TH98421A - อุปกรณ์สถานีเคลื่อนที่กับวิธีควบคุมการสื่อสาร - Google Patents
อุปกรณ์สถานีเคลื่อนที่กับวิธีควบคุมการสื่อสารInfo
- Publication number
- TH98421A TH98421A TH401004328A TH0401004328A TH98421A TH 98421 A TH98421 A TH 98421A TH 401004328 A TH401004328 A TH 401004328A TH 0401004328 A TH0401004328 A TH 0401004328A TH 98421 A TH98421 A TH 98421A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- mobile stations
- mobile
- station
- mobile station
- calculates
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 การประดิษฐ์นี้นำเสนออุปกรณ์สถานีฐานซึ่งจะคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกี่ยวข้อง กับปริมาณการใช้ทรัพยากรแบบไร้สาย และดำเนินการควบคุมการรองรับการเรียกตามจำนวน สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว อุปกรณ์สถานีฐานมีวิธีการคำนวณซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งจะ ส่งสัญญาณสู่บัฟเฟอร์ส่งสัญญาณ และมีวิธีการรองรับการเรียกซึ่งดำเนินการรองรับการเรียกใหม่ ตามจำนวนสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว การประดิษฐ์นี้นำเสนออุปการ์กรณ์สถานนีฐานซึ่งจะคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกี่ยวข้อง กับปริมาณการใช้ทรัยากรแบบไร้สาย และดำเนินการควบคุวการรองรับการเรียกตามจำนวน สถานีเคลื่อนที่ดังกล้าว อุปกรณ์สถานีฐานมีวิธีการคำนวณซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งจะ ส่งสัญญาณสู่บัฟเฟอร์สังสัญญาณ และมีวิธีการรองรับการเรีบกซึ่งดำเนินการรองรับการเรียกใหม่ ตามจำนวนสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว
Claims (16)
1. กรรมวิธีการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือมี กระบวนการที่สถานีชุมสายจัดการสารสนเทศการเข้าถึงที่กำหนดสารสนเทศบ่งชี้กลุ่มสถานี ฐานไร้สายที่สามารถเข้าถึงได้ของสถานีเคลื่อนที่ และ กระบวนการที่ในกรณีที่สถานีฐานไร้สายที่ 1 ได้กำหนดการดำเนินการแฮนด์โอเวอร์จากเซลล์ ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สายที่ 1 นั้นของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสู่เซลล์ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สาย ที่ 2 ดังกล่าวแล้ว ก็จะส่งสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ที่มีองค์ประกอบของสารสนเทศบ่งชี้ของสถานี เคลื่อนที่นั้นและสารสนเทศบ่งชี้ของสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นต่อสถานีชุมสายดังกล่าว และ กระบวนการที่สถานีชุมสายดังกล่าวตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่นั้นสามารถเข้าถึงต่อ ฃสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้น ได้หรือไม่โดยอ้างอิงสารสนเทศการเข้าถึงดังกล่าวบนพื้นฐานของสารสนเทศ บ่งชี้ของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวและสารสนเทศบ่งชี้ของสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวที่เป็นองค์ ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าว
2. กรรมวิธีการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือมี กระบวนการที่สถานีชุมสายดังกล่าวส่งสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดัง กล่าวผ่านอุปกรณ์เกตเวย์ และ กระบวนการที่สถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสามารถ เข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นได้หรือไม่ บนพื้นฐานของสารสนเทศบ่งชี้กลุ่มสถานีฐานไร้สายที่เป็น องค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าวที่ได้รับสัญญาณและสารสนเทศบ่งชี้กลุ่มสถานี ฐานไร้สายของสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นที่จัดการอยู่
3. กรรมวิธีการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือมี กระบวนการที่สถานีชุมสายจัดการสารสนเทศการเข้าถึงที่กำหนด Closed Subscriber Group (CSG) ID ที่สามารถเข้าถึงได้ของสถานีเคลื่อนที่ และ กระบวนการที่ในกรณ๊สถานีฐานไร้สายที่ 1 ได้กำหนดการดำเนินการแฮนด์โอเวอร์จากเซลล์ ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สายที่ 1 นั้นของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสู่เซลล์ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สาย ที่ 2 ดังกล่าวแล้ว ก็จะส่งสัญญาณของแฮนด์โอเวอร์ที่มี Closed Subscriber Group (CSG) ID ดังกล่าว ต่อสถานีชุมสายดังกล่าว และ กระบวนการที่สถานีชุมสายดังกล่าวตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่นั้นสามารถเข้าถึงต่อ สถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้น ได้หรือไม่โดยอ้างอิง Closed Subscriber Group (CSG) ID ดังกล่าวที่เป็น องค์ประกอบอยู่ในสัญญาณของแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าว และ กระบวนการที่สถานีชุมสายดังกล่าวส่งสัญญาณ Closed Subscriber Group (CSG) ID ดัง กล่าวต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวผ่านอุปกรณ์เกตเวย์ และ กระบวนการที่สถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสามารถ เข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นได้หรือไม่ บนพื้นฐานของ Closed Subscriber Group (CSG) ID ดัง กล่าวที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าวที่ได้รับสัญญาณ
4. ระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีสถานีชุมสายและสถานีฐานไร้สายที่ 1 และสถานีฐานไร้สายที่ 2 และอุปกรณ์เกตเวย์ ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือ สถานีชุมสายดังกล่าวจะได้รับการออกแบบให้จัดการสารสนเทศการ เข้าถึงที่กำหนดสารสนเทศบ่งชี้กลุ่มสถานีฐานไร้สายที่สามารถเข้าถึงได้ของสถานีเคลื่อนที่ และสถานีฐานไร้สายที่ 1 ดังกล่าวจะได้รับการออกแบบให้กรณีที่ได้กำหนดการดำเนินการ แฮนด์โอเวอร์จากเซลล์ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สายที่ 1 นั้นของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสู่เซลล์ภายใต้ สังกัดสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวแล้ว ก็จะส่งสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ที่มีองค์ประกอบของสาร สนเทศบ่งชี้ของสถานีเคลื่อนที่นั้นและสารสนเทศบ่งชี้ของสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นต่อสถานีชุมสายดัง กล่าว และสถานีชุมสายดังกล่าวจะได้รับการออกแบบให้ตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่นั้น สามารถเข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้น ได้หรือไม่โดยอ้างอิงสารสนเทศการเข้าถึงดังกล่าวบนพื้น ฐานของสารสนเทศบ่งชี้ของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวและสารสนเทศบ่งชี้ของสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดัง กล่าวที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าว 5. ระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือ สถานีชุมสายดังกล่าวจะได้รับการออกแบบ ให้ส่งสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวผ่านอุปกรณ์เกตเวย์ดังกล่าว และสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวจะได้รับการออกแบบให้ตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่ดัง กล่าวสามารถเข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นได้หรือไม่ บนพื้นฐานของสารสนเทศบ่งชี้กลุ่มสถานี ฐานไร้สายที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าวที่ได้รับสัญญาณและสารสนเทศ บ่งชี้กลุ่มสถานีฐานไร้สายของสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นที่จัดการอยู่ 6. ระบบการสื่อสารเคลื่อนที่ซึ่งมีสถานีชุมสายและสถานีฐานไร้สายที่ 1 และสถานีฐานไร้สายที่ 2 และอุปกรณ์เกยเวย์ ซึ่งมีลักษณะจำเพาะคือ สถานีชุมสายได้รับการออกแบบให้จัดการสารสนเทศการเข้าถึงที่กำหนด Closed Subscriber Group (CSG) ID ที่สามารถเข้าถึงได้ของสถานีเคลื่อนที่ และได้รับการออกแบบให้กรณีที่สถานีฐานไร้สายที่ 1 ได้กำหนดการดำเนินการแฮนด์โอเวอร์ จากเซลล์ภายใต้สังกัดสถานีฐานไร้สายที่ 1 นั้นของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวสู่เซลล์ภายใต้สังกัดสถานี ฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวแล้ว ก็จะส่งสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ที่มี Closed Subscriber Group (CSG) ID ดังกล่าวต่อสถานีชุมสายดังกล่าว และสถานีชุมสายดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่นั้นสามารถ เข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้น ได้หรือไม่โดยอ้างอิง Closed Subscriber Group (CSG) ID ดัง กล่าวที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าว และสถานีชุมสายดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ส่งสัญญาณ Closed Subscriber Group (CSG) ID ดังกล่าวต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวผ่านอุปกรณ์เกตเวย์ และสถานีฐานไร้สายที่ 2 ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ตัดสินเกี่ยวกับว่าสถานีเคลื่อนที่ดัง กล่าวสามารถเข้าถึงต่อสถานีฐานไร้สายที่ 2 นั้นได้หรือไม่ บนพื้นฐานของ Closed Subscriber Group (CSG) ID ดังกล่าวที่เป็นองค์ประกอบอยู่ในสัญญาณขอแฮนด์โอเวอร์ดังกล่าวที่ได้รับสัญญาณ ---------------------------------------------------------------- 1. อุปกรณ์สถานีฐานมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานนีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช่ช่องสัญญญาณร่วมกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง และมีวิธีการคำนวณซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่ส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานนีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว 2. อุปกรณ์สถานีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญญาณร่วมกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง และมีวิธีการคำนวณซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของอัปลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญยาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานนีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว 3. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญญาณร่วมกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง และมีวิธีการคำนวณอย่างน้อย 1 จำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อ สารโดยช่องสัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากกับสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่น้อยในสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว 4.อุปกรณ์สถานนีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญญาณร่วมกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง และมีวิธีการคำนวณซึ่งคำนวณสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งผ่านซึ่งต่ำกว่า ค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดัวกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานนีเคลื่อนที่ดังกล่าว
5. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญยาณกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง มีวิธีการคำนวณที่ 1 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1) มีวิธีการคำนวณที่ 2 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกังดังกว่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของอัปลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2) มีวิธีการคำนวณที่ 3 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่อมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3) มีวิธีการคำนวณที่ 4 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่น้อยในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4) มีวิธีการคำนวณที่ 5 ซึ่งคำนวณจำนวนของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5) มีวิธีการคำนวณที่ 6 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งผ่านซึ่งตำกว่า ค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดงักล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียก ว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6) มีวิธีการคำนวณที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีช่วงเวลาตกค้างของข้อมูลซึ่ง มากกว่าค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวใน ช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7) มีวิธีการคำนวณที่ 8 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดขยะของข้อมูลจากการล่าช้า หรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อน ที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมาย เลข 8) และมีวิธีการควบคุมการรองรับการเรียกซึ่งควบคุมการรองรับการสื่อสารของสถานีใหม่ ตามอย่างน้อยจาก 1 ในจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4 ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 5 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าว และสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 8 ดังกล่าว
6. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช่ช่องสัญญาณร่วมกันกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง มีวิธีการคำนวณที่ 1 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1) มีวิธีการคำนวณที่ 2 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ใบบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของอัปลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2) มีวิธีการคำนวณที่ 3 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกังดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3) มีวิธีการคำนวณที่ 4 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกังดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4) มีวิธีการคำนวณที่ 5 ซึ่งคำนวณจำนวนของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5) มีวิธีการคำนวณที่ 6 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งป่านซึ่งต่ำกว่า ค่าจุดเริ่มเปลร่ยนที่ทำกำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานนีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียก ว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลย 6) มีวิธีการคำนวณที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีช่วงเวลาตกค้างของข้อมูลซึ่ง มากกว่าค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวใน ช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7) มีวิธีการคำนวณที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดขยะของข้อมูลจากการล่าช้า หรือจำนวนสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อน ที่จำนวนหนึ่งดังดล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมาย เลข 8) มีวิธีวัดโหลดจัดการของแต่ละแถบความถี่ และมีวิธีการเลือกความถี่ซึ่งสถานีเคลื่อนที่ซึ่งดำเนินการสื่อสารใหม่เลือกแถบความถี่ที่ ดำเนินการสื่อสารตวามอย่างน้อยจาก 1 ในจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลย 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลย 4 ดังกล่าวกับสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าวและสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 8 ดังกล่าว
7. อุปการณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสํญญาณร่วมกับสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่ง วิธีการคำนวณที่ 1 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่อสัญญาณตรรกสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1) วิธีการคำนวณที่ 2 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่วมกันดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานีเคลื่อที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่อสัญญาณตรรกสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2) วิธีการคำนวณที่ 3 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3) วิธีการคำนวณที่ 4 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4) วิธีการคำนวณที่ 5 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5) วิธีการคำนวณที่ 6 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งผ่านซึ่งต่ำกว่า ค้าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่อสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานนีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียก ว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6) วิธีการคำนวณที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีช่วงเวลาตกค้างของข้อมูลซึ่ง มากกว่าค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณเคลื่อนที่ดังกล่าวใน ช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7) วิธีการคำนวณที่ 8 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดขยะของข้อมูลจากการล่าช้า หรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อน ที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่ หมายเลข 8) มีวิธีการวัดโหลดจัดการซึ่งวัดโหลดจัดการของแต่ละแถบความถี่ และมีวิธีการเลือกความถี่ซึ่งเลือกแถบความถี่ซึ่งสถานีเคลื่อนที่เข้าอยู่หลังจากสิ้นสุดการ สื่อตามอย่างน้อยจาก 1 ในจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 4 ดังกล่าวกับสถานนี เคลื่อนที่หมายเลข5 ดังกล่าวกับสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าวและสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 8 ดังกล่าว
8. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 1 กับข้อถือสิทธิ 5. ถึงข้อ 7. ข้อใดข้อหนึ่ง
9. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 2 กับข้อถือสิทธิ 5. ถึงข้อ 7. ข้อใดข้อหนึ่ง และวิธีการคำนวณดังกล่าวคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวซึ่งมีข้อมูลที่จะ สัญญาณโดยช่อสัญญาณร่อมกันดังกล่าวหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อที่ดัง กล่าวตามสภาวะบัฟเฟอร์ที่มีการรายงานจากสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว
10. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 3 กับข้อถือสิทธิ 5. ถึงข้อ 7. ข้อใดข้อหนึ่ง สถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่องสัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากเป็น สถานีเคลื่อนที่ซึ่งเป็นสภาวะที่ได้จัดตั้งการติดต่อกับอุปกรณ์สถานีฐานดังกล่าวและดำเนินการรับ สัญญาณต่อเนื่อง และสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานการสื่อสารโดยช่องสัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่น้อยเป็น สถานีเคลื่อนที่ซึ่งเป็นสภาวะที่ได้จัดตั้งการติดต่อกับอุปกรณ์สถานีฐานดังกล่าวและดำเนินการรับ สัญญาณแบบเป็นช่วง ๆ
11. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 3 กับข้อถือสิทธิ 5. ถึงข้อ 7. ข้อใดข้อหนึ่ง วิธีการคำนวณหมายเลย 8 ดังกล่าวคำนวณจำนวนของสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดการจำจัด ของข้อมูลจากการล่าช้าทางดาวน์ลิงก์หรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานนีเคลื่อนที่ดังกล่าว ตามการต่อเนื่องของหมายเลขซีเคว็น PDCP เลเยอร์
12. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 4. ถึงข้อ 7. ข้อใดข้อหนึ่ง ความเร็วการส่งผ่านเป็นความเร็วการส่งผ่านในช่วงเวลาที่มีข้อมูลที่จะส่งสัญญาณโดย ช่องสัญญาณร่อมกันดังกล่าวในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณ
13. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ มีวิธีการวัดโหลดการจัดการซึ่งวัดโหลดการจัดการ และวิธีการรองรับการเรียกจะควบคุมการรองรับของสถานีใหม่ตามอย่างน้อยจาก 1 ใน จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อน ที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดัง กล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 8 ดังกล่าวและโหลดการจัดการดังกล่าว
14. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นอุปกรณ์สถานีฐานของข้อถือสิทธิข้อ 6,7,13 โหลดการจัดการดังกล่าวเป็นอย่างหนึ่งในจำนวนอัตราการใช้ของ CPU อัตราการใช้หน่วย ความจำหรืออัตราการใช้บัฟเฟอร์
15. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นวิธีควบคุมการสื่อสารที่อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญญาณ ร่วมกับสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่ง มีขั้นตอนที่ 1 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณร่อมกัน ดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่อสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานนีเคลื่อนทีจำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1) มีขั้นตอนที่ 2 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณร่วมกัน ดังกล่าวอยู่ในบัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่อสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าวในสถานนีเคลื่อนทีจำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2) มีขั้นตอนที่ 3 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าง (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3) มีขั้นตอนที่ 4 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่วมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าง (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4) มีขั้นตอนที่ 5 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5) มีขั้นตอนที่ 6 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งผ่านซึ่งต่ำกว่าค่าจุด เริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรา รกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวน สถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6) มีขั้นตอนที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีช่วงเวลาตกค้างของข้อมูลซึ่งมากกว่า ค่าจุดเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียก ว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7) มีขั้นตอนที่ 8 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดขยะของขูลมูลจากการล่าช้าหรือ จำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 8) และมีขั้นตอนที่ 7 ซฦึ่งควบคุมการรองรับการสื่อสารของสถานีใหม่ตามอย่างน้อยจาก 1 ใน จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อน ที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดัง กล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าวและสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 8 ดังกล่าว
16. อุปกรณ์สถานีฐานซึ่งมีลักษณะจำเพาะ คือ เป็นระบบสื่อสารแบบเคลื่อนที่ซึ่งมีสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่ง กับอุปกรณ์สถานีฐานซึ่ง ดำเนินการสื่อสารโดยใช้ช่องสัญญาณร่อมกับสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่ง กับเชิร์ฟเวอร์ข้อมูลซึ่ง เก็บรักษาข้อมูลที่มีการส่งสัญญาณจากอุปกรณ์สถานีฐานดังกล่าว และมีเทอร์มินัลดูแลควบคุมที มีการส่งเอาต์ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ข้อมูลดังกล่าว มีวิธีการคำนวณที่ 1 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่อมกันดังกล่าวอยู่บัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของสถานี เคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1) มีวิธีการคำนวณที่ 2 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีข้อมูลที่จะส่งโดยช่องสัญญาณ ร่อมกันดังกล่าวอยู่บัฟเฟอร์ส่งสัญญาณของดาวน์ลิงก์หรือจำนวนของช่องสัญญาณตรรกของ สถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2) มีวิธีการคำนวณที่ 3 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่อมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3) มีวิธีการคำนวณที่ 4 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีการใช้งานสื่อสารโดยช่อง สัญญาณร่อมกันดังกล่าวที่มากในจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่า จำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข ) มีวิธีการคำนวณที่ 5 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5) มีวิธีการคำนวณที่ 6 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีความเร็วการส่งผ่านซึ่งต่ำกว่า ค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่อง สัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะเรียก ว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6) มีวิธีการคำนวณที่ 7 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งมีช่วงตกค้างของข้อมูล ซึ่งมากกว่าค่าจุดเริ่มเปลี่ยนที่กำหนดหรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าวใน ช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว (ต่อไป จะ เรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7) มีวิธีการคำนวนที่ 8 ซึ่งคำนวณจำนวนสถานีเคลื่อนที่ซึ่งเกิดขยะข้อมูลจากการล่าช้า หรือจำนวนช่องสัญญาณตรรกของสถานนีเคลื่อนที่ดังกล่าวในช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อน ที่จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือสถานีดังกล่าว (ต่อไป จะเรียกว่าจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมาย เลข 8) วิธีการวัดโหลดจัดการซึ่งวัดโหลดจัดการ มีวิธีคำนวณซึ่งคำนวณความเร็วการส่งผ่านของสถานีเคลื่อนที่จำนวนหนึ่งวดังกล่าวหรือ ช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว มีวิธีคำนวณปริมาณบัฟเฟอร์ตกค้างกับระยะเวลาบัฟเฟอร์ตกค้างของสถานีเคลื่อนที่ จำนวนหนึ่งดังกล่าวหรือช่องสัญญาณตรรกของสถานีเคลื่อนที่ดังกล่าว และมีวิธีรายงายซึ่งรายงายอย่างน้อย 1 ฝนจำนวนสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดังกล่าวกับ สถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมาย เลข 4 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับ สถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าว กับโหลดจัดการ กับ ความเร็วการส่งผ่านและปริมาณบัฟเฟอร์ตกค้างหรือระยะเวลาบัฟเฟอร์ตกค้าง เซร์ฟเวอร์ข้อมูลดังกล่าวมีวิธีเก็บรักษาซึ่งเก็บรักษาอย่างน้อย 1 ในจำนวนสถานีเคลื่อนที่ หมายเลข 1 ดังกล่าวกับสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3 ดัง กล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 4ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าว กับโหลดจัดการ กับความเร็วการส่งผ่านและปริมาณบัฟเฟอร์ตกค้างหรือระยะเวลาบัฟ เฟอร์ตกค้างเป็นค่าสิถิติ และมีวิธีส่งเอาต์ซึ่งส่งเอาต์พุตอย่างน้อย 1 ในจำนวนสถานนีเคลื่อนที่หมายเลข 1 ดัง กล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 3 ดังกล่าวกับสถานี เคลื่อนที่หมายเลข 4 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 5 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 6 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 7 ดังกล่าวกับสถานีเคลื่อนที่หมายเลข 2 ดังกล่าว กับโหลด จัดการกับความเร็วการส่งผ่านและปริมาณบัฟเฟอร์ตกค้างหรือระยะเวลาบัฟเฟอร์ตกค้างเป็นค่า สถิติดังกล่าวสู่เทอร์มินัลดูแลควบคุมดังกล่าว
Publications (3)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH93653A TH93653A (th) | 2009-02-20 |
| TH98421A true TH98421A (th) | 2009-09-24 |
| TH93653B TH93653B (th) | 2023-05-16 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| US11540206B2 (en) | Measurement apparatus and method for the communication of an idle mode device having low mobility in a mobile communication system | |
| US8462752B2 (en) | Method and arrangement for processing mobile station history information in a wireless communication system | |
| US9307518B2 (en) | Method and apparatus for communicating with base station based on speed of user equipment in mobile communication system | |
| JP6833225B2 (ja) | 基準信号送信及び測定のための方法及びデバイス | |
| US8159997B2 (en) | Wireless communication system, wireless base station, user equipment, and multi service management equipment | |
| US9648636B2 (en) | Intelligent M2M energy optimization algorithm | |
| CN102761923B (zh) | 一种小区切换判决方法和设备 | |
| CN109792768B (zh) | 一种随机接入方法及装置 | |
| US9949208B2 (en) | Method and apparatus for selecting power preference information in a wireless communication system network | |
| KR20090110344A (ko) | 기지국장치 및 통신제어방법 | |
| US20160262168A1 (en) | User equipment characteristics | |
| WO2024007959A1 (zh) | 移动性控制方法、终端及网络侧设备 | |
| WO2019193175A1 (en) | Optimized user equipment measurements for fast cell access | |
| US20140328239A1 (en) | Radio base station apparatus and transition control method | |
| US10172144B2 (en) | User equipment, band balancing controller and RS-SINR reporting method | |
| CN107820286A (zh) | 一种切换参数选取方法、基站及终端设备 | |
| CN105530671B (zh) | 抑制乒乓切换的方法和移动性管理实体 | |
| RU2008104612A (ru) | Способы и устройства для взаимодействия глобальных беспроводных сетей и локальных беспроводных сетей или персональных беспроводных сетей | |
| Chen et al. | Location-based handover decision algorithm in LTE networks under high-speed mobility scenario | |
| US9198057B2 (en) | Wireless communication device, base station, wireless communication method, and wireless communication system | |
| TH93653B (th) | อุปกรณ์สถานีเคลื่อนที่กับวิธีควบคุมการสื่อสาร | |
| CN104519555A (zh) | 一种信息传输方法及设备 | |
| KR100276720B1 (ko) | 셀룰러 시스템에서 페이징부하 계산방법 | |
| WO2025016524A1 (en) | Reduced cell measurement and reporting for wireless networks | |
| CN102647729B (zh) | 控制用户设备测量的方法、设备及系统 |