TH91144A - สารผสมขึ้นรูปเปลี่ยนสีด้วยแสงและสิ่งของที่ผลิตจากสารผสมนี้ - Google Patents

สารผสมขึ้นรูปเปลี่ยนสีด้วยแสงและสิ่งของที่ผลิตจากสารผสมนี้

Info

Publication number
TH91144A
TH91144A TH701000362A TH0701000362A TH91144A TH 91144 A TH91144 A TH 91144A TH 701000362 A TH701000362 A TH 701000362A TH 0701000362 A TH0701000362 A TH 0701000362A TH 91144 A TH91144 A TH 91144A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
polyamide
clause
mixtures
acid
transparent
Prior art date
Application number
TH701000362A
Other languages
English (en)
Other versions
TH67895B (th
Inventor
ลัมเบิร์ตส์ นิโคไล
เซเวอรีน บูห์เลอร์ ฟรีดริค
ฮาลา ราล์ฟ
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายบุญมา เตชะวณิช
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายบุญมา เตชะวณิช filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH91144A publication Critical patent/TH91144A/th
Publication of TH67895B publication Critical patent/TH67895B/th

Links

Abstract

DC60 (21/05/50) สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังอธิบาย, ซึ่งประกอบรวมด้วยสัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 50 ถึง 99% โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์, สัดส่วน โดยน้ำหนักจาก 1 ถึง 50% โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโพลีเมอร์ต่อมาโดยอุณหภูมิสถานะ แก้วต่ำกว่า 80 องศาเซลเซียส, และรวมถึงสัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 0.001 ถึง 2.0% โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุด หนึ่งสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสง สีย้อมต่อมาและ/หรือสารเติมแต่งที่อาจเลือกให้มีอยู่ การประดิษฐ์มากไป กว่านี้ได้รวมสิ่งของที่ผลิตได้, ตัวอย่างเฉพาะเป็นเลนส์สายตาเปลี่ยนสีด้วยแสง สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังอธิบาย, ซึ่งประกอบรวมด้วยสัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 50 ถึง 99 % โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโฮโมโพลีเอไมด์โมร่งใสและ / หรือโคโพลีเอไมด์, สัดส่วน โดยน้ำหนัก 1 ถึง 50 % โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโพลีเมอร์ต่อมาโดยอุณหภูมิสถานะ แก้วต่ำกว่า 80/ซ. และรวมถึงสัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 0.001 ถึง 2.0 % โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุด หนึ่งสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสง และ / หรือสารเติมแต่งที่อาจเลือกให้มีอยู่ การประดิษฐ์มากไป กว่านี้ได้รวมสิ่งของที่ผลิตได้, ตัวอย่างเฉพาะเป็นเลนส์สายตาเปลี่ยนสีด้วยแสง

Claims (1)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :------15/08/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 6 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด้ซึ่งประกอบรวมด้วย สัคส่วนโดยนี้าหนักจาก 50 ถึง 99% โดยนํ้าหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโฮโมโพลีเอไมด์ โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์, สัดส่วนโดยนี้าหนักจาก 1 ถึง 50% โดยนํ้าหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโพลีเมอร์ต่อมาโดย อุณหภูมิสถานะแก้วตํ่ากว่า 80?ช, สัดส่วนโดยนํ้าหนักจาก 0.001 ถึง 2.0% โดยนี้าหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งสีย้อมเปลี่ยนสี ด้วยแสง และรวมถึง, ที่อาจเลือกให้, สีย้อมต่อมาและ/หรือสารเติมแต่ง 2. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่อุณหภูมิสถานะ แก้วของโพลีเมอร์ต่อมาตํ่ากว่า 40?ซ, ที่ควรใช้ตํ่ากว่า 25?ซ 3. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยที่อุณหภูมิสถานะแก้วของโพลีเมอร์ต่อมาตํ่ากว่า 0?ซ, ที่ควรใช้ในช่วงจาก (-6QM-20)ซ 4. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังลือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดย โพลีเมอร์ต่อมาเป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของไซโคลอะลิฟาติกไดแอมีนและอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิสิก แอชิด ซึ่งมีจาก 6 ถึง 40 คาร์บอนอะตอม, ไซโคลอะลิฟาติกไดแอมีนที่ควรใช้เป็นบิส (4-อะมิโน-3- เมทิลไซโคลเฮกชิล)มีเทน (MACM) และ/หรือบิส (4-อะมิโนไชโคลเฮกชิล)มีเทน (PACM), และ โพลีเอไมด์ทั้งหมดที่ควรใช้โดยเฉพาะเป็นโพลีเอไมด์ที่ได้มาโดยโพลีเมอไรเซชันของบิส (4-อะมิโน- 3-เมทิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนกับกรด C-36 ไดคาร์บอกชิสิ (MACM36) และ/หรือโพลีเอไมด์ที่ได้มา โดยโพลีเมอไรเซชันของบิส (4-อะมิโนไซโคลเฮกชิล) มีเทนกับกรด C-36 ไดคาร์บอกชิลิก (PACM36), และ/หรือโดยโพลีเมอร์ต่อมาเป็นบล็อคโคโพลีเมอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, โดยอุณหภูมิ สถานะแก้วของส่วนย่อยนุ่มที่ควรใช้ตํ่ากว่า 40?ซ, ที่ควรใช้ตํ่ากว่า 25?ซ 5. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังลือสิทธิในข้อลือสิทธิข้อที่ 4, โดยที่โพลีเมอร์ต่อมาเป็น โพลีเอไมด์บล็อคโคโพลีเมอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, ที่ควรใช้โพลีเอไมด์-!2 บล็อคโคโพลีเมอร์, ส่วนย่อย นุ่ม ที่ควรใช้เป็นส่วนย่อยนุ่มโพลีอีเทอร์และ/หรือส่วนย่อยนุ่มโพลีเอสเทอร์และ/หรือส่วนย่อยนุ่ม โพลีชิลอกเชนและ/หรือส่วนย่อยนุ่มโพลีโอเลฟินและ/หรือส่วนย่อยนุ่มโพลีอะคริเลต, ส่วนย่อย หน้า 2 ของจำนวน 6 หน้า โพลีอีเทอร์ที่ควรใช้เป็นส่วนย่อยมีพื้นฐานของโมโนเมอร์เอทิลีนออกไซด์และ/หรือโพรพิลีนออกไซด์ และ/หรือเททระไฮโดรฟูแรน 6. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี, โดยที่ โพลีเมอร์ต่อมาเป็นโพลีเมอร์ถูกเลือกจากหมู่ต่อไปนี้: โพลีเอสเทอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, เทอร์โมพลาสติกโพลียูรีเทน (TPU) อีลาสโทเมอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, อะคริเลตโพลีเมอร์, เมทาคริเลต โพลีเมอร์, ที่ควรใช้โดยเฉพาะมีหมู่แขวนยาว, โพลีคาร์บอเนตโคโพลีเมอร์, สไตรีนโคโพลีเมอร์, ที่ ควรใช้มีพืนฐานอะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน, อะคริลิกเอสเทอร์, เมทาคริเลตเอสเทอร์, โพลีโอเลฟิน, กราฟท์โดยเฉพาะ, เอทิลีนโคโพลีเมอร์, โดยเฉพาะ มีพืนฐานของโพรพิน, บิวทีน, เพนทีน, เฮกซีน, ออคทีน, เดคีน, อันเดคีน, บิวทาไดอีน, สไตรีน, อะคริโลไนไทรล์, ไอโซพรีน, ไอโซบิวทิลีน, อนุพันธ์ของกรด (เมธ) อะคริลิก, ไวนิลอะซีเทต, เททระฟลูออโรเอทิลีน, ไวนิลิดีน ฟลูออไรด์, เฮกซาฟลูออโรโพรพิน, และ 2-คลอโรบิวทาไดอีน, โพลีไอโซบิวทิลีน, โพลีบิวทิลอะคริ เลต, และชนิดอื่นและของผสม 7. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนิ, โดยที่ สัดส่วนโดยนี้าหนักมีอยู่ในโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์จาก 70 ถึง 99% โดย นี้าหนัก, ที่ควรใช้โดยเฉพาะจาก 80 ถึง 98% โดยนำหนัก 8. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนิ, โดยที่ สัดส่วนโดยนำหนักมีอยู่ของโพลีเมอร์ต่อมาจาก 1 ถึง 30% โดยนำหนัก, ที่ควรใช้โดยเฉพาะจาก 2 ถึง 20% โดยนี้าหนัก 9. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนิ, โดยที่ โฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของไซโคลอะลิฟาติกไดแอ มีนและมีพื้นฐานของกรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกซึ่งมีจาก 6 ถึง 36 คาร์บอนอะตอมหรือเป็น ของผสมของโฮโมโพลีเอไมด์ดังกล่าวและ/หรือโคโพลีเอไมด์ 1 0. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 8, โดยที่ไซโคลอะลิฟาติก ไคแอมีนเป็น MACM และ/หรือ PACM 1 1. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 9 หรือข้อที่ 10 ข้อใดข้อ หนึ่ง,โดยที่กรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกเป็นกรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกซึ่งมี10,12หรือ 18 คาร์บอนอะตอม หน้า 3 ของจำนวน 6 หน้า 1 2. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมค์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 9 ถึงข้อที่ 11 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยที่โพลีเอไมด์โปร่งใสเป็นโฮโมโพลีเอไมด์ถูกเลือกจากหมู่ของบิส (4-อะมิโน-ร-เมทิลไซโคล เฮกซิล) มีเทนที่ถูกโพลีเมอไรช์ด้วยกรด C-12 ไคคาร์บอกชิลิก (MACM12), โพลีเอไมด์ที่ได้มาโดย โพลีเมอไรเซชันของบิส (4-อะมิโน-ร-เมทิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนกรด C-18 ไดคาร์บอกซิลิก (MACM18) และ/หรือเป็นโคโพลีเอไมด์ที่เลือกจากหมู่ของบิส (4-อะมิโน-ร-เมทิลไซโคลเฮกซิล) มีเทนและกรด C-12 ไดคาร์บอกชิลิกที่ถูกโคโพลีเมอไรซ์ด้วยบิส (4-อะมิโนไซโคลเฮกซิล) มีเทนและ กรด C-12 ไดคาร์บอกซิลิก (MACM12/PACM 12), บิส (4-อะมิโน-ร-เมทิลไซโคลเฮกซิล) มีเทนและ กรด C-18 ไดคาร์บอกซิลิกที่ถูกโคโพลีเมอไรช์ด้วยบิส (4-อะมิโนไซโคลเฮกซิล) มีเทนและกรด C-18 ไดคาร์บอกชิลิก (MACM18/PACM18) 1 3. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่ โฮโมโพลีเอไมด์ และ/หรือ โคโพลีเอไมด์โปร่งใสเป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของกรดอะโรเมดิกไดคาร์ บอกชิลิกซึ่งมีจาก 8 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม, หรือเป็นของผสมของโฮโมโพลีเอไมด้ และ/หรือโคโพลี เอไมด์ดังกล่าว, ที่ควรใช้มีพื้นฐานของแลคทัมและ/หรือกรดอะมิโนคาร์บอกซิลิก, กรดอะโรเมดิก ไดคาร์บอกซิลิกที่ควรใช้เป็นกรดเทเรฟทาลิก (TPA) และ/หรือกรดไอโซฟทาลิก (IPA) 1 4. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด้ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 13, โดยที่โฮโมโพลีเอไมด์ โปร่งใส และ/หรือโคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมค์เลือกจากหมู่ของ ะ โคโพลีเมอร์ที่ได้มาโดยโพลีเมอไร เซชันของเฮกชาเมทิลีนไดแเอมีนกับกรดไอโซฟทาลิกและเฮกซาเมทิลีนไดเแอมีนกับกรดเทเรฟทาลิก (6I6T), โพลีเมอร์ที่ได้มาโดยโพลีเมอไรเซชันของไตรเมทิลเฮกซาเมทิลีนไดแอมีนกับกรดเทเรฟทาลิก (TMDT), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจากเฮกซาเมทิลีนไดเแอมีนและกรดไอโซฟทาลิกที่ถูกโคโพลีเมอไรช์ ด้วยบิส (4-อะมิโน-ร-เมบิลไซโคลเฮกซิล)มีเทนและกรดไอโซฟ่ทาลิกรวมทั้งบิส (4-อะมิโน-ร-เมบิล ไซโคลเฮกซิล)มีเทนและกรดเทเรฟทาลิก (6I/MACMI/MACMT), โคโพลีเอไมค์ที่ได้มาจากเฮกซาเม บิลีนไคเแอมีนและกรดไอโซฟทาลิกที่ถูกโคโพลีเมอไรช์ด้วยเฮกซาเมบิลีนไดเแอมีนและ กรดเทเรฟทาลิกรวมทั้งบิส (4-อะมิโน-ร-เมบิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนและกรดไอโซฟทาลิก (6I/6T/MACMI), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจากบิส (4-อะมิโน-ร-เมบิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนและ กรดไอโซฟ่ทาลิกที่ถูกโคโพลีเมอไรซ์ด้วยบิส (4-อะมิโน-ร-เมบิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนและกรด C-36 ไดคาร์บอกซิลิก (MACMI/MACM36), โฮโมโพลีเอไมด้ที่ได้มาโดยการทำปฏิกิริยาเฮกชาเมบิลีนได เแอมีนกับกรดไอโซฟทาลิก (61), โคโพลีเอไมค์ที่ได้มาจากลอโรแลคทัมที่ถูกโคโพลีเมอไรช์ด้วย บิส (4-อะมิโนไซโคลเฮกซิล)มีเทนและกรดไอโซฟทาลิก (12/PACMI), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจาก หน้า 4 ของจำนวน 6 หน้า ลอโรแลคทัมที่ถูกโคโพลีเมอไรซ์ด้วยบิส (4-อะมิโน-ร-เมทิลไซโคลเฮกชิล)มีเทนและกรดไอโซฟทา ลิก (12/MACMI), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจากลอโรแลคทัมที่คูกโคโพณีมอไรซ์ด้วยบิส (4-อะมิโน-ร- ณทิลไซโคลเฮกซิล)มีเทนและกรดเทเรฟทาลิก (12MACMT), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจาก คาโพรแลคทัมที่ถูกโคโพลีเมอไรซ์ด้วยบิส (4-อะมิโนไชโคลเฮกซิล)มีเทนและกรดเทเรฟทาลิก (6/PACMT), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาจากคาโพรแลคทัมที่ถูกโคโพลีเมอไรซ์ด้วยเฮกชาเมทิลีนไดเแอมีน และกรดไอโซฟทาลิก (6/61), โคโพลีเอไมด์ที่ได้มาโดยโคโพลีเมอไรเซชันของคาโพรแลคทัมกับ ไอโซโฟโรนไดแอมีนและกรดเทเรฟทาลิก (6/IPDT), หรือของผสมโพลีเอไมด์ 1 5. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี, โดยที่ โฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใส และ/หรือ โคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง กรดคาร์บอกซิลิกและมีพืนฐานของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งไดแอมีนซึ่งมีวงแหวนอะโรเมดิก, ที่ควรใช้ มีพื้นฐานของเมตา-ซิลิลีนไดแอมีน (MXD) โดยกรดไดคาร์บอกซิลิกเป็นอะโรณดิก และ/หรือ อะลิฟาดิก, วัสดุที่ควรใช้ เป็นโพลีเมอร์ที่ได้มาโดยโคโพลีเมอไรเซชันของเฮกซาเมทิลีนไดเแอมีนกับ กรดไอโซฟทาลิกและณตา-ซิลิลีนไดแอมีนกับกรดไอโซฟทาลิก (6I/MXDI) 1 6. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมค์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อบี, โดยที่ ความหนืดสารละลาย (าๅre 1) ของโฮโมโพลีเอไมค์โปร่งใส และ/หรือ โคโพลีเอไมด์จาก 1.3 ถึง 2.0, โดยเฉพาะที่ควรใช้จาก 1.40 ถึง 1.85, และ/หรือ อุณหภูมิสถานะแก้ว Tg สูงกว่า 90?ซ, ที่ควรใช้สูงกว่า 110?ซ,ที่ควรใช้โดยเฉพาะสูงกว่า 130?ซ 1 7. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่ สีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสงเป็นสีย้อมซึ่งกระตุ้นผันกลับได้ด้วย UV หรือ VIS คลื่นสัน, ที่ควรใช้เป็น สีย้อมมีพื้นฐานของสไปโรออกซาซีน 1 8. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อบี, โดยที่ สารเดิมแต่งเป็นสารทำให้เสถียร, เช่น สารทำให้เสถียร UV, สารทำให้เสถียรด้วยความร้อน, หรือ ตัวจับอนุมูลอิสระ,และ/หรือเป็นสารช่วยกระบวนการ,พลาสดิไซเซอร์,หรือโพลีเมอร์ต่อมา, และ/หรือเป็นสารเดิมแต่งฟิงก์ชันนอล, ที่ควรใช้สำหรับการมีอิทธิพลต่อคุณสมบัติเชิงแสง, เช่น โดยเฉพาะดัชนีหักเห, หรือเป็นชนิดรวมหรือของผสมของสิ่งเหล่านัน 1 9. สิ่งของโปร่งใส ที่ควรคือปราศจากความขุ่นซึ่งมีอย่างน้อยที่สุดหนึ่งพืนที่หรือหนึ่ง ชั้นประกอบด้วยสารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อบี หน้า 5 ของจำนวน 6 หน้า 2 0. สิ่งของดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้สำหรับการใช้งานเชิงแสง ข้อกำหนดสูง, โดยการส่งผ่านมากกว่า 70%, ที่ควรใช้มากกว่า 80%, ในช่วงความยาวคลื่นจาก 500 ถึง 700 นาโนเมตร, และ/หรือความขุ่นตํ่ากว่า 5, ที่ควรใช้ตํ่ากว่า 3, สำหรับความหนาของชั้นประกอบด้วย สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ 2 มิลลิเมตร 2 1. สิ่งของดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 19 หรือข้อที่ 20 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งเป็น, แผ่น, โปรไฟล์, หลอด, วัตถุกลวง, หรือตัวกรองเปลี่ยนแปลงด้วยแสงหรือเลนส์เชิงแสง, ที่ควรใช้เป็นเลนส์ สายตา, โดยเฉพาะที่ควรใช้เป็นส่วนที่มีผลตัวกรองสเปคทรัม, เช่น ในรูปของเลนส์แว่นตา, เลนส์ กันแดด, เลนส์แก้สายตา, หรือตัวกรองเชิงแสง, หรือในรูปของชุดประกอบเปลี่ยนแปลงหรือ กระบวนการสัญญาณเชิงแสง แว่นตาเล่นสกี, ไวเซอร์, แว่นตานิรภัย, บันทึกแสง, จอภาพ, ตัวเก็บข้อมูลด้วยแสงหรือหน้าต่างอาคารและยานพาหนะหรือส่วนตกแต่งหรือกับส่วนโครงสร้าง, ตัวอย่างเช่น ในรูปของกรอบแว่นตา, ของเล่น, หรือตัวปิด, โดยเฉพาะในรูปของกล่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่, หนึ่งส่วนของอุปกรณ์อิเลคทรอนิก, สารเคลือบผิว, โดยเฉพาะบรรจุกัณฑ์, ของสิ่งของตกแต่ง, ของอุปกรณ์กีฬา, หรือตัวทุ้ม, ที่ควรใช้ในส่วนรถยนต์ 2 2. สิ่งของตังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 19 ถึงข้อที่ 21 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีเกรเดียนท์สี และ/หรือมีสารเคลือบผิวเปลี่ยนสีด้วยแสง, สารเคลือบผิวต่อด้านการสะท้อน, สารเคลือบผิวการขูด, สารเคลือบผิวตัวกรองเชิงแสง,สารเคลือบผิวการโพลาร์ไรซ์,สารเคลือบผิวการขวางกั้นออกซิเจน, หรือชนิดรวมของสารเคลือบผิวตังกล่าว 2 3. สิ่งของตังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 19 ถึงข้อที่ 22 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยอุณหภูมิ สถานะแก้วของพื้นที่หรือชั้นประกอบรวมด้วยสารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมต์สูงกว่า 90?ซ, ที่ควรใช้สูง กว่า 100?ซ, ที่ควรใช้โดยเฉพาะสูงกว่า 130?ซ 2 4. กระบวนการสำหรับการผลิตสิ่งของตังกล่าวถึงในข้อถือสิทธิข้อที่19ถึงข้อที่23 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบรวมด้วยการขึ้นรูปสารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมต์ตังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึงข้อที่ 18 ข้อใดข้อหนึ่งในกระบวนการอัดรัด, ในกระบวนการฉีดขึนรูป, หรือในกระบวนการ เคลือบผิวแบบ, ให้สิ่งของ, โดยสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสง, ถ้าเหมาะสม, นำเข้ามาในกระบวนการเคลือบ ผิวอ่างจุ่มส่วนหลังและ/หรือกระบวนการถ่ายโอนเชิงความร้อนลงในของผสมประกอบด้วย โพลีเอไมต์โปร่งใสและของโพลีเมอร์ต่อมาและโดยสิ่งของเปลี่ยนสีด้วยแสงเป็นแผ่นเปลี่ยนสีด้วย แสงซึ่งใช้ต่อสับสเตรท,ที่ควรใช้เลนส์ให้เปลี่ยนสีด้วยแสง,ทางการลามิเนตหรือการสร้างพันธะ ยึดติด หน้า 6 ของจำนวน 6 หน้า 2 5. กระบวนการสำหรับการผลิตสารขึ้นรูปที่มีสีแบบบัลค์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 23 โดยประกอบรวมด้วยการสร้างสารประกอบสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสงดัวยกันกับโฮโมโพลีเอไมด์ โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์และกับโพลีเมอร์ต่อมา, โดยสีย้อมสามารถเติมลงในรูปของ สารเข้มข้นของเหลวลงในสารหลอมเหลวโพลีเมอร์ที่ประกอบด้วยโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือ โคโพลีเอไมด์และโพลีเมอร์ต่อมากับการช่วยป็มส่งผ่านและ/หรือสีย้อมถูกนำไปใช้ในรูปของของแข็ง กับส่วนประกอบอื่นในดรัมผสม, และถ้าเหมาะสม ยังอาจใช้สารช่วยใช้งาน 2 6. กระบวนการสำหรับการผลิตสารขึ้นรูปมีสีแบบบัลค์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 24, โดยสีย้อมและโพลีเมอร์ต่อมาผ่านกระบวนการให้ชุดหลักมีความเข้มข้นสีที่ควรใช้จนถึง 30%, และปริมาณตามต้องการของชุดหลักนี้ผ่านกระบวนการด้วยโพลีเอไมด์โปร่งใส และ/หรือ โคโพลีเอไมด์ ในเครื่องอัดรีดให้เม็ดกลมหรือเปลี่ยนโดยตรงไปเป็นสารขึ้นรูปขั้นสุดท้ายในเครื่องฉีด ขึ้นรูป ------------ 1.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมค์ศึ่งประกอบรวมด้วย สัดส่วนโดยน้ำน้ำหนักจาก 50 ถึง 99% โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งโฮโมโพลีเอไมด์ โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์, สัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 1 ถึง 50% โดยน้ำหนักของอย่างที่สุดหนึ่งโพลีเมอร์ต่อมาโดย อุณหภูมิสถานะแก้วต่ำกว่า 80 ํซ, สัดส่วนโดยน้ำหนักจาก 0.001 ถึง 2.0% โดยน้ำหนักของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งสีย้อมเปลี่ยนสี ด้วยแสง และรวมถึง,ที่อาจเลือกให้, สีย้อมต่อมาและ/หรือสารเติมแต่ง 2. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่อุณหภูมิสถานะแก้วของ โพลีเมอร์ต่อมาต่ำกว่า 40 ํซ, ที่ควรใช้ต่ำกว่า 25 ํซ 3. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยที่ อุณหภูมิสถานะแก้วของโพลีเมอร์ต่อต่ำกว่า 0 ํ ซ, ที่ควรใช้ในช่วงจาก (-60)-(-20) ํซ 4. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยโพลีเมอร์ ต่อมาเป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของไซโคลอะลิฟาติกไดแอมและอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกแอซิค ซึ่งมาจาก 6 ถึง 40 คาร์บอนอะตอม, ไซโคลอะลิฟไดแอมมีนที่ควรใช้เป็น MACM และ/หรือ PACM, และโพลีเอไมด์ทั้งหมดที่ควรใช้โดยเฉพาะเป็น MACM36 และ/หรือ PAMC36, และ/หรือ โดย โพลีเมอร์ต่อมาเป็นบล็อคโคโพลีเมอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, โดยอุณหภูมิสถานะแก้วของส่วนย่อยนุ่มที่ ควรใช้ต่ำกว่า 40 ํซ, ที่ควรใช้ต่ำกว่า 25 ํซ 5.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมค์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิในข้อที่ 4, โดยที่โพลีเมอร์ต่อมาเป็น โพลี เอไมด์บล็อคโคโพลีเมอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, ที่ควรใช้โพลีเอไมด์-12 บล็อคโคโพลีเมอร์, ส่วนย่อย นุ่ม ที่ควรใช้ย่อยนุ่มโพลีอีเทอร์และ/หรือส่วนย่อยนุ่มโพลีเอสเทอร์และ/หรือส่วนย่อยนุ่ม โพลีซิลอกเซนและ/หรือส่วนย่อยนุ่มโพลีโอเลฟินและ/หรือสสว่นย่อยนุ่มโพลีอะคริเลต,ส่วนย่อย โพลีอีเทอร์ที่ควรใช้เป็นส่วนย่อยมีพื้นฐานของโมโนเมอรืเอทิลีนออกไซด์และ/หรือโพรพิลีนออกไวด์ และ/หรือเททระไฮโดรฟูเรน 6. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่โพลีเมอร์ ต่อมาเป็นโพลีเมอร์ถูกเลือกจากหมู่ต่อไปนี้ : โพลีเอสเทอร์ซึ่งมีส่วนย่อยนุ่ม, TPU อิลาสโทเมอร์ซึ่งมี ส่วนย่อย, อะคริเลตโพลีเมอร์,เมทาเลตโพลีเมอร์, ที่ควรใช้โดยเฉพาะมีหมู่แขวนยาว, โพลี คาร์บอเนตโคโพลีเมอร์, สไตรีนโคโพลีเมอร์, ที่ควรใช้มีพื้นฐานอะคริโลไนไทรล์, บิวทาไดอีน, อะคริ ลิกเอสเทอร์, เมทาคริเลตเอสเทอร์, โพลีโอเลฟิน, กราฟท์โดยเฉพาะ, เอทิลีนโคโพลีเมอร์, โดยเฉพาะ มีพื้นฐานของโพรฟิน, บิวทีน,เพนทีน,เฮกซีน,ออคทีน,เดคีน,อันเคคีน,บิวทาไดอีน,สไตรีน,อะคริ โลไนไทรล์,ไอโซพรีน, ไอโซบิวทิลีน, อนุพันธ์ของกรด(เมธ) อะคริ, ไวนิลอะซีเทต,เททระฟลู ออโรเอทิลีน, ไวนิลดีนฟลูออไรด์, เฮกซาฟลูออโรโพร, และ 2-คลอโนบิวทาไดอีน,โพลีไอโซ บิวทิลีน,โพลีบิวทินอะคริเลต, และ ชนิดอื่นและของผสม 7.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้,ดดยที่สัดส่วน โดยน้ำหนักมีอยู่ในโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์ 70 ถึง 99% โดยน้ำหนัก, ที่ ควรใช้โดยเฉพาะจาก 80 ถึง 98% โดยน้ำหนัก 8. สารผสมขึ้นรปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, ดดยที่สัดส่วน โดยน้ำหนักมีอยู่ของโพลีเมอร์ต่อมาจาก 1 ถึง 30% โดยน้ำหนัก, ที่ควรใช้โดยเฉพาะจาก 2 ถึง 20% โดยน้ำหนัก 9. สารผสมขึ้นรูปดพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่โฮโม โพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของไซโคลอะลิฟาติกไดแอมีน และ มีพื้นฐานของกรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกซึ่งมีจาก 6 ถึง 36 คาร์บอนอะตอมหรือเป็นของผสม ของโฮโมโพลีเอไมด์ดังกล่าวและ/หรือโคโพลีเอไมด์ 1 0. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 8, โดยที่ไซโคลอะลิฟาติก ไดแอมีนเป็น MACM และ/หรือ PACM 1 1.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 9 หรือข้อที่ 10 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยที่กรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกเป็นกรดอะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกซึ่งมี 10, 10, 14 หรือ 18 คาร์บอนอะตอม 1 2. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 9 หรือข้อที่ 11 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยที่โพลีเอไมค์โปร่งใสเป็นโฮโมโพลีเอไมด์ถูกเลือกจากหมู่ของ MACM12, MACM14, MACM18 และ/หรือเป็นโคโฑลีเอไมด์เลือกจากหมู่ของ MACM12/PACM12,MACM14/PAMC14, MACM18/PACM18 1 3. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้ โดยที่โฮโม โพลีเอไมด์และ/หรือโคโพลีเอไมค์โปร่งใสเป็นโพลีเอไมด์มีพื้นฐานของกรดอะโรเมติกไดคาร์บอก ซิลิกซึ่งมีจาก 8 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม, หรือเป็นของผสมของโฮโมโพลีเอไมด์และ/หรือโคโพลี เอไมด์ดังกล่าว, ที่ควรใช้มีพื้นฐานของแลคทัมและและ/หรือกรดอะมิโนคาร์บอกซิลิก, กรดอะโรเมติก ไดคาร์บอกซิลิกที่ควรใช้เป็น TPA และ/หรือ IPA 1 4. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 13,โดยที่โฮโมโพลีไมด์โปร่ง ใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมด์เลือกจากหมู่ของ : 6I6T, TMDT, 6I/MACMI/MACMT, 6I/6T/MACM, MACM/MACM36, 6I, 12/PACMI, 12MACMT, 6/PACMT, 6/6I, 6/IPDT, หรือของผสมโพลรเอไมด์ 1 5.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่โฮโม โพลีเอไมด์โปร่งและ/หรือโคโพลีเอไมด์เป็นโพลีเอไมด์เอไมด์มีพื้นฐานของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งกรด คาร์บอกซิลิคและมีพื้นฐานของอย่างน้อยที่สุดหนึ่งไดแอมีนซึ่งมีวงแหวนอะโรเมติก, ที่ควรใช้ มีพื้นฐานของ MXD โดยกรดไดคาร์บอกซิลิกเป็นอะโรเมติกและ/หรืออะลิฟาติก, วัสดุที่ควรใช้ เป็น 6I/MXDI 1 6. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่ความ หนืดสารละลาย ((สูตร)rel) ของโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/โคโพลีเอไมด์จาก 1.3 ถึง 2.0 โดย เฉพาะที่ควรใช้จาก 1.40 ถึง 1.85 และ/หรืออุณหภูมิสถานะแก้ว Tg สูงกว่า 90 ํซ, ที่ควรใช้สูงกว่า 110 ํซ, ที่ควรใช้โดยเฉพาะสูงกว่า 130 ํซ 1 7. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่สารเติม เปลี่ยนสีด้วยแสงเป็นสีย้อมซึ่งกระตุ้นผันกลับได้ด้วย UV หรือ VIS คลื่นสั้น, ที่ควรใช้เป็นสีย้อม มีพื้นฐานของสไปรอกซาซีน 1 8. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่สารเติม แต่งเป็นสารทำให้เสถียร, เช่น สารทำให้เสถียร UV, สารทำให้เสถียรด้วยความร้อน, หรือตัวจับอนุมูล อิสร, และ/หรือเป็นสารช่วยกระบวนการ,พลาสติไซเซอร์, หรือโพลีเมอรืต่อมา, และ/เป็นสาร เติมแต่งฟังก์ชันนอล, ที่ควรใช้สำหรับการมีอิทธิพลต่อคุณสมบัติเชิงแสง, เช่น โดยเฉพาะดัชนีหักเห, หรือเป็นชนิดรวมหรือของผสม 1 9.สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้,ซึ่งประกอบ รวมด้วยโพลีเอไมด์-12, ที่ควรใช้โพลีเอไมด์-12 ความหนืดต่ำ 2 0. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 19, โดยที่ความหนืดสารละลาย ((สูตรเคมี)rel) ของโพลีเอไมด์-12 ความหนืดต่ำจาก 1.5 ถึง 2, ที่ควรใช้จาก 1.6 ถึง 1.9 2 1. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้,ซึ่งประกอบ รวมด้วยโพลีเอไมด์โอลิโกเมอร์, ที่ควรใช้โดยเฉพาะโพลีเอไมด์-12 โอลิโกเมอร์ 2 2. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 21, โดยที่โพลีเอไมด์โอกิโกเมอร์ ดป็นโพลีไมด์-12 โอลิโกเมอร์โดยมวลโดยโมลเฉลี่ยจาก 1500 ถึง 2500 กรัม/โมล, ที่ควรใช้มีส่วน ใหญ่หมู๋ปลายอัลคิลไม่คงบแน่น 2 3. สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้, โดยที่อัตรา ส่วนของความหนืดสารละลาย ((สูตรเคมี)rel) ของโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและหรือโคโพลีเอด์และของ โพลีเมอร์ต่อมาโดยอุณหภูมิสถานะแก้วต่ำกว่า 80 ํซ ต่ำกว่า 1.2, โดยเฉพาะต่ำกว่า 1.1 2 4. สิ่งของปกติปราศจากความขุ่นโปร่งใสซึ่งมีอย่างน้อยที่สุดหนึ่งพื้นที่หรือชั้นประกอบด้วย สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิขเอใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้ 2 5. สิ่งของดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งก่อนข้อนี้สำหรับการใช้งานเชิงแสงข้อ กำหนดสูง, โดยการส่งผ่านมากกว่า 70%, ที่ควรใช้มากกว่า 80%, ในช่วงความยาวคลื่นจาก 500 ถึง 700 นาโนเมตร, และ/หรือความขุ่นต่ำกว่า 5, ที่ควรใช้ต่ำกว่า 3, สำหรับความหนาของชั้นประกอบด้วย สารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์ 2 มิลลิเมตร 2 6. สิ่งของดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 24 หรือข้อที่ 25 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งเป็น, แผ่น, โครง ร่าง, หลอด, วัตถุกลวง, หรือฟิลเตอร์เผลี่ยนแปลงด้วยแวงหรือเลนส์เชิงแวง, ที่ควรใช้เป็นเลนส์ สายตา, โโยเฉพาะที่ควรใช้เป็นส่วนที่มีผลฟิลเตอร์สเปคทัม, เช่น ในรูปของเลนส์แว่นตา, เลนส์ กันแดด, เลนส์แก้สายตา, หรือฟิลเตอร์เชิงแสง, หรือในรูปของชุดประกอบเปลี่ยนแปลงหรือกระบวน การสัญญาณเชิงแสง แว่นตาเล่นสกี, ไวเซอร์, แว่นตานิรภัย, บันทึกแสง, จอภาพ, คัวเก็บข้อมูลด้วย แสงหรือหน้าต่างอาคารและยานพาหนะหรือส่วนตกแต่งหรือกับส่วนโครงสร้าง, ตัวอย่างเช่น ในรูป ของกรอบแว่นตา, ของเล่น, หรือตัวปิด, โดยเฉพาะในรูปของกล่องโทรศัพท์เคลื่อนที่, หนึ่งส่วนของ อุปกรณ์อิเลคทรอนิก, สารเคลือบผิว, โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์, ของสิ่งของตกแต่ง, ของอุปกรณ์กีฬา, หรือตัวหุ้ม, ที่ควรใช้ในส่วนรถยนต์ 2 7. สิ่งของดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 24 ถึงข้อที่ 26 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งมีเกรเดียนท์สีและ/ หรือมีสารเคลือบผิวเปลี่ยนสีด้วยแสง, สารเคลือบผิวต่าต้านการสะท้อน, สารเคลือบผิวการขูด สาร เคลือบผิวตัวกรองเชิงแสง, สารเคลือบผิวการโพลาร์ไรซ์, สารเคลือบผิวการขวางกั้นออกซิเจน, หรือ ชนิดรวมของสารเคลือบผวดังกล่าว 2 8. สิ่งของดังถือสิทธฺ ในข้อถือสิทธิข้อที่ 24 ถึงข้อที่ 27 ข้อใดข้อหนึ่ง, โดยอุณหภูมิสถานะ แก้วของพื้นที่หรือชั้นประกอบรวมด้วยสารผสมขึ้นรูปโพลีเอไมด์สูงกว่า 90 ํซ, ที่ควรใช้สูงกว่า 100 ํซ, ที่ควรใช้สูงกว่า 130 ํซ 2 9. กระบวนการสำหรับการผลิตสิ่งของดังกล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 24 ถึงข้อ 28 ข้อใด ข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบรวมด้วยการขึ้นสารผสมขึ้นรูผโพลีเอไมด์ดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง ข้อที่ 23 ข้อใดข้อหนึ่งในกระบวนการการอัดรีด, ในกระบวนการฉีดขึ้นรูป, หรือในกระบวนการเคลือบผิว แบบ, ให้สิ่งของ, โดยสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสง, ถ้าเหมาะสม นำเข้ามาในกระบวนการเคลือบผิมอ่างจุ่ม ส่วนหลังและ/หรือกระบวนการถ่ายโอนเชิงความร้อนลงในของผสมประกอบด้วยโพลีเอไมด์โปร่งใส และของโพลีเอเมอร์ต่อมาและโดยสิ่งของเปลี่ยนสีด้วยแสงเป็นแผ่นเผลี่ยนสีด้วยแสงซึ่งใช้ต่อ สับสเตรท, ที่ควรใช้เลนส์ให้เปลี่ยนสีด้วยแสง, ทางการลามิเนตหรือการสร้างพันธะยึดติด 3 0.กระบวนการสำหรับการผลิตสิ่งของมีสีทั้งหมดดังถือสิทธิในข้อถือสิทธฺข้อที่ 28 โดย ประกอบด้วยสร้างสารประกอบสีย้อมเปลี่ยนสีด้วยแสงด้วยกันกับไฮโมโพลีเอด์โปร่งใสและ/ หรือโคโพลีเอไมด์และกับโพลีเมอร์ต่อมา, โดยสีย้อม, เติมลงในรูปของสารเข้มข้นของเหลวลงในสาร หลอมเหลวโพลีเมอร์ประกอบด้วยโฮโมโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์และโพลีเมอร์ ต่อมากับช่วยการปั๊มส้งผ่นและ/หรือสีย้อมผ้าในรูปของแข็งใช้ต่อส่วนประกอบอื่นในดรัมผสม, และโดย, การใช้แาจสร้าง, ถ้าเหมาะสม, สารช่วยใช้งาน 3
1. กระบวนการสำหรับการผลิตสารขึ้นรูปมีสีดังถือสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 29, โดยสีย้อม และโพลีเมอร์ต่อมาผ่านกระบวนการใช้ชุดหลักมีความเข้มข้นสีที่ควรใช้จนถึง 30% และปริมาตรตาม ต้องการของชุดหลักนี้ผ่านกระบวนการด้วยโพลีเอไมด์โปร่งใสและ/หรือโคโพลีเอไมด์ในเครื่องอัดรีด ให้เม็ดกลมหรือเปลี่นโดยตรงไปเป็นสารขึ้นรูปขั้นสุดท้ายในเครื่องฉีดขึ้นรูป
TH701000362A 2007-01-26 สารผสมขึ้นรูปเปลี่ยนสีด้วยแสงและสิ่งของที่ผลิตจากสารผสมนี้ TH67895B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH91144A true TH91144A (th) 2008-08-29
TH67895B TH67895B (th) 2019-02-04

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US7993755B2 (en) Photochromic molding compositions and articles produced therefrom
TWI409297B (zh) 光致變色模塑組成物及由其製造的物品
CN1507466B (zh) 用于制备光学透镜的聚酰胺模塑化合物
US20070128442A1 (en) Materials composites of a moulded article of transparent or translucent dyeable plastics moulding compounds
US6943231B2 (en) Transparent polyamide molding materials having improved transparency, resistance to chemicals and high permanent fatigue strength
CN101058670B (zh) 透明聚酰胺模制组合物
JP2009030053A5 (th)
CN103333334A (zh) 抗刮伤、透明且坚韧的共聚多酰胺模塑复合物、由其制造的模塑制品及其用途
FR3027908A1 (th)
TH91144A (th) สารผสมขึ้นรูปเปลี่ยนสีด้วยแสงและสิ่งของที่ผลิตจากสารผสมนี้
TH67895B (th) สารผสมขึ้นรูปเปลี่ยนสีด้วยแสงและสิ่งของที่ผลิตจากสารผสมนี้
CN113166537B (zh) 透明聚合物组合物
KR102578097B1 (ko) 내스크래치성과 내충격성이 개선된 pmma계 수지 및그의 제조방법
TH59746B (th) สารผสมเพื่อการหล่อขึ้นรูปโฟโตโครมิคและสิ่งของที่ผลิตจากที่นั้น
TH108126A (th) สารผสมเพื่อการหล่อขึ้นรูปโฟโตโครมิคและสิ่งของที่ผลิตจากที่นั้น
HK1126808B (en) Photochrome moulding composition and objects made therefrom
KR20250110585A (ko) 아라미드를 포함하는 소프트 콘택트렌즈용 조성물 및 이를 이용한 소프트 콘택트렌즈의 제조 방법
HK1111188B (en) Photochromic moulding compositions and articles made therefrom