TH51753A - cDNA โคลน ที่ทำให้ติดเชื้อได้ของไวรัสกลุ่มอาการโรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์และการหายใจของสุกร (PRRS) สายพันธ์อเมริกาเหนือ และการใช้ cDNA โคลนนี้ - Google Patents
cDNA โคลน ที่ทำให้ติดเชื้อได้ของไวรัสกลุ่มอาการโรคเกี่ยวกับการสืบพันธ์และการหายใจของสุกร (PRRS) สายพันธ์อเมริกาเหนือ และการใช้ cDNA โคลนนี้Info
- Publication number
- TH51753A TH51753A TH9901004426A TH9901004426A TH51753A TH 51753 A TH51753 A TH 51753A TH 9901004426 A TH9901004426 A TH 9901004426A TH 9901004426 A TH9901004426 A TH 9901004426A TH 51753 A TH51753 A TH 51753A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- north american
- genetically modified
- prrs virus
- american prrs
- rna molecule
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (28/12/55) การประดิษฐ์นี้ได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, รวมทั้ง พลาสมิด ; เวคเตอร์ของไวรัส ; และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ; และไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยเหตุนั้นด้วย การประดิษฐ์นอกจากนี้ได้ให้โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ ถูกแยกออกมาซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือการประดิษ์ฐ์นี้ได้ให้ โมเลกุลโพลีนิ วคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกท รานสเฟ็คท์ ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่ทางพันธุกรรม; และไวรัส PRRS, สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรมที่ถูกเข้ารหัสโดยเหตุนั้นด้วย การ ประดิษฐ์นี้ได้ให้วัคซีนที่ประกอบด้วย พลาสมิด, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส และ ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าว, และวิธีการเกี่ยวกับการใช้วัคซีนเหล่านี้ในสุกรและใน สัตว์อื่น เช่นเดียวกันได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์ เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งเข้ารหัสเปปไทด์ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ เวคเตอร์ของไวรัสและสายพันธ์เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานเฟ็คท์เหล่านี้เป็น ประโยชน์ในการให้เปปไทด์ที่จะทดแทนสำหรับลำดับที่มีรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรม เพื่อว่า ไวริออนซึ่งสามารถปฏิบัติการได้สามารถถูกก่อให้เกิดขึ้นได้ การประดิษฐ์นี้ได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา , รวมทั้ง พลาสมิด ; เวคเตอร์ของไวรัส ; และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่งเข้ารหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ; และไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยเหตุนั้นด้วย การประดิษฐ์นอกจากนี้ได้ให้โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ ถูกแยกออกมาซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือการประดิษ์ฐ์นี้ได้ให้ โมเลกุลโพลีนิ วคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออมา, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส, และเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกท รานสเฟ็คท์ ซึ่งเข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่ทางพันธุกรรม ; และไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุ์กรรมที่ถูกเข้ารหัสโดยเหตุนั้นด้วย การ ประดิษฐ์นี้ได้ให้วัคซีนที่ประกอบด้วย พลาสมิด, โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ, เวคเตอร์ของไวรัส และ ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าว, และวิธีการเกี่ยวกับการใช้วัคซีนเหล่านี้ในสุกรและใน สัตว์อื่น เช่นเดียวกันได้ให้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, พาหะของไวรัส ,และเซลล์ เจ้าบ้านที่ถูกทรานสเฟ็คท์ ซึ่งประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งเข้ารหัสของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ เวคเตอร์ของไวรัสและสายพันธ์เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทรานเฟ็คท์เหล่านี้เป็น ประโยชน์ในการให้เปปไทด์ที่จะทดแทนสำหรับลำดับที่มีรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูกปรับแต่งทางพันธุกรรม เพื่อว่า ไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติการได้สามารถถูกก่อให้เกิดขึ้นได้
Claims (27)
1. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาที่ประกอบด้วยลำดับ DNA ที่เข้ารหัสโมเลกุล RNA ที่ทำให้ติดเชื้อ ที่เข้ารหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ที่ซึ่งลำดับ DNA ดังกล่าว คือ SEQ ID NO : 1 หรือ ลำดับที่ไฮบริไดซ์ กับคู่สมของ SEQ ID NO: 1 ภายใต้สภาวะที่เข้มงวดอย่างมาก ที่ซึ่งสภาวะที่ เข้มงวดอย่างมากดังกล่าวประกอบด้วยการไฮบริไดซ์ ผสมกับ DNA ที่ถูกติดกับตัวกรองใน 0.5M NaHPO4, 7%SDS, 1mM EDTA ที่ 65่ ซ และการล้างใน 0.1xSSC/0.1%SDS ที่ 68 ซ.
2. โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ถูกแยกออกมาซึ่งถูกเปลี่ยน เป็นรหัสโดยโมเลกุลโพลีนิว คลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาตามข้อ ถือสิทธิ 1, หรือโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อที่ถูกแยกออกมาที่ เป็น โฮโมโลกัสกัน, ซึ่งโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ
3. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาตามข้อถือสิทธิ 1 ในรูปของพลาสมิด
4. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ, ที่ซึ่ง ลำดับ DNA ดัง กล่าว คือ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็น โฮโมโลกัสกัน, ซึ่งเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อ สามารถ ที่จะแสดงออกถึงไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ถูก เปลี่ยนเป็นรหัส
5. พลาสมิดซึ่งสามารถติดเชื้อโดยตรงกับเซลล์เจ้าบ้านที่ เหมาะสมและซึ่งแสดงออก ถึงไวรัสนิโดไวราเลสจากเซลล์เจ้าบ้าน ที่เหมาะสมที่ถูกติดเชื้ออย่างนั้น ซึ่งพลาสมิดประกอบด้วย a) ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไวราเลส, และ b) ตัวส่งเสริม ที่สามารถถอดรหัสโมเลกุลRNA ที่ติดเชื้อดังกล่าวในเซลล์ เจ้าบ้านที่เหมาะสม ดังกล่าว
6. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดไวรัสนิโดไวราเลส , ซึ่งวิธี การประกอบด้วยการติดเชื้อ เซลล์เจ้าบ้านที่เหมาะสมกับพลาส มิดตามข้อถือสิทธิ 5 ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไวราเลส และ ทำให้ได้ไวรัสนิโดไวราเลสที่ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยเซลล์ เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อ
7. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริการเหนือซึ่งถูก ปรับ แต่งทางพันธุกรรมเพื่อว่าเมื่อมันติดเชื้อสัตว์จำพวก สุกรแล้วมันไม่สามารถสร้าง PRRS ขึ้นในสัตว์ นั้นได้ , ที่ ซึ่ง ลำดับ DNA ดังกล่าว คือ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่ เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่ เกี่ยวกับว่ามันประกอบขึ้นด้วย การเปลี่ยนแปลงลักษณะหนึ่งลักษณะหรือมากกว่าซึ่งทำให้ไวรัส PRRS ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสแล้วไร้ความสามารถทางพันธุกรรม ในข้อที่ว่าความสามารถของมันที่จะ สร้าง PRRS
8. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูกปรับแต่ง ทาง พันธุกรรมเพื่อว่าเมื่อมันติดเชื้อสัตว์จำพวกสุกรแล้ว มันไม่สามารถสร้าง PRRS ในสัตว์นั้นได้ , ที่ซึ่ง ลำดับ DNA ดังกล่าว คือ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่เกี่ยวกับว่ามัน ประกอบขึ้นด้วยการเปลี่ยนแปลงลักษณะ หนึ่งลักษณะหรือมากกว่าซึ่งทำให้ไวรัส PRRS ที่ถูก เปลี่ยน เป็นรหัสแล้วไร้ความสามารถทางพันธุกรรมในข้อที่ว่าความ สามารถของมันที่จะสร้าง PRRS , ซึ่งเซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำ ให้ติดเชื้อนี้สามารถแสดงออกถึงไวรัส PRRS สายพันธ์อ เมริกา เหนือที่ได้ปรับแต่งทางพันธุกรรมและถูกเปลี่ยนเป็น รหัสแล้ว
9. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์จำพวกสุกรจากการติดเชื้อ ด้วยไรวัส PRRS , ซึ่ง วัคซีนประกอบด้วยไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว ถูกเปลี่ยน เป็น รหัสโดยโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดย โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ ตามข้อ ถือสิทธิ 7 , หรือ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อดังกล่าว, หรือโมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ดัง กล่าวในรูปของ พลาสมิด,หรือพาหะของไวรัสซึ่งประกอบด้วยลำ ดับนิวคลีโอไทด์ที่สอดคล้องกับข้อถือสิทธิ 7 ซึ่ง เปลี่ยน เป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งสามารถที่จะ นำออกมาซึ่งการตอบสนองทาง ภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ที่ ได้ผลในการต้านการติดเชื้อไว้รัส PRRS , ในปริมารที่ ได้ผลในการ สร้างการป้องกันทางภูมิคุ้มกันในการต้านการติด เชื้อด้วยไวรัส PRRS ; และตัวพาที่ยอมรับได้ สำหรับการใช้ ทางสัตวแพทย์ศาสตร์
10. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริการเหนือซึ่งถูกปรับ แต่งทางพันธุกรรมเพื่อว่ามันประกอบด้วยหนึ่งเฮทเทอโรโลกัส แอนตี้จีนิคอีพิโทปหรือมากกว่า , ที่ ซึ่งลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือ คือ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่เกี่ยวกับว่ามัน เพิ่มเติม ประกอบด้วยหนึ่งลำดับนิวคลีโอไทด์หรือมากกว่าซึ่ง แต่ละตัวเปลี่ยนเป็นรหัสเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้ จีนิคอีพิโทป, และที่ซึ่งแต่ละเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิ โทปสามารถทำให้เกิดการตอบสนองทาง ภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรค ได้ในการต่อต้านตัวทำให้เกิดโรคโดยเฉพาะที่ได้ผลในสัตว์ เลี้ยงลูกด้วยนม หรือนก
11. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาตามข้อถือสิทธิ 10 ในรูปของพลาสมิด
12. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูก ปรับแต่งทาง พันธุกรรมจนกระทั่งมันประกอบด้วยหนึ่งเฮทเทอ โรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปหรือมากกว่า , ที่ซึ่ง ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือ คือ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่เกี่ยวกับว่ามัน เพิ่มเติม ประกอบด้วยหนึ่งลำดับนิวคลีโอไทด์หรือมากกว่าซึ่ง แต่ละตัวเปลี่ยนเป็นรหัสเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้ จีนิคอีพิโทป, และที่ซึ่งแต่ละเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปสามารถทำ ให้เกิดการตอบสนองทาง ภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ในการต่อ ต้านตัวทำให้เกิดโรคโดยเฉพาะที่ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วย นม หรือนก
13. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกจาก การติดเชื้อด้วยตัวทำให้ เกิดโรค, ซึ่งวัคซีนประกอบด้วย ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรม แล้วซึ่ง ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยโมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ ของข้อถือ สิทธิ 10 หรือ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อดังกล่าว, หรือพลาส มิดตามข้อถือสิทธิ 11 , ใน ปริมาณที่ได้ผลในการสร้างการป้อง กันทางภูมิคุ้มกันในการต่อต้านการติดเชื้อโดยตัวทำให้เกิด โรค ซึ่งได้มาจากเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปนี้หรื อ อีพิโทปของสิ่งนั้นหรือถูกเปลี่ยนเป็นรหัสด้วย เหตุนั้น และตัว พาที่ยอมรับได้สำหรับการใช้ทางเภสัชกรรมและทางสัตว แพทย์ศาสตร์
14. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาตามข้อถือสิทธิ 10 ที่ซึ่ง ลำดับDNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกา เหนือที่ปรับ แต่งทางพันธุกรรมแล้ว เพิ่มเติมประกอบด้วยการ เปลี่ยนแปลงลักษณะหนึ่งลักษณะหรื อมากกว่า ซึ่งทำให้ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริ กาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมและถูก เปลี่ยนเป็นรหัสแล้วไร้ ความสามารถในข้อที่ว่าความสามารถของ มันที่จะสร้าง PRRS ขึ้นในสัตว์จำพวกหมู
15. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาตามข้อถือสิทธิ 14 ในรูปของพลาสมิด
16. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์จำพวกสุกรจากการติดเชื้อ ด้วยไวรัส PRRS และ จากการติดเชื้อด้วยตัวทำให้เกิดโรคในหมู นอกเหนือจากไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ, ซึ่ง วัคซีน ประกอบด้วยไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้วซึ่งถูกเปลี่ยน เป็นรหัสโดยโมเลกุล RNA ที่ติด เชื้อซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยโมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ ตามข้อถือ สิทธิ 14 หรือ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อดังกล่าว, หรือพลาสมิดตามข้อถือสิทธิ 15 , ในปริมาณที่ได้ ผลในการสร้าง การป้องกันทางภูมิคุ้มกันในการต่อต้านการติดเชื้อโดยไวรัส PRRS และต่อต้านการ ติดเชื้อโดยตัวทำให้เกิดโรคซึ่งได้มาจาก เฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปนี้หรื ออีพิ โทปของมันหรือ ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสด้วยเหตุนั้น และตัวพาที่ ยอมรับได้สำหรับการใช้ทางสัตวแพทย์ศาสตร์
17. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา ซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูก ปรับแต่งทางพันธุกรรมเพื่อว่ามันประกอบด้วยหนึ่งเฮทเทอ โรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถ ตรวจพบได้หรือมากกว่า , ที่ซึ่งลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติด เชื้อ เป็นเหมือน กันหรือเป็นโฮโมโลกัสกันกับลำดับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่เกี่ยว กับว่า มันเพิ่มเติมประกอบด้วยหนึ่งลำดับนิวคลีโอไทด์หรือมากกว่า ซึ่งแต่ละตัวเปลี่ยนเป็นรหัสเฮท เทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิ โทปที่สามารถตรวจพบได้
18. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์จำพวกสุกรจากการติดเชื้อ ด้วยไวรัส PRRS ซึ่ง วัคซีนประกอบด้วยไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วซึ่งถูกเปลี่ยน เป็นรหัสโดยโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัส โดยโมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ ตามข้อถือ สิทธิ 17 , ซึ่งประกอบ ด้วยหนึ่งเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถตรวจพบ ได้หรือมาก กว่า , ถูกปฏิบัติการ หรือถูกปรับแต่งทางพันธุ กรรมต่อไปเพื่อว่ามันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ ในสัตว์ จำพวกสุกรแต่สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งป้องกันโรคได้ในการ ต้านการติดเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล ในสัตว์จำพวกสุกร ; หรือ โมเลกุล RNA ที่ติด เชื้อดังกล่าว, ที่ ซึ่งไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือ ที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัสด้วย เหตุ นั้น ประกอบด้วยหนึ่งเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทป ที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่า ประกอบด้วยการปรับแต่งทาง พันธุกรรมต่อไปเพื่อว่ามันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่ สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกัน โรคได้ในการต้านการติดเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล ; หรือโพลี นิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา ตามข้อถือสิทธิ 17 , ในรูปของ พลาสมิด, ที่ซึ่งไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับ แต่งทางพันธุกรรมแล้วซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัสด้วยเหตุ นั้น ประกอบด้วยหนึ่งเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิ โทปที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่า ประกอบด้วยการปรับแต่งทาง พันธุกรรมต่อไปเพื่อว่ามันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่ สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกัน โรคได้ในการต้านการติดเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล : หรือพาหะ ของไวรัสซึ่งประกอบด้วยลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูกปรับแต่งทาง พันธุกรรมดัง กล่าว, ที่ซึ่งไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่ ทางพันธุกรรมแล้วที่ถูก เปลี่ยนเป็นรหัสด้วยเหตุนั้น ประกอบ ด้วยหนึ่งเฮทเทอโรโลกัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถตรวจพบ ได้หรือมากกว่า ประกอบด้วยการปรับ แต่ทางพันธุกรรมต่อไปเพื่อว่ามันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้อง กันโรคได้ในการต้านการติด เชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล ; ใน ปริมาณที่ได้ผลในการสร้างการป้องกันทางภูมิคุ้มกันในการต่อ ต้าน การติดเชื้อโดยไวรัส PRRS ; และตัวพาที่ยอมรับได้ สำหรับการใช้ทางสัตวแพทย์ศาสตร์
19. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา ซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูก ปรับแต่งทางพันธุกรรมจนกระทั่งมันไม่มีแอนตี้จีนิคอีพิโทป ที่สามารถตรวจพบได้, ที่ซึ่งลำดับ DNA ดังกล่าวคือ ลำดับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน, เว้นแต่ เกี่ยวกับว่ามันไม่มีหนึ่ง ลำดับ DNA หรื อมากกว่าซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสแอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถตรวจพบได้
20. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์จำพวกสุกรจากการติดเชื้อ ด้วยไวรัส PRRS ซึ่ง วัคซีนประกอบด้วยไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วซึ่งถูกเปลี่ยน เป็นรหัสโดยโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรหัส โดยโมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ ตามข้อถือ สิทธิ 19 , ซึ่งไม่มี หนึ่งแอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่า , ถูกปฏิบัติการ หรือถูก ปรับแต่งทางพันธุกรรมต่อไปเพื่อว่า มันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ ในสัตว์จำพวกสุกรแต่ สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรค ได้ในการต้านเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ ผลในสัตว์จำพวกสุกร; หรือ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อดังกล่าว, ที่ซึ่งไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกา เหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วซึ่งถูก เปลี่ยนเป็นรหัสด้วยเหตุนั้น ซึ่งไม่มีหนึ่งแอนตี้จีนิค อีพิโทป ที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่าประกอบด้วยการปรับ แต่งทางพันธุกรรมต่อไปเพื่อว่ามันไม่ สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้อง กันโรคได้ ในการต้านเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล ; หรือโมเลกุล โพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา, ในรูปของพ ลาสมิด, ที่ซึ่ง ไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรม แล้วซึ่งถูกเปลี่ยนเป็น รหัสด้วยเหตุนั้น ซึ่งไม่มีหนึ่ง แอนตี้จีนิคอีพิโทปที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่าประกอบ ด้วยการ ปรับแต่งทางพันธุกรรมต่อไปเพื่อว่ามัน ไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่สามารถนำออกมาซึ่ง การตอบ สนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ในการต้านเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล : หรือพาหะของ ไวรัสซึ่งประกอบด้วยลำดับนิว คลีโอไทด์ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็น รหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือซึ่งถูก ปรับแต่งทางพันธุกรรมดังกล่าว, ที่ซึ่งไวรัส PRRS สาย พันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วที่ถูก เปลี่ยนเป็นรหัสด้วยเหตุนั้น ซึ่งไม่มีหนึ่ง แอนตี้จีนิค อีพิโทปที่สามารถตรวจพบได้หรือมากกว่าประกอบด้วยการปรับ แต่งทางพันธุกรรมต่อ ไปเพื่อว่ามันไม่สามารถที่จะสร้าง PRRS ได้ แต่สามารถนำออกมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่ง ป้องกัน โรคได้ในการต้านเชื้อไวรัส PRRS ที่ได้ผล ; ในปริมาณที่ได้ ผลในการสร้างการป้องกัน ทางภูมิคุ้มกันในการต่อต้านการติด เชื้อโดยไวรัส PRRS ; และตัวพาที่ยอมรับได้สำหรับการใช้ทาง สัตวแพทย์ศาสตร์
21. โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบ ด้วยหนึ่งลำดับนิวคลีโอไทด์ หรือมากกว่า ซึ่งแต่ละตัวเปลี่ยน เป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยไวรัส PRRS สาย พันธ์ อเมริกาเหนือ, ที่ซึ่งลำดับจีโนมของไวรัส PRRS สาย พันธ์อเมริกาเหนือดังกล่าวเป็นเหมือนกันหรือ เป็นโฮโมโลกัส กับโมเลกุล RNA ที่สอดคล้องกับ SEQ ID NO : 1
22. เซลล์เจ้าบ้านที่ถูกทำให้ติดเชื้อซึ่งประกอบด้วยหนึ่ง ลำดับนิวคลีโอไทด์หรือมาก กว่า ซึ่งแต่ละตัวเปลี่ยนเป็น รหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกา เหนือ, ที่ซึ่งลำดับจีโนมของไวรัส PRRS สายพันธ์ อเมริกาเหนือดังกล่าวเป็นเหมือนกันหรือเป็นโฮโม โลกัสกับ โมเลกุล RNA ที่สอดคล้องกับ SEQ ID NO : 1 , ซึ่งเซลล์ที่ ถูกแปรสภาพสามารถแสดง ออกถึงหลายเปปไทด์หรื อเปปไทด์เดียวดัง กล่าว
23. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติกร ได้ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว , ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับ RNA ที่สอด คล้องกับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน เว้น แต่ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะหนึ่งลักษณะหรื อมาก กว่าในหนึ่งลำดับที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์หรือมากกว่า , ซึ่ง วิธีการ ประกอบเพิ่มเติมด้วยการติดเชื้อเซลล์เจ้าบ้านที่ถูก ทำให้ติดเชื้อตามข้อถือสิทธิ 22 กับ โมเลกุล RNA ที่ติด เชื้อ , พลาสมิด หรือพาหะของไวรัส ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกา เหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว , ที่ซึ่งหลายเปปไทด์หรือเปปไทด์เดียวของไวรัส PRRS สาย พันธ์อเมริกาเหนือถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับเดียว หรือหลายลำดับนิวคลีโอไทด์ดังกล่าว ของ เซลล์เจ้าบ้านที่ถูก ทำให้ติดเชื้อดังกล่าวประกอบด้วยเปปไทด์ของลำดับเดียวหรือ หลายลำดับที่จัด เป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุ กรรมแล้วดังกล่าว
24. วิธีการสำหรับการทำให้เกิดไวริ ออนซึ่งสามารถปฏิบัติการ ได้ของไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว , ถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับ RNA ที่สอด คล้องกับ SEQ ID NO : 1 หรือลำดับที่เป็นโฮโมโลกัสกัน เว้น แต่ซึ่งประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะหนึ่งลักษณะหรือมาก กว่าในหนึ่งลำดับที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์หรือมากกว่า , ซึ่ง วิธีการ ประกอบเพิ่มเติมด้วยการติดเชื้อเซลล์ที่เหมาะสม กับ โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อ , พลาสมิด หรือ พาหะของไวรัส ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับ แต่งทางพันธุกรรมแล้ว และกับไวรัสผู้ช่วย ซึ่งแสดงออก ถึงเปปไทด์เดียวหรือหลายเปปไทด์ของไวรัส PRRS สายพันธ์ อ เมริกาเหนือถูกเปลี่ยนเป็นรหัสโดยลำดับเดียวหรือหลายลำดับ ที่จัดเป็นรหัสเปปไทด์ที่ถูกเปลี่ยน แปลงลักษณะ ของไรวัส PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วดัง กล่าว , และ ซึ่งแยกไวริ ออน PRRS สายพันธ์อเมริกาเหนือที่ ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วที่ถูกแสดงออกโดย เซลล์นี้ออกจาก ไวรัสผู้ช่วยดังกล่าว
25. ไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว ซึ่ง สามารถนำมาซึ่งการตอบ สนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกที่ได้รับวัคซีนนั้น , ซึ่ง ไวรัสนิโด ไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วถูกเตรียมขึ้น โดย การทำให้ได้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูก แยกออกมา ซึ่งประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มี อยู่ตามธรรมชาติ , การเปลี่ยนแปลงลักษณะลำดับ DNA ทางพันธุ กรรมซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ตาม ธรรมชาติ เพื่อให้ได้โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูก แยกออกมาซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโคไว ราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุ กรรมแล้วที่ยังคงสามารถนำมาซึ่ง การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ในการต่อต้านการ ติดเชื้อโดย ไวรัสนิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติที่ ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนก, และซึ่งแสดงออกถึงไวรัส นิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วจากโมเลกุลโพลีนิว คลีโอไทด์ที่ ถูกแยกออกมาที่ถูกทำให้ได้มานั้น
26. วิธีการสำหรับการเตรียมไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทาง พันธุกรรมแล้ว ซึ่ง สามารถนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ซึ่งป้องกันโรคได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกที่ได้ รับ วัคซีนนั้น , ซึ่งวิธีการประกอบด้วยการทำให้ได้โมเลกุลโพลี นิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมา ซึ่ง ประกอบด้วย ลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัสโมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไว ราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ , การเปลี่ยน แปลงลักษณะลำดับ DNA ทางพันธุกรรมซึ่งเปลี่ยน เป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็นรหัสไวรัสนิโดไว ราเลสชนิดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อ ให้ได้โมเลกุลโพลีนิว คลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาซึ่งประกอบด้วยลำดับ DNA ซึ่ง เปลี่ยนเป็นรหัส โมเลกุล RNA ที่ติดเชื้อซึ่งเปลี่ยนเป็น รหัสไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วที่ยังคง สามารถนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่งป้องกันโรคได้ ในการต่อต้านการติดเชื้อโดยไวรัส นิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ ตามธรรมชาติที่ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนก, และซึ่ง แสดงออกถึง ไวรัสนิโดไวราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้วจาก โมเลกุลโพลีนิวคลีโอไทด์ที่ถูกแยกออกมาที่ถูก ทำให้ได้มา นั้น
27. วัคซีนสำหรับการป้องกันสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือนกจาก การติดเชื้อไวรัสนิโดไว ราเลส ซึ่งประกอบด้วยไวรัสนิโดไว ราเลสที่ปรับแต่งทางพันธุกรรมแล้ว ตามข้อถือสิทธิ 25 ใน ปริมาณที่ได้ผลในการนำมาซึ่งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันซึ่ง ป้องกันโรคได้ในการต่อต้านไวรัส นิโดไวราเลสชนิดที่มีอยู่ ตามธรรมชาติที่ได้ผลในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรื อนกที่ได้รับ วัคซีนนั้น และ ตัวพาที่ยอมรับได้สำหรับการใช้ทางเภสัชกรรม และทางสัตวแพทย์ศาสตร์
Publications (3)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH51753A true TH51753A (th) | 2002-07-02 |
| TH51753A3 TH51753A3 (th) | 2002-07-02 |
| TH43227C3 TH43227C3 (th) | 2015-03-17 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Pushko et al. | Replicon-helper systems from attenuated venezuelan equine encephalitis virus: Expression of heterologous genesin vitroand immunization against heterologous pathogensin vivo | |
| Rodriguez et al. | Foot and mouth disease virus vaccines | |
| EP3045181B1 (en) | A novel vaccine against the middle east respiratory syndrome coronavirus (MERS-CoV) | |
| Madhan et al. | Baculovirus as vaccine vectors | |
| Dietzschold et al. | New approaches to the prevention and eradication of rabies | |
| CA2406100A1 (en) | Dna transfection system for the generation of infectious influenza virus | |
| JP7721604B2 (ja) | ネコカリシウイルスワクチン | |
| García-Sastre et al. | Novel vaccine strategies against emerging viruses | |
| JP2020536489A5 (th) | ||
| JP5675789B2 (ja) | 免疫接種のための発現ベクターとしての水疱性口内炎ウイルスの異なる複数の抗原型 | |
| JP7742695B2 (ja) | 多価ネコワクチン | |
| Crisci et al. | Chimeric calicivirus-like particles elicit protective anti-viral cytotoxic responses without adjuvant | |
| CN111961654A (zh) | 耐热表型稳定遗传、携带负标记的重组口蹄疫病毒无毒株及o/a型口蹄疫二价灭活疫苗 | |
| Oberg et al. | Bacterially expressed nucleoprotein of infectious hematopoietic necrosis virus augments protective immunity induced by the glycoprotein vaccine in fish | |
| WO2017200484A1 (en) | Multivalent vaccines against major swine viral diseases | |
| Niedbalski et al. | Recent progress in vaccines against foot-and-mouth disease | |
| Yao et al. | Comparison of immune responses to different foot-and-mouth disease genetically engineered vaccines in guinea pigs | |
| Ye et al. | Reverse genetics approaches for the development of mammarenavirus live-attenuated vaccines | |
| JP4989224B2 (ja) | Dnaワクチン組成物およびその使用方法 | |
| EP3706789A1 (en) | Feline calicivirus vaccine | |
| Zhang et al. | Immunogenicity of a recombinant Sendai virus expressing the capsid precursor polypeptide of foot-and-mouth disease virus | |
| US11229699B2 (en) | Feline calicivirus vaccine | |
| Wang et al. | Prevention and Control of Grass Carp Hemorrhagic Disease | |
| Zhang | Progress in the study of live vector vaccine for swine fever virus E2 gene | |
| RU2626605C2 (ru) | Генетическая (рекомбинантная) ДНК-конструкция, содержащая кодон-оптимизированный ген гликопротеина (белка G) вируса бешенства с консенсусной аминокислотной последовательностью, которая составлена с учетом аминокислотных последовательностей белка G, выделяемого из штаммов вируса бешенства, циркулирующих на территории Российской Федерации |