TH49375B - กรรมวิธีสำหรับใส่สารยึดติดลงไปในชิ้นส่วนที่มีเส้นวัสดุ - Google Patents

กรรมวิธีสำหรับใส่สารยึดติดลงไปในชิ้นส่วนที่มีเส้นวัสดุ

Info

Publication number
TH49375B
TH49375B TH1001066A TH0001001066A TH49375B TH 49375 B TH49375 B TH 49375B TH 1001066 A TH1001066 A TH 1001066A TH 0001001066 A TH0001001066 A TH 0001001066A TH 49375 B TH49375 B TH 49375B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
fine fibers
adhesives
fine
approximately
strand
Prior art date
Application number
TH1001066A
Other languages
English (en)
Other versions
TH42324A (th
Inventor
เจมส์ แวน อีพิเรน นายเดวิด
แอนเดร จัสท์แมน นายเดวิด
คอนแร็ด เบอร์ริสส์ นายโจเซฟ
ลีรอย สมิธ นายโดนัลด์
โทมัส ซีมินิ นายโรเบิร์ต
ลี ไฮค์คิเนน นายคริส
ฟรานซิส คิลเลอร์ นายริชาร์ด
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นายธเนศ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นายธเนศ เปเรร่า filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
Publication of TH42324A publication Critical patent/TH42324A/th
Publication of TH49375B publication Critical patent/TH49375B/th

Links

Abstract

DC60 (28/0/43) การประดิษฐ์นี้จะทำให้มีวิธีการและเครื่องสำเร็จ (20) ที่มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อก่อรูปให้กับชิ้นส่วน ซึ่งรวมเข้าไว้ ด้วยเส้นวัสดุหนึ่งเส้นหรือมากกว่านี้ที่ได้รับการวางโครง แบบอย่างเลือกเฟ้น ในลักษณะ ที่จำเพาะเจาะจงนั้น การ ประดิษฐ์นี้สามารถทำให้มีวิธีการและเครื่องสำเร็จสำหรับห่อ เส้นวัสดุด้วยเส้น ใยละเอียดที่ถูกเลือกไว้และในลักษณะซึ่ง เป็นที่ต้องการนั้น เส้นใยละเอียดดังกล่าวอาจเป็นเส้นใย ละเอียดที่มีสารยึดติด เทคนิคของการประดิษฐ์นี้สามารถรวม เข้าไว้ด้วยการเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุ (22) ไปด้วยความเร็วที่เลือกไว้ไปตามทิศทางตามเครื่องจักร (34) ที่ถูกกำหนดไว้ เส้นใยละเอียดที่มี ลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกัน (24) สามารถถูกบังคับทิศทางให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุ (22) ตามเส้นทาง ของ เส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมา (26) ได้เพื่อก่อรูปเป็นเส้น ด้ายต่าง ๆ ที่เป็นเส้นใยละเอียด (28) จำนวนมากกว่าหนึ่ง เส้นที่ขยายออกจากบริเวณต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้าง (30) ที่ อยู่ตรงข้ามกันของเส้นวัสดุ (22) นอกจากนี้ กระแสอากาศ (32) สามารถถูกบังคับทิศทางได้เพื่อให้นำเส้นด้ายที่เป็น เส้นใย ละเอียด (28) ไปห่อหุ้มไว้รอบเส้นวัสดุ (22) ใน ลักษณะเชิงปฏิบัติงาน การประดิษฐ์นี้จะทำให้มีวิธีการและเครื่องสำเร็จ (20) ที่มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อก่อรูปให้กับชิ้นส่วน ซึ่งรวมเข้าไว้ ด้วยเส้นวัสดุหนึ่งเส้นหรือมากกว่านี้ที่ได้รับการวางโครง แบบอย่างเลือกเฟ้น ในลักษณะ ที่จำเพาะเจาะจงนั้น การ ประดิษฐ์นี้สามารถทำให้มีวิธีการและเครื่องสำเร็จสำหรับห่อ เส้นวัสดุด้วยเส้น ใยละเอียดที่ถูกเลือกไว้และในลักษณะซึ่ง เป็นที่ต้องการนั้น เส้นใยละเอียดดังกล่าวอาจเป็นเส้นใย ละเอียดที่มีสารยึดติด เทคนิคของการประดิษฐ์นี้สามารถรวม เข้าไว้ด้วยการเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุ (22) ไปด้วยความเร็วที่เลือกไว้ไปตามทิศทางตามเครื่องจักร (34) ที่ถูกกำหนดไว้ เส้นใยละเอียดที่มี ลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกัน (24) สามารถถูกบังคับทิศทางให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุ (22) ตามเส้นทาง ของ เส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมา (26) ได้เพื่อก่อรูปเป็นเส้น ด้ายต่างๆ ที่เป็นเส้นใยละเอียด (28) จำนวนมากกว่าหนึ่ง เส้นที่ขยายออกจากบริเวณต่างๆ ที่อยู่ด้านข้าง (30) ที่ อยู่ตรงข้ามกันของเส้นวัสดุ (22) นอกจากนี้ กระแสอากาศ (32) สามารถถูกบังคับทิศทางได้เพื่อให้นำเส้นด้ายที่เป็น เส้นใย ละเอียด (28) ไปห่อหุ้มไว้รอบเส้นวัสดุ (22) ใน ลักษณะเชิงปฏิบัติงาน

Claims (5)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 26/1/59 1. วิธีการก่อรูปชิ้นส่วนหนึ่ง ๆ โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นไปตามทิศทางตาม เครื่องจักรที่ถูกกำหนดไว้ การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเฉพาะเป็นแต่ละ เส้นที่ต่อเนื่องกันให้ไปอยู่บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นด้งกล่าว และ การบังคับทิศทางของกระแสอากาศจำนวนหนึ่ง เพื่อแกว่งแต่ละเส้นใยละเอียดเฉพาะ ดังกล่าวไปมาเสมือนเส้นใยละเอียดเฉพาะดังกล่าวถูกบังคับทิศทางให้ไปอยู่บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยก เฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นดังกล่าว และเพื่อนำไปห่อหุ้มเส้นใยละเอียดดังกล่าวอย่าง น้อยบางส่วนรอบเส้นวัสดุดังกล่าว 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติคที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุดังกล่าว จะทำให้มีส่วนโค้งของ เส้นใยละเอียดจำนวนมากกว่าหนึ่งส่วนที่แผ่ขยายออกจากบริเวณต่าง ๆ ทื่อยู่ด้านข้างดังกล่าวของเส้น วัสดุดังกล่าว และโดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศจะนำบรรดาส่วนโค้งของเส้นใย ละเอียดดังกล่าวไปห่อหุ้มไว้โดยรอบเส้นวัสดุดังกล่าว 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันดังกล่าว ให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุดังกล่าวจะทำให้มีส่วนโค้งของ เส้นใยละเอียดที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันที่แผ่ขยายออกจากบริเวณต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้าง ดังกล่าวของเส้นวัสดุดังกล่าว 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในลำดับต่อไปจะประกอบด้วยการนำเส้นวัสดุและสารยึด ติดที่ถูกห่อหุ้มไว้ดังกล่าวไปสัมผัสลงบนแผ่นฐาน เพื่อทำให้เกิดเป็นของผสมที่เป็นแผ่นฐาน 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวได้ ถูกกระทำขึ้นในลักษณะของการทำหน้าที่ร่วมกันกับการบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าว 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 60 wt% ของสารยึดติดที่ถูกบังคับทิศทาง ดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 75 wt% ของสารยึดติดที่ถูกบังคับทิศทาง ดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 90 wt% ของสารยึดติดที่ถูกบังคับทิศทาง ดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการทับถมในเชิงปฏิบัติงานที่มีค่าโดยสำคัญราว 100 wt% ของสารยึดติดที่ถูกบังคับทิศทาง ดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 1 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการหลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวใปไม่มากกว่า 40 wt% โดยประมาณของสารยึดติดที่ถูก บังคับทิศทางดังกล่าว 1 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการหลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวไปไม่มากกว่า 25 wt% โดยประมาณของสารยึดติดที่ถูก บังคับทิศทางดังกล่าว 1 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้เกิดการหลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวไปไม่มากกว่า 10 wt% โดยประมาณของสารยึดติดที่ถูก บังคับทิศทางดังกล่าว 1 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวจะทำให้มีบรรดาเส้นด้ายที่เป็นเส้นใยละเอียดดังกล่าวในแบบรูปที่สลับกันไปมาตาม บริเวณต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้างดังกล่าวของเส้นวัสดุดังกล่าว 1 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การเคลื่อนย้ายดังกล่าวของเส้นวัสดุดังกล่าวจะทำให้มี ความเร็วของเส้นวัสดุอย่างน้อยประมาณ 0.05 เมตร/วินาที 1 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การเคลื่อนย้ายของเส้นวัสดุดังกล่าวจะทำให้มีความเร็ว ของเส้นวัสดุไม่มากกว่า 10 เมตร/วินาที โดยประมาณ 1 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งรวมเข้าไวัด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะของช่องห่างระหว่าง เส้นวัสดุดังกล่าวและระดับชั้นที่เป็นแผ่นฐานที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 3 มิลลิเมตร 1 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งรวมเข้าไว้ด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะของช่องห่างระหว่าง เส้นวัสดุดังกล่าวและระดับชั้นที่เป็นแผ่นฐานที่มีค่าไม่มากกว่า 12 มิลลิเมตร โดยประมาณ 1 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งรวมเข้าไว้ด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะทางระหว่างหัวฉีด- เส้นวัสดุที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 4 มิลลิเมตร ระหว่างเส้นวัสดุดังกล่าวและหัวฉีดของเครื่องใส่สาร 1 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้มีความเร็วของกระแสอากาศที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 38 เมตร/วินาที 2 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดังกล่าวจะ ทำให้มีความเร็วของกระแสอากาศที่มีค่าไม่มากกว่า 3800 เมตร/วินาที โดยประมาณ 2 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะแผ่ขยายออกไปตลอดระยะ การเคลื่อนตัวไปในทิศทางขวางกับเครื่องจักรที่เป็นระยะทางอย่างน้อยประมาณ 0.01 เซนติเมตร 2 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะแผ่ขยายออกไปตลอดระยะ การเคลื่อนตัวไปในทิศทางขวางกับเครื่องจักรที่เป็นระยะทางที่ไม่มากกว่า 0.6 เซนติเมตร 2 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวผ่านบริเวณต่าง ๆ ทางด้านข้างที่อยู่ตรงข้ามกันทั้งสองด้านของเส้นวัสดุเป็นระยะทางที่ เท่ากันเป็นส่วนใหญ่ 2 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวไปด้วยความถี่ในการเคลื่อนตัว ที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 100 Hz 2 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของสารยึด ติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าว จะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวไปด้วยความถี่ในการเคลื่อนตัวที่มีค่าไม่มากกว่า 10,000 Hz โดยประมาณ 2 6. วิธีการก่อรูปชิ้นส่วนหนึ่งๆ โดยที่วิธีการประกอบด้วย การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นไปตามทิศทางที่ถูก กำหนดไว้ การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ ต่อเนื่องกันให้ไปอยู่บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นดังกล่าว การแกว่งแต่ละเสันใยละเอียดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเฉพาะเป็นแต่ละเสันที่ต่อเนื่องกัน ด้งกล่าวไปมาเสมือนเลันใยละเอียดดังกล่าว ถูกบังคับทิศทางให้ไปอยู่บนแต่ละเสันวัสดุที่แยกเฉพาะ เป็นแต่ละเล้นด้งกล่าว การจับแต่ละเส้นใยละเอียดเฉพาะที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันของสารยึดติดดังกล่าว บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้น และ การห่อหุ้มแต่ละเส้นวัสดุเฉพาะดังกล่าวอย่างน้อยบางส่วนด้วยเส้นใยละเอียดที่ยึดติดเฉพาะ ดังกล่าว 2 7. วิธีการก่อรูปชิ้นส่วนหนึ่งๆ โดยที่วิธีการประกอบด้วย การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุไปตามทิศทางที่ถูกกำหนดไว้ การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยส่าคัญที่ต่อเนื่องกันให้ไป อยู่บนเส้นวัสดุดังกล่าว การบังคับทิศทางอย่างน้อยหนึ่งกระแสอากาศเพื่อทำให้เกิดการแกว่งไปมาของเส้นใยละเอียด ที่ยึดติดอย่างต่อเนื่องดังกล่าว และเพื่อนำไปห่อหุ้มเส้นใยละเอียดของสารยึดติดดังกล่าวอย่าง ปฏิบัติงานได้ รอบเส้นวัสดุดังกล่าว และ การจับเส้นใยละเอียดที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันของสารยึดติดดังกล่าวบนเส้นวัสดุ ดังกล่าว 2 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 26 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการสัมผัสแต่ละเส้นวัสดุอย่างน้อย หนึ่งเส้นดังกล่าวที่ถูกห่อหุ้มอย่างน้อยบางส่วนด้วยสารยึดติดให้ไปอยู่บนแผ่นฐานเพื่อทำให้เกิดเป็น ของผสมที่เป็นแผ่นฐาน 2 9. วิธีการก่อรูปชิ้นส่วนหนึ่ง ๆ โดยที่วิธีการประกอบด้วย การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นไปตามทิศทางที่ถูก กำหนดไว้ การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ ต่อเนื่องกันให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นดังกล่าว การเคลื่อนตัวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเฉพาะเป็นแต่ละ เส้นที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียด ซึ่งให้การทับซ้อนตามขวางจำนวนหนึ่ง ระหว่างเส้นใยละเอียดเฉพาะดังกล่าว และเส้นวัสดุเฉพาะที่สัมพันธ์กันเสมือนเส้นใยละเอียดถูก บังคับทิศทางให้ไปอยู่บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นดังกล่าว การจับแต่ละเส้นใยละเอียดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันของ สารยึดติดดังกล่าว บนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้น และ การห่อหุ้มแต่ละเส้นวัสดุเฉพาะดังกล่าวอย่างน้อยบางส่วนด้วยเส้นใยละเอียดเฉพาะที่ สัมพันธ์กันของสารยึดติด 3 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 29 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะห่างระหว่างชั้นของแผ่น ฐาน และอย่างน้อยหนึ่งเส้นของเส้นวัสดุ ที่แยกเฉพาะระหว่างการบังคับทิศทางของเส้นใย ละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันดังกล่าว 3 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 30 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการสัมผัสแต่ละเส้นวัสดุอย่างน้อย หนึ่งเส้นดังกล่าวที่ถูกห่อหุ้มอย่างน้อยบางส่วนด้วยสารยึดติดให้ไปอยู่บนแผ่นฐาน เพื่อทำให้เกิดเป็น ของผสมที่เป็นแผ่นฐาน 3 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 31 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะห่างอย่างน้อยประมาณ 3 มิลลิเมตร ระหว่างแผ่นฐานดังกล่าว และเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้น ดังกล่าว 3 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 32 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะระหว่างหัวฉีด-เส้นวัสดุ อย่างน้อยประมาณ 4 มิลลิเมตร ระหว่างหัวฉีดของเครื่องใส่สาร และเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ ละเส้นอย่างน้อยหนึ่งเส้นดังกล่าว 3 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 33 โดยที่การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้น อย่างน้อยหนึ่งเส้นดังกล่าวทำให้มีความเร็วของเส้นวัสดุอย่างน้อยประมาณ 0.05 เมตร/วินาที 3 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 34 โดยที่การเคลื่อนตัวของแต่ละเส้นใย ละเอียดของสารยึดติดที่มี ลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดดังกล่าว ซึ่งแผ่ขยายออกไปตลอดระยะการเคลื่อนตัวไปในทิศทางตามขวางเป็นระยะทางอย่างน้อยประมาณ 0.01 เซนติเมตร 3 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 35 โดยที่การเคลื่อนตัวของแต่ละเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่ มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียด ดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียดดังกล่าวที่ความถี่ในการเคลื่อนตัวอย่างน้อยประมาณ 100 Hz 3 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่แต่ละเส้นวัสดุเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งเส้นดังกล่าวถูก ห่อหุ้มด้วย 100 wt% ของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ สัมพันธ์กัน 3 8. วิธีการก่อรูปชิ้นส่วนหนึ่ง ๆ โดยที่วิธีการประกอบด้วย การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นจำนวนหนึ่งไปตามทิศทางที่ถูกกำหนดไว้ การจัดเตรียมเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่อง จำนวนหนึ่ง การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดที่แยกเป็นแต่ละเส้นของสารยึดติดดังกล่าวเส้นหนึ่งที่ สัมพันธ์กันให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นดังกล่าวเส้นหนึ่งที่สัมพันธ์กัน การเคลื่อนตัวของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเฉพาะเป็นแต่ละ เส้นที่ต่อเนื่องกันไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียด ซึ่งให้การทับซ้อนตามขวางจำนวนหนึ่งระหว่าง เส้นใยละเอียดเฉพาะของสารยึดติดดังกล่าว และเส้นวัสดุเฉพาะที่สัมพันธ์กัน การจับแต่ละเส้นใยละเอียดที่มีลักษณะแยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันของสารยึดติด ดังกล่าวบนแต่ละเส้นวัสดุที่แยกเฉพาะเป็นแต่ละเส้นที่สัมพันธ์กัน และ การห่อหุ้มแต่ละเส้นวัสดุเฉพาะอย่างน้อยบางส่วนด้วยเส้นใยละเอียดเฉพาะที่สัมพันธ์กันของ สารยึดติด 3 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 38 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะห่างระหว่างชั้นของแผ่น ฐาน และแต่ละเส้นวัสดุเฉพาะระหว่างการบังคับทิศทางของแต่ละเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มี ลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นให้ไปอยู่บนเส้นวัสดุที่เคลื่อนข้ายซึ่งสัมพันธ์กัน 4 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 39 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการสัมผัสเลันวัสดุแต่ละเส้นที่ถูก ห่อหุ้มอย่างน้อยบางส่วนด้วยสารยึดติดให้ไปอยู่บนแผ่นฐานดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดเป็นของผสมที่ เป็นแผ่นฐาน 4 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 40 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะห่างอย่างน้อยประมาณ 3 มิลลิเมตร ระหว่างเส้นวัสดุดังกล่าวและชั้นของแผ่นฐานดังกล่าว 4 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยการจัดระยะระหว่างหัวฉีด-เส้นวัสดุ อย่างน้อยประมาณ 4 มิลลิเมตร ระหว่างหัวฉีดของเครื่องใส่สารและเส้นวัสดุเฉพาะแต่ละเส้น 4 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 42 โดยที่การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุดังกล่าวทำให้เส้นวัสดุเฉพาะ แต่ละเส้นมีความเร็วของเส้นวัสดุอย่างน้อยประมาณ 0.05 เมตร/วินาที 4 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 43 โดยที่การเคลื่อนตัวของแต่ละเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่ มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดดังกล่าว ซึ่งแผ่ ขยายออกไปตลอดระยะการเคลื่อนตัวไปในทิศทางตามขวางเป็นระยะทางอย่างน้อยประมาณ 0.01 เซนติเมตร 4 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 44 โดยที่การเคลื่อนตัวของแต่ละเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่ มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่ต่อเนื่องกันไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดดังกล่าวจะ เคลื่อนเส้นใยละเอียดดังกล่าวที่ความถี่ในการเคลื่อนตัวอย่างน้อยประมาณ 100 Hz 4 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 45 โดยที่แต่ละเส้นวัสดุเฉพาะดังกล่าวถูกห่อหุ้มด้วย 100 wt% ของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญแยกเป็นแต่ละเส้นที่สัมพันธ์กัน ---------------------------------------------------------------- 1. วิธีการก่อรูปให้กับชิ้นส่วนหนึ่ง ๆ โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย - การเคลื่อนย้ายเส้นวัสดุไปตามทิศทางตามเครื่องจักรที่ถูกกำหนดไว้ - การบังคับทิศทางของเส้นใยละเอียดของสารยึดติดที่มีลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันให้ไป อยู่บนเส้นวัสดุดังกล่าวตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาโดยที่เส้นใย ละเอียดดังกล่าวก่อรูป เป็นเส้นด้ายต่าง ๆ ที่เป็นเส้นใย ละเอียดจำนวนมากกว่าหนึ่งเส้นที่ขยายออกจากบริเวณต่าง ๆ ที่ อยู่ ด้านข้างที่อยู่ตรงข้ามกันของเส้นวัสดุดังกล่าว และ - การบังคับทิศทางของกระแสอากาศเพื่อให้นำเส้นด้ายที่เป็น เส้นใยละเอียดดังกล่าวไปห่อหุ้ม ไว้รอบเส้นวัสดุดังกล่าวใน ลักษณะเชิงปฏิบัติงาน 2. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดที่มี ลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวให้ไปอยู่บนเส้น วัสดุดังกล่าวจะทำให้มีส่วนโค้ง ของเส้นใยละเอียดจำนวนมาก กว่าหนึ่งส่วนที่แผ่ขยายออกจากบริเวณต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้าง ดังกล่าวของ เส้นวัสดุดังกล่าวและโดยที่การบังคับทิศทางดัง กล่าวของกระแสอากาศจะนำบรรดาส่วนโค้งของเส้นใย ละเอียดดัง กล่าวไปห่อหุ้มไว้โดยรอบเส้นวัสดุดังกล่าว 3. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดที่มี ลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันดังกล่าวให้ไปอยู่บนเส้น วัสดุดังกล่าวจะทำให้มีส่วนโค้ง ของเส้นใยละเอียดที่มี ลักษณะโดยสำคัญที่ต่อเนื่องกันที่แผ่ขยายออกจากบริเวณต่างๆ ที่อยู่ด้านข้าง ดังกล่าวของเส้นวัสดุดังกล่าว 4. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในลำดับ ต่อไปจะประกอบด้วยการนำเส้นวัสดุและ สารยึดติดที่ถูกห่อหุ้ม ไว้ดังกล่าวไปสัมผัสลงบนแผ่นฐานเพื่อทำให้เกิดเป็นของผสม ที่เป็นแผ่นฐาน 5. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวได้ถูกกระทำขึ้น ในลักษณะของการทำหน้าที่ร่วมกันกับการบังคับทิศทางของเส้น ใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าว 6. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ ทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 60 wt% ของสารยึดติด ที่ถูกบังคับ ทิศทางดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 7. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ ทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 75 wt% ของสารยึดติด ที่ถูกบังคับ ทิศทางดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 8. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ ทับถมในเชิงปฏิบัติงานอย่างน้อยประมาณ 90 wt% ของสารยึดติด ที่ถูกบังคับ ทิศทางดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 9. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ ทับถมในเชิงปฏิบัติงานที่มีค่าโดยสำคัญในราว 100 wt% ของ สารยึดติดที่ถูก บังคับทิศทางดังกล่าวลงบนเส้นวัสดุดังกล่าว 1 0. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ หลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวไปไม่ได้มากกว่า 40 wt% โดย ประมาณของสารยึด ติดที่ถูกบังคับทิศทางดังกล่าว 1 1. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ หลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวไปไม่มากกว่า 25 wt% โดยประมาณ ของสารยึด ติดที่ถูกบังคับทิศทางดังกล่าว 1 2. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสืทธิ์ที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้เกิดการ หลุดออกจากเส้นวัสดุดังกล่าวไปไม่ได้มากกว่า 10wt% โดย ประมาณของสารยึด ติดที่ถูกบังคับทศทางดังกล่าว 1 3. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ บังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าว จะทำให้มีบรรดาเส้นด้ายที่เป็นเส้นใยละเอียดดังกล่าวในแบบ รูปที่สลับกันไปมาตาม บริเวณต่าง ๆ ที่อยู่ด้านข้างดังกล่าว ของเส้นวัสดุดังกล่าว 1 4. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ เคลื่อนย้ายดังกล่าวของเส้นวัสดุดังกล่าวจะ ทำให้มีความเร็ว ของเส้นวัสดุอย่างน้อยประมาณ 0.05 เมตร/วินาที 1 5. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การ เคลื่อนย้ายของเส้นวัสดุดังกล่าวจะทำให้มี ความเร็วของเส้น วัสดุไม่มากกว่า 10 เมตร/วินาทีโดยประมาณ 1 6. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งรวม เข้าไว้ด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะของช่องห่าง ระหว่างเส้น วัสดุดังกล่าวและระดับชั้นที่เป็นแผ่นฐานที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 3 มิลลิเมตร 1 7. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งรวม เข้าไว้ด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะของช่องห่วง ระหว่างเส้นวัสดุดังกล่าวและระดับชั้นที่เป็นแผ่นฐานที่มีค่าไม่มากกว่า 12 มิลลิเมตรโดยประมาณ 1 8. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งรวมเข้าไว้ด้วยการจัดเตรียมให้มีระยะทางระหว่าง หัวฉีด-เส้นวัสดุที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 4 มิลลิเมตรระหว่างเส้นวัสดุดังกล่าวและหัวฉีดของเครื่องใส่ สาร 1 9. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้มีความเร็วของกระแสอากาศที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 38 เมตร/วินาที 2 0. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของกระแสอากาศดัง กล่าวจะทำให้มีความเร็วของกระแสอากาศที่มีค่าไม่มากกว่า 3800 เมตร/วินาทีโดยประมาณ 2
1. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะแผ่ขยายออกไปตลอด ระยะการเคลื่อนตัวไปในทิศทางขวางกับเครื่องจักรที่เป็นระยะทางอย่างน้อยประมาณ 0.01 เซนติเมตร 2
2. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะแผ่ขยายออกไปตลอด ระยะการเคลื่อนตัวไปในทิศทางขวางกับเครื่องจักรที่เป็นระยะทางที่ไม่มากกว่า 0.6 เซนติเมตร 2
3. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวผ่านบริเวณต่าง ๆ ทางด้านข้างที่อยู่ตรงข้ามกันทั้งสองด้านของเส้นวัสดุเป็นระยะทางที่เท่ากัน เป็นส่วนใหญ่ 2
4. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แก่วงไปมาดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวไปด้วยความถี่ในการเคลื่อนตัวที่มีค่าอย่างน้อยประมาณ 100 Hz 2
5. วิธีการตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่การบังคับทิศทางดังกล่าวของเส้นใยละเอียดของ สารยึดติดดังกล่าวให้ไปตามเส้นทางของเส้นใยละเอียดที่แกว่งไปมาดังกล่าวจะเคลื่อนเส้นใยละเอียด ดังกล่าวไปด้วยความถี่ในการเคลื่อนตัวที่มีค่าไม่มากกว่า 10,000 Hz โดยประมาณ
TH1001066A 2000-03-30 กรรมวิธีสำหรับใส่สารยึดติดลงไปในชิ้นส่วนที่มีเส้นวัสดุ TH49375B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH42324A TH42324A (th) 2001-01-03
TH49375B true TH49375B (th) 2016-05-11

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
WO2001076772A3 (en) Multiple stage coating of elastic strands with adhesive
FR2678547B1 (fr) Procede et dispositif pour la realisation de nappes composites et composites obtenus.
JP4955866B2 (ja) 被覆紙テープ上に接着剤を塗布するための方法
WO2000066351A3 (en) Process for applying adhesive in an article having a strand material
NO974311D0 (no) Fremgangsmåte og innretning for fremstilling av et komposittmateriale
EP0226939A3 (en) Apparatus and method for forming a fibrous web
SE9101239D0 (sv) Foerfarande foer att paa en loepande materialbana paafoera partiklar
ATE122411T1 (de) Verfahren zum herstellen genadelter, strukturierter und gemusterter textiler velourbahnen.
EA200600634A1 (ru) Способ и устройство для цифрового нанесения покрытия на текстильный материал
CA2199358A1 (en) A method and a system for manufacturing broad airlaid paper webs containing an absorbing powder
ATE82598T1 (de) Vorrichtung und verfahren zum legen von faserigen bahnen mittels luftstrom mit eingeschlossenen getrennten teilchen.
CA2073965A1 (en) Apparatus for making a braid structure
CA1111648A (en) Method and apparatus for forming fiber mat
TH49375B (th) กรรมวิธีสำหรับใส่สารยึดติดลงไปในชิ้นส่วนที่มีเส้นวัสดุ
TH42324A (th) กรรมวิธีสำหรับใส่สารยึดติดลงไปในชิ้นส่วนที่มีเส้นวัสดุ
GB932793A (en) An improved weather resistant sheet for roofs and walls
DK0593484T3 (da) Fremgangsmåde og apparat til fremstilling af spindebundet materiale, samt materiale fremtillet herved
US2635322A (en) Method of making needled fabric
PL1694895T3 (pl) Kompozytowy materiał włókninowy zawierający ciągłe włókna i krótkie włókna
WO2006082278A3 (en) A method for changing a reel in a reeling process of a fiber material web and a reel change apparatus
DE50211885D1 (de) Verfahren und anlage zur herstellung von gemusterten textilen etiketten
CN1049029C (zh) 定形非织造织物的制造方法和设备,所制得的非织造织物及其应用
JPH06503131A (ja) テープ、特に柄入りラベルテープの製造のための方法及び装置
US2840865A (en) Method and apparatus for depositing fibrous elements in the manufacture of fibrous structures
PL343398A1 (en) Hanging loop for sausages or the like and a method for the production thereof