21. องค์ประกอบสเลอร์รีของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งปริมาณทั้งหมดของของแข็งในองค์ประกอบ สเลอร์รีดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ 10ถึง35เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักบนพื้นฐานเฉลี่ยโดยเวลาและเฉลี่ยโดย ปริมาตร ------------ 1) ส่วนประกอบของกรดเทอเรพทาลิกดิบ (CTA) ซึ่งประกอบด้วยชุดของอนุภาค CTA ของแข็ง ที่ถูกดึงออกจากเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันซึ่งอนุภาค CTA ดังกล่าวถูกก่อตัวขึ้นบางส่วนเป็นอย่างน้อยภาย ในนั้น โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมาก กว่า: (a) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-ไดคาร์บอกซีสทิลบีน (4,4-DCS), (b) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 400 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (IPA), (c) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,6- DCF), (d) มีเปอร์เซ็นต์ทรานสมิตแทนซ์ค่าหนึ่งที่ 340 นาโนเมตร (%T340) มากกว่าประมาณ 25 2) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-DCS 3) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 400 ppmw ของ IPA 4) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-DCF 5) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวมี %T340 ค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 25 6) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-DCS, น้อยกว่าประมาณ 400 ppmw ของ IPA, น้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-DCF, และมี %T340 ค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 25 7) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 6 ppmw ของ 4,4-DCS 8) ส่วนประกอบ CTA ของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 200 ppmw ของ IPA 9) ส่วนประกอบของกรดเทอเรพทาลิกดิบ (CTA) ซึ่งประกอบด้วยชุดของอนุภาค CTA ของแข็ง ที่ถูกดึงออกจากเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันซึ่งอนุภาค CTA ดังกล่าวถูกก่อตัวขึ้นบางส่วนเป็นอย่างน้อยภาย ในนั้น โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมาก กว่า: (a) มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 150 ไมครอน, (b) ละลายใน 1 นาทีจนมีความเข้มข้นค่าหนึ่งอย่างน้อยประมาณ 500 ppm ใน THF เมื่อ ถูกนำเข้าสู่กับการทดสอบการละลายที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามในที่นี้, (c) มีพื้นที่ผิว BET เฉลี่ยค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 0.6 ตารางเมตรต่อกรัม 10) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีขนาด อนุภาคเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 150 ไมครอน 11) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวละลาย ในหนึ่งนาทีจนมีความเข้มข้นค่าหนึ่งอย่างน้อยประมาณ 500 ppm ใน THF เมื่อถูกนำเข้าสู่การทดสอบ การละลายที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามในที่นี้ 12) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีพื้นที่ ผิว BET เฉลี่ยค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 0.6 ตารางเมตรต่อกรัม 13) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีขนาด อนุภาคเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 150 ไมครอน, ละลายในหนึ่งนาทีจนมีความ เข้มข้นค่าหนึ่งอย่างน้อยประมาณ 500 ppm ใน THF เมื่อถูกนำเข้าสู่การทดสอบการละลายที่ถูกจับเวลา ซึ่งถูกนิยามในที่นี้, และมีพื้นที่ผิว BET เฉลี่ยค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 0.6 ตารางเมตรต่อกรัม 14) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมี ลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมาก กว่า: (i) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-ไดคาร์บอกซีสทิลบีน (4,4-DCS), (ii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 400 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (IPA), (iii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,6- DCF), (iv) มีเปอร์เซ็นต์ทรานสมิตแทนซ์ค่าหนึ่งที่ 340 นาโนเมตร (%T340) มากกว่าประมาณ 25 15) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วย: (a) การออกซิไดซ์พารา-ไซลีนในเฟสของเหลวของตัวกลางการทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสซึ่งถูก บรรจุอยู่ในบริเวณของการทำปฏิกิริยาหนึ่งที่มีอย่างน้อย 1 เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชัน ปฐมภูมิ, และ (b) การดึงสเลอร์รีออกซึ่งประกอบด้วยมาเธอร์ลิควอร์ที่เป็นของเหลวและอนุภาคกรดเทอเรพ- ทาลิก (CTA) ดิบที่เป็นของแข็งจากบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว โดยที่ตัวอย่างที่ เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (i) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-ไดคาร์บอกซีสทิลบีน (4,4- DCS), (ii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 400 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (IPA), (iii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,6-DCF), (iv) มีเปอร์เซ็นต์ทรานสมิตแทนซ์ค่าหนึ่งที่ 340 นาโนเมตร (%T340) มากกว่า ประมาณ 25 16) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของสเลอร์รีดังกล่าวมีลักษณะ เฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมาก กว่า: (v) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 9,000 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (IPA), (vi) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 3,000 ppmw ของกรดพทาลิก (PA), (vii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 3,000 ppmw ของกรดไตรเมลลิทิก (TMA), (viii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 3,000 ppmw ของกรดเบนโซอิก (BA) 17) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดัง กล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 6 ppmw ของ 4,4-DCS 18) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดัง กล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 200 ppmw ของ IPA 19) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดัง กล่าวประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 50 ppmw ของ 2,6-DCF 20) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดังกล่าวของอนุภาค CTA ดัง กล่าวมี %T340 ค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 50 21) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันปฐมภูมิดังกล่าว คือ เครื่อง ปฏิกรณ์แบบบับเบิลคอลัมน์ 22) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่พารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยา ดังกล่าวในลักษณะหนึ่งซึ่งทำให้เมื่อบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวถูกแบ่งส่วนตามทฤษฎีออกเป็น 4 ควอดแรนต์ในแนวตั้งที่มีปริมาตรเท่ากันโดยระนาบ 1 คู่ในแนวตั้งที่ตัดกัน ไม่มากไปกว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวใน 1 ควอดแรนต์ เดี่ยวของควอดแรนต์ในแนวตั้งดังกล่าว 23) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่อย่างน้อย 1 ส่วนของบริเวณของการทำปฏิกิริยา ดังกล่าวถูกกำหนดโดย 1 ผนังข้างหรือมากกว่าที่ตั้งขึ้นตรงของเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าว โดยที่อย่างน้อย ปะมาณ 25 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวที่ 1 ตำแหน่งหรือมากกว่าที่มีช่องว่างแบบเข้าข้างในอย่างน้อย 0.05D จากผนังข้างที่ตั้งขึ้นตรงดังกล่าว โดยที่ บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวมีเส้นผ่าศูนย์กลางสูงที่สุดค่าหนึ่ง (D) 24) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 15 โดยที่กระบวนการดังกล่าวประกอบเพิ่มเติมด้วยการนำอย่าง น้อย 1 ส่วนของอนุภาค CTA ดังกล่าวเข้าสู่ออกซิเดชันในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบทุติยภูมิ 25) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบ ทุติยภูมิดังกล่าวถูกกระทำที่อุณหภูมิเฉลี่ยค่าหนึ่งอย่างน้อยประมาณ 10 ํC สูงกว่าการออกซิไดซ์ดังกล่าว ในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันปฐมภูมิดังกล่าว 26) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบ ทุติยภูมิดังกล่าวถูกกระทำที่อุณหภูมิเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 80 ํC สูงกว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบปฐมภูมิดังกล่าว โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวในเครื่อง ปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบปฐมภูมิดังกล่าวถูกกระทำที่อุณหภูมิเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 140 ถึง ประมาณ 180 ํC โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันแบบทุติยภูมิดังกล่าวถูกกระทำ ที่อุณหภูมิเฉลี่ยค่าที่หนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 180 ถึงประมาณ 220 ํC 27) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วยการออกซิไดซ์พารา-ไซลีนในเฟสของเหลวของตัวกลางการทำ ปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุอยู่ในบริเวณของการทำปฏิกิริยาของเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันเริ่มต้นเพื่อให้ ก่อตัวในที่นั้นเป็นกรดเทอเรพทาลิกดิบและกรดเบนโซอิก โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำในลักษณะ หนึ่งที่ทำให้อัตราส่วนของอัตราการก่อตัวของกรดเทอเรพธาลิกดิบดังกล่าวต่ออัตราของการสร้างขึ้นสุทธิของ กรดเบนโซอิกมีค่าอย่างน้อยประมาณ 700:1 โดยน้ำหนัก 28) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่อัตราส่วนของอัตราการก่อตัวของกรดเทอเรพทาลิกดิบ ดังกล่าวต่ออัตราของการสร้างขึ้นสุทธิของกรดเบนโซอิกมีค่าอย่างน้อยประมาณ 1,100:1 โดยน้ำหนัก 29) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่อัตราส่วนของอัตราการก่อตัวของกรดเทอเรพทาลิกดิบ ดังกล่าวต่ออัตราของการสร้างขึ้นสุทธิของกรดเบนโซอิกมีค่าอย่างน้อยประมาณ 4,000:1 โดยน้ำหนัก 30) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้เกิดการก่อตัวของกรด เบนโซอิกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง โดยที่กรดเบนโซอิกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองดังกล่าว คือ กรดเบนโซอิกที่ถูกก่อตัว ขึ้นจากพารา-ไซลีน โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำในลักษณะหนึ่งซึ่งทำให้อัตราส่วนของอัตราการ ก่อตัวของกรดเทอเรพทาลิกดิบดังกล่าวต่ออัตราการก่อตัวของกรดเบนโซอิกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองดังกล่าวมีค่า อย่างน้อยประมาณ 500:1 โดยน้ำหนัก 31) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่ตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวประกอบด้วยปริมาตร ต่อเนื่อง 20 เปอร์เซ็นต์ที่แยกกันชัดเจนที่หนึ่งซึ่งมีอัตราของออกซิเจนสเปซไทม์ (ออกซิเจน-STR) ที่หนึ่ง และปริมาตรต่อเนื่อง 20 เปอร์เซ็นต์ที่แยกกันชัดเจนที่หนึ่งซึ่งมีอัตราของออกซิเจนสเปซไทม์ที่สอง โดยที่ อัตราส่นของออกซิเจน-STR ที่หนึ่งดังกล่าวต่อ ออกซิเจน-STR ที่สองดังกล่าวมีค่าอย่างน้อยประมาณ 1.5:1 32) กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่ปริมาตรโดยรวมของตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าว มีแก๊สโฮลด์อัพอย่างน้อยประมาณ 0.4 บนพื้นฐานเฉลี่ยเชิงเวลาและเฉลี่ยเชิงปริมาตร 33) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำในลักษณะหนึ่งที่ทำ ให้เมื่อบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวถูกแบ่งส่วนทางทฤษฎีออกเป็น 2,000 แผ่นบางในแนวนอนที่ แยกกันชัดเจนที่มีปริมาตรเท่ากัน น้อยกว่า 120 ของแผ่นบางในแนวนอนดังกล่าวมีแก๊สโฮลด์อัพน้อยกว่า 0.3 บนพื้นฐานเฉลี่ยเชิงเวลาและเฉลี่ยเชิงปริมาตร 34) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่ตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวมีความสูงมากที่สุด ค่าหนึ่ง (H), ความกว้างมากที่สุดค่าหนึ่ง (W), และอัตราส่วนของ H:W ค่าหนึ่งที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 3:1 35) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 34 โดยที่อัตราส่วนของ H:W ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 8:1 ถึงประมาณ 20:1 36) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 34 โดยที่กระบวนการดังกล่าวประกอบเพิ่มเติมด้วยการนำ กระแสป้อนที่มีเฟสของเหลวอย่างเด่นชัดซึ่งประกอบด้วยพารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยา ดังกล่าว 37) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่อย่างน้อย 1 ส่วนของกระแสป้อนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณ ของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวที่ความเร็วซูเปอร์ฟิเชียลที่ทางเข้ามีค่าอย่างน้อยประมาณ 2 เมตรต่อวินาที 38) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวถูกนำเข้าสู่บริเวณของการทำ ปฏิกิริยาดังกล่าวโดยผ่านชุดหนึ่งของช่องเปิดของสารป้อน โดยที่อย่างน้อย 2 ช่องเปิดของช่องเปิดของสาร ป้อนดังกล่าวถูกเว้นช่องว่างในแนวตั้งซึ่งกันและกันอย่างน้อยประมาณ 0.5 W 39) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวและกระแสออกซิแดนต์ดังกล่าว ถูกนำเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวในลักษณะหนึ่งซึ่งทำให้เมื่อบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว ถูกแบ่งส่วนทางทฤษฎีออกเป็น 4 ควอดแรนต์ในแนวตั้งที่มีปริมาตรเท่ากันโดยระนาบ 1 คู่ในแนวตั้งที่ตัด กัน ไม่มากกว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยา ดังกล่าวในหนึ่งควอดแรนต์เดี่ยวของควอดแรนต์ในแนวตั้งดังกล่าว และไม่มากกว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของออกซิเจนเชิงโมเลกุลดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวในหนึ่งควอดแรนต์ เดี่ยวของควอดแรนต์ในแนวตั้งดังกล่าว 40) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่อย่างน้อย 1 ส่วนของบริเวณของการทำปฏิกิริยาดัง กล่าวถูกกำหนดโดย 1 ผนังข้างหรือมากกว่าที่ตั้งขึ้นตรงของเครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าว โดยที่อย่างน้อย ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าวและอย่างน้อยประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนักของออกซิเจนเชิงโมเลกุลดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวที่ 1 ตำแหน่งหรือมากกว่า ซึ่งถูกเว้นช่องว่างแบบเข้าข้างในอย่างน้อย 0.5 W จากผนังข้างที่ตั้งขึ้นตรงดังกล่าว 41) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่อย่างน้อยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ พารา-ไซลีนดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าวภายในประมาณ 1.5 W ของตำแหน่งที่ต่ำที่สุด ที่ซึ่งออกซิเจนเชิงโมเลกุลดังกล่าวเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว 42) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้อย่างน้อยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าวก่อตัวเป็นของแข็งในตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าว 43) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วยการออกซิไดซ์ 1 ชนิดหรือมากกว่าของไซลีนในเฟสของเหลว ของตัวกลางการทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันหนึ่งเพื่อให้ก่อตัวในที่นั้น เป็นกรดเทอเรพธาลิกดิบและกรดเบนโซอิกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง โดยที่กรดเบนโซอิกที่เกิดขึ้นด้วยตัวเองดัง กล่าว คือ กรดเบนโซอิกที่ถูกก่อตัวขึ้นจากไซลีน โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำในลักษณะหนึ่งที่ทำ ให้อัตราส่วนของอัตราการก่อตัวของกรดเทอเรพธาลิกดิบดังกล่าวต่ออัตราของการก่อตัวของกรดเบนโซอิกที่ เกิดขึ้นด้วยตัวเองมีค่าอย่างน้อยประมาณ 500:1 โดยน้ำหนักที่ถูกวัดเมื่อความเข้มข้นของกรดเบนโซอิกใน เฟสของเหลวของตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวมีค่าน้อยกว่าประมาณ 500 ppmw 44) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 43 โดยที่ 1 ชนิดหรือมากกว่าของไซลีนประกอบด้วยอย่าง น้อยประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีน โดยที่อุณหภูมิของตัวกลางการทำปฏิกิริยาดัง กล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 125 ถึงประมาณ 200 ํC บนพื้นฐานเฉลี่ยเชิงเวลาและเฉลี่ยเชิงปริมาตร 45) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 43 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำในลักษณะที่ทำให้ อัตราส่วนของอัตราการก่อตัวของกรดเทอเรพทาลิกดิบดังกล่าวต่ออัตราของการก่อตัวของกรดเบนโซอิกที่ เกิดขึ้นด้วยตัวเองมีค่าอย่างน้อยประมาณ 1,000:1 โดยน้ำหนักที่ถูกวัดเมื่อความเข้มข้นของกรดเบนโซอิก ในเฟสของเหลวของตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวมีค่าน้อยกว่าประมาณ 500 ppmw โดยที่ 1 ชนิดหรือ มากกว่าของไซลีนประกอบด้วยอย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของพารา-ไซลีน โดยที่อุณหภูมิของ ตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 140 ถึงประมาณ 180 ํC บนพื้นฐานเฉลี่ยเชิง เวลาและเฉลี่ยเชิงปริมาตร 46) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วย: (a) การนำกระแสป้อนที่ประกอบด้วยพารา-ไซลีนเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาของเครื่อง ปฏิกรณ์ออกซิเดชันเริ่มต้น, (b) การนำสารป้อนตัวทำละลายเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว โดยที่อย่างน้อย ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของสารป้อนตัวทำละลายดังกล่าว คือ ตัวทำละลาย ที่ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการอีกครั้ง โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวมีลักษณะ เฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (i) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 18,000 ppmw ของกรดอะโรมาติกคาร์บอกซิลิก ที่ไม่มีหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่ไม่เป็นอะโรมาติก, (ii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 40 ppmw ของฟลูออรีโนนทั้งหมด, (iii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 20 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,6-DCF), และ (c) การออกซิไดซ์อย่างน้อย 1 ส่วนของพารา-ไซลีนดังกล่าวในเฟสของเหลวของตัวกลาง การทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุในบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว 47) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่อย่างน้อย 1 ส่วนของสารป้อนตัวทำละลายก่อตัวเป็น อย่างน้อย 1 ส่วนของกระแสป้อนดังกล่าว 48) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าว คือ องค์ประกอบของ กระแสป้อนดังกล่าว 49) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวบรรจุอยู่ในช่วงตั้งแต่ ประมาณ 300 ถึงประมาณ 9,000 ppmw ของกรดอะโรมาติกคาร์บอกซิลิกที่ไม่มีหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่ไม่ เป็นอะโรมาติก 50) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวบรรจุอยู่ในช่วงตั้งแต่ ประมาณ 40 ถึงประมาณ 1,200 ppmw ของ IPA 51) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวบรรจุน้อยกว่าประมาณ 20 ppmw ของฟลูออรีโนนทั้งหมด 52) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวบรรจุอยู่ในช่วงตั้งแต่ ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 10 ppmw ของ 2,6-DCF 53) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวบรรจุอยู่ในช่วงตั้งแต่ ประมาณ 450 ถึงประมาณ 3,000 ppmw ของกรดอะโรมาติกคาร์บอกซิลิกที่ไม่มีหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่ไม่เป็น อะโรมาติก, ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 120 ถึงประมาณ 400 ppmw ของ IPA, ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง ประมาณ 8 ppmw ของฟลูออรีโนนทั้งหมด, และในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.5 ถึงประมาณ 5 ppmw ของ 2,6-DCF 54) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (v) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 9,000 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (TPA), (vi) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 1,000 ppmw ของกรดพทาลิก (PA), (vii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 1,000 ppmw ของกรดไตรเมลลิทิก (TMA), (viii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 4,500 ppmw ของกรดเบนโซอิก (BA), (ix) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 10 ppmw ของ 2,7-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,7- DCF), (x) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 10 ppmw ของ 3-ฟลูออรีโนน-2-คาร์บอกซิลิกแอซิด (9F-2CA) 55) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 54 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวประกอบด้วยในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 200 ถึงประมาณ 6,000 ppmw ของ TPA, ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 15 ถึงประมาณ 400 ppmw ของ PA, ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 15 ถึงประมาณ 400 ppmw ของ TMA, ในช่วงตั้งแต่ ประมาณ 50 ถึงประมาณ 1,500 ppmw ของ B A, ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 5 ppmw ของ 2,7-DCF, และในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 5 ppmw ของ 9F-2CA 56) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวมีน้อยกว่าประมาณ 9,000 ppmw ของของแข็งที่ตกตะกอนที่ 20 ํC 57) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (xi) มีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ส่วนต่อล้าน ส่วนโดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าว (ppmwpX), (xii) มีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwpX, (xiii) มีเมทา-ไซลีน, ออร์โธไซลีน, เอทิลเบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ในปริมาณหนึ่ง ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwpX 58) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 46 โดยที่อย่างน้อยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของ สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าว คือ ตัวทำละลายที่ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการอีกครั้ง 59) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วย: (a) การนำกระแสป้อนที่ประกอบด้วยพารา-ไซลีนเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาของเครื่อง ปฏิกรณ์ออกซิเดชันเริ่มต้น โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการ หรือมากกกว่า: (i) มีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ส่วนต่อ ล้านส่วนโดยน้ำหนักของพารา-ไซลีนดังกล่าว (ppmwpX), (ii) มีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwpX, (iii) มีเมทา-ไซลีน, ออร์โธไซลีน, เอทิลเบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ใน ปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwX, และ (b) การออกซิไดซ์อย่างน้อย 1 ส่วนของพารา-ไซลีนดังกล่าวในเฟสของเหลวของตัวกลาง การทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุในบริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว 60) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ppmwpX 61) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่งใน ช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwpX 62) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีน, ออร์โธไซลีน, เอทิล เบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwpX 63) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ppmwpX โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่ง ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwpX 64) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ppmwpX โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีน, ออร์โธไซลีน, เอทิลเบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwpX 65) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่งใน ช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwX โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีน, ออร์โธไซลีน, เอทิลเบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwpX 66) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีนในปริมาณหนึ่งในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 800 ppmwpX, โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีออร์โธ-ไซลีนในปริมาณหนึ่ง ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 10 ถึงประมาณ 300 ppmwpX, โดยที่กระแสป้อนดังกล่าวมีเมทา-ไซลีน, ออร์โธ- ไซลีน, เอทิลเบนซีน, และโทลูอีนโดยผสมผสานกัน ในปริมาณหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 50 ถึงประมาณ 900 ppmwpX 67) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่กระบวนการดังกล่าวประกอบเพิ่มเติมด้วยการนำสาร ป้อนตัวทำละลายเข้าสู่บริเวณของการทำปฏิกิริยาดังกล่าว โดยที่อย่างน้อยประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนักของสารป้อนตัวทำละลายดังกล่าว โดยที่สารป้อนตัวทำละลายดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (iv) ประกอบด้วยในช่วงตั้งแต่ประมาณ 300 ถึงประมาณ 9,000 ppmw ของกรดอะโรมาติก คาร์บอกซิลิกที่ไม่มีหมู่ไฮโดรคาร์บิลที่ไม่เป็นอะโรมาติก, (v) ประกอบด้วยในช่วงตั้งแต่ประมาณ 40 ถึงประมาณ 1,200 ppmw ของกรดไอโซพทา- ลิก (IPA), (vi) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 20 ppmw ของฟลูออรีโนนทั้งหมด, (vii) ประกอบด้วยในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 10 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซี ฟลูออรีโนน (2,6-DCF) 68) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วย: (a) การป้อนสารประกอบอะโรมาติกเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชัน, (b) การออกซิไดซ์อย่างน้อย 1 ส่วนของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวในเฟสของเหลวของ ตัวกลางการทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าว เพื่อผลิตกรดเทอเรพทาลิกดิบขึ้นในที่นั้น โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวจะผลิตคาร์บอกได- ออกไซด์, คาร์บอนมอนอกไซด์, และ/หรือเมทิลอะซีเตต, และ (c) ในระหว่างการออกซิไดซ์ดังกล่าว การรักษา 1 อัตราส่วนปฏิบัติการต่อไปนี้หรือมากกว่า ในช่วงที่ถูกระบุไว้ดังต่อไปนี้: (i) การรักษาอัตราส่วนของโมลของคาร์บอนออกไซด์ต่าง ๆ ที่ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสาร ประกอบอะโรมาติกดังกล่าวที่ถูกป้อนเข้าในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.02:1 ถึงประมาณ 0.24:1, (ii) การรักษาอัตราส่วนของโมลของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสาร ประกอบอะโรมาติกดังกล่าวที่ถูกป้อนเข้าในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.01:1 ถึงประมาณ 0.21:1, (iii) การรักษาอัตราส่วนของโมลของคาร์บอนมอนอกไซด์ที่ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสาร ประกอบอะโรมาติกดังกล่าวที่ถูกป้อนเข้า ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึง ประมาณ 0.09:1, และ (iv) การรักษาอัตราส่วนของโมลของเมทิลอะซีเตตที่ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบ อะโรมาติกดังกล่าวที่ถูกป้อนเข้า ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึงประมาณ 0.09:1 69) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอกนออกไซด์ต่าง ๆ ซึ่งถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.02:1 ถึงประมาณ 0.24:1 70) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่ง ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.01:1 ถึงประมาณ 0.21:1 71) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่ง ถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึงประมาณ 0.09:1 72) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของเมทิลอะซีเตตซึ่งถูก ผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึงประมาณ 0.09:1 73) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอนออกไซด์ต่าง ๆ ซึ่งถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.02:1 ถึงประมาณ 0.24:1, โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งถูกผลิตขึ้นต่อโมล ของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.01:1 ถึงประมาณ 0.21:1, โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบ อะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูกป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึงประมาณ 0.09:1, โดยที่ อัตราส่วนดังกล่าวของโมลของเมทิลอะซีเตตซึ่งถูกผลิตขึ้นต่อโมลของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวซึ่งถูก ป้อนเข้า ถูกรักษาไว้ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.005:1 ถึงประมาณ 0.09:1 74) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อย่างน้อย 1 ในอัตราส่วนปฏิบัติการดังกล่าวถูกรักษา ไว้นานอย่างน้อย 12 ชั่วโมง 75) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่ทั้งหมดของอัตราส่วนปฏิบัติการดังกล่าวถูกรักษาไว้ นานอย่างน้อย 12 ชั่วโมง 76) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่ทั้งหมดของอัตราส่วนปฏิบัติการดังกล่าวถูกรักษาไว้ นานอย่างน้อย 36 ชั่วโมง 77) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่ปริมาณบรรจุของคาร์บอนไดออกไซด์ดังกล่าวในออฟ แก๊สที่แห้งจากเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 1.5 โมลเปอร์- เซ็นต์, โดยที่ปริมาณบรรจุของคาร์บอนมอนอกไซด์ดังกล่าวในออฟแก๊สที่แห้งจากเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชัน ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.05 ถึงประมาณ 0.6 โมลเปอร์เซ็นต์, โดยที่ปริมาณบรรจุของออกซิเจน เชิงโมเลกุลในออฟแก๊สที่แห้งจากเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึง ประมาณ 6 โมลเปอร์เซ็นต์ 78) กระบวนการตามข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อัตราส่วนการอยู่รอดเป็นโมลาร์สำหรับสารประกอบ อะโรมาติกผ่านตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ 98 ถึงประมาณ 99.9 เปอร์เซ็นต์ 79) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 68-78 โดยที่สารประกอบอะโรมาติกดังกล่าว คือ พารา-ไซลีน 80) กระบวนการหนึ่งซึ่งประกอบด้วย: (a) การป้อนสารประกอบอะโรมาติกเข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชัน, (b) การออกซิไดซ์อย่างน้อย 1 ส่วนของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวในเฟสของเหลวของ ตัวกลางการทำปฏิกิริยาที่มีหลายเฟสที่ถูกบรรจุอยู่ในเครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าว เพื่อผลิตกรดเทอเรพทาลิกดิบขึ้นในที่นั้น, และ (c) ในระหว่างการออกซิไดซ์ดังกล่าว การรักษาอัตราส่วนการอยู่รอดเป็นโมลาร์ของสาร ประกอบอะโรมาติกดังกล่าวให้สูงกว่าประมาณ 98 เปอร์เซ็นต์ 81) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 80 โดยที่อัตราส่วนการอยู่รอดเป็นโมลาร์ดังกล่าวถูกรักษาไว้ใน ช่วงตั้งแต่ประมาณ 98.5 ถึงประมาณ 99.8 เปอร์เซ็นต์ 82) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 80 โดยที่อัตราส่วนการอยู่รอดเป็นโมลาร์ดังกล่าวถูกรักษาไว้ นานอย่างน้อย 12 ชั่วโมง 83) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 80 โดยที่สารประกอบอะโรมาติกดังกล่าว คือ พารา-ไซลีน, โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้อย่างน้อยประมาณ 90 โมลเปอร์เซ็นต์ของพารา-ไซลีนดังกล่าวถูกเปลี่ยน เป็นกรดเทอเรพทาลิก, โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้อย่างน้อยประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก ของพารา-ไซลีนดังกล่าวก่อตัวเป็นกรดเทอเรพทาลิกที่เป็นของแข็งในตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าว, โดย ที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวผลิตความร้อนขึ้น, โดยที่น้อยกว่าประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของความร้อนที่ถูกผลิต ขึ้นโดยการออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกำจัดจากตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าวโดยพื้นผิวแลกเปลี่ยนความร้อน, โดยที่กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วยการป้อนกระแสออกซิแดนต์เข้าสู่เครื่องปฏิกรณ์ดังกล่าว, โดยที่ กระแสออกซิแดนต์ดังกล่าวประกอบด้วยในช่วงตั้งแต่ประมาณ 15 ถึงประมาณ 30 โมลเปอร์เซ็นต์ของ ออกซิเจนเชิงโมเลกุล, โดยที่อัตราการอยู่รอดเป็นโมลาร์ดังกล่าวถูกรักษาไว้นานอย่างน้อย 36 ชั่วโมง 84) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีน้อยกว่าประมาณ 30 ppmw ของ 2,7-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,7-DCF) 85) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-8 หรือ 15-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทน ของอนุภาค CTA ดังกล่าวละลายใน 1 นาทีจนถึงความเข้มข้นหนึ่งที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 500 ppm ใน THF เมื่อถูกนำเข้าสู่การทดสอบการละลายที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามไว้ในที่นี้ 86) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีค่าคงที่ของเวลา "C" ค่าหนึ่งซึ่งมากกว่าประมาณ 0.5 นาที-1 ดังที่ถูกหาค่าได้โดยโมเดล การละลายที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามไว้ในที่นี้ 87) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของอนุภาค CTA ดังกล่าวละลายใน 2 นาทีจนถึงความเข้มข้นค่าหนึ่งอย่างน้อย 700 ppm ใน THF เมื่อถูกนำเข้าสู่ การทดสอบการละลายที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามไว้ในที่นี้ โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีค่าคงที่ของเวลา "C" ค่าหนึ่งซึ่งมากกว่า 0.6 นาที-1 ดังที่ถูกหาค่าได้โดยโมเดลการละลาย ที่ถูกจับเวลาซึ่งถูกนิยามไว้ในที่นี้ 88) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-8 หรือ 15-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทน ดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีพื้นที่ผิว BET เฉลี่ยค่าหนึ่งมากกว่าประมาณ 0.6 ตารางเมตรต่อกรัม 89) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-8 หรือ 15-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทน ดังกล่าวของอนุภาค CTA ดังกล่าวมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 20 ถึงประมาณ 150 ไมครอน 90) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1-26 โดยที่ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนดังกล่าวของ อนุภาค CTA ดังกล่าวมีขนาดอนุภาค D(v,0.9) ค่าหนึ่งในช่วงตั้งแต่ประมาณ 30 ถึงประมาณ 150 ไมครอน 91) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 15-83 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวถูกกระทำ โดยการมีอยู่ของระบบตัวเร่งปฏิกิริยาหนึ่งซึ่งประกอบด้วยโคบอลต์ 92) กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 91 โดยที่ระบบตัวเร่งปฏิกิริยาดังกล่าวระกอบเพิ่มเติมด้วย โบรมีนและแมงกานีส 93) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 27-83 โดยที่เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าว คือ เครื่องปฏิกรณ์แบบบับเบิลคอลัมน์หนึ่ง 94) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 26-67 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้เกิด การก่อตัวของอนุภาคดังกล่าวของกรดเทอเรพทาลิกดิบดังกล่าวในตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าว โดยที่ ตัวอย่างหนึ่งที่เป็นตัวแทนของอนุภาคกรดเทอเรพทาลิกดิบมีลักษณะเฉพาะต่อไปนี้ 1 ประการหรือมากกว่า: (i) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 12 ppmw ของ 4,4-คาร์บอกซีสทิลบีน (4,4-DCS), (ii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 800 ppmw ของกรดไอโซพทาลิก (IPA), (iii) ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 100 ppmw ของ 2,6-ไดคาร์บอกซีฟลูออรีโนน (2,6- DCF), (iv) มีเปอร์เซ็นต์ทรานสมิตแทนซ์ค่าหนึ่งที่ 340 นาโนเมตร (%T340) มากกว่าประมาณ 25 95) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 68-83 โดยที่สารประกอบอะโรมาติกดังกล่าว ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยพารา-ไซลีน, เมทา-ไซลีน, พารา-โทลูอัลดีไฮด์, เมทา-โทลูอัลดีไฮด์, กรด พารา-โทลูอิก, กรดเมทา-โทลูอิก, อะเซทัลดีไฮด์, และการผสมผสานของสารเหล่านี้ 2 ชนิดหรือมากกว่า 96) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 68-83 โดยที่การออกซิไดซ์ดังกล่าวทำให้อย่าง น้อยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของสารประกอบอะโรมาติกดังกล่าวก่อตัวเป็นของแข็งในตัวกลาง การทำปฏิกิริยาดังกล่าว 97) กระบวนการข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 68-83 โดยที่กระบวนการดังกล่าวประกอบด้วย การป้อนกระแสออกซิแดนต์หนึ่งสู่เครื่องปฏิกรณ์ออกซิเดชันดังกล่าว โดยที่กระแสออกซิแดนต์ดังกล่าว ประกอบด้วยน้อยกว่าประมาณ 50 โมลเปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนเชิงโมเลกุล 98) กระบวนการของข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 68-83 โดยที่ตัวกลางการทำปฏิกิริยาดังกล่าว ประกอบด้วยเฟสของแข็ง, ของเหลว, และแก๊ส