TH118224A - วิธีการสำหรับการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ด้วยวิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส (dielectrophoresis) - Google Patents

วิธีการสำหรับการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ด้วยวิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส (dielectrophoresis)

Info

Publication number
TH118224A
TH118224A TH801006446A TH0801006446A TH118224A TH 118224 A TH118224 A TH 118224A TH 801006446 A TH801006446 A TH 801006446A TH 0801006446 A TH0801006446 A TH 0801006446A TH 118224 A TH118224 A TH 118224A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
cell
cells
dielectrophoresis
components
supplemented
Prior art date
Application number
TH801006446A
Other languages
English (en)
Other versions
TH67559B (th
Inventor
รุจิรวัฒน์ คุณหญิงมธุรส
อาร์ซีแกสคอยน์ ปีเตอร์
ปุยอ๊อก สิทธิศักดิ์
Original Assignee
นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายบุญมา เตชะวณิช
มูลนิธิจุฬาภรณ์
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายบุญมา เตชะวณิช, มูลนิธิจุฬาภรณ์ filed Critical นางสาวปรับโยชน์ ศรีกิจจาภรณ์
Publication of TH118224A publication Critical patent/TH118224A/th
Publication of TH67559B publication Critical patent/TH67559B/th

Links

Abstract

------28/06/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การตรวจวัดความเป็นพิษของตัวอย่างด้วยเทคนิควิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีสโดยใช้แบบจำลอง เซลล์ที่ได้จากมนุษย์ในการศึกษาการตอบสนองต่อสารพิษ (in vitro testing) ถือได้ว่าเป็นวิธีที่รวดเร็ว, มีความไวในการตรวจวัดสูงกว่าวิธีการปกติทั่วไป และมีขันตอนการเตรียมตัวอย่างที่สะดวก จุดประสงค์ของการใช้เทคนิควิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส เพื่อการตรวจหาความเป็นพิษอย่างคร่าวๆ (screening test) ของตัวอย่างก่อนที่จะถูกทดสอบทางพิษวิทยาโดยละเอียดต่อไป หลักการการตรวจวัด ความเป็นพิษด้วยไดอิเล็กโตรโฟเรซีสอาศัยการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางไดอิเล็กติก คือ ค่าการเก็บ ประจุไฟฟ้า (capacitance) และค่าการนำไฟฟ้า (conductivity) ของเยื่อทุ้มเซลล์เมื่อได้รับอิทธิพลของ สารพิษเปรียบเทียบกับเซลล์ควบคุม ฉะนันจะเห็นได้ว่าขันตอนในการเตรียมตัวอย่างที่คาดว่าจะเป็น อันตรายต่อมนุษย์มีความสำคัญอย่างมากต่อการวิเคราะ หํไดอิเล็กโตรโฟเรซีส ดังบันการปร ะดิษฐ์นี้จึง ได้ออกแบบวิธีการเตรียมเซลล์ที่มีความสะดวก, รวดเร็ว และเที่ยงตรงสำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค วิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส ------------ การตรวจวัดความเป็นพิษของตัวอย่างด้วยเทคนิควิธีไดอิเล็กทรอโฟรีซีซโดยใช้แบบจำลอง เซลล์ที่ได้จากมนุษย์ในการศึกษาการตอบสนองต่อสารพิษ (in vitro testing)ถือได้ว่าเป็นวิธีที่รวดเร็ว, มีความไวในการตรวจวัดสูงกว่าวิธีการปกติทั่วไป และมีขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างที่สะดวก จุดประสงค์ของการใช้เทคนิควิธีไดอิเล็กทรอโฟรีซีซ เพื่อการตรวจหาความเป็นพิษอย่างคร่าวๆ (screening test) ของตัวอย่างก่อนที่จะถูกทดสอบทางพิษวิทยาโดยละเอียดต่อไป หลักการการตรวจวัด ความเป็นพิษด้วยไดอิเล็กทรอโฟรีซีซอาศัยการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางไดอิเล็กติก (capacitance และ conductivity) ของเยื่อหุ้มเซลล์เมื่อได้รับอิทธิพลของสารพิษเปรียบเทียบกับเซลล์ควบคุม ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าขั้นตอนในการเตรียมตัวอย่างที่คาดว่าจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์มีความสำคัญอย่างมากต่อ การวิเคราะห์ไดอิเล็กทรอโฟรีซีซ ดังนั้นการประดิษฐ์นี้จึงได้ออกแบบวิธีการเตรียมเซลล์ที่มีความ สะดวก, รวดเร็ว และเที่ยงตรงสำหรับการวิเคราะห์ด้วยเทคนิควิธีไดอิเล็กทรอโฟรีซีซ

Claims (1)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :------28/06/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 3 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. วิธีการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์เพื่อการตรวจวัดความเป็นพิษของตัวอย่างด้วย เทคนิควิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส ขันตอนการเตรียมเริ่มด้นโดยการผสมเซลล์กับตัวอย่างที่ต้อง การวิเคราะห์ แล้วทำการบ่มของผสมดังกล่าวเพื่อการตอบสนองของเซลล์ต่อสารพิษที่มีในตัวอย่าง จากนั้นทำการแยกเซลล์ออกจากของผสมในการบ่มเซลล์ ซึ่งจะได้เซลล์ที่พร้อมนำไปใช้ใน การวิเคราะห์ด้วยเทคนิควิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีสต่อไป 2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยสารละลายที่ใช้เพื่อ การแขวนลอยเซลล์ ได้แก่สารละลายที่ช่วยรักษาสภาพเซลล์ไม่ให้เซลล์บวมหรือเหี่ยว (isotonic) ขณะ ทำการชะหรือแขวนลอยเซลล์ โดยที่สารละลายนีอาจใช้เป็นบัฟเฟอร์เพื่อการวิเคราะห์ไดอิเล็กโตร โฟเรซีสด้วยก็ได้ สารละลายตังกล่าวนี้ประกอบไปด้วย นี้าตาลซูโครส (sucrose) 8.5% (นำหนักต่อ ปริมาตร) และ นำตาลเด็ซ\'โตรส (dextrose) 0.3% (นำหนักต,อปริมาตร) ละลายด้วยนำบริสุ\'ทธ คุณภาพสูง (ultrapure grade) และมค่าออสโมลาริต (osmolarity) เปน 300 mOs 3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเซลล์ที่กล่าวถึงเป็นเซลล์ที่ได้จากสัตว์เลียงลูกด้วยนม และ ถูกนำมาเลียงในภาชนะเลียงเซลล์ที่ทำการควบคุมสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสมเพื่อให้เซลล์มี การเจริญเติบโตและแบ่งเชลล์ตามวงจรชีวิตของเซลล์ 4. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยสารละลายเสริมประสิทธิภาพ เซลล์ ได้แก่สารละลายที่ช่วยให้เซลล์มีการตอบสนองต่อสารพิษได้ดีขึ้น ซึ่งประกอบรวมด้วย ส่วนประกอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยองค์ประกอบอิออนและเกลือแร,; ตัวกำหนดพีเอช; องค์ประกอบที่ใช้ตัดสินค่าคงที่ไดอิเล็กติก (dielectric); องค์ประกอบทาง โภชนาการ; องค์ประกอบสารช่วยการเจริญและองค์ประกอบสารช่วยการส่งสัญญาณ (growth and signaling factor components); โปรออกซิแดนทและแอนติออกซแดนท (pro- and antioxidant) และ องคประกอบรดอกซ (redox components); โปรไบโอตก (probiotic), แอนทิไบโอตก (antibiotic), แอนทีมัยโคติก (antimycotic), และองค์ประกอบทางการบำบัดอื่น ๆ (other therapeutic components); องค์ประกอบที่ซึมผ่านเมมเบรนได้ และองค์ประกอบเปลี่ยนแปลงแชนเนลของเยื่อทุ้มเซลล์ (membrane permeability and membrane channel modulator components); องคประกอบเอนไชม; องคประกอบของตัวเปลยนแปลงประจุเยอทุ้มเซลล (membrane charge modifier components); องคประกอบของตัวเปลยนแปลงไขมันเยือทุ้มเซลล (membrane lipid modifier components); องคประกอบออนโคติกและองคประกอบออสโมติก (oncotic and osmotic components); และ, หน้า 2 ของจำนวน 3 หน้า องค์ประกอบทางภูมิคุ้มกันและเอ็นทิบอดี (immune and antibody components) องค์ประกอบเหล่านี จะถูกผสมรวมเข้ากับของผสมในการบ่ม (incubation mixture) ในสัดส่วนไม่เกิน 1% โดยปริมาตร 5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยความเป็นพิษต่อเซลล์ซึ่งเป็น ผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านองค์ประกอบและพื้นที่ของเยื้อหุ้มเซลล์ที่เป็นผลมาจากสารพิษ แล้วทำให้ค่าการเก็บประจุไฟฟ้า (capacitance) (Cmem) และความนำไฟฟ้า (conductance) (Gme11) ของ เยื่อหุ้มเซลล์เปลี่ยนไปจากที่เป็นอยู่ของเซลล์ปกติ 6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยตัวอย่างที่ด้องการทดสอบ ซึ่ง อยู่ในสภาพของเหลว หรือของแข็งที่ถูกทำให้ละลายในตัวทำละลาย โดยอาจเป็นตัวอย่างที่ได้จาก สิ่งแวดล้อมโดยตรงหรือได้จากการผสมหรือละลายสารเคมีหรือยาด้วยตัวทำละลายที่เหมาะสม 7. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยองค์ประกอบของสารละลาย อาหารเลี้ยงเซลล์เข้มข้นคืออาหารเลี้ยงเชลล์ 10.4 กรัม ของ RPMI 1640 ละลายในนาบริสุทธ คุณภาพสูงจำนวน 100มิลลิลิตรเพิ่มเติมด้วย 10%โดยปริมาตรของซีรัมของตัวอ่อนลูกวัว (fetal bovine), 0.2 Mo l.L 1 L-กลูตามีน (L-glutamine), 0.02 Mo l.L1 HEPES และ 0.4% โดยปริมาตรของ เจนทามัยชิน ซัลเฟต (Gentamicin sulfate) แล้ว องค์ประกอบทังหมดถูกทำให้อยู่ในสภาพปลอดเชือ 8. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยขันตอนในการเตรียมตัวอย่าง ก่อนการผสมเซลล์ ด้วยการผสมตัวอย่างกับสารละลายอาหารเลียงเซลล์เข้มข้นในอัตราส่วนตัวอย่าง 90% โดยปริมาตรต่อสารละลายอาหารเลี้ยงเซลล์เข้มข้น 10% โดยปริมาตร จากนั้นทำการกรอง ของผสมดังกล่าวเพื่อคัดแยกอนุภาคที่ไม่ต้องการออก และทำให้อยู่ในสภาพปลอดเชื้อ การกรอง ดังกล่าวจะกระทำก่อนหรือหลังการผสมตัวอย่างกับสารละลายอาหารเลียงเซลล์เข้มข้นก็ได้ 9. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 8 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการกรองด้วยตัวกรองขนาด 0.2 ไมโครเมตร 1 0. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการผสมเซลล์ที่กล่าวไว้ใน ข้อถือสิทธิข้อที่ 3 กับของผสมดังกล่าวในข้อถือสิทธิข้อที่ 8 เพื่อให้ได้ของผสมในการบ่ม ที่อยู่ใน สภาพพร้อมสำหรับการบ่มเซลล์โดยมีสัดส่วน1ในการผสมตังนี ปริมาตรเซลล์ที่ผสมกับตัวอย่างตาม ข้อถือสิทธิข้อ 8 ไม่เกิน 30% โดยปริมาตรรวม 1 1. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการบ่มของผสมในการบ่มเซลล์ เพื่อการตอบสนองของเซลล์ต่อสารพิษในตัวอย่าง โดยจัดให้เซลล์อยู่ในสภาวะที่กำหนดคือ ที่ หน้า 3 ของจำนวน 3 หน้า อุณหภูมิในช่วง 36 ถึง 38 องศาเซลเซียส ซึ่งที่ควรใช้ คือ 37 องศาเซลเซียส, ส่วนผสมของอากาศต่อ คาร์บอนไดออกไซด์เป็น 95%:5% ใช้เวลาในการบ่มนาน 30 ถึง 150 นาที 1 2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการแยกเซลล์ออกจากของผสม ในการบ่มด้วยการปีนเหวี่ยงของผสมในการบ่มดังกล่าวที่ความเร็วรอบในช่วง 1400 ถึง 1600 รอบต่อ นาที (rpm) ซึ่งที่ควรใช้คือ 1500 rpm เป็นเวลานาน 10 นาที แล้วรินส่วนที่ใสเหนือตะกอนเซลล์ทิงไป แต่เก็บตะกอนเซลล์ไว้ 1 3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 12 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการแยกเซลล์ออกจากของผสม ในการบ่มด้วยการกรองด้วยตัวกรองปลอดเชือขนาด 0.2 ไมโครเมตร (เป็นอีกทางเลือกนอกเหนือจาก การปีนเหวี่ยง) 1 4. วิธีการของข้อลือสิทธิข้อ 12 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการทำให้เชลล์กลับมาอยู่ใน สภาพแขวนลอยด้วยสารละลายตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิข้อ 2 โดยการเติมสารละลายดังกล่าว ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ลงในตะกอนเซลล์ตามข้อลือสิทธิข้อที่ 12 แล้วทำการผสมให้ตะกอนเซลล์ แขวนลอย แล้วทำการปรับค่าการนำไฟฟ้า (conductivity) ให้ เป็น 30 mS.m"1 ด้วยสารละลายฟอสเฟต บัฟเฟอร์ (phosphate buffer solution) (PBS) โดยการอ่านค่าด้วยเครื่องวัดค่าการนำไฟฟ้า 1 5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยส่วนประกอบของสารละลาย PBS โดยการละลาย 0.8% (น,\'ไหนักต่อปริมาตร) ของ NaCl, 0.02% (นำหนักต่อปริมาตร) ของ KC1, 0.12% (นํ้าหนักต\'อปริมาตร) ของ NajHPO,, และ 0.02% (นํ้าหนักต่อปริมาตร) ของ KH2P04 ในนำ บริสุทธิ"คุณภาพสูง 1 6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยการทำให้เซลล์กลับมาอยู่ใน สภาพแขวนลอยด้วยสารละลายตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิข้อ 2 โดยการชะเซลล์ที่ติดอยู่บนตัวกรอง ออกสู่ภาชนะเก็บเซลล์แล้วทำให้เซลล์แขวนลอยด้วยสารละลายตามที่กล่าวถึงในข้อถือสิทธิข้อ 2 ปริมาตร 1 มิลลิลิตร ------------
1. วิธีการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์เพื่อการตรวจวัดความเป็นพิษของตัวอย่างด้วย เทคนิควิธีไดอิเล็กทรอโฟรีซีซ ขั้นตอนการเตรียมเริ่มต้นโดยการผสมเซลล์กับตัวอย่างที่ต้องการ วิเคราะห์ แล้วทำการบ่มของผสมดังกล่าวเพื่อการตอบสนองของเซลล์ต่อสารพิษที่มีในตัวอย่าง จาก นั้นทำการแยกเซลล์ออกจากของผสมในการบ่มเซลล์ ซึ่งจะได้เซลล์ที่พร้อมนำไปใช้ในการวิเคราะห์ ด้วยเทคนิควิธีไดอิเล็กทรอโฟรีซีซต่อไป
TH801006446A 2008-12-17 วิธีการสำหรับการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ด้วยวิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส (dielectrophoresis) TH67559B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH118224A true TH118224A (th) 2012-11-30
TH67559B TH67559B (th) 2019-01-18

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Cala Volume regulation by flounder red blood cells in anisotonic media
Lagunoff The mechanism of histamine release from mast cells
ES3023382T3 (en) Lectin-magnetic carrier conjugate complex for isolating glycosylated exosomes from clinical samples
Wang et al. Effects of flueoride on lipid peroxidation, DNA damige and apoptosis in human embryo hepatocytes
Ponder Effects produced by trypsin on certain properties of the human red cell
CN101881778B (zh) 网织红细胞模拟物及其制备方法
Zhou et al. A critical evaluation of an asymmetrical flow field-flow fractionation system for colloidal size characterization of natural organic matter
Osterhout The absorption of electrolytes in large plant cells
Abbasi et al. Electromembrane extraction using biodegradable deep eutectic solvents and agarose gel as green and organic solvent-free strategies for the determination of polar and non-polar bases drugs from biological samples: A comparative study
Shokrollahi et al. Microspectrophotometric determination of erythrosine in beverage and water samples after ultrasonic assisted supramolecular-based dispersion solidification liquid–liquid microextraction
Rana et al. Calibration and characterization of intracellular Asante Potassium Green probes, APG-2 and APG-4
Eveloff et al. p-Aminohippuric acid transport into brush border vesicles isolated from flounder kidney
CN112136044A (zh) 通过两相流体系统的外来体分离方法
Sun et al. Multimedia distribution and trophic transfer of PPCPs in the middle and lower reaches of the Yarlung Zangbo River
Renfro et al. H+-dependent sulfate secretion in the marine teleost renal tubule
Tse et al. Effect of osmotic shrinkage and hormones on the expression of Na+/H+ exchanger-1, Na+/K+/2Cl–cotransporter and Na+/K+-ATPase in gill pavement cells of freshwater adapted Japanese eel, Anguilla japonica
CN103772497A (zh) 蜂王浆中得到王浆主蛋白和活性滤后液的超滤膜分离方法
CN103571751B (zh) 一种水中两虫的富集、纯化方法及其含量的测定方法
Yang et al. Rapid flotation of Microcystis wesenbergii mediated by high light exposure: implications for surface scum formation and cyanobacterial species succession
Edmondson et al. Deleterious effects of calcium deprivation on freshly isolated hepatocytes
Kanner et al. Transport of 5-hydroxytryptamine in membrane vesicles from rat basophilic leukemia cells
WO2013019290A9 (en) Immature reticulocyte fraction reference control and related methods
TH118224A (th) วิธีการสำหรับการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ด้วยวิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส (dielectrophoresis)
TH67559B (th) วิธีการสำหรับการเตรียมองค์ประกอบแขวนลอยเซลล์ เพื่อการตรวจวิเคราะห์ความเป็นพิษของตัวอย่างต่อเซลล์ด้วยวิธีไดอิเล็กโตรโฟเรซีส (dielectrophoresis)
JP2019122309A (ja) エクソソームの製造方法及びその製造方法によって得られるエクソソーム