TH56205A - การต่อเหล็กเส้นชนิดต่อได้เอง - Google Patents
การต่อเหล็กเส้นชนิดต่อได้เองInfo
- Publication number
- TH56205A TH56205A TH9901004582A TH9901004582A TH56205A TH 56205 A TH56205 A TH 56205A TH 9901004582 A TH9901004582 A TH 9901004582A TH 9901004582 A TH9901004582 A TH 9901004582A TH 56205 A TH56205 A TH 56205A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- clamps
- clamp
- rebar
- nut
- curved surface
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (16/10/43) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับข้อต่อสำหรับต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้ง ให้เป็นมาตรฐาน ข้อต่อนี้ใช้สำหรับต่อปลายเหล็กแต่ละเส้นเข้าด้วยกัน ข้อต่อนี้ประกอบด้วย ชุดตัวจับ อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็น รูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่างตามความยาวอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัว จับมีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้งของเหล็กสองเส้นนั้น บนผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมี ร่องบุ๋มที่รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็กเส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกัน แล้วประกบด้วยชุดตัวจับ ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะแนบเข้ากับส่วนโค้งของเหล็ก และ แถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับร่องบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับซึ่งมีปลาย อย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงและเป็นเกลียว และด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของนอต มีลักษณะลาดเอียง และมีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอต ปลายเอียงของชุด ตัวจับจะเคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบเข้าหากัน จนสามารถบีบเหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น การประดิษฐ์นี้ ใช้สำหรับต่อปลายเหล็ก 2 เส้น โดยใช้ข้อต่อตามการประดิษฐ์นี้ การประดิษฐ์นี้ ยังรวมถึงขบวนการรีดร้อน เพื่อผลิตเหล็กเส้นโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน เหล็กเส้นดังกล่าวสามารถต่อเข้ากันโดยใช้ข้อต่อตามการประดิษฐ์นี้ นอกจากนี้ การประดิษฐ์นี้ยังรวมถึงวิธีการต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็น มาตรฐาน และใช้ข้อต่อจากการประดิษฐ์นี้ การประดิษฐ์นี้ใช้สำหรับต่อเหล็กเส้นเส้นหนึ่ง ซึ่งผลิตแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน เพื่อต่อหรือยึด เข้ากับวัตถุอื่น ข้อต่อประกอบด้วย ชุดตัวจับ อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับ อย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่างตามความยาวอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้งของเหล็กเส้นนั้น บนผิวโค้งด้าน ในของชุดตัวจับมีร่องบุ๋มที่รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็กเส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกันแล้วประกบด้วยชุดจับตัว ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะแนบเข้ากับส่วนโค้งของ เหล็ก และแถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับรองบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับซึ่งมี ปลายอย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงเป็นร่องเกลียว และด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของนอต มีลักษณะลาดเอียง และ มีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอต ปลายเอียงของชุดตัวจับจะ เคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบเข้าหากันจนสามารถบีบ เหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น การประดิษฐ์ยังพูดถึงการต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน ข้อต่อนี้ใช้ สำหรับการต่อปลายเหล็กแต่ละเส้นเข้าด้วยกัน ข้อต่อนี้ประกอบด้วยชุดตัวจับอย่างน้อยหนึ่งชุด ในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่าง ตามความยาวระหว่างตัวจับ ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าเส้นผ่าน ศูนย์กลางของเหล็กเส้นที่จะนำมาต่อกัน และมีผิวเป็นร่องวงแหวนหลายๆร่องขนานกัน ร่องดัง กล่าวมีลักษณะเป็นวงที่มีรัศมีตั้งได้ฉากกับแกนของชุดตัวจับ ชุดตัวจับยังประกอบด้วยปลอก แหวนผ่า ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกระบอกผ่าตามความยาวที่ด้านข้างด้านหนึ่งของทรงกระบอก ผิว นอกของปลอกแหวนผ่า มีลักษณะเป็นวงนูนหลายๆวงที่เข้ากับร่องที่ขนานของชุดตัวจับ ผิวโค้ง ด้านในของปลอกแหวนผ่ามีรอยบุ๋มที่เข้ากับแถบบั้งของเหล็กเส้น ปลอกแหวนผ่านี้มีขนาดซึ่งเข้า ได้พอดีกับช่องว่างระหว่างผิวด้านในของตัวจับและผิวโดยรอบของเหล็กเส้น เหล็กเส้นที่จะนำมา ต่อกันจะวางเป็นเส้นตรงเดียวกันแต่อาจหันแถบบั้งตามแนวแกนด้วยมุมที่ต่างกัน ในการต่อเหล็ก เส้นนี้ ทำได้โดยนำปลอกแหวนผ่าแนบเข้ากับผิวที่ปลายเหล็กเส้น โดยการปรับปลอกแหวนผ่าให้ แนบกับแถบบั้งของเหล็กเส้น ผิวด้านนอกของชุดตัวจับมีลักษณะลาดเอียงเป็นร่องเกลียว และ ด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของ นอตมีลักษณะเอียงและมีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านของชุดตัวจับ เมื่อขันนอตปลาย เอียงของชุดตัวจับจะเลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของนอต ช่องว่างตามความยาวของชุดตัวจับจะแคบเข้า หากัน ซึ่งตัวจับจะถูกบีบให้แนบสนิทกับปลอกแหวนผ่า และปลอกแหวนผ่าจะถูกบีบให้แน่นเข้า กับผิวโค้งของเหล็ก ข้อต่อจากการประดิษฐ์นี้ เหมาะสำหรับการต่อเหล็กเส้นหรือที่เรียกโดยทั่วไปว่าเหล็กข้ออ้อยที่ ผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน หรือมีแถบบั้งที่ตายตัว ข้อต่อนี้ใช้ชุดตัวจับหรือตัวบีบตามที่ได้ อธิบายแล้วข้างต้น ในการใช้งาน ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะสัมผัสแนบกับผิวโค้งของเหล็กที่ นำมาต่อกัน การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับข้อต่อสำหรับต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้ง ให้เป็นมาตรฐาน ข้อต่อนี้ใช้สำหรับต่อปลายเหล็กแต่ละเส้นเข้าด้วยกัน ข้อต่อนี้ประกอบด้วย ชุดตัวจับ อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็น รูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่างตามความยาวอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัว จับมีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้งของเหล็กสองเส้นนั้น บนผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมี ร่องบุ๋มที่รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็กเส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกัน แล้วประกบด้วยชุดตัวจับ ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะแนบเข้ากับส่วนโค้งของเหล็ก และ แถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับร่องบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับซึ่งมีปลาย อย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงและเป็นเกลียว และด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของนอต มีลักษณะลาดเอียง และมีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอต ปลายเอียงของชุด ตัวจับจะเคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบเข้าหากัน จนสามารถบีบเหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น การประดิษฐ์นี้ ใช้สำหรับต่อปลายเหล็ก 2 เส้น โดยใช้ข้อต่อตามการประดิษฐ์นี้ การประดิษฐ์นี้ ยังรวมถึงขบวนการรีดร้อน เพื่อผลิตเหล็กเส้นโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน เหล็กเส้นดังกล่าวสามารถต่อเข้ากันโดยใช้ข้อต่อตามการประดิษฐ์นี้ นอกจากนี้ การประดิษฐ์นี้ยังรวมถึงวิธีการต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็น มาตรฐาน และใช้ข้อต่อจากการประดิษฐ์นี้ การประดิษฐ์นี้ใช้สำหรับต่อเหล็กเส้นเส้นหนึ่ง ซึ่งผลิตแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน เพื่อต่อหรือยึด เข้ากับวัตถุอื่น ข้อต่อประกอบด้วย ชุดตัวจับ อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับ อย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่างตามความยาวอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้งของเหล็กเส้นนั้น บนผิวโค้งด้าน ในของชุดตัวจับมีร่องบุ๋มที่รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็กเส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกันแล้วประกบด้วยชุดจับตัว ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะแนบเข้ากับส่วนโค้งของ เหล็ก และแถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับรองบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับซึ่งมี ปลายอย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงเป็นร่องเกลียว และด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของนอต มีลักษณะลาดเอียง และ มีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอต ปลายเอียงของชุดตัวจับจะ เคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบเข้าหากันจนสามารถบีบ เหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น การประดิษฐ์ยังพูดถึงการต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน ข้อต่อนี้ใช้ สำหรับการต่อปลายเหล็กแต่ละเส้นเข้าด้วยกัน ข้อต่อนี้ประกอบด้วยชุดตัวจับอย่างน้อยหนึ่งชุด ในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง โดยมีช่องว่าง ตามความยาวระหว่างตัวจับ ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่าเส้นผ่าน ศูนย์กลางของเหล็กเส้นที่จะนำมาต่อกัน และมีผิวเป็นร่องวงแหวนหลายๆร่องขนานกัน ร่องดัง กล่าวมีลักษณะเป็นวงที่มีรัศมีตั้งได้ฉากกับแกนของชุดตัวจับ ชุดตัวจับยังประกอบด้วยปลอก แหวนผ่า ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกระบอกผ่าตามความยาวที่ด้านข้างด้านหนึ่งของทรงกระบอก ผิว นอกของปลอกแหวนผ่า มีลักษณะเป็นวงนูนหลายๆวงที่เข้ากับร่องที่ขนานของชุดตัวจับ ผิวโค้ง ด้านในของปลอกแหวนผ่ามีรอยบุ๋มที่เข้ากับแถบบั้งของเหล็กเส้น ปลอกแหวนผ่านี้มีขนาดซึ่งเข้า ได้พอดีกับช่องว่างระหว่างผิวด้านในของตัวจับและผิวโดยรอบของเหล็กเส้น เหล็กเส้นที่จะนำมา ต่อกันจะวางเป็นเส้นตรงเดียวกันแต่อาจหันแถบบั้งตามแนวแกนด้วยมุมที่ต่างกัน ในการต่อเหล็ก เส้นนี้ ทำได้โดยนำปลอกแหวนผ่าแนบเข้ากับผิวที่ปลายเหล็กเส้น โดยการปรับปลอกแหวนผ่าให้ แนบกับแถบบั้งของเหล็กเส้น ผิวด้านนอกของชุดตัวจับมีลักษณะลาดเอียงเป็นร่องเกลียว และ ด้านปลายมีขอบผิวเป็นวงกลม และร่องเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของ นอตมีลักษณะเอียงและมีเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านของชุดตัวจับ เมื่อขันนอตปลาย เอียงของชุดตัวจับจะเลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของนอต ช่องว่างตามความยาวของชุดตัวจับจะแคบเข้า หากัน ซึ่งตัวจับจะถูกบีบให้แนบสนิทกับปลอกแหวนผ่า และปลอกแหวนผ่าจะถูกบีบให้แน่นเข้า กับผิวโค้งของเหล็ก ข้อต่อจากการประดิษฐ์นี้ เหมาะสำหรับการต่อเหล็กเส้นหรือที่เรียกโดยทั่วไปว่าเหล็กข้ออ้อยที่ ผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน หรือมีแถบบั้งที่ตายตัว ข้อต่อนี้ใช้ชุดตัวจับหรือตัวบีบตามที่ได้ อธิบายแล้วข้างต้น ในการใช้งาน ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะสัมผัสแนบกับผิวโค้งของเหล็กที่ นำมาต่อกัน
Claims (12)
1. ข้อต่อสำหรับต่อเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งเหล็กเส้นชนิดต่อเองได้ที่ผลิตโดยวิธีรีดร้อน และแต่ละขนาดที่ ผลิต จะมีแถบบั้งเหมือนกัน แม้ว่าจะผลิตคนละครั้งกัน ข้อต่อดังกล่าวใช้สำหรับต่อปลายเหล็กดังกล่าว แต่ละเส้นเข้าด้วยกัน ข้อต่อนี้ประกอบด้วย - ชุดตัวจับทำด้วยเหล็ก อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ ประกบ กันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้ง ของเหล็กสองเส้นนั้น บนผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีร่องบุ๋มที่รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็ก เส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกันแล้วประกบด้วยชุดตัวจับจะมีช่องว่างตาม ความยาวของชุดตัวจับอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะแนบเข้ากับส่วนโค้งของ เหล็ก และแถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับร่องบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับ ซึ่งมีปลายอย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงและเป็นเกลียว เกลียวที่ผิวนอกของชุดตัวจับนี้ ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต - นอตทำด้วยเหล็ก อย่างน้อยสองตัว ผิวด้านในของนอต มีลักษณะลาดเอียง และมีร่องเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอตที่อยู่ที่ปลายทั้งสองของชุดตัวจับ ปลายเอียงของชุดตัวจับจะเคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบ เข้าหากันจนสามารถบีบเหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น
2. ข้อต่อตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งมีตัวจับเมื่อประกอบกันแล้วมีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอกกลวง
3. ข้อต่อตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 เมื่อชุดตัวจับประกบกับเหล็กเส้นแล้ว ช่องว่างตามความยาวถูกบีบ เข้าหากัน
4. ข้อต่อตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 3 ที่มีผิวด้านนอกของตัวจับมีลักษณะ ลาดเอียด และเป็นร่องเกลียว และมีขอบผิวด้านปลายเป็นวงกลม ขันให้แน่นได้ด้วยนอตอย่างน้อย 2 ตัว ผิวด้านในของนอตเอียงและมีร่องเกลียวเข้าได้พอดีกับผิวด้านนอกของตัวจับ เมื่อหมุนนอตให้ กระชับแน่นกับตัวจับ ปลายด้านเอียงของตัวจับแต่ละตัว จะเลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต
5. เหล็กเส้น 2 เส้น ที่ปลายของเหล็กเส้นทั้ง 2 เส้น ต่อกันโดยใช้ข้อต่อตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่ง ของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 4
6. เหล็กเส้น 2 เส้น ตามข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งมีบั้งที่มีลักษณะเป็นเกลียว (Thread Bar)
7.ขบวนการผลิตเหล็กเส้นที่ผลิตแถบบั้งให้เป็นมาตรฐานโดยวิธีรีดร้อน เพื่อให้เหล็กเส้นที่มีขนาด เดียวกันแต่ผลิตคนละครั้งกัน ให้มีแถบบั้งเหมือนกัน โดยเจตนาให้เป็นเหล็กเส้นเพื่อการต่อเหล็ก เส้นโดยวิธีตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 4
8. กรรมวิธีการต่อปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น ซึ่งผลิตแถบบั้งให้เป็นมาตรฐาน เพื่อใช้กับข้อต่อตาม ข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ถึง 4
9. การผลิตข้อต่อสำหรับการต่อเหล็กเส้นชนิดต่อเองได้ที่ผลิตโดยวิธีรีดร้อนและแต่ละขนาดที่ผลิต จะ มีแถบบั้งเหมือนกัน แม้ว่าจะผลิตคนละครั้งกัน เหล็กเส้นซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังกล่าว เพื่อต่อหรือยึดเข้ากับวัตถุอื่น ข้อต่อประกอบด้วย ชุดตัวจับ อย่างน้อยหนึ่งชุด ซึ่งในแต่ละ ชุดประกอบด้วยตัวจับอย่างน้อย 1 คู่ประกบกันเป็นรูปทรงกระบอกกลวง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับ มีส่วนโค้งที่จะเข้าได้พอดีกับส่วนโค้งของเหล็กเส้นนั้น บนผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับมีร่องบุ๋มที่ รับได้พอดีกับแถบบั้งของเหล็กเส้น เมื่อนำปลายของเหล็กเส้น 2 เส้น มาวางต่อกันแล้วประกบด้วย ชุดตัวจับจะมีช่องว่างตามความยาวของชุดตัวจับอย่างน้อย 2 ช่อง ผิวโค้งด้านในของชุดตัวจับจะ แนบเข้ากับส่วนโค้งของเหล็ก และแถบบั้งของเหล็กเส้นจะแนบเข้าพอดีกับร่องบุ๋มของชุดตัวจับ ผิวนอกของชุดตัวจับซึ่งมีปลายอย่างน้อย 1 ปลาย มีลักษณะลาดเอียงเป็นเกลียว และด้านปลายมี ขอบผิวเป็นวงกลม และเกลียวนี้ทำไว้สำหรับขันให้แน่นได้ด้วยนอต ผิวด้านในของนอต มีลักษณะ ลาดเอียง และมีร่องเกลียว ซึ่งเข้าได้พอดีกับผิวเกลียวด้านนอกของชุดตัวจับ เมื่อขันนอต ปลายเอียง ของชุดตัวจับจะเคลื่อนเข้าสู่ด้านแคบของรูนอต ช่องว่างตามความยาวของตัวจับจะแคบเข้าหากัน จนสามารถบีบเหล็กเส้นได้แน่น และตัวจับถูกบีบให้สัมผัสกับผิวโค้งของเหล็กได้แน่น
10. ข้อต่อตามข้อถือสิทธิที่ 9 ซึ่งมีตัวจับ เมื่อประกอบกันแล้วมีลักษณะเป็นท่อทรงกระบอกกลวง
11. ข้อต่อตามข้อถือสิทธิที่ 9 หรือ 10 เมื่อชุดตัวจับประกบกับเหล็กเส้นแล้ว ช่องว่างตามความยาวถูก บีบเข้าหากัน
12. การต่อเหล็กเส้นเส้นหนึ่ง ซึ่งผลิตโดยมีแถบบั้งให้เป็นมาตรฐานให้ตรึงอยู่กับหรือยึดอยู่กับโครง สร้างต่าง ๆ โดยใช้ข้อต่อตามข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิข้อที่ 9 ถึง 11
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH56205A3 TH56205A3 (th) | 2003-04-11 |
| TH56205A true TH56205A (th) | 2003-04-11 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR101988611B1 (ko) | 슬립 방지 철근 커플러 | |
| US5098134A (en) | Pipe connection unit | |
| US4241490A (en) | Method of applying metal sleeve to concrete reinforcing bar, metal sleeve and swaged connection | |
| US20010016143A1 (en) | Connector for self coupling steel bars | |
| CN86104733A (zh) | 波纹导管连接器 | |
| EP0883771A1 (de) | Rohrverbindung | |
| AU553374B2 (en) | Unitary clamp action fitting | |
| CN101230873A (zh) | 管接头 | |
| EP0098099A2 (en) | Two part connector for concrete reinforcing bars | |
| KR102157369B1 (ko) | 파이프 연결장치 | |
| JP3799097B2 (ja) | 異形鉄筋の継手構造 | |
| KR101988640B1 (ko) | 철근 커플러 | |
| US3716897A (en) | Tightening collar | |
| JPH11336257A (ja) | 鉄筋用連結装置 | |
| US11319975B2 (en) | Pipe connection tool and pipe connection method | |
| KR100805167B1 (ko) | 철근이음장치 | |
| KR100348987B1 (ko) | 철근 연결장치 | |
| EP1205671A1 (en) | Self-locking coupling structure | |
| KR200363189Y1 (ko) | 파이프 연결용 커플링 | |
| AU606540B2 (en) | Pipe connectors | |
| KR960009112Y1 (ko) | 파이프 이음구 | |
| JP2003021281A (ja) | 架橋性ポリエチレン管の管継手装置 | |
| KR200280042Y1 (ko) | 관접속용 커넥터 | |
| US20020130518A1 (en) | Sure-lock gasket coupling | |
| JPH11350737A (ja) | 鉄筋の接続構造 |