TH2001007178A - แอนติ-PD-1 แอนติบอดีและไบสเปซิฟิกแอนติ-CD3 x MUC16 แอนติบอดีสำหรับการผลิตตัวยาสำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกที่มีการแสดงออก MUC16 - Google Patents
แอนติ-PD-1 แอนติบอดีและไบสเปซิฟิกแอนติ-CD3 x MUC16 แอนติบอดีสำหรับการผลิตตัวยาสำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกที่มีการแสดงออก MUC16Info
- Publication number
- TH2001007178A TH2001007178A TH2001007178A TH2001007178A TH2001007178A TH 2001007178 A TH2001007178 A TH 2001007178A TH 2001007178 A TH2001007178 A TH 2001007178A TH 2001007178 A TH2001007178 A TH 2001007178A TH 2001007178 A TH2001007178 A TH 2001007178A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- amino acid
- acid sequence
- seq
- antigen
- assembled
- Prior art date
Links
Abstract
การประดิษฐ์นี้จัดให้มีวิธีการสำหรับการบำบัด, การลดความรุนแรงลง, หรือการยับยั้งการเจริญของมะเร็ง (เช่น มะเร็งรังไข่หรือมะเร็งตับอ่อน) วิธีการประดิษฐ์นี้ประกอบรวมด้วยการบริหารให้แก่ผู้เข้ารับการทดลองที่ ต้องการวิธีการนั้นด้วยปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับการรักษาของแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจน ของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 รีเซพเตอร์ร่วมกับปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับการรักษา ของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีที่จับอย่างจำเพาะกับมิวซิน 16 (MUC16) และ CD3
Claims (57)
1. วิธีการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกซึ่งประกอบรวมด้วยการบริหารให้แก่ผู้เข้ารับการรักษาที่ ต้องการวิธีการนั้นด้วย (a) ปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับการรักษาของแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของ แอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1); และ (b) ปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับการรักษาของ ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และ แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูกบริหารให้ก่อน, ให้พร้อมกัน หรือหลังจาก ไบสเปซิฟิกแอนติบอดี
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูกบริหารให้ก่อนไบสเปซิฟิกแอนติบอดี
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 3 ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูกบริหารให้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนไบสเปซิ ฟิกแอนติบอดี
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขนาดใช้หนึ่งขนาดหรือมากกว่าของแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูกบริหาร ให้ร่วมกับขนาดใช้หนึ่งขนาดหรือมากกว่าของไบสเปซิฟิกแอนติบอดี
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-5 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูกบริหารให้ที่ขนาดใช้ ระหว่าง 0.1 มก./กก. และ 20 มก./กก. ของนํ้าหนักตัวของผู้เข้ารับการทดลอง
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 6 ที่ซึ่งขนาดใช้แต่ละขนาดของแอนติ-PD-1 แอนติบอดีประกอบรวมด้วย ระหว่าง 10-8000 ไมโครกรัม
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-6 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งไบสเปซิฟิกแอนติบอดีถูกบริหารให้ที่ขนาดใช้ระหว่าง 0.1 มก./กก. และ 20 มก./กก. ของน้ำหนักตัวของผู้เข้ารับการทคลอง
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 8 ที่ซึ่งขนาดใช้แต่ละขนาดของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย ระหว่าง 10-8000 ไมโครกรัม
10. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งขนาดใช้แต่ละขนาดของแอนติ-PD-1 แอนติบอดีถูก บริหารให้ 0.5-12 สัปดาห์หลังจากขนาดใช้ที่ให้ก่อนหน้าทันที
11. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-10 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งขนาดใช้แต่ละขนาดของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีถูก บริหารให้ 0.5-12 สัปดาห์หลังจากขนาดใช้ที่ให้ก่อนหน้าทันที
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-11 ข้อใดข้อหนึ่งที่ซึ่งแอนติบอดีถูกบริหารให้ทางหลอดเลือดดำทางชั้นใต้ ผิวหนัง หรือทางชั้นเยื่อหุ้มช่องห้อง
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-12 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเนื้องอกประกอบรวมด้วยมะเร็งรังไข่
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-12 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเนื้องอกประกอบรวมด้วยมะเร็งตับอ่อน
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-14 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งผู้เข้ารับการทดลองสามารถต่อต้านหรือตอบสนอง อย่างไม่เพียงพอหรือมีการกำเริบซ้ำหลัง, ก่อนการรักษา
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-14 ข้อใดข้อหนึ่ง, ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการบริหารให้แก่ผู้เข้ารับ การทดลองด้วยสารที่ใช้ในการรักษาตัวที่สามหรือการรักษาทางที่สาม
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 16 ที่ซึ่งสารที่ใช้ในการรักษาตัวที่สามหรือการรักษาทางที่สามถูกเลือก มา จากกลุ่มที่ประกอบด้วยการให้รังสีรักษา, การผ่าตัด, สารเคมีบำบัด, วัคซีนป้องกันมะเร็ง, PD-L1 อินฮิบิเตอร์, LAG- 3 อินฮิบิเตอร์, CTLA-4 อินฮิบิเตอร์, TIM3 อินฮิมิเตอร์, BTLA อินฮิมิเตอร์, TIGIT อินฮิมิเตอร์, CD47 อินฮิมิเตอร์, อินโดลิเอมีน-2,3-ไดออกซีจีเนส (IDO) อินฮิมิเตอร์, วาสคูลาร์เอ็นโดเทอเรียลโกรทแฟคเตอร์ (VEGF) แอนตาโก นิสต์, แองจิโอโปอิติน-2 (Ang2) อินฮิมิเตอร์, ทรานสฟอมิ่งโกรทแฟคเตอร์บีตา (TGF.บีตา.) อินฮิมิเตอร์, อิพิเด อมอลโกรทแฟคเตอร์รีเซพเตอร์ (EGFR) อินฮิมิเตอร์, แอนติบอดีที่เข้ากับแอนติเจนที่จำเพาะต่อเนื้องอก, บาซิลลัส คาร์เมท-เกอร์รินวัคซีน, แกรนูโลไซต์-มาโครฟาจโคโลนิ-สติมูเลติงแฟคเตอร์, ไซโตท็อกซิน, อินเตอร์ลิวอิน 6 รี เซพเตอร์ (IL-6R) อินฮิมิเตอร์, อินเตอร์ลิวอิน 4 รีเซพเตอร์ (IL-4R) อินฮิมิเตอร์, IL-10 อินฮิมิเตอร์, IL-2, IL-7, IL- 21, IL-15, คอนจูเกตของแอนติบอดี-ยา, ยาต้านการอักเสบ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-17 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจน ของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบาสามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่ แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 18 ที่ซึ่ง HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 35; HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 36; HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 37; LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 38; LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 39; และ LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 40
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 19 ที่ซึ่ง HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และ LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 20 ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 41 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 42
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-21 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิก แอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่ แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบา สามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 22 ที่ซึ่ง A-HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 8; A-HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 9; A-HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโน ของ SEQ ID NO: 10; A-LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 11; A-LCDR2 ประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 12; และ A-LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 13
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 23 ที่ซึ่ง A-HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO:1 และ A-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO:2
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-24 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของ ไบสเปซิฟิก แอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่ แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย SEQ ID NO: 3, 4, 5, 6 และ 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปร ผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่ง B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3 ประกอบรวมด้วย, ตามลำดับ, ลำดับกรดอะมิโนถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย SEQ ID NO: 14-15-16, 17-18-19, 20-21-22, 23- 24-25 และ 26-27-28; และ B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3 ประกอบรวมด้วย, ตามลำดับ, ลำดับกรดอะมิโน ของ SEQ ID NO: 11-12-13
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 26 ที่ซึ่ง B-HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนถูกเลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย SEQ ID NO: 3, 4, 5, 6 และ 7 และ B-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
28. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดี ประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผัน ของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสาม บริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
29. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดี ประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่ แปรผัน ของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 4 และ CDR ของสายเบาสาม บริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
30. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปชิฟิกแอนติบอดี ประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผัน ของสายหนัก (B-HCVR) ชิ้งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 5 และ CDR ของสายเบาสาม บริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
31. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดี ประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของ สายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 6 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
32. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปชิฟิกแอนติบอดี ประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสามบริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผัน ของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสาม บริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B-LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วย ลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
33. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-32 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแอนติ-PD-1 แอนติบอดี, ไบสเปซิฟิกแอนติบอดี, หรือทั้งสองแอนติบอดี, ประกอบรวมด้วยบริเวณคงที่ของสายหนัก IgG1 หรือ IgG4 ในมนุษย์
34. วิธีการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกซึ่งประกอบรวมด้วยการบริหารให้แก่ ผู้เข้ารับการ ทดลองที่ต้องการวิธีการนั้นด้วย (a) ปริมาณที่มีประสิทธิผลลำหรับการรักษาของแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับ แอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1); และ (b) ปริมาณที่มีประสิทธิผล สำหรับ การรักษาของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรคอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของ สายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
35. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่ง: (a) HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 35; HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 36; HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 37; LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 38; LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 39; และ LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 40; (b) A-HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 8; A-HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 9; A-HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 10; A-LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 11; A-LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 12; และ A-LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 13; และ (c) B-HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 14; B-HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 15; B-HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 16; B-LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 11; B-LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 12; และ B-LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 13
36. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 35 ที่ซึ่ง: (a) HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และ LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) A-HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO:l และ A-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO:2; และ (c) B-HVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ B-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
37. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 36 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 41 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 42; (b) แขนในการจับแอนติเจนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 29 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 30; และ (c) แขนในการจับแอนติเจนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่ง ประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 31 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 30
38. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 34-37 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเนื้องอกประกอบรวมด้วยมะเร็งรังไข่
39. วิธีการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกซึ่งประกอบรวมด้วยการบริหารให้แก่ ผู้เข้ารับการ ทดลองที่ต้องการวิธีการนั้นด้วย (a) ปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับการรักษาของแอนติบอดีหรือชิ้นส่วน ที่จับ แอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1); และ (b) ปริมาณที่มีประสิทธิผลสำหรับ การรักษาของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
40. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 39 ที่ซึ่ง: (a) HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 35; HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 36; HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 37; LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 38; LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 39; และ LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 40; (b) A-HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 8; A-HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 9; A-HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 10; A-LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQIDNO: 11; A-LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 12; และ A-LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 13; และ (c) B-HCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 26; B-HCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 27; B-HCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 28; B-LCDR1 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 11; B-LCDR2 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 12; และ B-LCDR3 ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 13
41. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 40 ที่ซึ่ง: (a) HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และ LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) A-HCVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO:1 และ A-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO:2; และ (c) B-HVR ประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ B-LCVR ประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
42. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 41 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 41 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 42; (b) แขนในการจับแอนติเจนที่หนึ่งของใบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่ง ประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 29 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 30; และ (c) แขนในการจับแอนติเจนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วยสายหนักซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 32 และสายเบาซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 30
43. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 39-42 ข้อใดข้อหน้ง ที่ซึ่งเนื้องอกประกอบรวมด้วยมะเร็งรังไข่
44. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-43 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งแอคทิวิตีต้านเนื้องอกของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีไม่ ถูกขวางกั้นอย่างมีนัยสำคัญโดยการหมุนเวียนของ CA-125 ที่ความเข้มข้นที่สูงถึง 10 กิโลยูนิต/มล.
45. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1-43 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งผู้เข้ารับการทดลองถูกวินิจฉัยเป็นมะเร็งรังไข่ และผู้ เข้ารับการทดลองมีระดับการหมุนเวียนของ CA-125 สูงถึง 10 กิโลยูนิต/มล.
46. การใช้ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะ กับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ในการผลิตทางอุตสาหกรรม ของตัวยา สำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งงการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือ ชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1)
47. การใช้แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ในการผลิตทางอุตสาหกรรมของตัวยาสำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการ ทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับ อย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3
48. การใช้ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะ กับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ในการผลิตทางอุตสาหกรรมของตัวยา สำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือ ชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนัก สาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบ รวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
49. การใช้แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เคธ 1 (PD-1) ในการผลิตทางอุตสาหกรรมของตัวยาสำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการ รักษาที่ต้องการสารนั้นร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับ อย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณ กำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปชิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
50. การใช้ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะ กับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ในการผลิตทางอุตสาหกรรมของตัวยา สำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือ ชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (EICDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQIDNO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
51. การใช้แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ในการการผลิตทางอุตสาหกรรมของตัวยาสำหรับการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับ การรักษาที่ต้องการสารนั้นร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่ จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
52. ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้ง การเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของ แอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1)
53. แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้น ร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3
54. ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้ง การเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของ แอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
55. แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เคธ 1 (PD-1) สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้น ร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQIDNO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 3 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
56. ไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้ง การเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้นร่วมกับแอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของ แอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
57. แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นที่จับอย่างจำเพาะกับโปรแกรม เดธ 1 (PD-1) สำหรับการใช้ในการบำบัดหรือการยับยั้งการเจริญของเนื้องอกในผู้เข้ารับการทดลองที่ต้องการสารนั้น ร่วมกับไบสเปซิฟิกแอนติบอดีซึ่งประกอบรวมด้วยแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งที่จับอย่างจำเพาะกับ MUC16 และแขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองที่จับอย่างจำเพาะกับ CD3 ที่ซึ่ง: (a) แอนติ-PD-1 แอนติบอดีหรือชิ้นส่วนที่จับแอนติเจนของแอนติบอดีนั้นประกอบรวมด้วยบริเวณกำหนด ความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายหนัก (HCDR1, HCDR2 และ HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (HCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 33 และบริเวณกำหนดความเป็นคอมพลีเมนต์ของสายเบา สามบริเวณ (LCDR1, LCDR2 และ LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับ กรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 34; (b) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่หนึ่งของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (A-HCDR1, A-HCDR2 และ A-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (A-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 1 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (A-LCDR1, A-LCDR2 และ A- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (A-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2; และ (c) แขนที่จับกับแอนติเจนแขนที่สองของไบสเปซิฟิกแอนติบอดีประกอบรวมด้วย CDR ของสายหนักสาม บริเวณ (B-HCDR1, B-HCDR2 และ B-HCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายหนัก (B-HCVR) ซึ่งประกอบรวม ด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 7 และ CDR ของสายเบาสามบริเวณ (B-LCDR1, B-LCDR2 และ B- LCDR3) ของบริเวณที่แปรผันของสายเบา (B-LCVR) ซึ่งประกอบรวมด้วยลำดับกรดอะมิโนของ SEQ ID NO: 2
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH2001007178A true TH2001007178A (th) | 2025-08-11 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| FI3810281T3 (fi) | Menetelmiä syövän hoitamiseksi bispesifisillä anti-CD3XMUC16-vasta-aineilla ja anti-PD-1-vasta-aineilla | |
| ES2675299T3 (es) | Medios y métodos para el tratamiento del LDLBG | |
| FI3455259T3 (fi) | Anti-PD-1-vasta-aineiden ja sädehoidon yhdistelmä syövän hoitoon | |
| FI3394103T3 (fi) | Anti-PD-1-vasta-aineiden ja bispesifisten anti-CD20-/anti-CD3-vasta-aineiden yhdistelmä syövän hoitoon | |
| JP2022050618A5 (th) | ||
| JP2019515008A5 (th) | ||
| JP2019519499A5 (th) | ||
| JP2021527431A5 (th) | ||
| JP2021528423A5 (th) | ||
| JP2022532490A5 (th) | ||
| JP2020508317A5 (th) | ||
| IL321717A (en) | Anti-PD-1 antibodies for the treatment of lung cancer | |
| JP2021514945A5 (th) | ||
| WO2023062188A1 (en) | Subcutaneous administration of cd19-binding t cell engaging antibodies | |
| EP3896089A1 (en) | Use of il-15 protein complex joint pd-l1 antibody for treating tumor diseases | |
| CN111166878B (zh) | 靶向肿瘤抗原的抗体与iNKT细胞的组合的制备方法与用途 | |
| JP2025509567A5 (th) | ||
| FI3880186T3 (fi) | PD-1-inhibiittoreiden intralesionaalinen antaminen ihosyövän hoitamiseksi | |
| JP2022513029A5 (th) | ||
| KR20240099362A (ko) | 혈액암에 대한 lag-3 길항제 요법 | |
| JP2023500480A5 (th) | ||
| US20210277135A1 (en) | Ox-40 agonist, pd-1 pathway inhibitor and ctla-4 inhibitor combination for use in a method of treating a cancer or a solid tumor | |
| IL323023A (en) | Combination of PD-1 and LAG-3 inhibitors for improved efficacy in melanoma treatment | |
| JP2024542536A (ja) | 二重特異性抗cd3×muc16抗体及び抗ctla-4抗体を用いてがんを治療するための方法 | |
| CN110013552B (zh) | 抗pd-1抗体、吉西他滨和铂类药物联合治疗恶性胆道肿瘤的用途 |