TH110417A - ระบบกำลัง - Google Patents

ระบบกำลัง

Info

Publication number
TH110417A
TH110417A TH0901004506A TH0901004506A TH110417A TH 110417 A TH110417 A TH 110417A TH 0901004506 A TH0901004506 A TH 0901004506A TH 0901004506 A TH0901004506 A TH 0901004506A TH 110417 A TH110417 A TH 110417A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
power
primary unit
mode
primary
power supply
Prior art date
Application number
TH0901004506A
Other languages
English (en)
Inventor
แอนดริว จอห์น เฟลส์ จูเลียน
ดับเบิลยู บาร์แมน เดวิด
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง
ฟิลิปส์ ไอพี เวนเจอร์ส บีวี
Filing date
Publication date
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นางสาวสุคนธ์ทิพย์ จิตมงคลทอง, ฟิลิปส์ ไอพี เวนเจอร์ส บีวี filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
Publication of TH110417A publication Critical patent/TH110417A/th

Links

Abstract

DC60 (31/05/54) การประดิษฐ์นี้จะจัดให้มีวิธีการและอุปกรณ์สำหรับลดการใช้กำลัง วิธีการหนึ่งจะรวมถึงการ ตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุ การระบุว่าวัตถุเป็นอุปกรณ์ที่ถูกต้องหรือไม่ และการจำกัดกำลังถ้ามัน ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ถูกต้อง อีกวิธีการหนึ่งจะรวมถึงการใช้ปริมาณกำลังต่ำกับหน่วยปฐมภูมิชั่วขณะเพื่อ ตรวจจับโหลด การจ่ายกำลังเพิ่มขึ้นเพื่อกำหนดว่ามันเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ และการ จำกัดกำลังถ้ามันไม่ใช่ อุปกรณ์สำหรับลดการใช้กำลังจะรวมถึงอินพุทกำลังสองตัว โดยที่อินพุทกำลัง ที่ต่ำกว่าจะจ่ายกำลังให้วงจรรับรู้ สวิตช์จะเลือกปลดแยกอินพุทกำลังที่สูงกว่าจากวงจรย่อยปฐมภูมิใน ระหว่างโหมดตรวจจับและเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่สูงกว่ากับวงจรย่อยปฐมภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง

Claims (62)

------27/02/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 29 หน้า ข้อถือสิทธิ
1. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่รวมต่อไปถึงการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องดังกล่าวต้องการกำลังหรือไม่โดย ตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ และการจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วย ปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าไม่มีอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องที่ปรากฏอยู่ต้องการ กำลัง
2. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวจะรวมถึงสัญญาณการสื่อสาร
3. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว หน้า 2 ของจำนวน 29 หน้า การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฎอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวเพียงพอที่จะสามารถมีการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิ
4. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่งการ ตรวจจับดังกล่าวจะใช้ปริมาณกำลังตํ่ากว่าพัลส์ของกำลังดังกล่าว
5. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 3 ที่ซึ่งการ ตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กที่บ่งชี การปรากฏอยู่ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความจุไฟฟ้า การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงมวล การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ที่บ่งชีการปรากฏอยู่ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลง แรงดันที่บ่งชีการปรากฏอยู่ของวัตถุ และการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงระดับแสงที่บ่งชีการปรากฏอยู่ ของวัตถุ
6. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยคูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ การรับการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวที่บ่งชีสถานะของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว และ ที่ซึ่งการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่หรือไม่ดังกล่าวจะเป็นพีงก์ชัน อย่างน้อยบางส่วนของสถานะดังกล่าวของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว หน้า 3 ของจำนวน 29 หน้า
7. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฎอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฎอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม,ปรากฎอยู่ และ ที่ซึ่งการตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุดังกล่าวจะรวมถึงการตรวจจับอย่างน้อยหนึ่ง อย่างของการเปลี่ยนแปลงจำนวนของวัตถุในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว และการ เปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุอย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่าในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าว
8. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม'ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งการตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุดังกล่าวและการจ่ายกำลังดังกล่าวจะใช้กำลัง จากแหล่งกำเนิดกำลังที่แตกต่างกัน
9. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว หน้า 4 ของจำนวน 29 หน้า การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฎอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งการตรวจจับดังกล่าวจะใช้กำลังจากชินส่วนเก็บพลังงาน และการจ่ายกำลังให้หน่วย ปฐมภูมิดังกล่าวเพียงพอที่จะถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวเพื่อที่จะอัดประจุแบตเตอรี่ อุปกรณ์ทุติยภูมิและให้กำลังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวโดยตรงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยตอบสนองต่อ การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่
10. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งการตรวจจับดังกล่าวจะใช้กำลังจากชินส่วนเก็บพลังงาน และทังการอัดประจุ ชิ้นส่วนเก็บพลังงานดังกล่าวใหม่และการจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวเพียงพอที่จะถ่ายโอน กำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวเพื่อที่จะอัดประจุแบตเตอรี่อุปกรณ์ทุติยภูมิและให้กำลังอุปกรณ์ ทุติยภูมิดังกล่าวโดยตรงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง ปรากฏอยู่
11. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว หน้า 5 ของจำนวน 29 หน้า การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฎอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฎอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม,โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม,ปรากฎอยู่ และ ที่ซึ่งการสื่อสารกับหน่วยช่วยเพื่อควบคุมกำลังที่จ่ายให้หน่วยช่วยดังกล่าว ตามฟิงก์ชัน ของการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฎอยู่หรือไม่ดังกล่าว
12. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชี้โหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฎอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่รวมต่อไปถึงการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องดังกล่าวต้องการกำลังหรือไม่โดย ตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ และการจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วย ปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าไม่มีอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องที่ปรากฏอยู่ต้องการ กำลัง
13. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ หน้า 6 ของจำนวน 29 หน้า การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม,โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฎอยู่ และ ที่ซึ่งการใช้ดังกล่าวของพัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะสร้าง สนามแม่เหล็กขนาดเล็กเพียงพอในลักษณะที่อุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวจะไม่สามารถจ่ายกำลังที่ เพียงพอให้วงจรไฟฟ้าของมันเพื่อยอมให้มีการสื่อสารกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว
14. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม,โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งกำลังดังกล่าวที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับดังกล่าวที่สูงกว่าพัลส์ของ กำลังตํ่าดังกล่าวจะรวมถึงสัญญาณการสื่อสาร
15. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ หน้า 7 ของจำนวน 29 หน้า การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวฒื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งกำลังดังกล่าวที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับดังกล่าวที่สูงกว่าพัลส์ของ กำลังตํ่าดังกล่าวเพียงพอที่จะสามารถมีการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิ
16. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 15 ที่ซึ่งการ จ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวเพื่อถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องดังกล่าว โดย ตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่
17. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชี้โหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ การรับการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวที่บ่งชีสถานะของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว และ ที่ซึ่งการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่หรือไม่ดังกล่าวจะเป็นพีงก์ชัน อย่างน้อยบางส่วนของสถานะดังกล่าวของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว
18. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ หน้า 8 ของจำนวน 29 หน้า การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชี้โหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฎอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฎอยู่ ที่ซึ่งการตรวจจับการปรากฎอยู่ของโหลดดังกล่าวจะรวมถึงการตรวจจับอย่างน้อยหนึ่ง อย่างของ การเปลี่ยนแปลงจำนวนของวัตถุในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว และ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุอย่างน้อยหนึ่งตัวหรือมากกว่าในบริเวณใกล้เคียงกับ หน่วยปฐมภูมิดังกล่าว
19. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมต้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวและระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวจะใช้กำลังจาก แหล่งกำเนิดกำลังที่แตกต่างกัน หน้า 9 ของจำนวน 29 หน้า
20. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม, การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวจะใช้กำลังจากชินส่วนเก็บพลังงาน และการจ่ายกำลังให้ หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวเพียงพอที่จะถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวเพื่อที่จะอัดประจุ แบตเตอรี่อุปกรณ์ทุติยภูมิและให้กำลังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวโดยตรงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดย ตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่
21. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชี้โหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยใเฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม'ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวจะใช้กำลังจากชิ้นส่วนเก็บพลังงาน และทั้งการอัดประจุ ชินส่วนเก็บพลังงานดังกล่าวใหม่และการจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวเพียงพอที่จะถ่ายโอน หน้า 10 ของจำนวน 29 หน้า กำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวเพื่อที่จะอัดประจุแบตเตอรี่อุปกรณ์ทุติยภูมิและให้กำลังอุปกรณ์ ทุติยภูมิดังกล่าวโดยตรงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง โดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง ปรากฏอยู่
22. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วย1ขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม,โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ และ ที่ซึ่งการสื่อสารกับหน่วยช่วยเพื่อควบคุมกำลังที่จ่ายให้หน่วยช่วยดังกล่าว ตามพังก์ชัน ของการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่หรือไม่ดังกล่าว
23. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวไต้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว หน้า 11 ของจำนวน 29หน้า ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะรวมถึง ชินส่วนอิมพีแดนซ์ ออสซิลเลเตอร์ที่ถูกเชื่อมต่อกับชิ้นส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าว โดยที่ออสซิลเลเตอร์ ดังกล่าวจะแปลงอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวเป็นกำลังกระแสสลับ ตัวตรวจจับค่ายอดสำหรับตรวจจับแรงดันค่ายอดคร่อมชินส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าว และ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ถูกโปรแกรมให้อ่านค่าของตัวตรวจจับค่ายอดเป็นช่วงๆ ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์ และกระตุ้นสวิตช์ดังกล่าวให้เลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่ง ดังกล่าวกับวงจรปฐมภูมิดังกล่าว
24. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 23 ที่รวมต่อไปถึงสวิตช์เพื่อเลือกต่อตัวตรวจจับค่ายอด ดังกล่าวและออสชิลเสเตอร์ดังกล่าวกับอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวสำหรับช่วงเวลาของการวัดเพื่อ ตรวจจับค่ายอด
25. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะรวมถึง วงจรออสซิลเลเตอร์ที่ถูกเลือกเชื่อมต่อกับขดลวดปฐมภูมิที่อยู่ภายในวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว และ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ถกโปรแกรมให้วัดความถี่ของวงจรออสซิลเลเตอร์ดังกล่าว หน้า 12 ของจำนวน 29 หน้า
26. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งชินส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าวจะรวมถึงขดลวดปฐมภูมิที่อยู่ในวงจรย่อยดังกล่าว สำหรับถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ และวงจรรับรู้ดังกล่าวจะรวมถึงสวิตช์เพื่อเลือกต่อขดลวด ปฐมภูมิดังกล่าวกับวงจรรับรู้ดังกล่าวสำหรับช่วงเวลาของการวัดเพื่อตรวจจับค่ายอด
27. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ หน้า 13 ของจำนวน 29 หน้า ที่ซึ่งวงจรรับรู้ตังกล่าวจะรวมถึงไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีตัวจับเวลาเฝืาระวังที่ทำให้ ไมโครโปรเซสเซอร์สามารถตื่นตัวเฉพาะในระหว่างการวัดวงจรรับรู้เท่านั้น
28. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ที่ซึ่งวงจรรับรู้ตังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ของเซนเซอร์ฮอลล์รีดสวิตช์ เซนเซอร์การเคลื่อนที่ สวิตช์ เซนเซอร์ความจุไฟฟ้า เซนเซอร์มวล เซนเซอร์แรงตัน และเซนเซอร์แสง
29. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ที่ซึ่งวงจรรับรู้ตังกล่าวจะถูกโปรแกรมให้ควบคุม สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งตังกล่าวกับหน่วยช่วย
30. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิตังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิตังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ตังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งตังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งตังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ตังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ตังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองตังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ตังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ตังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิตังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งตังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับตังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิตังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ตังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังตังกล่าว วงจรรับสำหรับรับการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าวที่บ่งชีสถานะของอุปกรณ์ ทุติยภูมิตังกล่าว และ ที่ซึ่งหน่วยระบุตังกล่าวจะกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าวถูกต้องหรือไม่ตามฟงก์ชัน อย่างน้อยบางส่วนของสถานะตังกล่าวของอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าว
31. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิตังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิตังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ตังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งตังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ หน้า 14 ของจำนวน 29 หน้า สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจะรวมถึงหน่วยระบุ และที่ซึ่งโดยตอบสนองต่อการ เชื่อมต่อดังกล่าวของอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าว หน่วยระบุดังกล่าวจะถูก โปรแกรมให้ระบุว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ หรือไม่ และโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่ กำลังที่จ่ายให้ วงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจะถูกจำกัดโดยการทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐม ภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว
32. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวไต้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจะรวมถึงหน่วยระบุ และที่ซึ่งโดยตอบสนองต่อการ เชื่อมต่อดังกล่าวของอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าว หน่วยระบุดังกล่าวจะถูก โปรแกรมให้ระบุว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวต้องการกำลังหรือไม, และโดยตอบสนองต่อการกำหนด หน้า 15 ของจำนวน 29 หน้า ว่าไม่มีอุปกรณ์ทุติยภูมิต้องการกำลัง กำลังที่จ่ายให้วงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจะถูกจำกัดโดยการทำให้ สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว
33. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวจะประกอบรวมด้วยชินส่วนเก็บพลังงาน และที่ซึ่ง ชินส่วนเก็บพลังงานดังกล่าวจะถูกอัดประจุใหม่ในขณะที่อินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวถูกเชื่อมต่อกับ วงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าว
34. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวได้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน หน้า 16 ของจำนวน 29 หน้า ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวจะประกอบรวมด้วยชิ้นส่วนเก็บพลังงาน
35. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม,ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งหน่วยระบุดังกล่าว ในระหว่างโหมดระบุดังกล่าวจะกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้องที่ตรวจจับได้ดังกล่าวต้องการกำลังหรือไม่
36. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง หน้า 17 ของจำนวน 29 หน้า วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้วงจรจ่ายกำลังโดยการเปิดสวิตช์ดังกล่าว การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การเช้าสู่โหมดที่แตกต่างกันเมื่อมีการตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ และ ที่ซึ่งโหมดจ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิโดยการปิดสวิตช์ดังกล่าว การระบุว่ามีอุปกรณ์ทุติยภูมิอยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ การคงอยู่ในโหมดจ่ายกำลังหรือเข้าสู่โหมดตรวจจับโดยขึนอยู่กับการระบุ
37. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยาเฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง หน้า 18 ของจำนวน 29 หน้า ชิ้นส่วนอิมพีแดนซ์ ออสซิลเลเตอร์ที่ถูกเชื่อมต่อกับชินส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าว โดยที่ออสซิลเลเตอร์ ดังกล่าวจะแปลงอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวเป็นกำลังกระแสสลับ ตัวตรวจจับค่ายอดสำหรับตรวจจับแรงดันค่ายอดคร่อมชินส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าว และ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ถูกโปรแกรมให้อ่านค่าของตัวตรวจจับค่ายอดเป็นช่วงๆ ตรวจจับ การเปลี่ยนแปลงอิมพีแดนซ์ และกระตุ้นสวิตซ์ดังกล่าวให้เลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับ วงจรปฐมภูมิดังกล่าว
38. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 37 ที่ซึ่งชินส่วนอิมพีแดนซ์ดังกล่าวจะรวมถึงขดลวด ปฐมภูมิที่อยู่ในวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวสำหรับถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ และวงจรรับรู้ ดังกล่าวจะรวมถึงสวิตซ์เพื่อเลือกต่อขดลวดปฐมภูมิดังกล่าวกับวงจรรับรู้ดังกล่าวสำหรับช่วงเวลาของ การวัดเพื่อตรวจจับค่ายอด
39. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตซ์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง วงจรออสซิลเลเตอร์ที่ถูกเลือกเชื่อมต่อกับขดลวดปฐมภูมิที่อยู่ภายในวงจรย่อยปฐมภูมิ ดังกล่าว และ ไมโครโปรเซสเซอร์ที่ถูกโปรแกรมให้วัดความถี่ของวงจรออสซิลเลเตอร์ดังกล่าว หน้า 19 ของจำนวน 29 หน้า
40. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบถุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่รวมต่อไปถึงสวิตช์เพื่อเลือกต่อตัวตรวจจับค่ายอดดังกล่าวและออสซิลเลเตอร์ดังกล่าว กับอินพุทกำลังที่สองดังกล่าวสำหรับช่วงเวลาของการวัดเพื่อตรวจจับค่ายอด
41. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแขกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม,ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน หน้า 20 ของจำนวน 29 หน้า ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งวงจรตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึงไมโครโปรเซสเซอร์ที่มีตัวจับเวลาเฝืาระวังที่ทำให้ ไมโครโปรเซสเซอร์สามารถตื่นตัวเฉพาะในระหว่างการวัดวงจรรับรู้เท่านัน
42. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 41 ที่ซึ่งวงจรตรวจจับตังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่ง อย่างของเซนเซอร์ฮอลล์รีดสวิตช์ เซนเซอร์การเคลื่อนที่ สวิตช์ เซนเซอร์แรงตัน และเซนเซอร์แสง
43. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังตังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับตังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว วงจรรับที่สามารถรับการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิตังกล่าวที่บ่งชีสถานะของอุปกรณ์ ทุติยภูมิดังกล่าว และ ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะรวมถึงวงจรระบุที่กำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว ถูกต้องหรือไม่ตามทัเงก์ชันอย่างน้อยบางส่วนของสถานะตังกล่าวของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว
44. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิตังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง หน้า 21 ของจำนวน 29 หน้า วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะรวมถึงหน่วยระบุ และที่ซึ่งโดยตอบสนองต่อวงจร ตรวจจับดังกล่าวที่ตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ โดยที่ หน่วยระบุดังกล่าวจะถูกโปรแกรมให้ ระบุว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ หรือไม่ และ โดยตอบสนองต่อความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง วงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าว
45. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังสำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่าย กำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับไต้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่าย กำลัง วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม หน้า 22 ของจำนวน 29 หน้า ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว และ ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังจากแหล่งกำเนิดกำลังสายเมนในระหว่างโหมด จ่ายกำลังและจะใช้กำลังจากแหล่งกำเนิดกำลังทุติยภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ
46. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การรับการสื่อสารจากอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวที่บ่งชีสถานะของอุปกรณ์ทุติยภูมิ ดังกล่าว และ หน้า 23 ของจำนวน 29 หน้า ที่ซึ่งการระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ ดังกล่าวจะเป็นหัเงก์ชันอย่างน้อยบางส่วนของสถานะดังกล่าวของอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว
47. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 46 ที่ซึ่งการ ตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กที่บ่งชี้ การปรากฏอยู่ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความจุไฟฟ้า การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงมวล การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ที่บ่งชีการปรากฏอยู่1ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลง แรงดันที่บ่งชีการปรากฏอยู่ของวัตถุ และการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงระดับแสงที่บ่งชีการปรากฏอยู่ ของวัตถุ
48. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย และ หน้า 24 ของจำนวน 29 หน้า ที่ซึ่งการตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุดังกล่าวจะรวมถึงการตรวจจับอย่างน้อยหนึ่ง อย่างของการเปลี่ยนแปลงจำนวนของวัตถุในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว และการ เปลี่ยนแปลงตำแหน่งของวัตถุหนึ่งตัวหรือมากกว่าในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว
49. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย และ ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังจากแหล่งกำเนิดกำลังที่แตกต่างกันในระหว่าง โหมดตรวจจับและโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว
50. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ หน้า 25 ของจำนวน 29 หน้า การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย และ ที่ซึ่งในระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว กำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลัง จากชิ้นส่วนเก็บพลังงาน และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึงการอัดประจุชินส่วนเก็บพลังงานดังกล่าวใหม่
51. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ หน้า 26 ของจำนวน 29 หน้า การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถูกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย และ ที่ซึ่งในระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังจากชินส่วน เก็บพลังงาน
52. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดย การใช้วงจรรับรู้ที่มีบริดจ์ในหน่วยปฐมภูมิเพื่อตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในการเหนี่ยวนำเนื่องจาก วัตถุ การส่งพัลส์ของกำลังไปยังวัตถุดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการตรวจจับการปรากฏอยู่ ของวัตถุดังกล่าวภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการส่งพัลส์ของกำลังดังกล่าวไปยังวัตถุดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่
53. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 52 ที่ซึ่งการ ตรวจจับดังกล่าวจะใช้กำลังที่ปริมาณตํ่ากว่ากำลังของพัลส์ดังกล่าว
54. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 52 ที่ซึ่งการ ตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งอย่างของการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กที่บ่งชี หน้า 27 ของจำนวน 29 หน้า การปรากฎอยู่ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงความจุไฟฟ้า การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงมวล การตรวจจับการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ที่บ่งชีการปรากฎอยู่ของวัตถุ การตรวจจับการเปลี่ยนแปลง แรงดันที่บ่งชีการปรากฎอยู่ของวัตถุ และการตรวจจับการเปลี่ยนแปลงระดับแสงที่บ่งชีการปรากฏอยู่ ของวัตถุ
55. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ การใช้พัลส์ของกำลังตํ่ากับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าว การตรวจจับว่ามีการดึงกำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่บ่งชีโหลดภายในบริเวณ ใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวหรือไม่ โดยการใช้วงจรรับรู้ที่มีบริดจ์ในหน่วยปฐมภูมิเพื่อ ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในการเหนี่ยวนำเนื่องจากวัตถุ การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าพัลส์ของกำลังตํ่าดังกล่าวเมื่อมี การตรวจจับโหลด การกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ ดังกล่าวหรือไม่โดยตอบสนองต่อการจ่ายกำลังดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าดังกล่าว การจำกัดกำลังที่จ่ายให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวโดยตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ ทุติยภูมิที่ถูกต้องไม่ปรากฏอยู่
56. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวตามข้อถือสิทธิข้อ 55 ที่ซึ่งการ จ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวเพื่อถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องดังกล่าว โดย ตอบสนองต่อการกำหนดว่าอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องปรากฏอยู่
57. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวไต้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย อินพุทกำลังที่หนึ่งสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดจ่ายกำลัง อินพุทกำลังที่สองสำหรับจ่ายกำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ที่ซึ่งอินพุทกำลังที่สอง ดังกล่าวจะให้กำลังน้อยกว่าอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าว วงจรย่อยปฐมภูมิที่รวมถึงวงจรสวิตช์ที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ สวิตช์ ที่แยกจากวงจรสวิตช์ดังกล่าว ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่ หนึ่งดังกล่าวกับวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าว และ วงจรรับรู้สำหรับตรวจจับการปรากฏอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิ โดยที่วงจรรับรู้ดังกล่าวไต้รับกำลังจากอินพุทกำลังที่สองดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะ หน้า 28 ของจำนวน 29 หน้า ทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรย่อยปฐมภูมิดังกล่าวจากอินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว
58. หน่วยปฐมภูมิตามช้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ของเซนเซอร์ฮอลล์รีดสวิตช์ เซนเซอร์การเคลื่อนที่ สวิตช์ เซนเซอร์ความจุไฟฟ้า เซนเซอร์มวล เซนเซอร์แรงดัน และเซนเซอร์แสง
59. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 57 ที่ซึ่งวงจรรับรู้ดังกล่าวจะถูกโปรแกรมให้ควบคุม สวิตช์ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่ออินพุทกำลังที่หนึ่งดังกล่าวกับหน่วยช่วย
60. หน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าว สามารถแขกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วย วงจรจ่ายกำลังที่รวมถึงวงจรสวิตช์สำหรับถ่ายโอนกำลังไร้สายไปยังอุปกรณ์ทุติยภูมิใน ระหว่างโหมดจ่ายกำลัง วงจรตรวจจับสำหรับตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วย ปฐมภูมิในระหว่างโหมดตรวจจับ หน่วยระบุสำหรับระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้เป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ใน ระหว่างโหมดระบุ สวิตช์ ที่แยกจากวงจรสวิตช์ดังกล่าว ที่สามารถทำงานเพื่อเลือกเชื่อมต่อและปลดแยก วงจรจ่ายกำลังดังกล่าวกับการจ่ายกำลัง และ วงจรควบคุมที่อยู่ภายในหน่วยปฐมภูมิที่ถูกโปรแกรมให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวทำงาน สลับกันในโหมดตรวจจับดังกล่าว โหมดระบุดังกล่าว และโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งวงจรควบคุม ดังกล่าวจะทำให้สวิตช์ดังกล่าวทำงานเพื่อปลดแยกวงจรจ่ายกำลังดังกล่าวจากการจ่ายกำลังดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวจะใช้กำลังในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าวน้อยกว่าในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว
61. หน่วยปฐมภูมิตามข้อถือสิทธิข้อ 60 ที่ซึ่งวงจรตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึงอย่างน้อยหนึ่ง อย่าง1ของเซนเซอร์ฮอลล์รีดสวิตช์ เซนเซอร์การเคลื่อนที่ สวิตช์ เซนเซอร์แรงดัน และเซนเซอร์แสง การตรวจจับ
62. วิธีการสำหรับลดการใช้กำลังในหน่วยปฐมภูมิที่สามารถถ่ายโอนกำลังไปยังอุปกรณ์ ทุติยภูมิ ซึ่งอุปกรณ์ทุติยภูมิดังกล่าวสามารถแยกจากหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวได้ โดยที่วิธีการดังกล่าวที่ ประกอบรวมด้วยขันตอนของ หน้า 29 ของจำนวน 29 หน้า การจัดให้มีหน่วยปฐมภูมิที่สามารถเลือกทำงานในโหมดตรวจจับ โหมดระบุ และโหมด จ่ายกำลัง การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวใน ระหว่างโหมดตรวจจับดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดตรวจจับดังกล่าวจะรวมถึง การจำกัดการจ่ายกำลังให้อย่างน้อยส่วนของหน่วยปฐมภูมิ การตรวจจับการปรากฎอยู่ของวัตถุภายในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยปฐมภูมิ การคงอยู่ในโหมดตรวจจับดังกล่าวหรือเข้าสู่โหมดระบุดังกล่าวโดยขึนอยู่กับการ ตรวจจับดังกล่าว การระบุวัตถุดังกล่าวในระหว่างโหมดระบุดังกล่าว ที่ซึ่งโหมดระบุดังกล่าวจะรวมถึง การระบุว่าวัตถุที่ตรวจจับได้ดังกล่าวเป็นอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้องหรือไม่ การเข้าสู่โหมดจ่ายกำลังดังกล่าวเมื่อมีการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ถูกต้อง การเข้าสู่โหมดตรวจจับดังกล่าวเมื่อเกิดความล้มเหลวในการระบุอุปกรณ์ทุติยภูมิที่ ถกต้อง การจ่ายกำลังไร้สายให้อุปกรณ์ทุติยภูมิในระหว่างโหมดจ่ายกำลังดังกล่าว ที่ซึ่งโหมด จ่ายกำลังดังกล่าวจะรวมถึง การจ่ายกำลังให้หน่วยปฐมภูมิดังกล่าวในระดับที่สูงกว่าในระหว่างโหมดตรวจจับ ดังกล่าว โดยในระดับกำลังที่สูงกว่าดังกล่าวเพียงพอสำหรับหน่วยปฐมภูมิดังกล่าวที่จะทำหน้าที่เป็น แหล่งจ่ายกำลังไร้สาย ------------
TH0901004506A 2009-10-02 ระบบกำลัง TH110417A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH110417A true TH110417A (th) 2011-09-15

Family

ID=

Cited By (1)

* Cited by examiner, † Cited by third party
Publication number Priority date Publication date Assignee Title
CN111880227A (zh) * 2019-05-03 2020-11-03 泰达电子股份有限公司 用于外物检测设备的传感器布置

Cited By (1)

* Cited by examiner, † Cited by third party
Publication number Priority date Publication date Assignee Title
CN111880227A (zh) * 2019-05-03 2020-11-03 泰达电子股份有限公司 用于外物检测设备的传感器布置

Similar Documents

Publication Publication Date Title
RU2011116999A (ru) Система электропитания
JP2012504931A5 (th)
JP6986104B2 (ja) 誘導結合型の電力伝送方法及びシステム
US8232793B2 (en) Method and apparatus of load detection for a planar wireless power system
US11050304B2 (en) Method and device for detecting a device in a wireless power transmission system
US20150380978A1 (en) Wireless charger
KR101255924B1 (ko) 저전력 무선 충전 장치 및 방법
KR101812444B1 (ko) 이물질감지기능이 있는 무선충전장치 및 무선충전장치의 이물질감지방법
JP6732779B2 (ja) 誘導電力送信器
TW201944698A (zh) 執行異物檢測的方法和裝置
EP2503663A1 (en) Method for controlling power transmission in wireless power transmission apparatus and wireless power transmission apparatus thereof
JP6158837B2 (ja) 電源装置
CN102782984A (zh) 非接触送电装置、非接触受电装置以及非接触充电系统
KR102023068B1 (ko) 무선 전력 전송 장치 및 무선 전력 전송 장치에서의 무선 전력 신호 전송 제어 방법
EP2600483A2 (en) Mobile device, power supply platform, and power supply method for mobile device
CA2887758C (en) Power supply for faulted circuit indicator
KR101046659B1 (ko) 휴대기기의 배터리 무선 충전 장치
KR20140052936A (ko) 정전용량형 센서 디바이스 및 정전용량형 센서 디바이스를 동작시키기 위한 방법
KR100976154B1 (ko) 입력전원에 따른 충전전류 제어기능을 갖는 무접점 충전 시스템
US9780604B1 (en) Inductive battery power transfer for powering wireless sensors for construction and agricultural equipment
JP2014187725A (ja) 電池内蔵機器
JP2012530518A (ja) 電気作動装置にパワー供給する供給ユニット及び方法
CN107482739A (zh) 一种电池感应充电装置及其系统与控制方法
CN111342559A (zh) 一种无线供电的电压控制方法及装置
JP2016136800A (ja) 送電装置、受電装置、非接触電力伝送システム、情報端末、座標入力装置及び座標入力システム