TH58600A - วิธีการอัดรีดสำหรับการผลิตโพลีคาร์บอเนต - Google Patents
วิธีการอัดรีดสำหรับการผลิตโพลีคาร์บอเนตInfo
- Publication number
- TH58600A TH58600A TH0201002739A TH0201002739A TH58600A TH 58600 A TH58600 A TH 58600A TH 0201002739 A TH0201002739 A TH 0201002739A TH 0201002739 A TH0201002739 A TH 0201002739A TH 58600 A TH58600 A TH 58600A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- group
- approximately
- polycarbonate
- mixture
- initiator
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (17/10/45) การอัดรีดของของผสมของไดเอริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์, เช่น บิส(เมทธิล ซาลิซิล)คาร์บอเนต; สาร ประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติก เช่น บิสฟีนอล A และตัวเร่ง ปฏิกิริยา ทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น เช่น เตตราบิวทิลฟอสฟอ เนียมอะซีเตต (TBPA) ให้โพลีคาร์บอเนตที่มี น้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยน้ำหนักมากกว่า 20,000 ดัลตัน เครื่องอัดรีดถูก ประกอบกับช่องระบาย สุญญากาศหนึ่งหรือมากกว่าเพื่อขจัดผลิต ภัณฑ์ข้างเคียงฟีนอลที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ โดย คล้ายคลึง กัน สารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตที่มีหมู่ปลายฟีนอกซีที่ถูกแทน ที่ด้วยเอสเทอร์, เช่น หมู่ ปลายเมทธิลซาลิซิล, เมื่อนำไป กระทำภายใต้การอัดรีดให้โพลีคาร์บอเนตที่ให้น้ำหนักโมเลกุล เพิ่ม อย่างเห็นได้ชัดสัมพันธ์กับสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนต ปฏิกิริยาเพื่อก่อรูปโพลีคาร์บอเนตน้ำหนัก โมเลกุลสูงขึ้น อาจถูกเร่งปฏิกิริยาโดยตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิ เคชั่นที่เหลือที่มีอยู่ในสาร ริเริ่มโพลีคาร์บอเนต, หรือ โดยการรวมของตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหลือและตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มเติม เช่น TBPA ที่ใส่ในขั้นตอนการอัดรีด ผลิตภัณฑ์ การจัดเรียงซ้ำของไฟร์ไม่ถูกสังเกตในผลิตภัณฑ์ โพลี คาร์บอเนต การอัดรีดของของผสมของไดเอริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์, เช่น บิส(เมทธิล ซาลิซิล)คาร์บอเนต; สาร ประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติก เช่น บิสฟีนอล A และตัวเร่ง ปฏิกิริยา ทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น เช่น เดตราบิวทิลฟอสฟอ เนียมอะซีเตต (TBPA) ให้โพลีคาร์บอเนตที่มี น้ำหนักโมเลกุล เฉลี่ยน้ำหนักมากกว่า 20,000 ดัลตัน เครื่องอีดรีดถูก ประกอบกับช่องระบาย สุญญากาศหนึ่งหรือมากกว่าเพื่อขจัดผลิต ภัณฑ์ข้างเคียงฟีนอลที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ โดย คล้ายคลึง กัน สารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตที่มีหมู่ปลายฟีนอกซีที่ถูกแทน ที่ด้วยเอสเทอร์, เช่น หมู่ ปลายเมทธิลซาลิซิล, เมื่อนำไป กระทำภายใต้การอัดรีดให้โพลีคาร์บอเนตที่ให้น้ำหนักโมเลกุล เพิ่ม อย่างเห็นได้ชัดสัมพันธ์กับสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนต ปฏิกิริยาเพื่อก่อรูปโพลีคาร์บอเนตน้ำหนัก โมเลกุลสูงขึ้น อาจถูกเร่งปฏิกิริยาโดยตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิ เคชั่นที่เหลือที่มีอยู่ในสาร ริเริ่มโพลีคาร์บอเนต, หรือ โดยการรวมของตัวเร่งปฏิกิริยาที่เหลือและตัวเร่งปฏิกิริยา เพิ่มเติม เช่น TBPA ที่ใส่ในขั้นตอนการอัดรีด ผลิตภัณฑ์ การจัดเรียงซ้ำของไฟร์ไม่ถูกสังเกตในผลิตภัณฑ์ โพลี คาร์บอเนต
Claims (77)
1. วิธีการสำหรับการเตรียมโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วยการอัดรีดที่อุณหภูมิหนึ่งหรือมากกว่า ในช่วงระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 350 ํซ และความเร็วสกรู หนึ่งหรือมากกว่าในช่วง ความเร็วสกรูระหว่างประมาณ 50 และ 500 รอบต่อนาที (rpm) ในสภาพที่มีตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์ เอสเทอริฟิเคชั่นอย่างน้อยหนึ่งสารเริ่มต้นที่เลือกได้จาก หมู่ที่ประกอบด้วย (A) ของผสมซึ่งประกอบด้วยไดเอริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์และอย่างน้อย หนึ่งสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติก ; และ (B) อย่างน้อยหนึ่งสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วย หมู่ปลายฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ไดเอริลคาร์บอเนตที่ ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ดังกล่าวมี โครงสร้าง I (สูตรเคมี) โดยที่ R1 เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือ หมู่ C4-C20 เอริล, R2 เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือเฮโลเจนอะตอม, หมู่ไซยาโน, หมู่ไนโตร, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิล, หมู่ C4-C20 เอริล, หมู่ C1-C20 อัลคอกซี, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซี, หมู่ C4-C20 เอริลออกซี, หมู่ C1-C20 อัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 เอริลไธโอ, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลเฟนิล, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 เอริล- ซัลโฟนิล, หมู่ C1-C20 อัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 เอริลออกซีคาร์บอนิล, หมู่ C2-C60 อัลคิลอะมิโน, หมู่ C6-C60 ไซโคลอัลคิลอะมิโน, หมู่ C5-C60 เอริลอะมิโน, หมู่ C1-C40 อัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 ไซโคลอัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 เอริลอะมิโนคาร์บอนิล, และหมู่ C1-C20 เอซิลอะมิโน; และ b เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏ คือจำนวนเต็ม 0-4
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 2 โดยที่ไดเอริลคาร์บอเนตที่ ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ถูกเลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วยบิส (เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนต, บิส(โพรพิลชาลิซิล) คาร์บอเนต, และบิส(เบน- ซิลซาลิซิล)คาร์บอเนต
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สารประกอบไดไฮดรอก ซีอะโรมาติกดังกล่าวคือบิสฟีนอลที่มี โครงสร้าง II (สูตรเคมี) II โดยที่ R3-R10 เป็นอิสระคือไฮโดรเจนอะตอม, เฮโลเจนอะตอม, หมู่ไนโตร, หมู่ไซยาโน, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 อัลคิล, หรือหมู่ C6-C20 อัลคิล; W คือพันธะ, ออกซิเจนอะตอม, ซัลเฟอร์อะตอม, หมู่ SO2, อนุมูล C1-C20 อะลิฟาติก, อนุมูล C6-C20 อะโรมาติก, อนุมูล C6-C20 ไซโคลอะลิฟาติกหรือหมู่นี้ (สูตรเคมี) โดยที่ R11 และ R12 เป็นอิสระคือไฮโดรเจนอะตอม, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิล, หรือหมู่ C4-C20 เอริล; หรือ R11 และ R12 ร่วมกันก่อรูปวง C4-C20 ไซโคลอะลิฟา- ติกซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหมู่หรือมากกว่าของหมู่ C1-C20 อัลคิล, C6-C20 เอริล, C6-C21 เอรัลคิล, C6-C20 ไซโคลอัลคิลหรือการรวมของมัน
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 4 โดยที่บิสฟีนอลดังกล่าวคือ บิสฟีนอล A
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยหมู่ปลาย ฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์ที่มีโครงสร้าง III (สูตรเคมี) III โดยที่ R1 คือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริล, R2 เป็น อิสระที่แต่ละการปรากฏคือเฮโลเจนอะตอม, หมู่ไซยาโน, หมู่ไนโตร, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4- C20 ไซโคลอัลคิล, หมู่ C4-C20 เอริล, หมู่ C1-C20 อัลคอกซี, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซี, หมู่ C4- C20 เอริลออกซี, หมู่ C1-C20 อัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 เอริลไธโอ, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลฟินิล, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลโฟนิล, หมู่ C1-C20 อัลคอก- ซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 เอริลออกซีคาร์บอนิล, หมู่ C2-C20 อัลคิลอะมิโน, หมู่ C6-C60 ไซโคลอัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C5-C60 เอริลอะมิโน, หมู่ C1-C40 อัลคิลอะมิโน คาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 ไซโคลอัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 เอริลอะมิโนคาร์บอนิล, และหมู่ C1-C20 เอซิลอะมิโน; และ b เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือจำนวนเต็ม 0-4
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 6 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยหมู่ปลาย ฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์ที่มีโครงสร้าง IV (สูตรเคมี) IV
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 7 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวเป็นผลึกบางส่วน
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 8 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวมีความเป็นผลึกระหว่าง 10 และ 40 เปอร์เซ็นต์
10. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 6 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยบิสฟีนอล A หน่วยซ้ำ V (สูตรเคมี) V
11. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบด้วย สารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียม, สารประกอบควอเทอนารีฟอสฟอเนียมหรือของผสมของ มัน
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 11 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียมดังกล่าวมีโครงสร้าง VI (สูตรเคมี) VI โดยที่ R13-R16 เป็นอิสระคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริลและ X' คือประจุลบชนิดอินทรีย์หรืออนินทรีย์
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 12 โดยที่ประจุลบดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกไซด์, เฮไลด์, คาร์ บอกซิเลต, ฟีนอกไซด์, ซัลโฟเนต, ซัลเฟต, คาร์บอเนต, และ ไบ คาร์บอเนต
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 12 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียมดังกล่าวคือเตตรา- เมทธิลแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 11 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีฟอสฟอเนียมประกอบด้วย โครงสร้าง VII (สูตรเคมี) VII โดยที่ R17-R20 เป็นอิสระคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริลและ X" คือประจุลบชนิดอินทรีย์หรืออนินทรีย์
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 15 โดยที่ประจุลบดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกไซด์, เฮไลด์, คาร์ บอกซิเลต, ฟีนอกไซด์ซัลโฟเนต, ซัลเฟต, คาร์บอเนต, และ ไบ คาร์บอเนต
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 15 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีฟอสฟอเนียมดังกล่าวคือเตตรา บิวทิลฟอสฟอเนียมอะซีเตต
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 11 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบ ต่อไปด้วยอย่างน้อย หนึ่งโลหะอัลคาไลไฮดรอกไซด์, อัลคาไลเอิร์ธไฮดรอกไซด์หรือ ของผสมของ มัน
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบด้วย อย่างน้อยหนึ่ง โลหะอัลคาไลไฮดรอกไซด์, อัลคาไลเอิร์ธไฮดรอกไซด์หรือของผสม ของมัน
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 19 โดยที่โลหะอัลคาไลไฮดรอก ไซด์ดังกล่าวคือโซเดียมไฮดรอกไซด์
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบด้วย อย่างน้อยหนึ่ง เกลือของโลหะอัลคาไลของกรดคาร์บอกซิลิค, หรือเกลือของอัล คาไลเอิร์ธของกรด คาร์บอกซิลิค, หรือของผสมของมัน
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 21 ที่ซึ่งเกลือของโลหะอัล คาไลดังกล่าวของกรดคาร์บอกซิลิคคือ Na2Mg EDTA
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบด้วย อย่างน้อยหนึ่ง เกลือของกรดอนินทรีย์ชนิดไม่กลายเป็นไอ
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 23 โดยที่เกลือดังกล่าวของ กรดที่ไม่กลายเป็นไอถูกเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย NaH2PO3, NaH2PO4, Na2H2PO3, KH2PO4, C8H2PO4, และ Cs2H2PO4
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.9 และ ประมาณ 1.25 โมลของไดเอริล คาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ต่อโมลของสารประกอบไดไฮ- ด รอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ในของผสม, และระหว่างประมาณ 1 x 10 -8 ถึงประมาณ 1 x 10-3 โมล ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิ เคชั่นต่อโมลสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ในของ ผสม
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 25 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.95 และ ประมาณ 1.05 โมลของไดเอ ริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ต่อโมลของสาร ประกอบไดไฮ- ดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ในของผสม, และระหว่าง ประมาณ 1 x 10-8 ถึงประมาณ 5 x 10-4 โมล ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอส เทอริฟิเคชั่นต่อโมลสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ ในของ ผสม
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่การอัดรีดดังกล่าวถูก กระทำในเครื่องอัดรีดที่ประกอบกับ อย่างน้อยหนึ่งช่อง ระบายสุญญากาศ
28. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 27 โดยที่การอัดรีดดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยเครื่อง อัดรีดชนิดสกรู คู่อินเตอร์เมสแบบหมุนร่วมกัน, เครื่องอัดรีดชนิดสกรู่คู่ ไม่ใช่อินเตอร์เมส, เครื่องอัด รีดชนิดกลับไปมา, และเครื่อง อัดรีดชนิดสกรูเดี่ยวแบบไม่กลับไปมา
29. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่สารเริ่มต้น (A) และ (B) ประกอบต่อไปด้วยสารหยุดโซ่ ฟีนอลชนิดโมโน ฟังก์ชั่นนัล
30. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 29 โดยที่สารหยุดโซ่ดัง กล่าวคือ p-คิวมิลฟีนอล
31. วิธีการเตรียมโพลีคาร์บอเนตที่ประกอบด้วยการอัดรีดของ ผสมชนิดของแข็งที่ประกอบด้วย บิสฟีนอล A, บิส(เมทธิลซาลิ ซิล)คาร์บอเนตและตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่น, ที่อย่าง น้อยอุณหภูมิหนึ่งหรือมากกว่าในช่วงระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 350 ํซ, และ ความเร็ว สกรูหนึ่งหรือมากกว่าในช่วงระหว่างประมาณ 50 rpm และประมาณ 500 rpm เพื่อก่อรูป ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต, ของผสมดัง กล่าวซึ่งประกอบด้วยประมาณ 0.95 และประมาณ 1.05 โมลของบิส (เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนตต่อโมลของสารประกอบไดไฮดรอกซีอะ โรมาติกที่มีอยู่ใน ของผสม
32. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 31 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 1 x 10-8 และประมาณ 1 x 10-3 โมลตัวเร่ง ปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นต่อโมลของบิสฟีนอล A ที่ ใส่
33. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 31 โดยที่น้ำหนักโมเลกุลของ ผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตถูกควบคุม โดยการควบคุมปริมาณ สัมพัทธ์ของบีสฟีนอล A และบิส(เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนต
34. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 31 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยสารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียม, สารประกอบควอเทอนารีฟอสฟอเนียม, เกลือ ของ โหละอัลคาไลและอัลคาไลเอิร์ธของกรดคาร์บอกซิลิค, โลหะอัล คาไลและโลหะอัลคาไลเอิร์ธ ไฮดรอกไซด์, เกลือของกรดอนินทรีย์ ชนิดไม่กลายเป็นไอ และของผสมของมัน
35. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 34 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยเตตราบิวทิลฟอสฟอ เนียมอะซีเตต
36. วิธีการเตรียมโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่อ ไปนี้: ขั้นตอน (I) การให้ความร้อนของผสมซึ่งประกอบด้วยบิสฟีนอล A, บิส(เมทธิลซาลิชิล) คาร์บอเนตและตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นที่อุณหภูมิในช่วงระหว่าง 150 ํซ และ 200 ํซ และความดันระหว่างประมาณ 1 มม ปรอทและประมาณ 100 มม ปรอท ในขณะที่ขจัด ผลิตภัณฑ์ ข้างเคียงเมทธิลซาลิไซเลตเพื่อให้สารริเริ่มโพลิคาร์บอเนต ที่เป็นผลึกบางส่วน; ขั้นตอน (II) การบดสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตที่เป็นผลึกบาง ส่วนดังกล่าว; และ ขั้นตอน (III) การอัดรีดสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตที่เป็น ผลึกบางส่วนดังกล่าวที่อุณหภูมิหนึ่ง หรือมากกว่าในช่วง ระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 350 ํซ, และที่ความเร็วสกรูหนึ่งหรือ มากกว่าในช่วงระหว่าง ประมาณ 50 และประมาณ 500 prm
37. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 36 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.95 และ ประมาณ 1.05 โมลของบิส (เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนตต่อโมลของบิสฟีนอล A และระหว่าง ประมาณ 1 x 10-8 ถึงประมาณ 1 x 10-3 โมลตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอส เทอริฟิเคชั่นต่อโมลของบิส ฟีนอล A ที่มีอยู่ในของผสม
38. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบต่อไปด้วยระหว่างประมาณ 0.001 และประมาณ 0.05 โมลของ p-คิวมิลฟีนอลต่อโมลของบิสฟีนอล A
39. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 37 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวถูกเลือกได้ จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยสารประกอบควอเทอนารีแอมโมเนียม, สารประกอบควอเทอ นารีฟอสฟอ- เนียม, เกลือของโลหะอัลคาไลและอัลคาไลเอิร์ธของ กรดคาร์บอกซิลิค, โลหะอัลคาไลและโลหะ อัลคาไลเอิร์ธไฮดรอก ไซด์, เกลือของกรดอนินทรีย์ชนิดไม่กลายเป็นไอ และของผสม ของมัน
40. วิธีการเตรียมโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่อ ไปนี้: ขั้นตอน (I) การให้ความร้อนของผสมซึ่งประกอบด้วยบิสฟีนอล A, บิส(เมทธิลซาลิซิล) คาร์บอเนตและตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นที่อุณหภูมิในช่วงระหว่าง 150 ํซ และ 200 ํซ และความดันระหว่างประมาณ 1 มม ปรอทและประมาณ 100 มม ปรอท ในขณะที่ขจัด ผลิตภัณฑ์ ข้างเคียงเมทธิลซาลิไซเลตเพื่อให้สารริเริ่มโพลิคาร์บอเนต; ขั้นตอน (II) การอัดรีดสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตดังกล่าว ที่อุณหภูมิหนึ่งหรือมากกว่าในช่วง ระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 300 ํซ, และที่ความเร็วสกรู หนึ่งหรือมากกว่าในช่วง ระหว่างประมาณ 50 และประมาณ 500 rpm
41. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 42 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวคือสารหลอมเหลว
42. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 42 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวคือของแข็งชนิดอสัณฐาน
43. วิธีการเตรียมโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วยการอัดรีด ที่อุณหภูมิหนึ่งหรือมากกว่าในช่วง ระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 350 ํซ ในสภาพที่มีตัวเร่ง ปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริ- ฟิเคชั่นอย่างน้อยหนึ่งสารเริ่ม ต้นที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย (A) ของผสมซึ่งประกอบด้วยไดเอริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์และอย่างน้อย หนึ่งสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติก ; และ (B) อย่างน้อยหนึ่งสารริเริ่มโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วย หมู่ปลายฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์; และการอัดรีดที่กระทำในเครื่องอัดรีดที่มีความเร็วสกรู, สารเริ่มต้นดังกล่าวที่ถูกใส่เข้าไป ในเครื่องอัดรีดดัง กล่าวที่อัตราการป้อน, อัตราการป้อนดังกล่าวและความเร็วสก รูดังกล่าวที่มี อัตราส่วน, เครื่องอัดรีดดังกล่าวที่ทำงาน เพื่อว่าอัตราส่วนของสารเริ่มต้นที่ใส่เข้าไปในเครื่องอัด รีด ในหน่วยปอนด์ต่อชั่วโมงต่อความเร็วสกรูที่แสดงในรอบต่อ นาทีอยู่ภายในช่วงตั้งแต่ประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 100
44. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ไดเอริลคาร์บอเนต ที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ดังกล่าวมี โครงสร้าง I (สูตรเคมี) I โดยที่ R1 เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือ หมู่ C4-C20 เอริล, R2 เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือเฮโลเจนอะตอม, หมู่ไซยาโน, หมู่ไนโตร, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิล, หมู่ C4-C20 เอริล, หมู่ C1-C20 อัลคอกซี, หมู่ C4-C20 ไซ- โคลอัลคอกซี, หมู่ C4-C20 เอริลออกซี, หมู่ C1-C20 อัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 เอริลไธโอ, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 เอริล ซัลฟินิล, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลโฟนิล , หมู่ C1-C20 อัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 เอริลออกซี คาร์บอนิล, หมู่ C2-C50 อัลคิลอะมิโน, หมู่ C6-C60 ไซโคลอัลคิลอะมิโน, หมู่ C5-C60 เอริลอะมิโน, หมู่ C1-C40 อัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 ไซโคลอัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 เอริล- อะมิโนคาร์บอนิล, และหมู่ C1-C20 เอซิลอะมิโน; และ b เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือจำนวนเต็ม 0-4
45. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 44 โดยที่ไดเอริลคาร์บอเนต ที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ถูกเลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วย บิส(เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนต, บิส(โพรพิลซาลิซิล) คาร์บอเนต, และบิส(เบน- ซิลซาลิซิล)คาร์บอเนต
46. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่สารประกอบไดไฮดรอก ซีอะโรมาติกดังกล่าวคือบิสฟีนอลที่ มีโครงสร้าง II (สูตรเคมี) II โดยที่ R3-R10 เป็นอิสระคือไฮโดรเจนอะตอม, เฮโลเจนอะตอม, หมู่ไนโตร, หมู่ไซยาโน, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 อัลคิล, หรือหมู่ C5-C20 อัลคิล; W คือพันธะ, ออกซิเจนอะตอม, ซัลเฟอร์อะตอม, หมู่ SO2, อนุมูล C1-C20 อะลิฟาติก, อนุมูล C6-C20 อะโรมาติก, อนุมูล C6-C20 ไซโคลอะลิฟาติกหรือหมู่นี้ (สูตรเคมี) โดยที่ R11 และ R12 เป็นอิสระคือไฮโดรเจนอะตอม, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิล, หรือหมู่ C4-C20 เอริล; หรือ R11 และ R12 ร่วมกันก่อรูปวง C4-C20 ไซโคลอะลิฟา- ติกซึ่งอาจเลือกให้ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหมู่หรือมากกว่าของหมู่ C1-C20 อัลคิล, C6-C20 เอริล, C5-C21 เอรัลคิล, C5-C20 ไซโคลอัลคิลหรือการรวมของมัน
47. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 46 โดยที่บิสฟีนอลดังกล่าว คือบิสฟีนอล A
48. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยหมู่ปลาย ฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์ที่มีโครงสร้าง II I (สูตรเคมี) III โดยที่ R1 คือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริล, R2 เป็น อิสระที่แต่ละการปรากฏคือเฮโลเจนอะตอม, หมู่ไซยาโน, หมู่ไนโตร, หมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4- C20 ไซโคลอัลคิล, หมู่ C4-C20 เอริล, หมู่ C1-C20 อัลคอกซี, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซี, หมู่ C4- C20 เอริลออกซี, หมู่ C1-C20 อัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลไธโอ, หมู่ C4-C20 เอริลไธโอ, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลฟินิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลฟินิล, หมู่ C1-C20 อัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลซัลโฟนิล, หมู่ C4-C20 เอริลซัลโฟนิล, หมู่ C1-C20 อัลคอก- ซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคอกซีคาร์บอนิล, หมู่ C4-C20 เอริลออกซีคาร์บอนิล, หมู่ C2-C60 อัลคิลอะมิโน, หมู่ C5-C60 ไซโคลอัลคิลอะมิโน, หมู่ C5-C60 เอริลอะมิโน, หมู่ C1-C40 อัลคิลอะมิโน คาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 ไซโคลอัลคิลอะมิโนคาร์บอนิล, หมู่ C4-C40 เอริลอะมิโนคาร์บอนิล, และหมู่ C1-C20 เอซิลอะมิโน; และ b เป็นอิสระที่แต่ละการปรากฏคือจำนวนเต็ม 0-4
49. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 48 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยหมู่ปลาย ฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ ด้วยเอสเทอร์ที่มีโครงสร้าง IV (สูตรเคมี) IV
50. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 49 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวเป็นผลึกบางส่วน
51. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 50 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บเนตดังกล่าวมีความเป็นผลึกระหว่าง 10 และ 40 เปอร์เซ็นต์
52. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 49 โดยที่สารริเริ่มโพลี คาร์บอเนตดังกล่าวประกอบด้วยบิสฟีนอล A หน่วยซ้ำ V (สูตรเคมี) V
53. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท ราสน์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยสารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียม, สารประกอบควอเทอนารีฟอสฟอเนียมหรือ ของผสมของ มัน
54. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 53 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียมดังกล่าวมีโครงสร้าง VI (สูตรเคมี) VI โดยที่ R13-R15 เป็นอิสระคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริลและ X" คือประจุลบชนิดอินทรีย์หรืออนินทรีย์
55. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 54 โดยที่ประจุลบดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮ- ดรอกไซด์, เฮไลด์, คาร์ บอกซิเลต, ฟีนอกไซด์, ซัลโฟเนต, ซัลเฟต, คาร์บอเนต, และ ไบ คาร์บอเนต
56. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 54 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีแอมโมเนียมดังกล่าวคือเตตราเม ทธิลแอมโมเนียมไฮดรอกไซด์
57. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 53 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีฟอสฟอเนียมประกอบด้วย โครงสร้าง VII (สูตรเคมี) VII โดยที่ R17-R20 เป็นอิสระคือหมู่ C1-C20 อัลคิล, หมู่ C4-C20 ไซโคลอัลคิลหรือหมู่ C4-C20 เอริลและ X" คือประจุลบชนิดอินทรีย์หรืออนินทรีย์
58. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 57 โดยที่ประจุลบดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮดรอกไซด์, เฮไลด์, คาร์ บอกซิเลต, ฟีนอกไซด์ซัลโฟเนต, ซัลเฟต, คาร์บอเนต, และ ไบ คาร์บอเนต
59. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 57 โดยที่สารประกอบควอเทอนา รีฟอสฟอเนียมดังกล่าวคือเตตรา บิวทิลฟอสฟอเนียมอะซีเตต
60. อวิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 53 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าวประกอบ ต่อไปด้วยอย่างน้อย หนึ่งโลหะอัลคาไลไฮดรอกไซด์, อัลคาไลเอิร์ธไฮดรอกไซด์หรือ ของผสมของ มัน
61. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่ง โลหะอัลคาไลไฮดรอกไซด์, อัลคาไลเอิร์ธไฮดรอกไซด์หรือของผสม ของมัน
62. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 61 โดยที่โลหะอัลคาไลไฮดรอก ไซด์ดังกล่าวคือโซเดียมไฮดรอกไซด์
63. อวิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาท รานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่ง เกลือของโลหะอัลคาไลน์ของกรดคาร์บอกซิลิค, หรือเกลือของอัล คาไล เอิร์ธของกรดคาร์บอกซิลิค, หรือของผสมของมัน
64. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 63 ที่ซึ่งเกลือของโลหะอัลคาไลดังกล่าวของกรดคาร์บอกซิลิคคือ Na2Mg EDTA
65. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเทอริฟิเคชั่นดังกล่าว ประกอบด้วยอย่างน้อยหนึ่งเกลือของกรดอนินทรีย์ชนิดไม่กลายเป็นไอ
66. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 65 โดยที่เกลือดังกล่าวของ กรดที่ไม่กลายเป็นไอถูกเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย NaH2PO3, NaH2PO4, Na2H2PO3, KH2PO4, CsH2PO4, และ Cs2H2PO4
67. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.9 และ ประมาณ 1.25 โมลของไดเอ ริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ต่อโมลของสาร ประกอบไดไฮ- ดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ในของผสม, และระหว่าง ประมาณ 1 x 10-5 ถึงประมาณ 1 x 10-3 โมล ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอส เทอริฟิเคชั่นต่อโมลสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ ในของ ผสม
68. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 67 โดยที่ของผสมดังกล่าว ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.95 และ ประมาณ 1.05 โมลของไดเอ ริลคาร์บอเนตที่ถูกแทนที่ด้วยเอสเทอร์ต่อโมลของสาร ประกอบไดไฮ- ดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ในของผสม, และระหว่าง ประมาณ 1 x 10-5 ถึงประมาณ 5 x 10-4 โมล ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอส เทอริฟิเคชั่นต่อโมลสารประกอบไดไฮดรอกซีอะโรมาติกที่มีอยู่ ในของ ผสม
69. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 1 โดยที่การอัดรีดดังกล่าว ถูกกระทำในเครื่องอัดรีดที่ประกอบกับ อย่างน้อยหนึ่งช่อง ระบายสุญญากาศ
70. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 69 โดยที่การอัดรีดดังกล่าว ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยเครื่อง อัดรีดชนิดสกรู คู่อินเตอร์เมสแบบหมุนร่วมกัน, เครื่องอัดรีดชนิดสกรูคู่ ไม่ใช่อินเตอร์เมส, เครื่อง อัดรีดชนิดกลับไปมา, และเครื่อง อัดรีดชนิดสกรูเดี่ยวแบบไม่กลับไปมา
71. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่สารเริ่มต้น (A) และ (B) ประกอบต่อไปด้วยสารหยุดโซ่ ฟีนอลชนิดโมโน ฟังก์ชั่นนัล
72. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 71 โดยที่สารหยุดโซ่ดัง กล่าวคือ p-คิวมิลฟีนอล
73. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการ ขจัดผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนตจาก เครื่องอัดรีดดังกล่าว
74. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 73 โดยที่ผลิตภัณฑ์โพลี คาร์บอเนตดังกล่าวถูกใส่เข้าไปในเครื่องอัด รีดลำดับสองที่ อัตราการป้อน, เครื่องอัดรีดลำดับที่สองดังกล่าวที่มีความ เร็วสกรู, อัตราการป้อน ดังกล่าวและความเร็วสกรูดังกล่าวที่ มีอัตราส่วน, เครื่องอัดรีดลำดับสองดังกล่าวที่ทำงานที่ อุณหภูมิในช่วงระหว่างประมาณ 100 ํซ และประมาณ 400 ํซ, เครื่องอัดรีดลำดับสองดังกล่าวที่ ทำงาน เพื่อว่าอัตราส่วนของอัตราการป้อนที่แสดงในหน่วยปอนด์ต่อ ชั่วโมงต่อความเร็วสกรูที่แสดง ในรอบต่อนาทีอยู่ภายในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 100
75. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 74 โดยที่ความเร็วสกรูอยู่ ในช่วงระหว่างประมาณ 50 และประมาณ 1200 รอบต่อนาที
76. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 43 โดยที่ความเร็วสกรูอยู่ ในช่วงระหว่างประมาณ 50 และประมาณ 1200 รอบต่อนาที
77. วิธีการสำหรับการเตรียมโพลีคาร์บอเนตซึ่งประกอบด้วย (A) การอัดรีดของผสมซึ่งประกอบด้วยบีสฟีนอล A, บิส (เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนตและ ตัวเร่งปฏิกิริยาทรานส์เอสเท อริฟิเคชั่น, ของผสมดังกล่าวที่ประกอบด้วยระหว่างประมาณ 0.95 และประมาณ 1.05 โมลของบิส(เมทธิลซาลิซิล)คาร์บอเนต ต่อโมลของสารประกอบไดไฮดรอกซี อะโรมาติกที่อยู่ในของผสม, ที่อุณหภูมิหนึ่งหรือมากกว่าในช่วงระหว่างประมาณ 100 ํซ และ ประมาณ 350 ํซ, การอัดรีดดังกล่าว ที่กระทำในเครื่องอัดรีดที่มีความเร็วสกรู, ของผสมดังกล่าว ที่ ถูกใส่เข้าไปในเครื่องอัดรีดดังกล่าวที่อัตราการป้อน, อัตราการป้อนดังกล่าวและความเร็วสกรู ดังกล่าวที่มีอัตรา ส่วน, เครื่องอัดรีดดังกล่าวที่ทำงาน เพื่อว่าอัตราส่วนของอัตราการป้อนที่แสดงใน หน่วยปอนด์ต่อ ชั่วโมงต่อความเร็วสกรูที่แสดงในรอบต่อนาทีอยู่ภายในช่วง ตั้งแต่ประมาณ 0.01 ถึงประมาณ 100; และ (B) การนำกลับผลิตภัณฑ์โพลีคาร์บอเนต
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH58600A true TH58600A (th) | 2003-09-25 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CN1556826B (zh) | 制备聚碳酸酯的挤出方法 | |
| EP1581579B1 (en) | Method of polycarbonate preparation | |
| US6420512B1 (en) | Extrusion method for making polycarbonate | |
| JP2004536917A5 (th) | ||
| JP2005529995A5 (th) | ||
| EP2540758B1 (en) | Late-addition catalyst formulation, reactor system, and method for producing polycarbonate | |
| KR101563996B1 (ko) | 용융 폴리카보네이트의 연속적인 제조 공정 | |
| JP2004536916A5 (th) | ||
| CN101541856B (zh) | 聚碳酸酯树脂及其制备方法 | |
| WO2003095521A1 (en) | Multiwall polycarbonate sheet and method for its production | |
| EP1427771A1 (en) | Method of polycarbonate preparation by solid state polymerization | |
| CN102731763A (zh) | 聚碳酸酯树脂及其制备方法 | |
| CN1286711A (zh) | 聚碳酸酯共聚物及其制造方法 | |
| WO2008012987A1 (en) | Process and apparatus for continuously producing aromatic polycarbonate | |
| JP2002308976A (ja) | 分岐化芳香族ポリカーボネート及びその製造方法 | |
| KR20170129172A (ko) | 용융 중합 방법 및 그로부터 제조된 폴리카보네이트 | |
| EP0568740A1 (en) | Process for the preparation of high molecular weight poly (arylcarbonates) | |
| JP4098456B2 (ja) | 芳香族ポリカーボネートペレットの製造方法 | |
| CN104204033A (zh) | 聚碳酸酯树脂的制造方法和聚碳酸酯树脂组合物 | |
| CN103534292B (zh) | 用于向熔融聚碳酸酯聚合过程中连续加入支化剂的方法和系统 | |
| JP6287318B2 (ja) | 樹脂組成物及び三次元物体の製造方法 | |
| JP5589560B2 (ja) | 芳香族ポリカーボネート樹脂の製造方法 | |
| JP2000290364A (ja) | 分岐化ポリカーボネート樹脂の製造方法 | |
| TH58400A (th) | วิธีเตรียมพอลิคาร์บอเนทโดยการพอลิเมอไรซ์ในสถานะของแข็ง | |
| JP2009507677A (ja) | 溶媒キャスティングフィルムの製造に有用なポリカーボネート |