TH11163A - กรรมวิธีการดำเนินการกับผ้าเพื่อให้หน่วงเหนี่ยว?ต่อการติดไฟ - Google Patents
กรรมวิธีการดำเนินการกับผ้าเพื่อให้หน่วงเหนี่ยว?ต่อการติดไฟInfo
- Publication number
- TH11163A TH11163A TH9101000469A TH9101000469A TH11163A TH 11163 A TH11163 A TH 11163A TH 9101000469 A TH9101000469 A TH 9101000469A TH 9101000469 A TH9101000469 A TH 9101000469A TH 11163 A TH11163 A TH 11163A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- substrate
- polymer
- nitrogen
- weight
- aforementioned
- Prior art date
Links
Abstract
ดำเนินการกับผ้าโดยเฉพาะผ้าฝ้ายพอลิเอสเทอร์กับพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจน (หรือพรีเคอร์เซอร์ของมัน) และจากนั้น ดำ เนินการ ด้วยสารประกอบ THP และบ่มด้วยความร้อน และ/หรือ แอมโมเนีย ที่ให้การหน่วงเหนี่ยวการติดไฟที่เหนือกว่าผ้าที่สัมพันธ์ กัน ที่ปราศจากขั้นตอนการดำเนินการล่วงหน้า
Claims (20)
1. กรรมวิธีเพื่อการหน่วงเหนี่ยวการติดไฟของซับสเทรทเส้นใยอินทรีย์ที่มีหมู่ที่ว่องไวต่อการทำปฏิกิริยากรรมวิธีที่ กล่าว แล้วจำแนกลักษณะโดย: (a) การทำให้ซับสเทรทชุ่มด้วยพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจน หรือพรีเคอร์เซอร์ของมัน และกับสารละลายน้ำของสาร ประกอบฟอสฟอ- รัสอินทรีย์ (b) การทำให้ซับสเทรทแห้ง (c) การบ่มซับสเทรทโดยความร้อนที่อุณหภูมิอย่างน้อย 100 องศาเซลเซียสและหรือการดำเนินการกับแอมโมเนีย
2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่มีลักษณะที่ว่า ใส่สาร ประกอบฟอสฟอรัสอินทรีย์ ลงไปในสับสเทรทที่แห้งภายหลังจาก การทำให้ชุ่มกับพอลิเมอร์ที่มีไนโทร่เจนหรือพรีเคอร์เซอร์ ของมัน
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 หรือข้อ 2 ที่มีลักษณะที่ ว่าสับสเทรทเส้นใยอินทรีย์นี้ประกอบด้วยเส้นใยเวลลูโลสเป็น ส่วนสำคัญ ตัวอย่างเช่นฝ้ายธรรมชาติ,รามี ,ป่าน,กระดาษและ กระดาษแข็ง, เส้นใยวิสโคสหรือคิวแพรมโมเนียม หรือเซลลูโลส แอซิเทท หรือโพรพิออเนท
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 หรือข้อ 2 ที่มีลักษณะที่ ว่าสับสเทรทเส้นใยอินทรีย์ประกอบดวยเส้ยใยเซลลูโลสและไม่ ใช่เซลลูโลส ตัวอย่าง เช่น เส้นใยพอลิเอสเทอร์ พอลิแอมีด หรือพอลิแอคริลอไนทริล
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 หรือข้อ 2 ที่มีลักษณะที่ ว่าสับสเทรทเส้นใยอินทรีย์ประกอบด้วยเส้นใยที่ไม่ใช่ เซลลูโลสเป็นส่วนสำคัญ
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 5 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้ว คือฮอมอพอลิเมอริคหรือโคพอลิเมอริคพอลิอิเลคโทรไลท์ที่มี หลาย N อะตอม ซึ่งอาจสอดแทรกในสายโซ่พอลิเมอร์ของคาร์บอน หรือเป็นหมู่ที่แยกจากสายโซ่ไฮโดรคาร์บอนพอลิเมอร์ โดย เฉพาะเมื่อพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนอยู่ปราศจากอะตอมของ ฟอสฟอรัสโดยเฉพาะเมื่อพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้ว ประกอบด้วยตัวโครงสร้างไฮโดรคาร์บอนพอลิเมอร์เองที่ประกอบ ด้วยหน่วยโครงส่ร้างที่อนุพัทธ์มาจากสารประกอบที่ไม่อิ่ม ตัวด้วยหนึ่งหมู่เอธิลีน ที่มีหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง N อะตอม ตัวอย่างเช่น N-ไวนิล พิริดีน ,N - ไวนิลพอริโรลิ ดีน, N- ไวนิลพิร์โรลิโดน และอนุพันธ์วง -C แอลคิลของมัน, แอลคิล ของมัน,หรือแอคริแลมีด,เมแธคริแลมีด,แอมโมเนียม แอคริเลท และเธคริเลท,และอนุพันธ์มอนอ, ได, ไทรหรือเททระ N- เมธิล หรือ N- เอธิลของมัน,หรือหน่วยโครงสร้างที่อนุพันธ์มาจาก สาาประกอบ ไดเอธิเลนิคัลลี อันแซทูเรเทด ที่มีหนึ่งหรือมาก กว่าหนึ่ง N- อะตอม โดยเฉพาะเมื่อสารประกอบไดเอธิเลนิคัลลี อันแซทูเรเทดคือควอเทอร์ไนเซด ไดแอลคิลามีน ซึ่งแต่ละหมู่ แอลคิลมีคาร์บอน 1 ถึง 6 อะตอม โดยเฉพาะเมื่อพอลิเมอร์ที่ มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้วคือ ฮอมอพอลิเมอร์ของไดแอลคิล แอมโมเนียม คลอไรด์ หรือ โคพอลิเมอร์ของแอคริแลมีด และได แอลคิล ไดแอลลิล แอมโมเนียม คลอไรด์
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 5 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ทีมีไนโทรเจนประกอบด้วยโครงร่าง ไฮโดรคาร์บอนพอลิเมอร์ตัวมันเองก็ประกอบไปด้วยมอนอเมอร์ที่ ไม่อิ่มตัวด้วยหมู่เอธิลีนที่ปราศจากไนโทรเจนตัวอย่างเช่น แอคริลิค หรือ เมแธคริลิค แอวิด หรือเอสเทอร์ที่สัมพันธ์ กันกับแอลคานอลที่มีคาร์บอน 1-6 อะตอมโดยเฉพาะเมื่อสัดส่วน โดยน้ำหนักของมอนอเมอร์ที่มีไนโทรเจนต่อมอนอเมอรที่ปราศ จากไนโทรเจนภายในพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้วเป็น 50:50 ถึง 100:0 โดยเฉพาะเมื่อสัดส่วนโดยน้ำหนักที่กล่าว แล้วเป็นจาก 80:20 ถึง 100:0 โดยเฉพาะเมื่อพอลิเมอร์ที่ มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้วคือโคพอลิเมอร์ของแอลคริลิค แอวิ และแอคริแลมีด
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 5 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ทีมีไนโทรเจนก็มีไนโทรเจนในโครง ร่างพอลิเมอร์ด้วยเช่นกันตัวอย่าง เช่น พอลเมอร์ที่มีไนโทร เจนคือพอลิเอธิลีน
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 5 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนอยู่ด้วยทำขึ้นโดย การเกิดพอลิเมอร์แบบคอนเดนเซชัน และที่ว่า พอลิเมอร์ที่ มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้ว สามารถเกิดการรวมตัวได้อีกกับ เซลลูโลส ตัวอย่างเช่น เมื่อพอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนที่ กล่าวแล้ว ได้แก่พอลิเอมีน,พอลีแอมีดหรือผลิตภัณฑ์ของ ปฏิกิริยาของพอลิแอมีน/พอลิแอมีด เอพิคลอโรไฮดริน
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 9 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนมีมวลโมเลกุลโดย เฉลี่ย 1000 ถึง 5 ล้าน และที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจน ที่กล่าวแล้วคือพอลิเมอร์ที่ละลายน้ำหรือแพร่กระจายได้ใน น้ำ และที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนที่กล่าวแล้วหรือพรี เคอร์เซอร์ของมัน ใส่ลงไปในสับสเทรทในการทำให้ชุ่ม (a) ของ มัน ในสารละลายนำหรือสารแพร่กระจาย โดยเฉพาะเมื่อความเข้ม ข้นของสารละลายน้ำหรือสารแพร่กระจายเป็นจาก 0.1 ถึง 30% น้ำหนัก/น้ำหนัก และที่ว่าน้ำหนักของพอลิเมอร์ที่มีไนโทร เจน หรือพรีเคอร์เซอร์ของมันที่ใช้ในน้ำเป็นจาก 0.01 ถึง 20% บนพื้นฐานน้ำหนักของผ้าที่ไม่ได้ดำเนินการ
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 10 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า การทำให้ชุ่ม (a) ทำโดยการดำเนินการกับ สับสเทรทที่กล่าวแล้วกับสารละลายที่ประกอบด้วยพอลิเมอร์ที มีไนโทรเจนหรือพรีเคอร์เซอร์ของมัน ตัวอย่างเช่นเกลือได แอลคิลเอมีน โดยที่การเปียกเป็นจาก 50 ถึง 150% โดยเฉพาะ เมื่อนำสับสเทรที่ทำให้ชุ่มแล้วนี้ไปดำเนินการด้วยหนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งการดำเนินการต่อไปนี้: (i) การทำให้แห้งโดยวิธีความร้อนที่ 80 ถึง 100?ซ. เป็น เวลา 0.1 ถึง 5 นาที (ii) การให้ความร้อนที่ 90 ถึง 150?ซ. เป็นเวลา 0.5 ถึง 10 นาที (iii) การเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 10 ถึง 60 ซม. โดยเฉพาะเมื่อสับเสเทรทที่ทำให้ชุ่มที่กล่าวแล้วปล่อยให้ แห้งในเวลาเดียวกัน
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 10 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า พอลิเมอร์ที่มีไนโทรเจนหรือพรีเคอร์ เซอร์ของมัน ตัวอย่าง เช่น เกลือไดแอลลิลเอมีน ใส่ลงไปใน สับสเทรท ในการทำให้ชุ่ม (a) ของมันโดยเทคนิคการเติมน้อย สุด (minimum add-on technique) โดยเฉพาะเมื่อเทคนิคที่ กล่าวแล้วนี้เป็นเทคนิคการเกิดโฟมโดยการใช้สารในการเกิดโฟม แคทไอออนิคหรือแอมโฟเทอริค และตัวทำให้เสถียร และที่ว่า การเปียกเป็น 10 ถึง 50%
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 12 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า การทำให้ชุ่ม (a) ทำขึ้นกับสารประกอบ เททระคิส (ไฮดรอกซิออร์แกนอ) ฟอสฟอเนียม โดยเฉพาะเมื่อ หมู่ไฮดรอกซิออร์แกนอ คือหมู่แอลฟา-ไฮดรอกซิออรแกนอที่มี 1 ถึง 9 คาร์บอน โดยเฉพาะเมื่อหมู่แอลฟา-ไฮดรอกซิออร์แกนอที่ กล่าวแล้วเป็นของสูตรทั่วไป HO-C(R1R20 ซึ่ง R1 และ R2 ซึ่งเหมือนกันหรือแตกต่างกันคือไฮโดรเจนหรือปมุ่แอลคิลที่ มี 1 ถึง 4 คาร์บอน โดยเฉพาะสารประกอบเททระคิส(ไฮดรอก ซิเมธิล) ฟอสฟอเนียม (THP) หรือสารจากการรวมตัวมันเองที่ละ ลายน้ำหรือสารจากการรวมตัวของมันกับสารประกอบไนโทรเจน อินทรีย์ท่ละลายน้ำ ตัวอย่างเช่น ยูเรีย,ไบยูเรท,กูแอนิ ดีน, เมลามีนหรือเมธิลเทด เมลามีน หรือสารผสมของสารประกอบไนโทร เจนอินทรีย์ที่กล่าวแล้วกับสารประกอบฟอสฟอเนียม หรือสารจาก การรวมตัวหรือสารจากการรวมตัวของมันเอง
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 13 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า การทำให้ชุ่ม (a) ทำโดยวิธีของสารละลาย ที่ประกอบด้วยพรีคอนเดนเสทของเกลือ THP และสารประกอบไนโทร เจนอินทรีย์ โดยที่อัตราส่วนโดยโมลของสารประกอบไนโทรเจน อินทรีย์ต่อ THP ในที่นั้นเป็นจาก 0.05:1 ถึง 0.8:1 โดย เฉพาะจาก 0.25:1 ถึง 0.6:1 โดยเฉพาะจาก 0.4:1 ถึง 0.6:1 และที่ว่าสารละลายที่กล่าวแล้วมีพีเอชจาก 2 ถึง 7.5 โดย เฉพาะจาก 4 ถึง 5 และที่ว่า ความเข้มข้นของสารประกอบ ฟอสฟอรัสอินทรีย์ (โดยน้ำหนักเป็น THP+ ไอออน) ในสารละลาย ในการทำให้ชุ่มที่กล่าวแล้วเป็นจาก 5 ถึง 70% สารละลายใน การทำให้ชุ่มก็ประกอบด้วยหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งสารเติมแต่ง ต่อ ไปนี้ (i) สารในการทำให้เปียกโดยเฉพาะเมื่อสารในการทำให้เปียกที่ กล่าวแล้วเป็นนอนไออนิคและโดยเฉพาะเมื่อมีสารในการทำให้ เปียกอยู่ในปริมาณจาก 0.05 ถึง 0.5% โดยน้ำหนักของสารละลาย ในการทำให้ชุ่ม (ii) สารทำให้ผ้าอ่อนนุ่มโดยเฉพาะเมื่อมีสารทำให้ผ้าอ่อน นุ่มที่กล่าวแล้วอยู่ในปริมาณจาก 0.1 ถึง 2% โดยน้ำหนักของ สารละลายในการทำให้ชุ่มที่กล่าวแล้ว (iii) ตัวเร่งปฏิกิริยาโดยเฉพาะเมื่อตัวเร่งปฏิกิริยาที่ กล่าวแล้วประกอบด้วยเกลือของกรดแก่และเบสอ่อน ตัวอย่างเช่น แอมโมเนียมหรือโลหะแอลคาไลน์เอิร์ธ คลอไรด์ หรือไนเทรทหรือ แอมโมเนียม แอซิดฟอสเฟทและโดยเฉพาะเมื่อมีตัวเร่งปฏิกิริยา ที่กล่าวแล้วอยู่ในปริมาณจาก 0.1 ถึง 5% โดยน้ำหนักของสาร ละลายในการทำให้ชุ่ม
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 14 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า การทำให้ชุ่ม (a) ทำได้โดยการดำเนินการ กับสับเทรทที่กล่าวแล้วกับสารละลายในการทำให้ชุ่มที่กล่าว แล้วเพื่อให้มีฟอสฟอรัสอินทรีย์เกาะติดอยู่น้อยกว่า 40% (เป็น THP+ ไอออนขึ้นอยู่กับน้ำหนักแรกเริ่มของสับสเทรทที่ กล่าวแล้ว) โดยเฉพาะจาก 20 ถึง 30% (เป็น THP+ ไอออนขึ้น อยู่กับน้ำหนักแรกเริ่มของสับสเทรทที่กล่าวแล้ว)
16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 15 ที่มีลักษณะที่ว่า บิด สับสเทรททีเปียกให้มีความเปียกจาก 50 ถึง 130% (โดย่นำหนัก ขึ้นอยู่กับน้ำหนักแรกเริ่มของสับสเทรทที่กล่าวแล้ว)
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 14 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่า สับสเทรทที่ดำเนินการแล้วทำให้ชุ่มด้วยสาร ละลายในการทำให้ชุ่มที่เข้มข้นโดยเทคนิคการเติมน้อยสุด โดย เฉพาะเทคนิคในการเกิดโฟม และที่ว่า ความเปียกเป็นจาก 10 ถึง 50% (โดยน้ำหนักขึ้นอยู่กับน้ำหนักแรกเริ่มของสับสเทรท ที่กล่าวแล้ว)
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 17 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า การบ่มดัวยความร้อนของ (c ) เกิดขึ้นใน ตู้อบที่อุณหภูมิจาก 100 ถึง 180?ซ. แลที่ว่า เวลาในการบ่ม เป็นจาก 10 ถึง 0.5 นาที
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ที่มีลักษณะที่ว่าการบ่ม ด้วยความร้อนที่กล่าวแล้วเกิดขึ้นก่อนหน้าการบ่มด้วย แอมโมเนียม
20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1ถึงข้อ 19 ข้อหนึ่งข้อใด ที่มีลักษณะที่ว่า สับสเทรทที่บ่มแวนำเอาไปดำเนินการด้วย การดำเนินการต่อไปนี้อย่างน้อยหนึ่งอย่าง: (i) การทำให้ไม่ละลายต่อไปอีกของเรวินที่บ่มแล้วในสับสเทรท ที่ดำเนินการแล้ว (ii) การออกซิไดซ์ (iii) การล้างด้วยสารละลายเบส และการล้างด้วยน้ำและที่ว่า การออกซิไดซ์ (ii) ที่กล่าวแล้วทำโดยการใช้ตัวออกซิไดซ์ที่ มากเกินพอเป็นเวลาจาก 0.1 ถึง 10 นาที ที่อุณหภูมิจาก 0 ถึง 40 ?ซ. และที่ว่าตัวออกซิไดซ์ที่กล่าวแล้วเป็นสารละลาย น้ำของไฮโดรเจน เปอร์ออกไซด์ที่ความเข้มข้นจาก 0.5 ถึง 15% น้ำหนัก/น้ำหนัก หรือสารละลายน้ำโซเดียม เปอร์บอเรทที่มี ความเข้มข้นจาก 1 ถึง 10% น้ำหนัก/น้ำหนัก หรือที่ว่า นำ เอาสับสเทรทที่บ่มแล้วไปทำการออกวิไดซ์โดยวิธีของแก๊สที่มี ออกซิเจนโมเลกุลที่ดูดหรือเป่าผ่านสับสเทรท (ข้อถือสิทธิ 20 ข้อ, 6 หน้า, - รูป)
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH11163A true TH11163A (th) | 1992-06-01 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR950013034B1 (ko) | 직물의 방염 처리 방법 | |
| RU2141015C1 (ru) | Композиция для придания текстильному материалу антипиреновых и смягчающих ткань свойств, текстильный материал и способ получения композиции | |
| KR100277020B1 (ko) | 직물의 방염 및 방수처리 방법 | |
| US3995998A (en) | Method of polymerizing and fixing carboxyl-containing vinyl monomers in high conversion on fibrous substrates | |
| JPH04222276A (ja) | 有機繊維の基体を難燃化する方法 | |
| KR920005740A (ko) | 직물의 내염처리(flame retardant treatment)방법 | |
| US2828228A (en) | Textile fire retardant treatment | |
| US4296165A (en) | Antistatic natural and synthetic textile materials which have been treated with salts of orthophosphoric or polyphosphoric acid | |
| CA1036303A (en) | Flame retardant process for cellulosics | |
| KR920005741A (ko) | 직물의 내염처리(flame retardant treatment)방법 | |
| Welch et al. | Malic Acid as a Nonformaldehyde DP Finishing Agent Activated by BTCA and Polymer Additives. | |
| US4086385A (en) | Flame retarded textiles via deposition of polymers from oligomeric vinylphosphonate and polyamino compounds | |
| US3958932A (en) | Flame-resistant textiles through finishing treatments with vinyl monomer systems | |
| CN101542037A (zh) | 用于棉花的阻燃整理的方法 | |
| US4194032A (en) | Transfer techniques for producing flame retardant cotton fabrics | |
| JP2000096442A (ja) | セルロース系繊維布帛の加工方法 | |
| TH11162A (th) | การดำเนินการของผ้า | |
| TH10190A (th) | การดำเนินการกับผ้าเพื่อให้ทนทานต่อการติดไฟ | |
| CN121344925A (zh) | 一种耐水洗的阻燃纺织品及其制备方法 | |
| US3684559A (en) | Method of flame-proofing cellulosic materials and product produced thereby | |
| JPS6375181A (ja) | ポリエステル系繊維/セルロ−ス系繊維混布帛の防炎加工方法 | |
| JPS60155775A (ja) | セルロ−ス系繊維製品の難燃加工法 | |
| TH20957B (th) | การกระทำเพื่อให้มีสมบัติในการหน่วยการติดไฟแก่สิ่งทอ | |
| TH20153A (th) | การกระทำเพื่อให้มีสมบัติในการหน่วยการติดไฟแก่สิ่งทอ | |
| TH15398A (th) | การกระทำสิ่งทอให้มีความหน่วงไฟและมีความต้านทาน?ต่อน้ำ |