TH103175A - วัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ - Google Patents

วัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์

Info

Publication number
TH103175A
TH103175A TH501002246A TH0501002246A TH103175A TH 103175 A TH103175 A TH 103175A TH 501002246 A TH501002246 A TH 501002246A TH 0501002246 A TH0501002246 A TH 0501002246A TH 103175 A TH103175 A TH 103175A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
term
npro
virus
mutations
clause
Prior art date
Application number
TH501002246A
Other languages
English (en)
Other versions
TH57007B (th
TH103175B (th
Inventor
เมเยอร์ส นายเกรเกอร์
เฟ็ทเซอร์ นายคริสเตียน
วอน ฟรีย์บูร์ก นายมาร์ติน่า
ที เอจ นายอันเดรียส
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
เบอห์ริงเกอร์ อินเกลไฮม์ เว็ทเมดิกา จีเอ็มบีเอช
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, เบอห์ริงเกอร์ อินเกลไฮม์ เว็ทเมดิกา จีเอ็มบีเอช filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH103175B publication Critical patent/TH103175B/th
Publication of TH103175A publication Critical patent/TH103175A/th
Publication of TH57007B publication Critical patent/TH57007B/th

Links

Abstract

DC60 (21/09/58) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง กับ BVDV ที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ ที่ซึ่งการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งบริเวณอยู่ในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดอีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro ซึ่งถ้าจะให้ดีแล้ว นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์แบบประกอบรวมของการทำงานของ RNase ซึ่งอยู่ในไกลโคโปรตีน Ems นอกเหนือจากการทำให้หมดฤทธิ์ของการทำงานเพื่อการ คุมภูมิคุ้มกัน (ที่เป็นสมมติฐาน) ซึ่งอยู่ใน Npro การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการทำให้ เพสทิไวรัสอ่อนฤทธิ์ ดังเช่น BVDV กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสเพสทิไวรัสดังกล่าว กล่าวโดยจำเพาะ เจาะจง BVDV องค์ประกอบและวัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง BVDV ของการประดิษฐ์ แก้ไขบทสรุป 21/9/2558 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง กับ BVDV ที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ ที่ซึ่งการกลายพันธ์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งบริเวณอยู่ในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดอีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro ซึ่งถ้าจะให้ดีแล้ว นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์แบบประกอบรวมของการทำงานของ RNase ซึ่งอยู่ในไกลโคโปรตีน Ems นอกเหนือจากการทำให้หมดฤทธิ์ของการทำงานเพื่อการ คุมภูมิคุ้มกัน (ที่เป็นสมมติฐาน) ซึ่งอยู่ใน Npro การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการทำให้ เพสทิไวรัสอ่อนฤทธิ์ ดังเช่น BVDV กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสเพสทิไวรัสดังกล่าว กล่าวโดยจำเพาะ เจาะจง BVDV สารผสมและวัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง BVDV ของการประดิษฐ์ ------------------------------------------------------------------------------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง กับ BVDV ที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ ที่ซึ่งการกลายพันธ์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งบริเวณอยู่ในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดอีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro ซึ่งถ้าจะให้ดีแล้ว นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์แบบประกอบรวมของการทำงานของ RNase ซึ่งอยู่ในไกลโคโปรตีน Ems นอกเหนือจากการทำให้หมดฤทธิ์ของการทำงานเพื่อการคุม ภูมิคุ้มกัน (ที่เป็นสมมติฐาน) ซึ่งอยู่ใน Npro การประดิษฐ์ยังเกี่ยวข้องกับวิธีการสำหรับการทำให้ เพสทิไวรัสอ่อนฤทธิ์ ดังเช่น BVDV กรดนิวคลีอิกที่เข้ารหัสเพสทิไวรัสดังกล่าว กล่าวโดยจำเพาะ เจาะจง BVDV สารผสมและวัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ กล่าวโดยจำเพาะเจาะจง BVDV ของการประดิษฐ์

Claims (9)

ข้อถือสิทธฺ์ (ทั้งหมด) ซึ่งจะไม่ปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา :แก้ไข 21/09/2558 1. เพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ ซึ่งมีการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งบริเวณใน ลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดอีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับ Npro ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวในลำดับที่ใส่สำหรับไกลโคโปรตีน Ems นำไปสู่ การทำให้หมดฤทธิ์ของการทำงานของ RNase ซึ่งอยู่ใน Ems และการกลายพันธุ์ดังกล่าวในลำดับที่ใส่ รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์ของ Npro ดังกล่าว 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มของการ ขาดหายไป, การกลายพันธุ์ด้วยการแทรก และ/หรือ การกลายพันธุ์ด้วยการแทนที่ 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 2 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวเป็นการขาดหายไป 4. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 3 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งเพสทิไวรัสดังกล่าวเป็นไวรัสของ โรคท้องร่วงจากไวรัสของวัว (BVDV) 5. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับไกลโคโปรตีน Ems ได้รับการวางที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัสซึ่งสมนัยกับกรด อะมิโนที่ตำแหน่ง 298 ถึง 310 และ/หรือ ตำแหน่ง 341 ถึง 360 6. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 4 หรือข้อ 5 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับไกลโคโปรตีน Ems เป็นการขาดหายไปหรือการแทนที่ฮิศทิดีนที่ตำแหน่ง 349 7. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 6 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems ได้รับการที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ ใส่รหัสสำหรับลำดับ SLHGIWPEKICTG และ/หรือ LQRHEWNKHGWCNWFHIEPW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 8. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 7 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems ได้รับการวางที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ ใส่รหัสสำหรับลำดับ SLHGIWPEKIC และ/หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 9. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems เป็นการกลายพันธุ์สองบริเวณซึ่งได้รับการวาง ที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัสสำหรับลำดับ SLHGIWPEKIC และ/หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 1 0. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 9 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems เป็นการกลายพันธุ์บริเวณเดียวซึ่งได้รับการวางที่ตั้งในลำดับ SLHGIWPEKIC หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 1 1. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 10 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษ เนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]x-[PS]y-[C-term] และที่ซึ่ง [Npro] เกี่ยวข้องกับส่วน Npro ของพอลิโปรตีนดังกล่าว ที่ซึ่ง "x" แทนจำนวนของกรดอะมิโน ของ Npro ที่มีในพอลิโปรตีน และที่ซึ่ง [PS] เกี่ยวข้องกับสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี ที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ยูบิควิทิน, LC3, SUMO-1, NEDD8, GATE-16 หรือ GABA(A)RAP, Intein, พิคอร์นาไวรัส 3C, คาริโดไวรัส 2A หรือ p15 ของไวรัสโรคตกเลือดของกระต่าย และที่ซึ่ง "Y" อาจเป็น =0 ซึ่งหมายความว่าไม่มีสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี หรือ "Y"อาจเป็น =1 ซึ่งหมายความว่ามีสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี และที่ซึ่ง [C-term] เกี่ยวข้องกับพอลิโปรตีนของไวรัสที่สมบูรณ์ ซึ่งยกเว้น Npro แต่รวมถึงโปรตีน-(C) ชนิดแคพซิดและโปรตีนชนิดอื่นชนิดใดๆ ที่มีในพอลิโปรตีนของไวรัส ซึ่งรวมถึง NS5B ปลาย คาร์บอกซิ และที่ซึ่ง ถ้า "Y" เป็น =0 ดังนั้น "x" เป็น 0 ถึง 12 (หมายความว่าไม่มีกรดอะมิโนที่จำเพาะ Npro หรือ มีกรดอะมิโน 1 ถึง 12 ตัวของ Npro) และที่ซึ่ง ถ้า "y" เป็น =1 ดังนั้น "x" เป็น 0 ถึง 168 (หมายความว่าไม่มีกรดอะมิโนที่จำเพาะ Npro หรือ มีกรดอะมิโน 1 ถึงทั้งหมด 168 ตัวของ Npro) 1 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]1-[PS]0-[C-term] 1 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]3-[PS]0-[C-term] และที่ซึ่งคำนิยามเป็นดังที่ได้รับการนิยามในข้อถือสิทธิข้อ 11 1 4. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]4-[PS]0-[C-term] 1 5. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]6-[PS]0-[C-term] 1 6. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]4-[PS]0-[C-term*] และที่ซึ่ง [C-term]* เป็น = [C-term] ที่ซึ่งในโปรตีน C กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 2 ได้รับการ เปลี่ยนแปลงจาก D ไปเป็น N 1 7. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]x-[PS]1-[C-term] และที่ซึ่ง PS ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ของยูบิควิทิน หรือ LC3 1 8. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะ พิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย M-[PS]0-[C-term]; MEL-[PS]0-[C-term]; MELF-[PS]0-[C-term]; MELFS-[PS]0-[C-term]; MELFSN-[PS]0-[C-term]; MELFSNE-[PS]0-[C-term]; MELFSNEL-[PS]0-[C-term]; MELFSNELL-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLY-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 1 9. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มี ลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย MELI-[PS]0-[C-term]; MELIS-[PS]0-[C-term]; MELISN-[PS]0-[C-term]; MELISNE-[PS]0-[C-term]; MELISNEL-[PS]0-[C-term]; MELISNELL-[PS]0-[C-term]; MELISNELLY-[PS]0-[C-term]; MELISNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELISNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 2 0. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มี ลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย MELIT-[PS]0-[C-term]; MELTIN-[PS]0-[C-term]; MELITNE-[PS]0-[C-term]; MELITNEL-[PS]0-[C-term]; MELITNELL-[PS]0-[C-term]; MELITNELLY-[PS]0-[C-term]; MELITNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELITNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 2 1. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มี ลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตร: [Npro]x-[PS]0-MELF-[PS]0-[C-term*]; และที่ซึ่ง [C-term]* เป็น = [C-term] ที่ซึ่งในโปรตีน C กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 2 ได้รับการ เปลี่ยนแปลงจาก D ไปเป็น N 2 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 11 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าวในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับ Npro นำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตร: [Npro]22-[PS]1-[C-term] และที่ซึ่ง PS เป็นยูบิควิทิน หรือ LC3 2 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 18 ถึงข้อ 21 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่ง [PS]0 ได้รับการแทนที่ด้วย [PS]1และที่ซึ่ง PS ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ยูบิควิทิน, LC3, SUMO-1, NEDD8, GATE-16, GABA(A)RAP, Intein, พิคอร์นาไวรัส 3C, คาริโดไวรัส 2A และ p15 ของไวรัส โรคตกเลือดของกระต่าย 2 4. BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ถึงข้อ 23 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่ง BVDV ดังกล่าวได้รับการ คัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย BVDV ชนิด 1 หรือ BVDV ชนิด 2 2 5. BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ถึงข้อ 24 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่ง BVDV มีลำดับของการระบุ ลำดับหมายเลข 8 (SEQ ID No. 8) 2 6. องค์ประกอบซึ่งประกอบรวมด้วยไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 25 ข้อหนึ่งข้อใด และ สารละลาย 2 7. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ซึ่งเหนี่ยวนำการตอบสนองทางวิทยาภูมิคุ้มกันใน สัตว์ 2 8. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อ 26 หรือข้อ 27 ซึ่งเป็นวัคซีน 2 9. องค์ประกอบตามข้อถือสิทธิข้อ 26 ถึงข้อ 28 ข้อหนึ่งข้อใด ที่ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าว ประกอบรวมต่อไปอีกด้วยสารพาหรือส่วนเติมเนื้อยาที่สามารถยอมรับได้ทางยาเภสัชกรรม 3 0. การใช้ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 25 ข้อหนึ่งข้อใด ในการผลิตวัคซีนสำหรับการ ป้องกันโรคและการบำบัดโรคการติดเชื้อเพสทิไวรัส 3 1. การใช้ BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ถึงข้อ 25 ข้อหนึ่งข้อใด ในการผลิตวัคซีนสำหรับการ ป้องกันโรคและการบำบัดโรคการติดเชื้อ BVDV 3 2. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบรวมด้วยกรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัส BVDV ที่ได้รับ การทำให้อ่อนฤทธิ์แบบยังมีชีวิตตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ถึงข้อ 25 ข้อหนึ่งข้อใด 3 3. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกตามข้อถือสิทธิข้อ 32 ที่ซึ่งโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกดังกล่าว เป็นดีเอ็นเอ 3 4. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกตามข้อถือสิทธิข้อ 32 ที่ซึ่งโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกดังกล่าว เป็นอาร์เอ็นเอ 3 5. วิธีการสำหรับการทำให้เพสทิไวรัสอ่อนฤทธิ์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่ว่า การกลายพันธุ์อย่าง น้อยที่สุดหนึ่งบริเวณในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุด อีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ได้รับการทำให้ก่อเกิดขึ้นมาในเพสทิไวรัส 3 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 35 ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปนี้: a) การถอดรหัสแบบทวนกลับของลำดับนิวคลีโอไทด์ของเพสทิไวรัสชนิดดั้งเดิมไปเป็น ซีดีเอ็นเอ b) การโคลนซีดีเอ็นเอดังกล่าว c) การนำการกลายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มของการขาดหายไป, การกลายพันธุ์ แบบมีการแทรก และ/หรือ การกลายพันธุ์แบบมีการแทนที่ลงในซีดีเอ็นเอดังกล่าว ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ ดังกล่าวได้รับการวางที่ตั้งในลำดับที่ใส่รหัสซึ่งเข้ารหัสไกลโคโปรตีน Ems และโพรทีเอส Npro d) การรวมซีดีเอ็นเอลงในพลาสมิด หรือลงในไวรัสดีเอ็นเอที่สามารถมีการกำหนดการ ถอดรหัสของซีดีเอ็นเอของเพสทิไวรัสไปเป็นอาร์เอ็นเอนอกกายหรือในขณะการติดเชื้อของเซลล์ ที่เหมาะสม 3 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 35 หรือข้อ 36 ที่ซึ่งเพสทิไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV ------------------------------------------------------------ 1. เพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ ซึ่งมีการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งบริเวณในลำดับ ที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุดอีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ ใส่รหัสสำหรับ Npro 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ในลำดับที่ใส่สำหรับไกลโคโปรตีน Ems ดังกล่าว นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์ของการทำงานของ RNase ซึ่งอยู่ใน Ems และ/หรือการกลายพันธุ์ ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าว นำไปสู่การทำให้หมดฤทธิ์ของ Npro ดังกล่าว 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 หรือข้อ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวได้รับการ คัดเลือกจากกลุ่มของของ การขาดหายไป การกลายพันธุ์ด้วยการแทรก และ/หรือการกลายพันธุ์ด้วย การแทนที่ 4. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 3 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ดังกล่าว เป็นการขาดหายไป 5. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 4 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเพสทิไวรัสดังกล่าวเป็นไวรัสของโรค ท้องร่วงจากไวรัสของวัว (BVDV) 6. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกล โคโปรตีน Ems ดังกล่าวได้รับการมีที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัสซึ่งสมนัยกับกรดอะมิโนที่ ตำแหน่ง 298 ถึง 310 และ/หรือตำแหน่ง 341 ถึง 360 7. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 5 หรือข้อ 6 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับไกลโคโปรตีน Emsดังกล่าวเป็นการขาดหายไปหรือการแทนที่ฮิศทิดีนที่ตำแหน่ง 349 8. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 7 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ใน ลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Emsดังกล่าวได้รับการมีที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัส สำหรับลำดับ SLHGIWPEKICTG และ/หรือ LQRHEWNKHGWCNWFHIEPW ของ Ems แบบ อนุรักษ์ 9. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 8 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ใน ลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Emsดังกล่าวได้รับการมีที่ตั้งในลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัส สำหรับลำดับ SLHGIWPEKIC และ/หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 1 0. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 9 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ใน ลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Emsดังกล่าวเป็นการกลายพันธุ์สองบริเวณซึ่งมีที่ตั้งในลำดับของ นิวคลีโอไทด์ที่ใส่รหัสสำหรับลำดับ SLHGIWPEKIC และ/หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 1 1. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 10 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ในลำดับที่ใส่รหัส สำหรับไกลโคโปรตีน Emsดังกล่าวเป็นกลายพันธุ์บริเวณเดียวซึ่งมีที่ตั้งในลำดับ SLHGIWPEKIC หรือ RHEWNKHGWCNW ของ Ems แบบอนุรักษ์ 1 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 11 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ใน ลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษ เนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]x--[PS]y-[C-term] และที่ซึ่ง [Npro] เกี่ยวข้องกับส่วน Npro ของพอลิโปรตีนดังกล่าว ที่ซึ่ง "x" แทนจำนวนของกรดอะมิโนของ Npro ที่มีในพอลิโปรตีน และที่ซึ่ง [PS] เกี่ยวข้องกับสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี ที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ยูบิควิทิน, LC3, SUMO-1, NEDD8, GATE-16 หรือ GABA(A)RAP, Intein, พิคอร์นาไวรัส 3C, คาริโดไวรัส 2A หรือ p15 ของไวรัสโรคตกเลือดของกระต่าย และที่ซึ่ง "Y" อาจเป็น =0 ซึ่งหมายความว่าไม่มีสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี หรือ "Y"อาจเป็น =1 ซึ่ง หมายความว่ามีสัญญาณเพื่อการดำเนินกรรมวิธี และที่ซึ่ง [C-term] เกี่ยวข้องกับพอลิโปรตีนของไวรัสที่สมบูรณ์ ซึ่งยกเว้น Npro แต่ซึ่งมีโปรตีน-(C) ชนิด แคพซิดและโปรตีนชนิดอื่นชนิดใดๆ ที่มีในพอลิโปรตีนของไวรัส ซึ่งมีปลายคาร์บอกซิล NS5B และ ที่ซึ่ง ถ้า "Y" เป็น =0 ดังนั้น "x" เป็น 0 ถึง 12 (หมายความว่าไม่มีกรดอะมิโนที่จำเพาะ Npro หรือมีกรด อะมิโน 1 ถึง 12 ตัวของ Npro) และที่ซึ่ง ถ้า "y" เป็น =1 ดังนั้น "x" เป็น 0 ถึง 168 (หมายความว่าไม่มีกรดอะมิโนที่จำเพาะ Npro หรือมีกรด อะมิโน 1 ถึงทั้งหมด 168 ตัวของ Npro) 1 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]1-[PS]0-[C-term] 1 4. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]3-[PS]0-[C-term] และที่ซึ่งคำนิยามเป็นดังที่ได้รับการนิยามในข้อถือสิทธิข้อ 11 1 5. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]4-[PS]0-[C-term] 1 6. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]6-[PS]0-[C-term] 1 7. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังกล่าวที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]4-[PS]0-[C-term*] และที่ซึ่ง [C-term]* เป็น = [C-term] ที่ซึ่งในโปรตีน C กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 2 ได้รับการเปลี่ยน แปลงจาก D ไปเป็น N 1 8. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรต่อไปนี้ [Npro]x-[PS]1-[C-term] และที่ซึ่ง PS ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ของยูบิควิทิน หรือ LC3 1 9. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลาย บริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะ พิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย M-[PS]0-[C-term]; MEL-[PS]0-[C-term]; MELF-[PS]0-[C-term]; MELFS-[PS]0-[C-term]; MELFSN-[PS]0-[C-term]; MELFSNE-[PS]0-[C-term]; MELFSNEL-[PS]0-[C-term]; MELFSNELL-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLY-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELFSNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 2 0. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลาย บริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะ พิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย MELI-[PS]0-[C-term]; MELIS-[PS]0-[C-term]; MELISN-[PS]0-[C-term]; MELISNE-[PS]0-[C-term]; MELISNEL-[PS]0-[C-term]; MELISNELL-[PS]0-[C-term]; MELISNELLY-[PS]0-[C-term]; MELISNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELISNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 2 1. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลาย บริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะ พิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย MELIT-[PS]0-[C-term]; MELTIN-[PS]0-[C-term]; MELITNE-[PS]0-[C-term]; MELITNEL-[PS]0-[C-term]; MELITNELL-[PS]0-[C-term]; MELITNELLY-[PS]0-[C-term]; MELITNELLYK-[PS]0-[C-term]; MELITNELLYKT-[PS]0-[C-term]; 2 2. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV และที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลาย บริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะ พิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย [Npro]x-[PS]0-MELF-[PS]0-[C-term*]; และที่ซึ่ง [C-term]* เป็น = [C-term] ที่ซึ่งในโปรตีน C กรดอะมิโนที่ตำแหน่ง 2 ได้รับการเปลี่ยน แปลงจาก D ไปเป็น N 2 3. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 12 ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ (หลายบริเวณ) ในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ดังกล่าวนำไปสู่พอลิโปรตีนที่ได้รับการเข้ารหัสดังที่มีลักษณะพิเศษเนื่องโดยสูตรที่ได้รับการคัดเลือก จากหมู่ที่ประกอบด้วย [Npro]22-[PS]1-[C-term] และที่ซึ่ง PS เป็นยูบิควิทิน หรือ LC3 2 4. ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 19 ถึงข้อ 22 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง [PS]0 ได้รับการแทนที่ด้วย [PS]1 และที่ซึ่ง PS ดังกล่าวได้รับการคัดเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย ยูบิควิทิน, LC3, SUMO-1, NEDD8, GATE-16, GABA(A)RAP, Intein, พิคอร์นาไวรัส 3C, คาริโดไวรัส 2A และ p15 ของไวรัสโรคตก เลือดของกระต่าย 2 5. BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 24 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง BVDV ดังกล่าวได้รับการคัดเลือก จากหมู่ที่ประกอบด้วย BVDV ชนิด 1 หรือ BVDV ชนิด 2 2 6. BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 25 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง BVDV สมนัยกับการระบุลำดับ หมายเลข 8 หรือรูปแบบแปรผันเชิงหน้าที่ของ BVDV 2 7. สารผสมซึ่งประกอบรวมด้วยไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 26 ข้อใดข้อหนึ่ง และ สารละลาย 2 8. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งเหนี่ยวนำการตอบสนองทางวิทยาภูมิคุ้มกันในสัตว์ 2 9. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 27 หรือข้อ 28 ข้อใดข้อหนึ่ง ซึ่งเป็นวัคซีน 3 0. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ถึงข้อ 29 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งสารผสมดังกล่าวประกอบรวม ต่อไปอีกด้วยสารพาหรือส่วนเติมเนื้อยาที่สามารถยอมรับได้ทางยา 3
1. การใช้ไวรัสตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ถึงข้อ 26 ข้อใดข้อหนึ่งในการผลิตวัคซีนสำหรับ การป้องกันโรคและการบำบัดโรคการติดเชื้อเพสทิไวรัส 3
2. การใช้ BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 26 ข้อใดข้อหนึ่งในการผลิตวัคซีนสำหรับการ ป้องกันโรคและการบำบัดโรคการติดเชื้อ BVDV 3
3. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกซึ่งประกอบรวมด้วยกรดนิวคลีอิกซึ่งเข้ารหัส BVDV ที่ได้รับการ ทำให้อ่อนฤทธิ์แบบยังมีชีวิตตามข้อถือสิทธิข้อ 5 ถึงข้อ 26 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือท่อน รูปแบบแปรผัน เชิงหน้าที่ รูปแบบแปรผันที่มีพื้นฐานอยู่บนรหัสของกรดนิวคลีอิกที่เสื่อม โมเลกุลรวม หรืออนุพันธ์ ทางเคมีของสิ่งเหล่านี้ 3
4. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกตามข้อถือสิทธิข้อ 33 ที่ซึ่งโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกดังกล่าวเป็น ดีเอ็นเอ 3
5. โมเลกุลของกรดนิวคลีอิกตามข้อถือสิทธิข้อ 34 ที่ซึ่งโมเลกุลของกรดนิวคลีอิกดังกล่าวเป็น อาร์เอ็นเอ 3
6. วิธีการสำหรับการทำให้เพสทิไวรัสอ่อนฤทธิ์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่ว่าการกลายพันธุ์อย่างน้อย ที่สุดหนึ่งบริเวณในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับไกลโคโปรตีน Ems และการกลายพันธุ์อย่างน้อยที่สุด อีกบริเวณหนึ่งในลำดับที่ใส่รหัสสำหรับ Npro ได้รับการทำให้ก่อเกิดขึ้นมาในเพสทิไวรัส 3
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 36 ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนของ a) การถอดรหัสแบบทวนกลับของลำดับนิวคลีโอไทด์ของเพสทิไวรัสชนิดดั้งเดิมลงในซีดีเอ็นเอ b) การโคลนซีดีเอ็นเอดังกล่าว c) การนำการกลายพันธุ์ที่ได้รับการคัดเลือกจากกลุ่มของการขาดหายไป การกลายพันธุ์แบบมีการ แทรก และ/หรือการกลายพันธุ์แบบมีการแทนที่ลงในซีดีเอ็นเอดังกล่าว ที่ซึ่งการกลายพันธุ์ดังกล่าวได้ รับการมีที่ตั้งในลำดับที่ใส่รหัสซึ่งเข้ารหัสไกลโคโปรตีน Ems และโพรทีเอส Npro d) การรวมซีดีเอ็นเอลงในพลาสมิด หรือลงในไวรัสดีเอ็นเอที่สามารถมีการบังคับการถอดรหัสของ ซีดีเอ็นเอของเพสทิไวรัสลงในอาร์เอ็นเอนอกายหรือในขณะการติดเชื้อของเซลล์ที่เหมาะสม 3
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อ 36 หรือข้อ 37 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่งเพสทิไวรัสดังกล่าวเป็น BVDV 3
9. วิธีการของการบำบัดโรคที่เป็นสาเหตุโดย BVDV ที่ซึ่ง BVDV ตามข้อถือสิทธิข้อ 4 ถึงข้อ 26 ข้อใดข้อหนึ่ง หรือสารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 27 ถึงข้อ 30 ข้อใดข้อหนึ่ง ที่ซึ่ง BVDV ดังกล่าว หรือสารผสมดังกล่าวได้รับการให้แก่สัตว์ที่ต้องการBVDV ดังกล่าวหรือสารผสมดังกล่าวที่ขนาดยาที่ เหมาะสมตามที่ทราบกันแก่ผู้ที่มีความชำนาณ และการลดลงในกลุ่มอาการของการติดเชื้อ BVDV ดังเช่น ภาวะเลือดมีไวรัส และภาวะเม็ดเลือดขาวน้อยเกิน และ/หรือการไข้ และ/หรือท้องร่วง ได้รับ การติดตาม
TH501002246A 2005-05-17 วัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์ TH57007B (th)

Publications (3)

Publication Number Publication Date
TH103175B TH103175B (th) 2010-08-11
TH103175A true TH103175A (th) 2010-08-11
TH57007B TH57007B (th) 2017-08-25

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Meyers et al. Rabbit hemorrhagic disease virus—molecular cloning and nucleotide sequencing of a calicivirus genome
Langeveld et al. Identification of potyviruses using the polymerase chain reaction with degenerate primers
JP5642672B2 (ja) 弱毒化ペスチウイルス
DE69330372T2 (de) ZUSAMMENSETZUNGEN UND VERFAHREN FüR DIE BEHANDLUNG VON MIT HEPATITIS C VIREN ASSOZIIERTEN KRANKHEITEN
UA101597C2 (uk) Псевдоінфекційний флавівірус та його використання
Cheah et al. Site-directed mutagenesis suggests close functional relationship between a human rhinovirus 3C cysteine protease and cellular trypsin-like serine proteases.
Devic et al. Symptom production on tobacco and tomato is determined by two distinct domains of the satellite RNA of cucumber mosaic virus (strain Y)
Becher et al. Cytopathogenicity of border disease virus is correlated with integration of cellular sequences into the viral genome
UA98620C2 (uk) Атенуйований вірус класичної лихоманки свиней, що містить модифікований глікопротеїн е2
KR100850620B1 (ko) 약독된 생백신
MX2010012020A (es) Estacion de base de radio y metodo de control de comunicacion.
JP2003527079A5 (th)
JP2005102701A5 (th)
Someya et al. Identification of active-site amino acid residues in the Chiba virus 3C-like protease
Mingxiao et al. Molecular and biological characterization of Chinese sacbrood virus LN isolate
Colinet et al. The nucleotide sequence and genome organization of the whitefly transmitted sweetpotato mild mottle virus: a close relationship with members of the family Potyviridae
DE69133552T2 (de) Nicht-A, nicht-B Hepatitis Virus Antigen, und diagnostische Verfahren.
Becher et al. Ribosomal S27a coding sequences upstream of ubiquitin coding sequences in the genome of a pestivirus
Torres‐Puente et al. Genetic variability in hepatitis C virus and its role in antiviral treatment response
Driesel et al. Hepatitis C virus (HCV) genotype distribution in German isolates: studies on the sequence variability in the E2 and NS5 region
Vilček et al. Cellular insertions in the NS2-3 genome region of cytopathic bovine viral diarrhoea virus (BVDV) isolates
Maiss et al. Molecular cloning of DNA complementary to the RNA‐genome of plum pox virus (PPV)
TH103175A (th) วัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์
TH57007B (th) วัคซีนซึ่งประกอบรวมด้วยเพสทิไวรัสที่ได้รับการทำให้อ่อนฤทธิ์
Zhang et al. Echinococcus granulosus from Xinjiang, PR China: cDNAs encoding the EG95 vaccine antigen are expressed in different life cycle stages and are conserved in the oncosphere