TH34874B - การแยกเอาสารมีค่าของโลหะ - Google Patents
การแยกเอาสารมีค่าของโลหะInfo
- Publication number
- TH34874B TH34874B TH9701001092A TH9701001092A TH34874B TH 34874 B TH34874 B TH 34874B TH 9701001092 A TH9701001092 A TH 9701001092A TH 9701001092 A TH9701001092 A TH 9701001092A TH 34874 B TH34874 B TH 34874B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- scandium
- aqueous solution
- precious metals
- valuable
- organic phase
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (08/05/40) กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะที่รวมถึงยูเรเนียม ธอเรียม สแกนเดียม และเซอร์โคเนียมจากสารเริ่มต้นที่มีสารมีค่าของโลหะ กระบวนการเหมาะมาก เป็นพิเศษสำหรับสกัดโลหะและแยกเอาสารมีค่าของโลหะจากการแร่ของกระบวนการผลิต แทนทาลัม/นิโอเบียม กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะที่รวมถึงยูเรเนียม ธอเรียม สแกนเดียม และเซอรืโคเนียมจากสารเริ่มต้นที่มีสารมีค่าของโลหะ กระบวนการเหมาะมาก เป็นพิเศษสำหรับสกัดโลหะและแยกเอาสารมีค่าของโลหะจากการแร่ของกระบวนการผลิต แทนทาลัม/นิโอเบียม
Claims (13)
1. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของสแกนเดียมจากการแร่ซึ่งประกอบด้วย สแกนเดียว, ฟลูออรีน, แทนทาลัม และ/หรือนิโอเบียม ซึ่งกระบวนการนี้ประกอบด้วยขั้นตอนคือ a1) การทำปฏิกิริยากากกแร่กับสารละลายของกรดอนินทรีย์ที่หนึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และใน สภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอ เพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของแทนทาลัมและนิโอเบียมจากวัสดุ เริ่มต้น และสร้างสารละลายซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะแทนทาลัมและนิโอเบียมและกากของแข็งซึ่ง ประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะฟลูออรีนและสแกนเดียมและอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะ แทนทาลัมและนิโอเบียมอยู่น้อย, a2) การแยกและทำแห้งกากของแข็งซึ่งเกิดขึ้นในขั้นตอน a1), a3) การทำปฏฺิกิริยากากของแข็งจากขั้นตอน a2) ด้วยกรดอนินทรีย์ที่สองซึ่งประกอบด้วยกรด กำมะถันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอในการปล่อยก๊าซไฮโดรเจน ฟลูออไรด์ และทำให้เกิดวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและอย่างน้อย บางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะฟลูออรีนอยู่น้อย และ a4) การชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วเพื่อละลายสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมในวัสดุที่เติมซัลเฟต แล้ว และทำให้เกิดสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและเฟสของแข็ง ซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมอยู่น้อย และ b) การเลือกสกัดสารมีค่าของสแกนเดียมจากสารละลายในน้ำดังกล่าว
2. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่กรดอนินทรีย์ที่หนึ่งในขั้นตอน a1) ประกอบด้วยกรด กำมะถัน
3. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ขั้นตอน b) ซึ่งคือสกัดสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจาก สารละลายในน้ำดังกล่าวประกอบด้วย b1) การสัมผัสสารละลายในน้ำดังกล่าวกับตัวกลางอินทรีย์ซึ่งรวมถึงสารทำให้เจือจางและสาร สกัด ซึ่งสารทำให้เจือจางดังกล่าวไม่รวมตัวกับสารละลายในน้ำดังกล่าว จึงทำให้เกิดเฟสสารอินทรีย์ซึ่ง ประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและของเหลวที่ถูกสกัดแล้วซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่า ของโลหะสแกนเดียมอยู่น้อย และ b2) การสัมผัสเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นในขั้นตอน b1) กับสารแยกสแกนเดียมเพื่อทำ ให้เกิดเฟสสแกนเดียมซึ่งประกอบด้วยอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมปรากฏในเฟส สารอินทรีย์ดังกล่าว, เฟสที่มีน้ำเป็นตัวกลางเพิ่มเติมซึ่งประกอบด้วยสารแยกสแกนเดียมดังกล่าว และเฟส สารอินทรีย์ขั้นสุดท้ายซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมอยู่น้อย
4. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ตัวกลางอินทรีย์ของขั้นตอน b1) ประกอบด้วย DEPHA (ได 2-เอทธิลเฮกซิลฟอสฟอริคแอซิด) เป็นสารสกัดและอาลิแฟติค C9-C16 ไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ละลายเป็นสาร ทำให้เจือจาง
5. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 4 โดยที่สารแยกสแกนเดียมของขั้นตอน b2) ประกอบด้วยโซเดียมไฮ ดรอกไซด์
6. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของสแกนเดียมจากวัสดุเริ่มต้นซึ่งประกอบด้วย สแกนเดียม, ฟลูออรีน, แทนทาลัม และ/หรือนิโอเบียม ซึ่งกระบวนการนี้ประกอบด้วยขั้นตอนคือ a1) การทำปฏิกิริยาวัสดุเริ่มต้นกับสารละลายของกรดอนินทรีย์ที่หนึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และ ในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอเพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของแทนทาลัมและนิโอเบียมจาก วัสดุเริ่มต้น และสร้างสารละลายซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะแทนทาลัมและนิโอเบียมและกาก ของแข็งซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะฟลูออรีนและสแกนเดียม และอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่า ของโลหะแทนทาลัมและนิโอเบียมอยู่น้อย, a2) การแยกและทำแห้งกากของแข็ง, a3) การทำปฏิกิริยากากของแข็งด้วยกรดอนินทรีย์ที่สองซึ่งประกอบด้วยกรดกำมะถันเป็น ช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอในการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์ และทำ ให้เกิดวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและอย่างน้อยบางส่วนเหลือสาร มีค่าของโลหะฟลูออรีนอยู่น้อย และ a4) การชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วเพื่อละลายสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่มีอยู่ในวัสดุที่เติม ซัลเฟตแล้ว และทำให้เกิดสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและเฟน ของแข็งซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสแกนเดียมอยู่น้อย และ b) การเลือกสกัดสารมีค่าของสแกนเดียมจากสารละลายในน้ำดังกล่าว
7. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ขั้นตอน a4) ซึ่งคือการชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วประกอบด้วย ขั้นตอนคือ a4a) การทำปฏฺิกิริยาวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วกับน้ำเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและ ความดันที่เพียงพอ เพื่อทำให้เกิดสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ ละลายแล้ว และ a4b) การกรองสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ละลาย แล้วเพื่อแยกของแข็งที่เป็นวัสดุที่เหลือออกจากสารละลายในน้ำดังกล่าว
8. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 7 โดยที่ขั้นตอน b) ซึ่งคือการเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะ สแกนเดียมจากสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ละลายแล้ว ประกอบด้วยขั้นตอนคือ b1) การสัมผัสสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ละลาย แล้วกับตัวกลางอินทรีย์ซึ่งรวมถึงสารทำให้เจือจางและสารสกัด ซึ่งสารทำให้เจือจางดังกล่าวไม่รวมตัวกับ สารละลายในน้ำดังกล่าว จึงทำให้เกิดเฟสสารอินทรีย์ซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและ เฟสของเหลวที่ถูกสกัดแลัวที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมอยู่ น้อย, b2) การแยกสารอินทรีย์ดังกล่าวจากเฟสของเหลวที่ถูกสกัดแล้วดังกล่าว, b3) การแยกสแกนเดียมจากเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวโดยการสัมผัสเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวกับ สารแยกสแกนเดียม ซึ่งการยแกสแกนเดียมดังกล่าวทำให้เกิดเฟสซึ่งประกอบด้วยสแกนเดียมจากเฟส สารอินทรีย์ที่เป็นผลดังกล่าวและเฟสที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่งประกอบด้วยสารแยกสแกนเดียมและเฟส สารอินทรีย์ขั้นสุดท้าย
9. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะจากวัสดุเริ่มต้นซึ่งรวมถึงฟลูออรีนและสารมีค่า ของโลหะที่ละลายได้หนึ่งชนิดหรือมากกว่า ซึ่งสารมีค่าของโลหะที่ละลายได้รวมถึงสารมีค่าของโลหะ แทนทาลัมและนิโอเบียม ซึ่งกระบวนการประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) การทำปฏิกิริยาวัสดุเริ่มต้นกับสารละลายของกรดอนินทรีย์ที่หนึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และ ในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอ เพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสารมีค่าของโลหะแทนทาลัม หรือนิโอเบียมจากวัสดุเริ่มต้น, b) การแยกและทำแห้งวัสดุที่ไม่ละลาย, c) การทำปฏิกิริยาวัสดุที่ไม่ละลายจากขั้นตอน b) กับกรดอนินทรีย์ที่สองซึ่งประกอบด้วยกรด กำมะถันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอ เพื่อปล่อยก๊าซไฮโดรเจน ฟลูออไรด์ และทำให้เกิดวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้ว, d) การชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วจากขั้นตอน c) เพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสารมีค่าของ โลหะที่มีอยู่ในสารนั้นและทำให้เกิดสาระลลายในน้ำซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะที่ละลายแล้ว ดังกล่าวและเฟสของแข็งซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะที่ละลายแล้วอยู่น้อย และ e) การเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะที่ละลายแล้วจากสารละลายในน้ำดังกล่าว
10. กระบวนการของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ขั้นตอน d) ซึ่งคือการชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วประกอบ เพิ่มเติมด้วย d1) การทำปฏิกิริยาวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วกับน้ำเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและ ความดันที่เพียงพอ เพื่อทำให้เกิดสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะที่ละลายแล้ว ชนิดอื่นหนึ่งชนิดหรือมากกว่า และ d2) การกรองสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะที่ละลายแล้วชนิดอื่น หนึ่งชนิดหรือมากกว่าเพื่อแยกของแข็งที่เป็นวัสดุที่เหลือจากสารละลายในน้ำดังกล่าว,
11. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากการแร่จากกระบวนการผลิต แทนทาลัมซึ่งรวมถึงฟลูออรีน, สแกนเดียม และสารมีค่าของโลหะที่ละลายได้เพิ่มเติมหนึ่งชนิดหรือมากกว่า สารมีค่าของโลหะที่ละลายได้เพิ่มเติมรวมถึงสารมีค่าของโลหะแทนทาลัมหรือนิโอเบียม ซึ่งกระบวนการ ประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) การทำปฏิกิริยากากแร่กับสารละลายกรดกำมะถันเพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสารมี ค่าของโลหะแทนทาลัมหรือนิโอเบียมจากการแร่และทำให้เกิดวัสดุที่ไม่ละลาย, b) การแยกวัสดุที่ไม่ละลายจากขั้นตอน a), c) การแยกและเอาสารมีค่าของฟลูออรีนออกมาจากกากแร่โดยการทำปฏิกิริยาวัสดุที่ไม่ ละลายจากขั้นตอน b) กับกรดกำมะถันเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอ เพื่อ ปล่อยก๊าซไฮโดรเจนฟลูออไรด์และเพื่อทำให้เกิดวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้ว, d) การชะวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วจากขั้นตอน c) ในน้ำเพื่อละลายอย่างน้อยส่วนหนึ่งของสารมี ค่าของโลหะสแกนเดียมที่มีอยู่ในสารนั้นและทำให้เกิดสารละลายในน้ำซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะ สแกนเดียมที่ละลายแล้วดังกล่าวและเฟสของแข็งซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ ละลายแล้วอยู่น้อย, e) การเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมที่ละลายแล้วจากสารละลายในน้ำดังกล่าวที่ เกิดขึ้นในขั้นตอน d) โดยการสัมผัสสารละลายในน้ำดังกล่าวกับสารแยกโซเดียมไฮดรอกไซด์เพื่อทำให้เกิด เฟสของแข็งซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและแยกเฟสของแข็งจากสารละลายในน้ำที่เหลือ และ f) การทำแห้งและแยกเอาสารมีค่าของโลหะสแกนเดียม
12. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากวัสดุเริ่มเต้นซึ่งประกอบด้วยสารมี ค่าของโลหะสแกนเดียม, ฟลูออรีน, แทนทาลัม และ/หรือนิโอเบียม ซึ่งกระบวนการประกอบด้วยขั้นตอน คือ a) การทำปฏิริยาวัสดุเริ่มต้นกับสารละลายของกรดอนินทรีย์ที่หนึ่งเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และ ในสภาพอุณหภูมิและความดันที่เพียงพอ เพื่อละลายแทนทาลัมและนิโอเบียมให้เป็นสารละลายและทำให้ เกิดสารละลายซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะแทนทาลัมและ/หรือนิโอเบียม และวัสดุที่เหลืออย่างน้อย บางส่วนเหลือแทนทาลัมและ/หรือนิโอเบียมอยู่น้อยและประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะฟลูออรีนและ/หรือ สแกนเดียม, b) การแยกและทำแห้งวัสดุที่เหลือ c) การทำปฏิกิริยาวัสดุที่เหลือกับกรดอนินทรีย์ที่สองเป็นช่วเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิ และความดันที่เพียงพอ เพื่อปล่อยก๊าซไอโดรเจนฟลูออไรด์และเพื่อทำให้เกิดวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วซึ่งอย่าง น้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะฟลูออรีนอยู่น้อยและประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียม, d) การทำปฏิกิริยาวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วกับน้ำเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและ ความดันที่เพียงพอ เพื่อทำให้เกิดสารละลายในน้ำซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียม, e) การกรองสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมเพื่อแยก ของแข็งที่เป็นวัสดุที่เหลือจากสารละลายในน้ำ, f) การสัมผัสสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งได้จากขั้นตอน e) ซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของ โลหะสแกนเดียมที่ละลายแล้วกับตัวกลางอินทรีย์ซึ่งรวมถึงสารทำให้เจือจางและสารสกัด ซึ่งสารทำให้เจือ จางดังกล่าวไม่รวมตัวกับสารละลายในน้ำดังกล่าวที่ได้จากขั้นตอน c) ดังนั้นจึงทำให้เกิดเฟสสารอินทรีย์ซึ่ง ประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมและเฟสของเหลวที่ถูกสกัดแล้วที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่งอย่างน้อย บางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมอยู่น้อย, g) การแยกเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวจากขั้นตอน f) ซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะ สแกนเดียมจากเฟสของเหลวที่ถูกสกัดแล้วดังกล่าวซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะสแกนเดียม อยู่น้อย, h) การแยกสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวโดยการสัมผัสเฟส สารอินทรีย์ดังกล่าวจากขั้นตอน g) กับสารแยกสแกนเดียม ซึ่งการแยกดังกล่าวทำให้เกิดเฟสสแกนเดียมซึ่ง ประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าว, เฟสที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่ง ประกอบด้วยสารแยกสแกนเดียมดังกล่าว และเฟสสารอินทรีย์ขั้นสุดท้ายซึ่งประกอบด้วยสารทำให้เจือจาง ดังกล่าวและสารสกัดดังกล่าว
13. กระบวนการสำหรับเลือกสกัดสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากวัสดกุเริ่มต้นที่เติมซัลเฟตแล้วซึ่ง รวมถึงสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) การทำปฏิกิริยาวัสดุที่เติมซัลเฟตแล้วกับน้ำเป็นช่วงเวลาหนึ่ง และในสภาพอุณหภูมิและ ความดันที่เพียงพอ เพื่อทำให้เกิดสารละลายในน้ำซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียม, b) การกรองสารละลายในน้ำดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจาก ขั้นตอน a) เพื่อแยกวัสดุที่เป้นของแข็งจากสารละลายในน้ำ, c) การสัมผัสมสารละลายในน้ำดังกล่าวจากขั้นตอน b) ซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะ สแกนเดียมที่ละลายแล้วกับตัวกลางอินทรีย์ซึ่งรวมถึงสารทำให้เจือจางและสารสกัด ซึ่งสารทำให้เจือจาง ดังกล่าวไม่รวมตัวกับสารละลายในน้ำดังกล่าว ดังนั้นจึงทำให้เกิดเฟสสารอินทรีย์ซึ่งประกอบด้วยสารมีค่า ของโลหะสแกนเดียมและเฟสของเหลวที่ถูกสกัดแล้วที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่า ของโลหะสแกนเดียมอยู่น้อย d) การแยกเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวซึ่งประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมซึ่งเกิดขึ้น ในขั้นตอน c) จากเฟสของเหลวที่ถูกสกัดแล้วดังกล่าวซึ่งอย่างน้อยบางส่วนเหลือสารมีค่าของโลหะ สแกนเดียมอยู่น้อย e) การแยกสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าวโดยการสัมผัสเฟส สารอินทรีย์ดังกล่าวจากขั้นตอน d) กับสารแยกสแกนเดียม ซึ่งการแยกดังกล่าวทำให้เกิดเฟสสแกนเดียมซึ่ง ประกอบด้วยสารมีค่าของโลหะสแกนเดียมจากเฟสสารอินทรีย์ดังกล่าว และเฟสที่มีน้ำเป็นตัวกลางซึ่ง ประกอบด้วยสารแยกสแกนเดียมดังกล่าว และเฟสสารอินทรีย์ขั้นสุดท้ายซึ่งประกอบด้วยสารทำให้เจือจาง ดังกล่าวและสารสกัดดังกล่าว
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH32611A TH32611A (th) | 1999-03-15 |
| TH34874B true TH34874B (th) | 2013-01-25 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| RU98119308A (ru) | Способ избирательной экстракции металлических компонентов | |
| US7282187B1 (en) | Recovery of metal values | |
| EA024014B1 (ru) | Способ извлечения золота экстракцией растворителем | |
| EP0124213A1 (en) | Extraction process | |
| FI61722B (fi) | Foerfarande foer aotervinning av nickel i form av nickelnitrat fraon en nickelhaltig legering | |
| CA2859035C (en) | Separation of iron from value metals in leaching of laterite ores | |
| KR101699926B1 (ko) | 왕수용액으로부터 질산 및 금의 회수 방법 | |
| US4587111A (en) | Method of liquid-liquid extraction of gallium from a basic aqueous solution | |
| AU2003258054B2 (en) | Solvent extraction process | |
| CN102249351A (zh) | 一种糖析诱导的三液相体系萃取分离铂钯铑的方法 | |
| TH32611A (th) | การแยกเอาสารมีค่าของโลหะ | |
| KR19980076556A (ko) | 다이아몬드 공구스크랩으로부터 유가금속의 회수방법 | |
| SE446747B (sv) | Forfarande for utvinning av nickel med hog renhet ur en vattenhaltig losning innehallande bly-, jern-, sulfat-, krom-, arsenik- och aluminiumjoner, | |
| JP2005526909A (ja) | 塩化物で補助された金属の湿式冶金的抽出 | |
| RU2571763C1 (ru) | Способ извлечения бериллия методом ионного обмена | |
| WO2012168915A1 (en) | Method for the selective separation and recovery of metal solutes from solution | |
| ATE516374T1 (de) | Hydrometallurgisches verfahren zur extraktion von nickel und cobalt aus lateriterzen | |
| US4362704A (en) | Cobalt leaching process | |
| JP2020023741A (ja) | クラッドの分離方法、溶媒抽出方法及びクラッド分離装置 | |
| US4217181A (en) | Recovery of uranium oxides by electrolysis | |
| US6375713B1 (en) | Use of cupric chloride etchant solution in a solvent extraction electrowinning copper refinery | |
| SU1752805A1 (ru) | Способ извлечени мышь ка из электролита рафинировани меди | |
| US3198599A (en) | Recovery of uranium and/or vanadium values from ores containing the same | |
| AU2016232007B2 (en) | Recovery of gold from solution | |
| US899146A (en) | Extraction of metals from their ores. |