TH22120B - กรรมวิธีและโรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น c4 และ c5 ประเภทออลิฟินไปเป็นอีเธอร์และเป็นพริพิลีน - Google Patents
กรรมวิธีและโรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น c4 และ c5 ประเภทออลิฟินไปเป็นอีเธอร์และเป็นพริพิลีนInfo
- Publication number
- TH22120B TH22120B TH9601001452A TH9601001452A TH22120B TH 22120 B TH22120 B TH 22120B TH 9601001452 A TH9601001452 A TH 9601001452A TH 9601001452 A TH9601001452 A TH 9601001452A TH 22120 B TH22120 B TH 22120B
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- pathway
- ether
- area
- fraction
- oxygen
- Prior art date
Links
Abstract
การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับกรรมวิธีสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น C4 หรือ C5 ประเภทออลิฟิน ไปเป็นแอลคิล -เทอร์ธิโอบิวทีนอีเธอร์ หรือแอลคิล-เทอร์ธิแอมิลอีเธอร์ และเป็นพรอพิรีน, โดยการ สลายตัวสองต่อ (metathesis) กรรมวิธีประกอบด้วย 4 ขั้นตอนเรียงลำดับของ: (1) การเลือกเติม ไฮโดรเจนต่อไดออลิฟิน โดยมีการไอโซเมอไรซ์ของแอลฟ่าออลิฟินไปเป็นอินเทอนอลออลิฟิน ในขณะเดียวกัน; (2) การทำให้ไอโซออลิฟินให้เป็นอีเธอร์; (3) การขจัดสารเจือปนที่มีออกซิเจนออก; (4) การสลายตัวสองต่อ (metathesis) ของอินเทอนอลออลิฟินด้วยเอธิลีน การใช้ส่วนกลั่น C4 และ C5 จากหน่วยทำให้แตกตัวด้วยไอน้ำ
Claims (34)
1. กรรมวิธีสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น (cut) ประเภทออลิพินอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง ที่เลือกจากกลุ่มทีประกอบด้วยส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 ไปเป็นอีเธอร์ และไปเป็นพรอพิลีน ส่วนกลั่นดังกล่าวมีไดออลิฟิน, แอลฟ่า ออลิพิน, ไอโซออลิฟิน และสารเจือบนประเภทแอเซทิลีน เป็นส่วนใหญ่ กรรมวิธีดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนที่ดำเนินต่อเนื่องด้วย: 1) การเลือกเติมไฮโดรเจนของไดโอลิพินและสารเจือบนประเภทแอเซทิลีน โดยมีการ ไอโซเมอไรซ์ของแอลฟ่าออลิฟินไปเป็นอินเทอนอลออลิฟิน (internal olefin) ในขณะเดียวกัน โดยการให้ส่วนกลั่นดังกล่าวในเฟสของเหลวผ่านไปบนสารเร่งปฏิกิริยาที่ประกอบด้วยโลหะ อย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยนิเกิล, พัลเลเดียม และแพลทินัมที่เกาะอยู่ บนสารรองรับที่อุณหภูมิ 20-200 ํซ., ความดัน 1-5 เมกาพาสดาล, และอัตราเร็วในช่องว่างเท่ากับ 0.5-10 ต่อชั่วโมง -1 ด้วยอัตราส่วนเป็นโมลของ H2 /ไดออลิฟิน เท่ากับ 0.5 ถึง 5 เพื่อให้ได้ส่วนที่ออกมา ที่มีอินเทอนอลออลิฟินและไอโซออลิฟินเป็นส่วนใหญ่, และในทางปฏิบัติไม่มีไดออลิฟินหรือ สารประกอบประเภทแอเซทิลีน; 2) การทำไอโซออลิฟินให้เป็นอีเธอร์ โดยให้ส่วนที่ออกมาจากขั้นตอนก่อนหน้านั้นทำ ปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาที่เป็นกรดอยู่ด้วยที่อุณหภูมิ 30-130 ํซ.,ที่ความดันที่ ดำเนินปฏิกิริยาในเฟสของเหลว. แยกอีเธอร์และแอลกอฮอล์ออกพร้อมกันกับหรือลังจากการทำให้ เป็นอีเธอร์ เพื่อให้ได้ส่วนที่ออกมาที่มีอินเทอนอลออลิฟินเป็นส่วนใหญ่ร่วมด้วยสารเจือปนที่มี ออกซิเจน; 3) การแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกจากส่วนที่ออกมาจากขั้นตอน 2); 4) การสลายตัวสองต่อ (metathests) ของส่วนที่ออกมาจากขั้นตอนก่อนหน้านั้นกับเอธิลีน โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาที่ประกอบด้วยรีเนียมออกไซด์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดหนึ่งที่เกาะอยู่บนสารรอง รับร่วมอยู่ด้วยที่อุณหภูมิในช่อง 0 ํ ซ. ถึง 100 ํซ. และที่ความดันซึ่งอย่างน้อยที่สุดเท่ากับความดันไอ ของของผสมที่ทำปฏิกิริยาที่อุณหภูมที่ทำปฏิกิริยากันเพื่อให้ได้ส่วนที่ออกมาที่มีพรอพิลีน, การสลาย ตัวสองต่อ (metathesis) ตามด้วยการแยกพรอพิลีน
2. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1, ที่ซึ่งส่วนกลั่นประเภทออลิฟินดังกล่าวประกอบรวมด้วย ส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 และยังประกอบรวมด้วยการนำส่วนกลั่น C5 เข้าไปในขั้นตอนการ เลือกเติมไฮโดรเจน (1'), และขั้นตอนการทำให้เป็นอีเธอร์ (2'), ขั้นตอน (3'), สำหรับแยกสิ่งเจือปน ที่มีออกซิเจน และขั้นตอนการสลายตัวสองต่อ (metathesis) (4'), เพื่อให้ได้แอลคิล-เทอร์ธิโอแอมิล อีเธอร์, พรอพิลีน และของผสมของไอโซบิวทีน และ 1-บิวทีน , และที่ส่งของผสมของไอโซบิวทีน และ 1-บิวทีนดังกล่าวพร้อมด้วยส่วนกลั่น C4 ให้ผ่านขั้นตอนการเลือกเติมไฮโดรเจน (1), ขั้นตอนการ ทำให้เป็นอีเธอร์ (2), ขั้นตอน (3) สำหรับแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจน และขั้นตอนสลายตัวสองต่อ (metathests) (4) เพื่อผลิตแอลคิล-เทอร์ธิโอบิวทีนอีเธอร์ และพรอพิลีน
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 2 มีลักษณะจำเพาะที่ขั้นตอนสลายตัวสองต่อ (metahesis) (4) ทำการปฏิบัติต่อส่วนที่ออกจากขั้นตอน (3) และ (3') ในขณะเดียวกัน
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งส่วนกลั่นประเภทออลิฟินดังกล่าวประกอบรวมด้วย ส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 และยังประกอบรวมด้วยการนำส่วนกลั่น C5 ผ่านขั้นตอนการเลือกเติม ไฮโดรเจน (1') และขั้นตอนการสลายตัวสองต่อ (metahesis) (4') สำหรับส่วนที่ออกมาจากขั้นตอน (1') เพื่อให้ได้พรอพิลีน และของผสมของไอโซบิวทีน และ 1-บิวทีน, และที่ส่งของผสมดังกล่าวกับ ส่วนกลั่น C4, และให้ผ่านขั้นตอน (1), (2), (3) และ (4) เพื่อให้ได้แอลคิล-เทอร์ธิโอบิวทิลอีเธอร์ และ พรอพิลีน
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 3 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ขั้นตอนสลายตัวสองตัว (metahesis) 4 ทำการปฏิบัติต่อส่วนที่ออกจากขั้นตอน 3 และ 1' ในขณะเดียวกัน
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 5 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ได้ทำการปฏิบัติต่อสารเร่งปฏิกิริยา ไว้แล้วก่อนที่จะบรรจุมันเข้าไปในส่วนทำปฏิกิริยาเติมไฮโดรเจนด้วยสารประกอบที่มีกำมะถัน อย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งที่ทำให้เจือจางด้วยตัวทำละลาย, และที่บรรจุสารเร่งปฏิกิริยาที่ได้ที่มีกำมะถัน 0.05% ถึง 10% โดยน้ำหนัก เข้าไปในส่วนทำปฏิกิริยาและทำให้กัมมันต์ในบรรยากาศเป็นกลาง หรือ รีดิวซิ่งที่อุณหภูมิในช่วง 20 ํซ. ถึง 300 ํซ., ความดันในช่วง 0.1 ถึง 5 เมกาพาสคาล และ GHSV ในช่วง 50 ถึง 600 ต่อชั่วโมง และที่นำสารป้อนเข้าไปให้สัมผัสกับสารเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้กัมมันต์ ดังกล่าว
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินขั้นตอนการเลือกเติมไฮโดรเจน โดยมีสารเร่งปฏิกิริยาที่มีกำมะถัน 0.05% ถึง 10 % โดยน้ำหนักร่วมอยู่ด้วย
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่สารเร่งปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน ประกอบด้วยพัลเลเดียมที่เกาะอยู่บนอลูมินาและมีกำมะถัน
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 8 ที่ซึ่งดำเนินการทำให้เป็นอีเธอร์โดยการใช้เรซินแลกเปลี่ยน ไอออนในรูป H+ ของมัน
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการการทำให้เป็นอีเธอร์โดยใช้ สารเร่งปฏิกิริยาที่เป็นกรด
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการการทำให้เป็นอีเธอร์โดยใช้ชั้น สารเร่งปฏิกิริยาที่ขยายตัวออก
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการการทำให้เป็นอีเธอร์ ในขั้นตอนการกลั่นไวต่อปฏิกิริยา (reactive distillation step)
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่แยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกบน มวลสารสำหรับจับที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยอลูมินา, ซิลิคา, ซิลิคา-อลูมินา และซีโอไลท์ ที่อุณหภูมิในช่วง 0 ํซ. ถึง 100 ํซ. และความดันเท่ากับ 0.3 ถึง 5 เมกาพาสคาล
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่การสลายตัวสองต่อเกิดขึ้นโดยมีสาร เร่งปฏิกิริยาที่มีรีเนียมออกไซค์อยู่ด้วยในสัดส่วนเท่ากับ 0.01% ถึง 20 % โดยน้ำหนัก เมื่อคิดเป็น โลหะรีเนียมที่เกาะอยู่บนสารรองรับที่มีอลูมินาอย่างน้อยที่สุด 75 % โดยน้ำหนัก และโลหะออกไซค์ อย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยนีโอเบียมและแทนทาลัม 0.01 % ถึง 30 % โดยน้ำหนัก
15. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 13 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ตัวเร่งปฏิกิริยาการเติมไฮโดรเจน ประกอบด้วยพัลเลเดียมที่เกาะอยู่บนอลูมินา และมีกำมะถัน
16. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ซึ่งดำเนินการทำให้เป็นอีเธอร์โดยการใช้เรซินแลกเปลี่ยน ไอออนในรูป H+ ของมัน
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 16 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่แยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออก บนมวลสารสำหรับจับที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยอลูมินา, ซิลิคา, ซิลิคา-อลูมินา และซีโอไลท์ ที่อุณหภูมิในช่วง 0 ํซ. ถึง 100 ํซ. และความดันเท่ากับ 0.3 ถึง 5 เมกาพาสคาล
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการการสลายตัวสองต่อ (metathesis) ด้วยชั้นสารเร่งปฏิกิริยาที่เคลื่อนที่
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่ส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 มีกำเนิด จากหน่วยทำให้แตกตัวด้วยตัวไอน้ำ
20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งอัตราส่วนเป็นโมลของ H2/ไดออลิฟิน เป็น 1 ถึง 3
21. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งดำเนินการทำให้เป็นอีเธอร์โดยการใช้เรซินแลกเปลี่ยน ไอออนในรูป H+ ของมัน
22. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งคือกรรมวิธีสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น C4 ไปเป็นอีเธอร์ และ ไปเป็นพรอพิลีน ซึ่งส่วนกลั่น C4 ดังกล่าวมีไอโซบิวทีน, 1-บิวทีน, 2- บิวทีน, บิวเทน และ 1,3-บิวทา ไดอีนเป็นส่วนใหญ่ และอาจมีส่วนน้อยของแอเซทิลีน ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวประกอบรวมด้วยขั้นตอน ซึ่งดำเนินต่อเนื่อง ต่อไปนี้: 1) การนำส่วนกลั่น C4 ไปยังการเติมไฮโดรเจน เพื่อที่จะเลือกเติมไฮโดรเจนแก่ 1,3-บิวทา ไดอีนและแอเซทิลีนใดๆ ในส่วนกลั่นในขณะที่มีการไอโซเมอไรซ์ของ 1-บิวทีน ไปเป็น 2-บิวทีน ในขณะเดียวกัน เพื่อให้ได้ส่วนที่ออกมาที่มี 2-บิวทีน และไอโซบิวทีนเป็นหลัก และในทางปฏิบัติ ปราศจาก 1,3-บิวทาไดอีน และสารเจือปนประเภทแอเซทิลีน และปริมาณที่ลดลงของ 1-บิวทีน; 2) การนำส่วนที่ออกมาที่มีไอโซบิวทีนที่ได้ไปทำให้เป็นอีเธอร์ด้วยแอลกอฮอล์ และทำการ แยกอีเธอร์ที่ได้และแอลกอฮอล์ชนิดใดๆ ที่มากเกินไปออกจากการทำให้เป็นอีเธอร์ เพื่อให้ได้ส่วนที่ ออกมาที่มี 2-บิวทีนเป็นส่วนใหญ่ และสารเจือปนที่มีออกซิเจน; 3) การแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกจากส่วนที่ออกมาจากขั้นตอน (2); 4) การนำส่วนที่ออกที่ออกมาที่ได้จากขั้นตอน (3) ไปทำการสลายตัวสองต่อด้วยเอธิลีน เพื่อให้ได้ ส่วนที่ออกมาที่มีพรอพิลีน
23. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งคือกรรมวิธีสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น C5 ไปเป็นอีเธอร์ และ พรอพิลีน ซึ่งส่วนกลั่น C5 ดังกล่าวมี C5 ไดอีน, ไอโซ-และนอร์มอลเพนเทน, เมธิล บิวทีน, 2-เมธิล-2- บิวทีน, 1-เพนทีน, 2-เพนทีนเป็นส่วนใหญ่ และอาจมีส่วนน้อยของแอเซทิลีน ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าว ประกอบด้วยขั้นตอนซึ่งดำเนินต่อเนื่องด้วย: 1) การนำส่วนกลั่น C5 ไปยังการเติมไฮโดรเจน เพื่อที่จะเลือกเติมไฮโดรเจนแก่ไดออลิฟิน และสารเจือปนประเภทแอเซทิลีน ในขณะที่มีการไอโซเมอร์ของเมธิลบิวทีน และ 1-เพนทีน ไปเป็น 2-เมธิล-2-บิวทีน และ 2-เพนทีน ตามลำดับในขณะเดียวกัน; 2) การนำส่วนที่ออกมาที่ได้ไปทำให้เป็นอีเธอร์ด้วยเมธานอล เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์จากการ ทำให้เป็นอีเธอร์ที่มีเทอเทียรี แอมิล เมธิล อีเธอร์ และส่วนที่ออกมาที่เป็นส่วนกลั่น C5 ที่ปราศจาก เมธิล-บิวทีน และมีองค์ประกอบที่เหลืออยู่ของเมธานอล และปริมาณเล็กน้อยของสารประกอบที่มี ออกซิเจนที่ไม่เป็นที่ต้องการ 3) การแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกจากส่วนกลั่น C5 ที่ได้ออกมาจากขั้นตอน (2); และ 4) การนำส่วนที่ออกที่ออกมาที่ได้จากขั้นตอน (3) ไปทำการสลายตัวสองต่อด้วยเอธิลีน เพื่อให้ได้ ส่วนที่ออกมาที่มีพรอพิลีน
24. โรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่นประเภทออลิฟินที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 ไปเป็นอีเธอร์และเป็นพรอพิลีน ที่ประกอบรวมโดยเป็นลำดับด้วย: 1) บริเวณการเลือกเติมไฮโดรเจนที่หนึ่งสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจนของแอเซทิลีน และ สารเจือปนพวกไดออลิฟิน พร้อมกับการไอโซเมอร์ไรซ์ของแอลฟ่า-ออลิฟิน ในขณะเดียวกัน, ซึ่ง บริเวณการเลือกเติมไฮโดรเจนที่หนึ่งดังกล่าวประกอบรวมด้วยวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งส่วนกลั่นที่จะทำการเปลี่ยนเข้าไป, วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งออก ส่วนที่ออกมา และวิถีทางอย่าสงน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งไฮโดรเจนเข้าไป, บริเวณการเลือกเติม ไฮโดรเจนที่หนึ่งดังกล่าวยังประกอบรวมด้วยชั้นของสารเร่งปฏิกิริยาอยู่ด้วยอย่างน้อยที่สุดชั้นหนึ่ง สำหรับการเลือกเติมไฮโดรเจนและการไอโซเมอไรซ์ 2) บริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์ และการแยกอีเธอร์อย่างน้อยบริเวณหนึ่งที่ประกอบ รวมด้วยวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งเข้าส่วนที่ออกจากบริเวณสำหรับการเลือกเติม ไฮโดรเจนที่หนึ่ง, วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งแอลกอฮอล์เข้าไป, วิถีทางอย่างน้อย ที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งแอลกอฮอล์ และ/หรือ อีเธอร์ออก, และมีวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งออกส่วนที่ออก ซึ่งปลอดจากแอลอฮลล์และอีเธอร์, มีบริเวณในการทำให้เป็นอีเธอร์ที่มี สารเร่งปฏิกิริยาการทำให้เป็นอีเธอร์ที่เป็นกรดอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง บริเวณการแยกอีเธอร์ดังกล่าว ที่อยู่ต่อจากบริเวณในการทำให้เป็นอีเธอร์ดังกล่าว ที่ประกอบรวมด้วยส่วนการกลั่นสำหรับทำการ แยกอีเธอร์ที่ได้ออกจากสิ่งที่ได้จากการกลั่น (distillate) ที่เป็นออลิฟินที่เหลืออยู่ แอลกอฮอล์ที่ มากเกิน และสารประกอบที่มีออกซิเจนที่กลายเป็นไอได้ง่าย 3) บริเวณสำหรับแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกบริเวณหนึ่ง, ที่มีมวลสารอย่างน้อย ที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับจับสารเจือปนที่มีออกซิเจนชนิดเพิ่มเติมดังกล่าว, และประกอบรวมด้วยวิถีทาง อย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับนำส่วนที่ออกมาจากบริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และแยกอีเธอร์ และมีวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งส่วนที่ออกมาที่ผลิตได้ออก 4) บริเวณสลายตัวสองต่อ (metathesis) บริเวณหนึ่ง ที่มีสารเร่งปฏิกิริยาอย่างน้อยที่สุด ชนิดหนึ่ง ตามด้วยบริเวณแยกพรอพิลีน, และประกอบรวมด้วยวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งเข้าส่วนที่ออกมาดังกล่าวจากบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง, วิถีทาง อย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งเอธิลีนเข้าไป, วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่ง พรอพิลีนออกและวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งผลผลิตพลอยได้ออก บริเวณการแยก พรอพิลีนดังกล่าวประกอบรวมด้วยส่วนการกลั่นสำหรับทำการแยกพรอพิลีนออกจากไฮโดรคาร์บอน ที่ไม่ถูกเปลี่ยน โรงงานดังกล่าวยังประกอบรวมโดยเป็นลำดับต่อเนื่องด้วยบริเวณ สำหรับเลือกเติม ไฮโดรเจนบริเวณที่สอง, บริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์บริเวณที่สอง, บริเวณ การแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่สอง และบริเวณทำให้สลายตัวสองต่อ (metathesis) บริเวณ ที่สองสำหรับปฏิบัติต่อส่วนกลั่น C5 ที่ส่งเข้าผ่านทางท่อเข้าไปในบริเวณสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจน บริเวณที่สอง, บริเวณทำให้สลายตัวสองต่อ (metathesis) บริเวณที่สองถูกจัดให้มีท่อสำหรับส่งออก ของผสมของ 1-บิวทีน และไอโซบิวทีน ซึ่งเชื่อมต่อกับบริเวณสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณ ที่หนึ่งเพื่อส่งของผสมดังกล่าวเข้าไปในบริเวณสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณหนึ่ง
25. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งบริเวณทำให้สลายตัวสองต่อบริเวณที่หนึ่ง ถูกจัดให้มี วิถีทางสำหรับส่งเข้าส่วนที่ออกมาจากบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง และ วิถีทางสำหรับส่งเข้าส่วนที่ออกมาจากบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่สอง
26. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งบริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์ อย่างน้อยบริเวณหนึ่งประกอบรวมด้วยบริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์ ตามด้วยบริเวณสำหรับการ แยกอย่างน้อยบริเวณหนึ่ง
27. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งสารเร่งปฏิกิริยาการทำให้เป็นอีเธอร์อยู่ในรูปของชั้นสาร เร่งปฏิกิริยาที่ขยายตัวออก
28. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ที่ซึ่งบริเวณการทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอย่างน้อยที่สุด บริเวณหนึ่งเป็นบริเวณกลั่นที่ไวต่อปฏิกิริยา (reactive distillation) ที่มีสารเร่งปฏิกิริยา และซึ่งการแยก อีเธอร์และแอลกอฮอล์เกิดขึ้นในขณะเดียวกันกับการทำให้เป็นอีเธอร์
29. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งมีลักษณะจำเพาะที่บริเวณการสลายตัวสองต่อ (metathesis) มีชั้นสารเร่งปฏิกิริยาที่เคลื่อนที่
30. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง (3) ยังประกอบรวมด้วยวิถีทางสำหรับการสร้างใหม่ของมวลสารอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง หลังจากที่ มวลสารดังกล่าวอิ่มตัวด้วยสารเจือปนที่มีออกซิเจนและ/หรือที่มีกำมะถัน
31. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ที่ซึ่งวิถีทางดังกล่าวสำหรับทำเข้าส่วนที่ออกมาจากบริเวณ สำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์บริเวณที่หนึ่ง เข้าไปในบริเวณการแยกสารเจือปนที่มี ออกซิเจนบริเวณที่หนึ่งประกอบรวมด้วยวิถีทางสำหรับการนำเข้าส่วนที่ออกมาจากคอลัมน์การกลั่น ที่เป็นส่วนล่างสุด
32. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 24 ที่ซึ่งวิถีทางดังกล่าวสำหรับการนำข้าส่วนที่ออกมาจาก บริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์บริเวณที่หนึ่ง เข้าไปในบริเวณการแยกสารเจือปน ที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง ประกอบรวมด้วยวิถีทางสำหรับการส่งเข้าส่วนที่ออกมาจากคอลัมน์กลั่น ที่เป็นส่วนบนสุด
33. โรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่นประเภทออลิฟิน ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ส่วนกลั่น C4 และส่วนกลั่น C5 ไปเป็นอีเธอร์และไปเป็นพรอพิลีน ที่ประกอบรวมอย่างเป็นลำดับด้วย: 1) บริเวณการเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณที่หนึ่งสำหรับการเลือกเติมไฮโดรเจนของ แอเซทิลีนและสารเจือปนพวกไดออลิฟินพร้อมกับการไอโซเมอไรซ์ของแอลฟ่า ออลิฟินในขณะ เดียวกัน บริเวณการเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณที่หนึ่งดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วยวิถีทางอย่างน้อย ที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งส่วนกลั่นที่จะทำการเปลี่ยนเข้าไป วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งออกส่วนที่ออกมา และวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งไฮโดรเจนเข้าไป บริเวณการเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณที่หนึ่งดังกล่าวยังประกอบรวมด้วยชั้นของสารเร่งปฏิกิริยา อย่างน้อยที่สุดชั้นหนึ่ง สำหรับการเลือกเติมไฮโดรเจนและการไอโซเมอไรซ์ดังกล่าว 2) บริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์อย่างน้อยบริเวณหนึ่งที่ประกอบ รวมด้วยวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งเข้าส่วนที่ออกจากบริเวณสำหรับการเลือกเติม ไฮโดรเจนบริเวณหนึ่ง วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งเข้าแอลกอฮอล์, วิถีทางอย่างน้อย ที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งแอลกอฮอล์ และ/หรืออีเธอร์ออก และวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่งออกส่วนที่ออกซึ่งปลอดจากแอลกอฮอล์และอีเธอร์ บริเวณในการทำให้เป็นอีเธอร์ที่มี สารเร่งปฏิกิริยาการทำให้เป็นอีเธอร์ที่เป็นกรดอย่างน้อยหนึ่งชนิด บริเวณการแยกอีเธอร์ดังกล่าวที่อยู่ ต่อจากบริเวณในการทำให้เป็นอีเธอร์ดังกล่าว ที่ประกอบรวมด้วยส่วนการกลั่นสำหรับทำการแยก อีเธอร์ที่ได้ออกจากสารที่ได้จากการกลั่นที่เป็นออลิฟินที่เหลืออยู่ แอลกอฮอล์ที่มากเกิน และ สารประกอบที่มีออกซิเจนที่กลายเป็นไอได้ง่าย 3) บริเวณสำหรับแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนออกบริเวณที่หนึ่ง ที่มีมวลสารอย่างน้อยที่สุด ชนิดหนึ่งสำหรับจับสารเจือปนที่มีออกซิเจนเพิ่มเติมดังกล่าว และที่ประกอบรวมด้วยวิถีทางอย่างน้อย ที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับนำส่วนที่ออกมาจากบริเวณสำหรับทำให้เป็นอีเธอร์และการแยกอีเธอร์ บริเวณหนึ่ง และวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งส่วนที่ออกมาที่ผลิตได้ออก 4) บริเวณสลายตัวสองต่อ (metathesis) บริเวณที่หนึ่งที่มีสารเร่งปฏิกิริยาอย่างน้อยที่สุดชนิด หนึ่งตามด้วยบริเวณแยกพรอพิลีน และประกอบรวมด้วยวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่ง สำหรับส่ง เข้าส่วนที่ออกมาดังกล่าวจากบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง วิถีทางอย่างน้อย ที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งเอธิลีนเข้าไป วิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งพรอพิลีนออก และวิถีทางอย่างน้อยที่สุดวิถีทางหนึ่งสำหรับส่งผลผลิตพลอยได้ออก บริเวณการแยกพรอพิลีน ดังกล่าวที่ประกอบรวมด้วยส่วนการกลั่นสำหรับทำการแยกพรอพิลีนออกจากไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ ถูกเปลี่ยน โรงงานดังกล่าวยังประกอบอย่างเป็นลำดับด้วยบริเวณสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณ ที่สอง และบริเวณทำให้สลายตัวสองต่อ (metathesis) บริเวณที่สอง สำหรับปฏิบัติติ่ส่วนกลั่น C5 ที่ส่ง เข้าผ่านทางท่อสำหรับส่งออกของผสมของ 1-บิวทีน และไอโซบิวทีน ซึ่งเชื่อมต่อกับบริเวณสำหรับ เลือกเติมไฮโดรเจนบริเวณที่หนึ่ง เพื่อส่งของผสมดังกล่าวเข้าไปในบริเวณสำหรับเลือกเติมไฮโดรเจน บริเวณที่หนึ่ง
34. โรงงานตามข้อถือสิทธิ 33 ซึ่งบริเวณทำให้สลายตัวสองต่อบริเวณที่หนึ่งดังกล่าว ถูกจัด ให้มีวิถีทางสำหรับการส่งเข้าส่วนที่ออกจากบริเวณการแยกสารเจือปนที่มีออกซิเจนบริเวณที่หนึ่ง และวิถีทางสำหรับการส่งเข้าส่วนที่ออกจากบริเวณสำหรับเติมไฮโดรเจนบริเวณที่หนึ่ง
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH25510A TH25510A (th) | 1997-06-10 |
| TH22120B true TH22120B (th) | 2007-07-06 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US5898091A (en) | Process and plant for the conversion of olefinic C4 and C5 cuts to an ether and to propylene | |
| US6358482B1 (en) | Facility for the production of isobutene and propylene from hydrocarbon cuts containing four carbon atoms | |
| US6777582B2 (en) | Process for producing propylene and hexene from C4 olefin streams | |
| US6207115B1 (en) | Process and plant for the conversion of olefinic C4 cuts to polyisobutene and to propylene | |
| US6743958B2 (en) | Process for selective production of propylene from hydrocarbon fractions with four carbon atoms | |
| KR101273124B1 (ko) | 통합형 프로필렌 제조 | |
| US10815167B2 (en) | Olefin double bond isomerization catalyst with high poison resistance | |
| JPH11322637A (ja) | オレフィンの製造 | |
| KR20110099222A (ko) | 옥텐의 형성을 이용한 복분해 유닛 전처리 방법 | |
| NO831758L (no) | Fremgangsmaate for fremstilling av tert. butylalkyletere og buten-1. | |
| AU728853B2 (en) | Apparatus and process for catalytic distillations | |
| US6159433A (en) | Plant for the conversion of olefinic C4 and C5 cuts to an ether and to propylene | |
| JP2001507671A (ja) | エーテル化―水素化方法 | |
| CN101198572B (zh) | 丁烯的双键加氢异构化方法 | |
| JPH02504636A (ja) | イソアミレン中の2‐メチル‐2‐ブテン濃度の増加 | |
| TH25510A (th) | กรรมวิธีและโรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่น c4 และ c5 ประเภทออลิฟินไปเป็นอีเธอร์และเป็นพริพิลีน | |
| EP1942090B1 (en) | Process for the production of hexene-1 and ethylene | |
| RU2131865C1 (ru) | Способ получения алкил-трет-алкиловых эфиров или их смесей | |
| RU2116998C1 (ru) | Способ получения высокооктановых кислородсодержащих компонентов бензинов | |
| CN115650818A (zh) | 一种碳四或碳四以上馏分增产1-丁烯的方法 | |
| TH25511A (th) | กรรมวิธีและโรงงานสำหรับเปลี่ยนส่วนกลั่นออลิฟินิค c4 ไปเป็นพอลิไอโซบิวทีน และเป็นพรอพิลีน | |
| TH15688A (th) | กระบวนการ mtbe แบบเบ็ดเสร็จ | |
| TH26913A (th) | การกลั่นโดยวิธีแคทาไลติก ดิสทิลเลชั่น และไฮโดรเยเนชั่นของสารหนักชนิดไม่อิ่มตัวในอุตสาหกรรมผลิตโอลีฟินส์ |