TH37418A - คอนกรีตที่เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยโลหะ เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์และของผสมล่วงหน้าของคอนกรีตนี้ - Google Patents
คอนกรีตที่เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยโลหะ เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์และของผสมล่วงหน้าของคอนกรีตนี้Info
- Publication number
- TH37418A TH37418A TH9801004567A TH9801004567A TH37418A TH 37418 A TH37418 A TH 37418A TH 9801004567 A TH9801004567 A TH 9801004567A TH 9801004567 A TH9801004567 A TH 9801004567A TH 37418 A TH37418 A TH 37418A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- concrete
- fibers
- particles
- particle size
- pursuant
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (22/02/42) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสายงานของคอนกรีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนกรีต เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใย เนื้อหาสาระหลักของการประดิษฐ์นี้คือคอนกรีตที่ได้รับการ ปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้เป็นไปได้ที่จะผลิตชิ้นส่วนของโครงสร้างทาง วิศวกรรมโยธาที่มุ่งหมายไว้เพื่อการสร้างอาคาร และโครงสร้างของทางหลวง และชิ้นส่วน ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าคุณสมบัติของชิ้นส่วนในศิลปวิทยาการด้านนี้ที่มีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประดิษฐ์นี้มีความมุ่งหมายที่จะทำให้คอนกรีตโครงสร้างมีคุณสมบัติเชิงกลที่ทั้งแข็ง และ ดัดโค้งได้ในขณะเดียวกัน การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับสายงานของคอนกรีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนกรีต เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใย เนื้อหาสาระหลักของการประดิษฐ์นึ้คือคอนกรีตที่ได้รับการ ปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำให้เป็นไปได้ที่จะผลิตชิ้นส่วนของโครงสร้างทาง วิศวกรรมโยธาที่มุ่งหมายไว้เพื่อการสร้างอาคาร และโครงสร้างของทางหลวง และชิ้นส่วน ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าคุณสมบัติของชิ้นส่วนในศิลปวิทยาการด้านนี้ที่มีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประดิษฐ์นี้มีความมุ่งหมายที่จะทำให้คอนกรีตโครงสร้างมีคุณสมบัติเชิงกลที่ทั้งแข็ง และ ดัดโค้งได้ในขณะเดียวกัน
Claims (48)
1. คอนกรีต ที่ประกอบด้วย เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ที่แข็งตัวแล้ว ที่รวมถึง (a) ซีเมนต์ (b) วัสดุอนุภาค ที่มีขนาดอนุภาคสูงสุด Dmax อย่างมากที่สุด 2 มิลลิเมตร (c) อนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค ที่มีขนาดอนุภาคเบื้องต้นอย่างมากที่สุด 1 ไมโครเมตร (d) องค์ประกอบ ที่สามารถปรับปรุงความเหนียวของเมตริกซ์ที่เลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยอนุภาครูปเข็ม หรือรูปเกล็ด ที่ซึ่งมีอนุภาคมีขนาดโดยเฉลี่ย อย่างมากที่สุด 1 มิลลิเมตร และซึ่งมีอยู่ในสัดส่วนโดยปริมาตรระหว่าง 2.5 และ 35 % ของปริมาตรรวมของวัสดุอนุภาค (b) และของอนุภาคของ ปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c) และ (e) สารช่วยการกระจายตัวอย่างน้อยหนึ่งชนิด (f) เส้นใยโลหะที่กระจายตัวอยู่ในเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ที่แข็งตัวแล้ว ที่ซึ่ง (i) เส้นใยมีความยาวของและเส้น 1 อย่างน้อยที่สุด 2 มิลลิเมตร และ อัตราส่วน 1/d อย่างน้อยที่สุด 20 โดยที่ d คือ เส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใย, (ii) อัตราส่วน R ของความยาวโดยเฉลี่ย L ของเส้นใยต่อขนาดอนุภาค สูงสุด Dmax ของวัสดุอนุภาค คือ อย่างน้อยที่สุด 10 และ (iii) ปริมาณ ของเส้นใยเป็นไปในลักษณะ ที่ปริมาณของเส้นใยน้อยกว่า 4 % ของ ปริมาตรของคอนกรีตหลังจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว, และ (g) น้ำ ที่ซึ่งเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของน้ำ W เมื่อเทียบกับน้ำหนักรวมของ ซีเมนต์ (a) และของอนุภาค (c) จะอยู่ในช่วง 8-24 %
2. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง ขนาดของวัสดุอนุภาค คือ อย่างมากที่สุด 1 มิลลิเมตร, ขนาดของอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค คือ อย่างมากที่สุด 0.5 ไมโครเมตร, และปริมาณของเส้นใยเป็นไปในลักษณะ ที่มีปริมาตรของเส้นใยน้อยกว่า 3.5 % ของปริมาตรของ คอนกรีต หลังจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว
3. คอนกรีตที่ประกอบด้วย เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ ที่แข็งตัวแล้ว ที่รวมถึง (a) คอนกรีต (b) วัสดุอนุภาค (c) อนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค ที่มีขนาดอนุภาคเบื้องต้น อย่างมากที่สุด 1 ไมโครเมตร (d) องค์ประกอบที่สามารถปรับปรุงความแข็งแรงของเมตริกซ์ ที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอนุภาครูปเข็ม หรือรูปเกล็ด ที่ซึ่งอนุภาคมีขนาดโดยเฉลี่ยอย่างมากที่สุด 1 มิลลิเมตร และมีอยู่ในสัดส่วนโดยปริมาตรระหว่าง 2.5 และ 35% ของปริมาตรรวมของ วัสดุอนภาค (b) และของอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c); และ (e) สารช่วยการกระจายตัวอย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่ซึ่งการรวมกันขององค์ประกอบ (a), (b), (c) และ (d) จะมีอนุภาค D75 อย่างมากที่สุด 2 มิลลิเมตร และขนาดอนุภาค D50 อย่างมากที่สุด 200 ไมโครเมตร (f) เส้นใยโลหะที่กระจายตัวอยู่ในเมตริกประเภทซีเมนต์ ที่แข็งตัวแล้ว ที่ซึ่ง (i) เส้นใยมีความยาวของแต่ละเส้น 1 อย่างน้อยที่สุด 2 มิลลิเมตร และอัตราส่วน 1/d อย่างน้อย ที่สุด 20 โดยที่ d คือ เส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใย, (ii) อัตราส่วน R ของความยาวโดยเฉลี่ย L ของเส้นใยต่อขนาดอนุภาค D75 ของการรวมกันขององค์ประกอบ (a), (b), (c) และ (d) เป็นอย่าง น้อยที่สุด 5 และ (iii) ปริมาณของเส้นใยเป็นไปในลักษณะ ที่ปริมาณของเส้นใยน้อยกว่า 4% ของปริมาตรของคอนกรีต หลังจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว, และ (g) น้ำ ที่ซึ่งเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของน้ำ W เมื่อเทียบกับหนักรวม ของซีเมนต์ (a) และของอนุภาค (c) จะอยู่ในช่วง 8-24%
4. คอนกรีตของข้อถือสิทธิ 3 ที่ซึ่ง (i) ขนาดอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค คือ อย่างมากที่สุด 0.5 ไม่โครเมตร, (ii) อัตราส่วน R ของความยาวโดยเฉลี่ย L ของเส้นใยต่อขนาด อนุภาค D75 ของการรวมกันขององค์ประกอบ (a), (b), (c) และ (d) คือ อย่างน้อยที่สุด 10, (iii) ปริมาณของเส้นใยเป็นไปในลักษณะ ที่ปริมาณของเส้นใยน้อยกว่า 3.5% ของปริมาตรของ คอนกรีต หลังจากมันแข็งตัวแล้ว, (iv) การรวมกันขององค์ประกอบ (a), (b), (c) และ (d) มีขนาด อนุภาค D75 อย่างมากที่สุด 1 มิลลิเมตร และ (v) ขนาดอนุภาค D50 อย่างมากที่สุด 150 ไมโครเมตร
5. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งความเหนียวของเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ มีค่าอย่างน้อยที่สุด 15J/m2
6. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 5 ซึ่งความเหนียวของเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ มีค่าอย่างน้อยที่สุด 20 J/m2
7. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาค (d) มีขนาดโดยเฉล่ยอย่างมากที่สุด 500 ไมโครเมตร
8. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาค (d) อยู่ในสัดส่วนโดยปริมาตร ที่อยู่ในช่วงตั้งแต่ 5 เปอร์เซ็นต์ ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรรวมของวัสดุอนุภาค (b) กับอนุภาค ของปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c)
9. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาค (d) ที่เป็นรูปเข็มถูกเลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย เส้นใยวอลลาสโตไนท์ เส้นใยบอกไซด์ เส้นใยมัลไลท์ เส้นใยโปแตสเซียมติเตเนท เส้นใยซิลิคอนคาร์ไบด์ เส้นใยเซลลูโลส หรืออนุพันธ์ของเซลลูโลส เส้นใยคาร์บอน เส้นใยแคลเซียมฟอสเฟต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นใยไฮดรอกซีอาปาไทด์ HAP เส้นใยแคลเซียม คาร์บอเนต หรือผลิตภัณฑ์ ที่ได้มาจากการบดเส้นใยดังกล่าว และของผสมของเส้นใยดังกล่าว
10. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 9 อนุภาค (d) คือ เส้นใยวอลลาสโตไนท์
11. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาครูปเข็ม (d) มีอัตราส่วนของความยาว/ เส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 3
12. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งอนุภาครูปเข็ม (d) มีอัตราส่วนของความยาว/ เส้นผ่าศูนย์กลางอย่างน้อยที่สุดเท่ากับ 5
13. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาคที่เป็นเกล็ด (d) เลือกได้จากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย เกล็ดไมคา เกล็ดแป้งฝุ่น เกล็ดซิลิเคทผสม (ดินเหนียว) เกล็ดเวอร์มิคิวไลท์ เกล็ดอาลูมินา และเกล็ดอาลูมิเนทผสม หรือซิลิเคท และของผสมของเกล็ดดังกล่าว
14. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 13 ซึ่งอนุภาค (d) คือ เกล็ดไมคา
15. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอย่างน้อยบางส่วนของอนุภาคเสริม ความแข็งแรง (d) มีสารเคลือบอินทรีย์ ที่เป็นโพลีเมอร์อยู่บนผิวของอนุภาค ซึ่งสารเคลือบนั้น ประกอบด้วยลาเท็กซ์ หรือได้มาจากสารอย่างน้อยหนึ่งชนิดของสารประกอบ ที่ถูกเลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วย โพลีไวนิลอัลกอฮอล์, ไซเลน, ซิลิโคเนท, ไซลอกเซนเรซิน, โพลีออร์แกนโน ไซลอกเซน , ผลผลิตจากปฏิกิริยาระหว่าง (i) กรดคาร์บอกซิลิคอย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่มีคาร์บอน ตั้งแต่ 3 ถึง 22 อะตอม,(ii) อาลิแฟติก หรืออาโรแมติคอามีน ที่มีหมู่ทำหน้าที่หลายหมู่ หรืออามีน ที่ถูกแทนที่อย่างน้อยหนึ่งชนิด, ที่มีคาร์บอนตั้งแต่ 2 ถึง 25 อะตอม และ (iii) สารเชื่อมข้ามเส้น ซึ่งเป็นสารเชิงซ้อนของโลหะ ที่ละลายน้ำได้ที่ประกอบด้วยโลหะอย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วย สังกะสี, อาลูมิเนียม, ติเตเนียม, ทองแดง, โครเมียม, เหล็ก, เซอร์โคเนียม และตะกั่ว
16. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งความเค้นของการยึดเหนี่ยว โดยเฉลี่ยของ เส้นใยโลหะในเมตริกประเภทซีเมนต์ ที่แข็งแล้วเท่ากับอย่างน้อยที่สุด 10 Mpa
17. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งความเค้นของการยึดเหนี่ยว โดยเฉลี่ยของ เส้นใยโลหะในเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ ที่แข็งแล้วเท่ากับอย่างน้อยที่สุด 15 Mpa
18. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเส้นใยนั้น คือ เส้นใยเหล็กกล้า
19. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 18 ซึ่งเส้นใยมีรูปทรงเรขาคณิตไม่คงที่
20. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเส้นใยนั้นเป็นเส้นใยที่ได้รับการกัดผิว เพื่อความมุ่งหมาย ในการเพิ่มการยึดเหนี่ยวของเส้นใยเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์
21. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเส้นใยนั้นเป็นเส้นใยที่ได้รับการตก และสะสมด้วยสารประกอบที่เป็นแร่ เพื่อความมุ่งหมายด้านการเพิ่มการยึดเหนี่ยวของเส้นใย เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์
22. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเส้นใยมีความยาวในช่วง 10-30 มิลลิเมตร
23. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่งเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์ ยังประกอบด้วย สารประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิด เพื่อเพิ่มการยึดเหนี่ยวของเส้นใยในเมตริกซ์
24. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 23 ที่ซึ่งสารประกอบถูกเลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยสารประกอบของซิลิคา ที่ประกอบด้วยซิลิคาเป็นส่วนใหญ่, แคลเซียมคาร์บอเนต ตกตะกอน โพลีไวนิลอัลกอฮอล์ในสารละลาย ที่มีน้ำเป็นตัวกลาง, ลาเทกซ์, และของผสมของ สารดังกล่าว
25. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 24 ที่ซึ่งสารประกอบซิลิคานั้น คือ ซิลิคาตกตะกอน ที่ใส่ลงไปในปริมาณระหว่าง 0.1 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก เมื่อคิดเป็นสารแห้งเทียบกับน้ำหนัก รวมของคอนกรีต
26. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 25 ซึ่งใส่ ซิลิคาตกตะกอนลงไปในสารผสม ในรูปของสารแขวนลอยในน้ำ
27. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 26 ซึ่งสารแขวนลอยในน้ำมี - ปริมาณของแข็งระหว่าง 10 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก - ความหนืดต่ำกว่า 4x10-2 Pa.s สำหรับอัตราการเฉือน 50 S-1 - ปริมาณของซิลิคา ที่มีอยู่ในของเหลวที่อยู่ข้างบนของสารแขวนลอย หลังจากเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่ 7500 รอบต่อนาทีเป็นเวลา 30 นาทีมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของซิลิคา ที่มีอยู่ในสารแขวนลอย
28. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอัตราส่วนของ 1/ฟาย ของเส้นใยที่มีค่าอย่างมาก ที่สุด 200
29. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งขนาดอนุภาคสูงสุด Dmax ของวัสดุอนุภาค (b) มีค่าอย่างมากที่สุด 6 มิลลิเมตร
30. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งวัสดุอนุภาค (b) คือ ทรายที่ร่อนตะแกรงแล้ว หรือบด หรือของผสมของทราย
31. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 30 ซึ่งทรายประกอบด้วย ทรายที่มีซิลิคอน เป็นองค์ประกอบพื้นควอตซ์ละเอียด
32. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งวัสดุอนุภาค (b) เสนอให้อยู่ในปริมาณ ในช่วงตั้งแต่ 20 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์
33. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 32 ซึ่งวัสดุอนุภาค (b) เสนอให้อยู่ในปริมาณ ในช่วงตั้งแต่ 25 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนักของเมตริกซ์ประเภทซีเมนต์
34. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c) ประกอบด้วยอนุภาค ที่ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารประกอบ ซิลิคา, ซิลิคาที่ผ่าน การเป็น ไอ, เถ้าปล่องไฟ, และขี้แร่ของเตาถลุงแบบเป่าอากาศ
35. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก W เทียบกับน้ำหนัก รวมของซีเมนต์ (a) กับอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c) อยู่ระหว่าง 13-20 เปอร์เซ็นต์
36. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตนั้นถูกดึงให้ตึงล่วงหน้า
37. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตนั้นถูกดึงให้ตึงภายหลัง
38. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตมีความแรงดึงโดยตรงอย่างน้อย 12 Mpa
39. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตนั้นมีความทนแรงดัดโค้งแบบ 4 จุด (โมดูลัสของการแตก) อย่างน้อยที่สุด 25 Mpa
40. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตนั้นมีความทนแรงอัดอย่างน้อยที่สุด 150 Mpa
41. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งคอนกรีตนั้นมีพลังงานของการแตก อย่างน้อยที่สุด 2500 J/m2
42. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งหลังจากคอนกรีตนั้นแข็งตัวแล้วคอนกรีต จะได้รับการบ่มให้ครบอายุ ที่อุณหภูมิค่อนข้างเท่ากับอุณหภูมิแวดล้อม
43. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งหลังจากคอนกรีตนั้นแข็งตัวแล้ว คอนกรีต จะได้รับการทำกรรมวิธีด้วยความร้อนระหว่าง 60 องศาเซลเซียส ถึง 100 องศาเซลเซียส ที่ความดันปกติ
44. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 43 ซึ่งช่วงเวลาของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อน อยู่ในช่วงตั้งแต่ 6 ชั่วโมงจนถึง 4 วัน
45. คอนกรีตตามข้อถือสิทธิที่ 44 ช่วงเวลาของการทำกรรมวิธีด้วยความร้อน อยู่ในช่วงตั้งแต่ 6 ชั่วโมง ถึง 72 ชั่วโมง
46. ของผสมล่วงหน้าสำหรับการผลิตของคอนกรีต ที่มีเส้นใยกระจายอยู่ในนั้น ซึ่งประกอบด้วย (a) ซีเมนต์ (b) วัสดุอนุภาคที่มีขนาดอนุภาคสูงสุด Dmax อย่างมากที่สุด 2 มิลลิเมตร (c) อนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค ที่มีขนาดอนุภาคเบื้องต้น อย่างมากที่สุด 1 ไมโครเมตร (d) องค์ประกอบที่สามารถปรับปรุง ความเหนียวของเมตริกซ์ ที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอนุภาครูปเข็ม หรือรูปเกล็ด ที่ซึ่งอนุภาคมีขนาดโดยเฉลี่ยอย่างมากที่สุด 1 มิลลิเมตร และมีอยู่ในสัดส่วนโดยปริมาตรระหว่าง 2.5 และ 35% ของปริมาตรรวมของ วัสดุอนุภาค (b) และของอนุภาคของปฏิกิริยาพอซโซลานิค (c), และ (e) สารช่วยการกระจายตัวอย่างน้อยหนึ่งชนิด
47. ของผสมล่วงหน้าของข้อถือสิทธิที่ 46 ซึ่งยังประกอบด้วยเส้นใยโลหะ ที่มีความยาวของแต่ละเส้น 1 อย่างน้อยที่สุด 2 มิลลิเมตร และอัตราส่วน 1/d อย่างน้อยที่สุด 20 โดยที่ d คือเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใย, อัตราส่วน R ของความยาวโดยเฉลี่ย L ของเส้นใย ต่อขนาดอนุภาคสูงสุด Dmax ของวัสดุอนุภาคอย่างน้อยที่สุด 10
48. คอนกรีตของข้อถือสิทธิที่ 21 ที่ซึ่งสารประกอบที่เป็นแร่ คือ ซิลิคา หรือโลหะฟอสเฟต
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH37418A true TH37418A (th) | 2000-02-28 |
| TH22113B TH22113B (th) | 2007-07-04 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| TH47555A (th) | คอนกรีตที่ประกอบด้วยเส้นใยสารอินทรีย์ที่กระจายอยู่ในเมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์เมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์ของคอนกรีต และของผสมล่วงหน้า | |
| RU2000116626A (ru) | Бетон, усиленный металлическими волокнами, цементирующая растворная часть бетонной смеси и заранее приготовленные смеси для приготовления растворной части бетонной смеси и бетона | |
| RU2000131201A (ru) | Бетон, включающий органические волокна, диспергированные в цементном растворе, цементный раствор для бетона и премиксы | |
| KR100578589B1 (ko) | 금속-섬유 콘크리트, 시멘트 매트릭스 및 매트릭스와콘크리트의 제조를 위한 예비 혼합물 | |
| CN104478371B (zh) | 一种节能型混凝土裂缝修补剂 | |
| Ding et al. | Strengthening concrete using phosphate cement-based fiber-reinforced inorganic composites for improved fire resistance | |
| CN106396548A (zh) | 一种抗冲击防腐水泥基复合材料及其制备方法 | |
| UA82044C2 (uk) | Вогнетривкий бетон надвисокої якості та спосіб його приготування | |
| CN110256009A (zh) | 一种玄武岩纤维+乳胶粉抗裂混凝土 | |
| US20230312414A1 (en) | Cementitious Composition | |
| KR102658997B1 (ko) | 프리캐스트 흄관용 고성능 시멘트 모르타르 조성물 및 이를 이용한 프리캐스트 흄관의 제조방법 | |
| JP2001240440A (ja) | コンクリート補強用鋼繊維及び繊維補強コンクリート | |
| Urkhanova et al. | Reducing alkaline corrosion of basalt fiber in concrete | |
| TH22113B (th) | คอนกรีตที่เสริมความแข็งแรงด้วยเส้นใยโลหะ เมตริกซ์ประเภทซีเมนต์และของผสมล่วงหน้าของคอนกรีตนี้ | |
| JP2001220201A (ja) | 繊維補強コンクリート | |
| CN114956723B (zh) | 一种应变强化型无机金属抗冲磨材料 | |
| CN108083705A (zh) | 一种桥梁接缝超高抗裂性混凝土及其制备方法 | |
| TH27770B (th) | คอนกรีตที่ประกอบด้วยเส้นใยสารอินทรีย์ที่กระจายอยู่ในเมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์เมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์ของคอนกรีต และของผสมล่วงหน้า | |
| KR102392402B1 (ko) | 철근 부식성이 개선된 콘크리트 조성물 | |
| JPH07188635A (ja) | 接合剤組成物 | |
| CN120923219A (zh) | 一种微气孔高纯铝硅系耐高温回转窑内衬材料及制备方法 | |
| TH47555A3 (th) | คอนกรีตที่ประกอบด้วยเส้นใยสารอินทรีย์ที่กระจายอยู่ในเมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์เมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์ของคอนกรีต และของผสมล่วงหน้า | |
| TH27770C3 (th) | คอนกรีตที่ประกอบด้วยเส้นใยสารอินทรีย์ที่กระจายอยู่ในเมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์เมทริกซ์ที่เป็นซีเมนต์ของคอนกรีต และของผสมล่วงหน้า | |
| JP2001220210A (ja) | 珪酸カルシウム成形体 | |
| CN117417170A (zh) | 一种高强度的磷石膏渣纤维混凝土 |