหรับใช้จับเพื่อขน ย้ายเครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect)
3. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง แกน (2) ทำ มาจากโลหะอัลลอย (alloy) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25-40 มิลลิเมตร
4. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ขนาดรูที่เหมาะสมภายในแกน (2) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20-30 มิลลิเมตร และความยาว 250-300 มิลลิเมตร
5. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง เส้นลวด (1) เป็นเส้นลวดแบบโซลินอยด์ (Solenoid) มีขนาด 0.5-1 มิลลิเมตร
6. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง แผ่นไมล่าร์ (Mylar) (3) ที่มีความหนา 0.5-1 มิลลิเมตร
7. อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง ชุดวัดความต่างศักย์ (30) เป็นแท่งโลหะ ยาว 250-300 มิลลิเมตร --------------------- เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ แหล่งกำเนิด สนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (30) และชุดวัดค่าความต่างศักย์ (19) แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ประกอบด้วยเส้นลวด (1) แกน (2) แผ่นฉนวนไมล่าร์ (Mylar) (3) ผนังชั้นนอก (5) ผนัง (7) ท่อเติมฮีเลียม (8) ท่อเติมไนโตรเจนเหลว (9) ท่อโลหะกลวง (11) ท่อ ดูด (12) ท่อปั๊ม (13) ยางโอริง (O-ring) (14) โดยที่แหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) มีลักษณะเป็นถังทรงกระบอกที่มีผนังปิดรอบ ด้าน และมีผนังด้านข้าง 2 ชั้น ประกอบไปด้วย ผนังชั้นนอก (5) และผนังชั้นใน (7) โดยผนังชั้นใน (7) เป็น ผนังฉนวนกันความร้อนและกั้นพื้นที่ภายในของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ให้แยก ออกเป็น 2 ส่วน คือ พื้นที่ชั้นใน (4) และพื้นที่ชั้นนอก (6) โดยพื้นที่ชั้นใน (4) เป็นบริเวณพื้นที่ที่ผนังชั้นใน (7) ล้อมรอบอยู่ ซึ่งพื้นที่ที่ชั้นใน (4) ใช้สำหรับเติม สารฮีเลียมเหลวส่วนพื้นที่ชั้นนอก (6) เป็นบริเวณพื้นที่ที่อยู่ระหว่างผนังชั้นนอก (5) และผนังชั้นใน (7) ซึ่ง พื้นที่ชั้นนอก (6) ใช้สำหรับเติมสารไนโตรเจนเหลวโดยผนังชั้นใน (7) จะกั้นไม่ให้สารฮีเลียมเหลวและ ไนโตรเจนเหลวไหลมาผสมกันและยังทำหน้าที่กั้นการแพร่ความร้อนของฮีเลียมเหลวไปยังไมโตรเจนเหลว บริเวณผนังปิดด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) จะมีท่อเติมฮีเลียม (8) จำนวนหนึ่งเชื่อมต่อและเจาะทะลุลงไปยังบริเวณพื้นที่ชั้นใน (4) และมีท่อเติมไนโตรเจนเหลว (9) จำนวน หนึ่งเชื่อมต่อและเจาะทะลุลงไปยังบริเวณพื้นที่ชั้นนอก (6) บริเวณพื้นที่ชั้นใน (4) ของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้(50)จะมีแกน (2) ติดตั้งอยู่ โดย แกน (2) ลักษณะเป็นท่อกลวงปลายเปิดด้านบน สำหรับปลายเปิดด้านบนของแกน (2) จะเชื่อมต่อกับผนัง ด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) โดยที่ผนังด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ ปรับค่าได้ (50) จะมีรูเจาะทะลุตรงลงไปยังปลายเปิดด้านบนของแกน (2) สำหรับสอดท่อโลหะกลวง (11) เข้ามาในสนามแม่เหล็ก ที่บริเวณรอบแกน (2) จะมีเส้นลวด (1) พันเป็นชั้นๆรอบแกน (2) โดยระหว่างชั้นของขดลวด(1) ที่ พันรอบแกน (2) จะมีแผ่นฉนวนไมล่าร์(Mylar) (3) กั้นสำหรับเป็นฉนวนอยู่ ขดลวด (1) จะเคลือบน้ำยา ฉนวนไฟฟ้าเพื่อป้องกันการช๊อตของวงจรบริเวณด้านหัวและด้านท้ายขอลวด(1) จะมีแผ่นไมล่าร์ (Mylar) (3) เชื่อมปิดอยู่ขดลวด (1) ที่จุ่มอยู่ในสารฮีเลียมเหลว จะทำให้ขดลวด (1) อยู่ในสภาวะตัวนำยิ่งยวด ท่อโลหะกลวง (11) เป็นท่อกลวงปลายเปิดด้านบน และสอดอยู่ภายในของแกน (2) โดยทางด้าน ปลายเปิดของท่อโลหะกลวง (11) จะยื่นเกินออกมาจากแกน (2) ซึ่งบริเวณปลายท่อโลหะกลวง (11) ที่ยื่น เกินออกมาดังกล่าว จะเชื่อมต่อท่อดูด (12) และท่อปั๊ม (13) ซึ่งท่อดูด (12) และท่อปั๊ม (13) เป็นท่อที่มีรูทะลุ เข้าไปภายในท่อโลหะ (11) โดยท่อดูด (12) เป็นท่อสำหรับดูดอากาศภายในท่อโลหะกลวง (11) ออกมาให้เป็นสุญญากาศ และ ท่อปั๊ม (13) สำหรับปั๊มก๊าซอาร์กอนเข้าไป เพื่อให้ก๊าซอาร์กอนไล่ความชื้นออกจากท่อโลหะกลวง(11) บริเวณส่วนท่อโลหะกลวง (11) ที่ยื่นเกินออกมาจากแกน (2) นั้น จะมีฉนวนกันความร้อน (15) หุ้ม กันไว้เพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกสำหรับการควบคุมอุณหภูมิภายในท่อโลหะกลวง (11) สำหรับ ด้านบนของท่อโลหะกลวง (11) มีร่องสำหรับใส่ยางโอริง (14) เพื่อเป็นตัวกลางกั้นการสัมผัสกันระหว่างท่อ โลหะกลวง (11) กับวงแหวน (17) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งในชุดวัดความต่างศักย์ (30) และยางโอริง (4) ยังป้องกันอากาศไม่ให้ไหลเข้าไปในช่องว่างของท่อโลหะกลวง (11) สำหรับภายท่อโลหะกลวง (11) จะมีชุดวัดความต่างศักย์ (30) สอดประกอบอยู่ ชุดวัดความต่างศักย์ (30) เป็นแท่งโลหะนำความเย็น ประกอบด้วยวงแหวน(17) แท่นรองรับ (18) สายไฟฟ้า (20) แกนกลาง(31) สำหรับวงแหวน(17) ทำหน้าที่เป็นตัวกั้นอากาศเข้าออกภายในท่อโลหะกลวง (11) โดยด้านล่างของ วงแหวน (17) เชื่อมต่อกับปลายด้านหนึ่งของแกนกลาง (31) ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว และปลายอีกด้านหนึ่ง ของแกนกลาง (31) ดังกล่าว จะเชื่อมต่อกับแท่นรองรับ (18) ซึ่งเป็นแท่นวางชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) สำหรับบริเวณแกนกลาง (31) จะมีการติดตั้งสายไฟฟ้า (20) จำนวนหนึ่ง สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ภายนอกเพื่อรับและส่งสัญญาณเข้ามาในเครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) สำหรับสายไฟฟ้า (20) เป็นสายไฟฟ้า ที่เชื่อมต่อไปยังเทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) (21) และตัว ให้ความร้อน (Heater) (22) ของชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) เพื่อควบคุมการทำงานและส่งสัญญาณ สำหรับวัดความต่างศักย์ ชุดให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) ประกอบด้วยเทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) (21) ตัวให้ความ ร้อน (Heater) (22) ส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) นอต (40) ฐานวาง (26) ส่วนร้อน (23) มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ทำหน้าที่เป็นตัวถ่ายเทความร้อนสู่ผิวหน้าของวัตถุที่ นำมาทดสอบ (27) โดยที่บริเวณด้านหลังของส่วนร้อน (23) จะสัมผัสกับผิวหน้าด้านหนึ่งของวัตถุที่นำมา ทดสอบ (27) โดยที่บริเวณด้านหน้าของส่วนร้อน (23) จะเชื่อมต่อกับตัวให้ความร้อน (heater) (22) เพื่อ ส่งผ่านความร้อนไปยังส่วนร้อน (23) ทำให้อุณหภูมิร้อนและคงที่ ด้านหลังของส่วนร้อน (23) จะสัมผัสกับผิวหน้าวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) และผิวด้านหลังของวัตถุ ที่นำมาทดสอบ (27) จะต่อกับส่วนเย็น (24) ซึ่งส่วนเย็น (24) มีลักษณะเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมทำหน้าที่ให้ความ เย็นคงที่แก่ผิวด้านล่างวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) โดยส่วนเย็น (24) ได้รับความเย็นมาจากวงแหวน (17) ซึ่งถูก ถ่ายเทมาจากท่อโลหะกลวง (11) ที่ถูกควบคุมด้วยท่อปรับอุณหภูมิ (16) สำหรับส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) และวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) จะถูกยึดเข้าด้วยกันนอต (40) จำนวนหนึ่ง ด้านหลังของส่วนเย็น (24) จะเชื่อมต่อกับฐานวาง (26) โดยฐานวาง (26) ดังกล่าว เป็นส่วนทำให้ชุด , ให้ความแตกต่างอุณหภูมิ (19) วางติดตั้งบนแท่นรอง (18) ของชุดวัดความต่างศักย์ โดยที่ความแตกต่างอุณหภูมิของส่วนร้อน (23) และส่วนเย็น (24)จะมีเทอร์โมคัปเปิล (Thermocouple) (21) ติดตั้งอยู่ ซึ่งเป็นตัวบอกความแตกต่างความอุณหภูมิของส่วนร้อน (23) และส่วนเย็น (24) โดยส่งสัญญาณความต่างอุณหภูมิที่วัดไปยังเครื่องอ่านสัญญาณภายนอก ผ่านสายไฟ (20) ที่ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ บริเวณผิวด้านนอกของท่อโลหะกลวง (11) จะมีท่อปรับอุณหภูมิ (16) พัน รอบอยู่ ซึ่งท่อปรับอุณหภูมิ (16) จะต่อเข้ากับชุดทำความเย็น เพื่อทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนและรักษา อุณหภูมิของระบบสุญญากาศ ด้านหลังของส่วนเย็น (24)จะเชื่อมต่อกับฐานวาง (26)โดยมีนอต (25) เป็นตัวยึดประกอบ และทำให้ ส่วนร้อน (23) ส่วนเย็น (24) และวัตถุที่นำมาทดสอบ (27) ที่ยึดกันอยู่สามารถหมุนปรับแนวองศาได้ 360 องศา เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง บริเวณผนัง ด้านบนของแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ปรับค่าได้ (50) ติดตั้งหูจับ (10) จำนวนหนึ่ง สำหรับใช้จับเพื่อขน ย้ายเครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค(Spin Seebeck effect) เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง แกน (2) ทำมาจากโลหะอัลลอย (alloy) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25-40 มิลลิเมตร เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง ขนาดรูที่เหมาะสมในแกน (2) มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20-30 มิลลิเมตร และความยาว 250-300 มิลลิเมตร เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง เส้นลวด (1) เป็นเส้นลวดแบบโซลินอยด์ (Solenoid) มีขนาด 0.5-1 มิลลิเมตร เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง แผ่นไมล่าร์ (Mylar) (3) ที่มีความหนา 0.5-1 มิลลิเมตร เครื่องวัดปรากฏการณ์สปินซีเบค (Spin Seebeck effect) ตามข้อถือสิทธิที่ 1 - 5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ ซึ่ง ชุดวัดความต่างศักย์ (30) เป็นแท่งโลหะ ยาว 250-300 มิลลิเมตร
TH1603000746U 2016-05-03 อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect) TH13012U (th)

Publications (4)

Publication Number Publication Date
TH13012A3 TH13012A3 (th) 2017-08-01
TH13012C3 TH13012C3 (th) 2017-08-01
TH13012Y TH13012Y (th) 2017-08-01
TH13012U true TH13012U (th) 2017-08-01

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN116337929A (zh) 一种非均匀功率高温热管传热极限测试的实验装置及方法
US3453865A (en) Heat leak measuring device and method
CN103713013B (zh) 测试管状材料轴向导热系数的装置
TH13012Y (th) อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect)
CN202853845U (zh) 压力传感器温度特性的测试装置
CN205157080U (zh) 一种温度传感器热管检定炉
CN104730560B (zh) 一种用于复现放射源辐射场中水吸收剂量的装置和方法
CN119666920B (zh) 高温条件下导热系数的动态测量装置及测量方法
CN206192927U (zh) 一种用于高低温实验测试系统的降温装置
US1193488A (en) tholas
CN102426812B (zh) 高温超导综合实验仪
Koskov TECHNICAL FRAMEWORK FOR STUDYING THERMOMAGNETIC CONVECTION IN AN EXTENDED CLOSED LOOP.
Mosqueira et al. Measurements of pool boiling heat transfer from ceramic Y1Ba2Cu3O7-delta superconductors to liquid nitrogen
Das et al. Design and performance of a 4He-evaporator at< 1.0 K
TH13012C3 (th) อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect)
TH13012A3 (th) อุปกรณ์วัดสัญญาณสปินซีเบค (spin Seebeck effect)
Brown et al. A sensitive recording calorimetric mass flowmeter
CN110412029A (zh) 一种多功能可视化热管毛细芯测试装置
CN106768615A (zh) 一种低温温区高精度恒温试验腔
Workman The Variation of the Specific Heats (C p) of Oxygen, Nitrogen and Hydrogen with Pressure
CN108958309A (zh) 一种宽量程变低温黑体
Prasad et al. Analysis and calibration of a foil heat flux sensor for convective measurements
JPS58202863A (ja) 二定温度式熱伝導度測定セル
CN207488852U (zh) 一种气体恒温装置及检测系统
RU2654822C1 (ru) Устройство для определения тепловых параметров фазового превращения