TH94291A - สารผสมวัคซีนที่ได้เสริมฤทธิ์โดยที่สารเสริม คือ สูตรผสมไลโปโซมที่ประกอบรวมด้วยซาโปนิน และไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ - Google Patents
สารผสมวัคซีนที่ได้เสริมฤทธิ์โดยที่สารเสริม คือ สูตรผสมไลโปโซมที่ประกอบรวมด้วยซาโปนิน และไลโปพอลิแซ็กคาไรด์Info
- Publication number
- TH94291A TH94291A TH601006184A TH0601006184A TH94291A TH 94291 A TH94291 A TH 94291A TH 601006184 A TH601006184 A TH 601006184A TH 0601006184 A TH0601006184 A TH 0601006184A TH 94291 A TH94291 A TH 94291A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- mixture
- immunogenic
- under
- human dosage
- antigen
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (09/03/50) การประดิษฐ์นี้ได้ให้ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกที่ประกอบรวมด้วย แอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกร่วมกับสารเสริมซึ่งสารเสริมประกอบรวมด้วยลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่อนุพัทธ์จากเปลือกไม้ของ Quillaja Saponaria Molina ที่อยู่ใน รูปของไลโปโซมและไลโปพอลิแซ็กคาไรด์โดยที่ลำดับส่วนซาโปนินดังกล่าวและ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวทั้งคู่พบในขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวที่ระดับต่ำกว่า 30 ไมโครกรัม การประดิษฐ์นี้ยังได้ให้สารผสมของสารเสริมในปริมาตรที่เหมาะสมของขนาดยาของมนุษย์ระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของไลโปพอลิแซ็กคาไรด์และระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่อยู่ในรูปของไลโปโซม การประดิษฐ์นี้ได้ให้ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกที่ประกอบรวมด้วย แอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกร่วมกับสารเสริมซึ่งสารเสริมประกอบรวมด้วยลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่อนุพัทธ์จากเปลือกไม้ของ Quillaja Saponaria Molina ที่อยู่ใน รูปของไลโปโซมและไลโปพอลิแซ็กคาไรด์โดยที่ลำดับส่วนซาโปนินดังกล่าวและ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวทั้งคู่พบในขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวที่ระดับต่ำกว่า 30 ไมโครกรัม การประดิษฐ์นี้ยังได้ให้สารผสมของสารเสริมในปริมาตรที่เหมาะสมของขนาดยาของมนุษย์ระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของไลโปพอลิแซ็กคาไรด์และระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่อยู่ในรูปของไลโปโซม
Claims (85)
1. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอินมูโนเจนิกที่ประกอบรวมด้วยแอนติเจนหรือส่วน เตรียมแอนติเจนิกร่วมกับสารเสริมซึ่งสารเสริมประกอบรวมด้วยลำดับส่วนซาโปนินที่มีฤทธิ์ทาง ภูมิคุ้มกันวิทยาที่อนุพัทธ์จากเปลือกไม้ของ Quillaja Saponaria Molina ที่อยู่ในรูปของไลโปโซมและ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์โดยที่ลำดับส่วนซาโปนินดังกล่าวและไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวทั้งคู่พบใน ขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวที่ระดับต่ำกว่า 30 ไมโครกรัม
2. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่สารผสม สารเสริมดังกล่าวยังประกอบรวมด้วยสเทียรอล โดยที่อัตราส่วนของซาโปนิน : สเทียรอลคือจาก 1 : 1 ถึง 1 : 100 น้ำหนัก/น้ำหนัก
3. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่อัตราส่วน ของซาโปนิน : สเทียรอลคือจาก 1 : 1 ถึง 1 : 10 น้ำหนัก/น้ำหนัก
4. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่อัตราส่วน ของซาโปนิน : สเทียรอลคือจาก 1 : 1 ถึง 1 : 5 น้ำหนัก/น้ำหนัก
5. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 4 โดยที่ลำดับส่วนซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาดังกล่าวคือ QS21
6. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 2 ถึง 5 โดยที่สเทียรอลดังกล่าวคือคลอเรสเทอรอล
7. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิก่อนหน้าข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวคืออนุพันธ์ของลิพิด A
8. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 7 โดยที่อนุพันธ์ของ ลิพิด A ดังกล่าวคือ 3D-MPL
9. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 7 หรือ 8 โดยที่อัตรา ส่วนของ QS21 : 3D-MPL คือ 1 : 1
10. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 9 ยังประกอบรวมด้วยตัวพา
11. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิก่อนหน้าข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 1-30 ไมโครกรัม
12. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 25 ไมโครกรัม
13. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 1-15 ไมโครกรัม
14. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 13 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 10 ไมโครกรัม
15. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 13 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 5 ไมโครกรัม
16. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 11-15 โดยที่ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวคืออนุพันธ์ของลิพิด A
17. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่อนุพันธ์ ลิพิด A ดังกล่าวคือ 3D-MPL
18. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อถือสิทธิก่อนหน้าข้อใดข้อหนึ่งโดยที่ ซาโปนินดังกล่าวพบอยู่ที่จำนวน 1-25 ไมโครกรัม
19. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 18 โดยที่ซาโปนินดังกล่าวพบอยู่ที่ จำนวน 25 ไมโครกรัม
20. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 18 โดยที่ซาโปนินดังกล่าวพบอยู่ที่ จำนวน 1-10 ไมโครกรัม
21. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 20 โดยที่ซาโปนินดังกล่าวพบอยู่ที่ จำนวน 10 ไมโครกรัม
22. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อถือสิทธิที่ 20 โดยที่ซาโปนินดังกล่าวพบอยู่ที่ จำนวน 5 ไมโครกรัม
23. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 18-22 โดยที่ ลำดับส่วนซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาคือ QS21
24. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามที่อ้างสิทธิในข้อถือสิทธิก่อนหน้าข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวอยู่ระหว่าง 0.5 และ 1.5 มล.
25. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามที่อ้างสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ขนาดยาของ มนุษย์ดังกล่าวคือ 0.5 มล.
26. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามที่อ้างสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ขนาดยาของ มนุษย์ดังกล่าวคือ 0.7 มล.
27. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมตามที่อ้างสิทธิในข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่ขนาดยาของ มนุษย์ดังกล่าวคือ 1.0 มล.
28. สารผสมของสารเสริมในปริมาตรที่เหมาะสมของขนาดยาของมนุษย์ที่ประกอบรวม ด้วยระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของไลโปพอลิแซ็กคาไรด์และระหว่าง 1 และ 30 ไมโครกรัมของ ลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาที่อยู่ในรูปของไลโปโซม
29. สารผสมของสารเสริมตามข้อถือสิทธิที่ 28 โดยที่ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวคือ อนุพันธ์ลิพิด A
30. สารผสมของสารเสริมตามข้อถือสิทธิที่ 29 โดยที่อนุพันธ์ลิพิด A ดังกล่าวคือ 3D-MPL
31. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-30 โดยที่ลำดับส่วน ซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยาดังกล่าวคือ QS21
32. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-31 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวและลำดับส่วนซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยามีอยู่ในสารผสม ของสารเสริมที่จำนวนที่เท่ากัน
33. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-32 โดยที่ปริมาตรที่ เหมาะสมของขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวคือ 250 ไมโครลิตร
34. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-32 โดยที่ปริมาตรที่ เหมาะสมของขนาดยาของมนุษย์ดังกล่าวคือ 360 ไมโครลิตร
35. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-34 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวมีอยู่ที่จำนวน 25 ไมโครกรัม
36. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-34 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวมีอยู่ที่จำนวน 10 ไมโครกรัม
37. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-34 โดยที่ ไลโปพอลิแซ็กคาไรด์ดังกล่าวมีอยู่ที่จำนวน 5 ไมโครกรัม
38. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-37 โดยที่ซาโปนินที่มี ฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยามีอยู่ที่จำนวน 25 ไมโครกรัม
39. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-37 โดยที่ซาโปนินที่มี ฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยามีอยู่ที่จำนวน 10 ไมโครกรัม
40. สารผสมของสารเสริมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 28-37 โดยที่ซาโปนินที่มี ฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกันวิทยามีอยู่ที่จำนวน 5 ไมโครกรัม
41. สารผสมอินมูโนเจนิกที่ประกอบรวมด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือส่วนเตรียม แอนติเจนิกของมันร่วมกับสารผสมของสารเสริมซึ่งประกอบรวมด้วยซาโปนินที่มีฤทธิ์ทางภูมิคุ้มกัน วิทยาที่อยู่ในรูปของไลโปโซม
42. สารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 41 ซึ่งสารเสริมดังกล่าวยังประกอบรวมด้วย อนุพันธ์ลิพิด A
43. สารผสมอิมมูโนเจนิกตามข้อถือสิทธิที่ 42 โดยที่อนุพันธ์ลิพิด A ดังกล่าวคือ 3D-MPL
44. การใช้ของ (a) แอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันและ (b) สารเสริมดังที่ นิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 43 ในการผลิตสารผสมอิมมูโนเจนิกเพื่อการเหนี่ยวนำ อย่างน้อยหนึ่งชนิดหรืออย่างน้อยสองชนิดหรือทั้งหมดของสิ่งต่อไปนี้ในมนุษย์ (i) การตอบสนอง ทางภูมิคุ้มกันของ T-เซลล์ชนิด CD4 ที่ได้รับการปรับปรุงต่อแอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนของ มันดังกล่าว (ii) การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิดฮิวเมอรัลที่ได้รับการปรับปรุงต่อแอนติเจนดังกล่าว หรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมัน (iii) การตอบสนองของเซลล์จดจำ B ที่ได้รับการปรับปรุงต่อ แอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันดังกล่าว
45. วิธีการให้วัคซีนที่ประกอบรวมด้วยการขนส่งแอนติเจนหรือสารผสมแอนติเจนิก และสารเสริมตามที่นิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 43 แก่บุคคลหรือประชากรที่ต้องการ มัน
46. การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 44 หรือ 45 ในผู้สูงอายุที่เป็นมนุษย์หรือในบุคคล หรือประชากรมนุษย์ที่ยอมรับทางภูมิคุ้มกัน
47. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 46 โดยที่การให้เข้าของ สารผสมอิมมูโนเจนิกดังกล่าวเหนี่ยวนำทั้งการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน T เซลล์ชนิด CD4 และการ ตอบสนอง B เซลล์จดจำที่ได้รับการปรับปรุง
48. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 47 โดยที่การตอบสนองทาง ภูมิคุ้มกันของ T เซลล์ชนิด CD4 ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเหนี่ยวนำการตอบสนองของ T- ช่วยเหลือ CD4 ที่ไวปฏิกิริยาไขว้
49. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 48 โดยที่การตอบสนองทาง ภูมิคุ้มกันแบบฮิวเมอรัลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเหนี่ยวนำของการตอบสนองแบบฮิวเมอรัลที่ไว ปฏิกิริยาไขว้
50. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 49 โดยที่ประชากรเป้าหมาย คือผู้สูงอายุที่มากกว่า 65 ปี
51. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 50 เพื่อการป้องกันต่อการ ติดเชื้อหรือโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อก่อโรคซึ่งเป็นแวเรียนต์ของเชื้อก่อโรคซึ่งแอนติเจนในสารผสม อิมมูโนเจนิกได้อนุพันธ์จากมัน
52. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 44 ถึง 50 เพื่อการป้องกันต่อการ ติดเชื้อหรือโรคที่มีสาเหตุจากเชื้อก่อโรคซึ่งเป็นแวเรียนต์ของเชื้อก่อโรคซึ่งประกอบรวมด้วย แอนติเจนที่เป็นแวเรียนต์ของแอนติเจนในสารผสมอิมมูโนเจนิก
53. การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 51 หรือ 52 โดยที่การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันหลัง การให้วัคซีนซ้ำคือชนิดใด ๆ หรือสองชนิดหรือทั้งหมดของสิ่งต่อไปนี้ การตอบสนอง CD4 ที่ได้รับ การปรับปรุงต่อแอนติเจนหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันดังกล่าว การตอบสนองแบบฮิวเมอรัล หรือการตอบสนองของเซลล์จดจำ B ที่ได้รับการปรับปรุง
54. การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 51 หรือ 52 โดยที่ประเมินการป้องกัน โดยอุณหภูมิ ร่างกายของบุคคลหรือประชากรที่ติดเชื้อ
55. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 54 โดยที่สารผสม อิมมูโนเจนิกประกอบรวมด้วยแอนติเจนที่มีอีพิโทป T เซลล์ชนิด CD4
56. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 54 โดยที่สารผสม อิมมูโนเจนิกประกอบรวมด้วยแอนติเจนที่มีอีพิโทป B เซลล์
57. การใช้แอนติเจนในการผลิตสารผสมอิมมูโนเจนิกเพื่อการให้วัคซีนซ้ำแก่บุคคลที่ได้ รับวัคซีนก่อนหน้าด้วยแอนติเจนหรือสารผสมแอนติเจนิกหรือชิ้นส่วนหรือแวเรียนต์ของมันและ สารเสริมดังที่นิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 43
58. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 57 โดยที่แอนติเจนเพื่อการให้วัคซีนซ้ำร่วมส่วนอีพิโทป T เซลล์ชนิด CD4 สามัญกับแอนติเจนหรือสารผสมแอนติเจนิกที่ใช้เพื่อการให้วัคซีนก่อนหน้า
59. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 57 หรือ 58 โดยที่แอนติเจนหรือสารผสมแอนติเจนิกเพื่อการ ให้วัคซีนซ้ำได้ถูกเสริม
60. การใช้ตามข้อถือสิทธิที่ 59 โดยที่สารเสริมเป็นตามที่นิยามในข้อใดข้อหนึ่งของข้อ ถือสิทธิที่ 1 ถึง 43
61. ขนาดยาของมนุษย์ของสารผสมอิมมูโนเจนิกตามที่อ้างสิทธิในข้อใดข้อหนึ่งของข้อ ถือสิทธิที่ 1-27 สำหรับใช้ในการแพทย์
62. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 61 โดยที่แอนติเจน หรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกเลือกได้จากรายชื่อที่ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่, HPV, CMV, VZV, Streptococcus pneumoniae, Plasmodium falciparum, ไวรัสมวลเซลล์รวมทางเดินหายใจ (RSV)
63. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 62 โดยที่แอนติเจนไข้หวัดใหญ่ดังกล่าว เลือกได้จากรายชื่อที่ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่แบบแยก ไว้รัสไข้หวัดใหญ่ครบที่ได้ทำให้ บริสุทธิ์ ไวรัสไข้หวัดใหญ่หน่วยย่อยและส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมัน
64. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 63 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือส่วนเตรียม แอนติเจนิกของมันมาจากสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยสองสายพันธุ์
65. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 64 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือส่วนเตรียม แอนติเจนิกของมันมาจากสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยสามสายพันธุ์
66. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 65 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือส่วนเตรียม แอนติเจนิกของมันมาจากสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยสี่สายพันธุ์
67. สารผสมตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 63 ถึง 66 โดยที่อย่างน้อยหนึ่งสายพันธุ์ ของไวรัสไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่วหรือมี ศักยภาพที่จะเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่ว
68. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 67 โดยที่อย่างน้อยสองสายพันธุ์ของไวรัส ไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่วหรือมีศักยภาพที่ จะเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่ว
69. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 68 โดยที่อย่างน้อยสามสายพันธุ์ของไวรัส ไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่วหรือมีศักยภาพที่ จะเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่ว
70. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 67 ถึง 69 โดยที่สายพันธุ์ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดทั่วอย่างน้อยหนึ่ง อย่างน้อยสองหรืออย่างน้อยสามสายพันธุ์ดังกล่าวเลือก ได้จากรายชื่อที่ประกอบด้วย : H5N1, N9N2, H7N7, และ H2N2
71. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 62 ถึง 70 โดยที่ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันมีระหว่าง 1 ถึง 15 ไมโครกรัมของ HA ต่อ สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่
72. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 62 ถึง 70 โดยที่ไวรัส ไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันมีน้อยกว่า 15 ไมโครกรัม HA ต่อสายพันธุ์ ไข้หวัดใหญ่
73. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 71 หรือ 72 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันมีระหว่าง 2.5 ถึง 7.5 ไมโครกรัมของ HA ต่อสายพันธุ์
74. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 51 ถึง 53 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันสำหรับการให้วัคซีนซ้ำมาจากสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่แตกต่างกัน อย่างน้อยสองสายพันธุ์
75. การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 74 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือส่วนเตรียม แอนติเจนิกของมันสำหรับการให้วัคซีนซ้ำมาจากสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่แตกต่างกันอย่างน้อยสาม สายพันธุ์
76. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 51 ถึง 53 โดยที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ หรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันเพื่อการให้วัคซีนซ้ำมีสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่อย่างน้อยหนึ่งสายพันธุ์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่วหรือมีศักยภาพที่จะเกี่ยวเนื่องกับการระบาดทั่ว
77. การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 76 โดยที่สายพันธุ์การระบาดทั่วดังกล่าวเลือกได้จาก รายชื่อที่ประกอบด้วย : H5N1, N9N2, H7N7, และ H2N2
78. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 51 ถึง 53 และ 74 ถึง 77 โดยที่การ ให้วัคซีนครั้งแรกได้ทำด้วยสารผสมไข้หวัดใหญ่ที่มีสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ที่สามารถเป็นสาเหตุของ การระบาดทั่วอย่างมีศักยภาพและทำการให้วัคซีนซ้ำด้วยสารผสมไข้หวัดใหญ่ที่มีสายพันธุ์การระบาด ที่หมุนเวียน
79. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 51 ถึง 53 และ 74 ถึง 78 โดยที่ แอนติเจนไข้หวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันมีน้อยกว่า 15 ไมโครกรัม HA แอนติเจนต่อขนาดยา
80. การใช้หรือวิธีตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 62 ถึง 79 โดยที่แอนติเจน ไขหวัดใหญ่ดังกล่าวหรือส่วนเตรียมแอนติเจนิกของมันอนุพัทธ์จากไข่หรืออนุพัทธ์จากการเพาะเลี้ยง เซลล์
81. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 62 โดยที่แอนติเจน HPV ดังกล่าวเกี่ยว เนื่องกับมะเร็งหรือกับหูดที่อวัยวะเพศ
82. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 81 โดยที่ HPV ที่เกี่ยวเนื่องกับมะเร็ง ดังกล่าว คือ HPV ชนิด 16 และ/หรือ HPV ชนิด 18
83. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 82 โดยที่แอนติเจนเพิ่มเติมหนึ่งชนิดหรือ มากกว่าจากชนิดของ HPV ที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ถูกใช้กับแอนติเจน HPV 16 และ/หรือ 18 แอนติเจนที่ เลือกมาจากชนิดของ HPV ต่อไปนี้ : HPV 31, 45, 33, 58 และ 52
84. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 82 หรือ 83 โดยที่แอนติเจนอยู่ในรูปของ อนุภาคที่คล้ายไวรัส (VLPs)
85. สารผสม การใช้หรือวิธีตามข้อถือสิทธิที่ 84 โดยที่ VLPs คือ L1 VLPs
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH94291A true TH94291A (th) | 2009-03-13 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Riese et al. | Vaccine adjuvants: key tools for innovative vaccine design | |
| Lacaille-Dubois | Updated insights into the mechanism of action and clinical profile of the immunoadjuvant QS-21: A review | |
| JP4126079B2 (ja) | アジュバント組成物 | |
| EP2664332B1 (en) | Vaccine composition containing synthetic adjuvant | |
| US20210069323A1 (en) | Vaccine composition containing synthetic adjuvant | |
| Beck et al. | Immune response to antigen adsorbed to aluminum hydroxide particles: Effects of co-adsorption of ALF or ALFQ adjuvant to the aluminum-antigen complex | |
| Pichichero | Improving vaccine delivery using novel adjuvant systems | |
| KR100764678B1 (ko) | 알파-갈락토실세라마이드를 아쥬반트로 포함하는 비강투여용 백신 조성물 | |
| HUP0203817A2 (hu) | Polioxietilén-alkil-étert vagy -észtert és legalább egy nemionos felületaktív anyagot tartalmazó adjuváns | |
| JP2003523310A (ja) | 新規インフルエンザウイルスワクチン組成物 | |
| De Haan et al. | Liposomes as an immunoadjuvant system for stimulation of mucosal and systemic antibody responses against inactivated measles virus administered intranasally to mice | |
| WO2021216467A1 (en) | A nano-enabled vaccination approach for coronavirus disease (covid-19) and other viral diseases | |
| Luan et al. | LNP-CpG ODN-adjuvanted varicella-zoster virus glycoprotein E induced comparable levels of immunity with Shingrix™ in VZV-primed mice | |
| CN113412111B (zh) | 包含nfкb抑制剂和佐剂的方法和组合物 | |
| EP1837027A1 (en) | Iridoid glycoside composition | |
| Bhatnagar et al. | Comparison of the effects of different potent adjuvants on enhancing the immunogenicity and cross-protection by influenza virus vaccination in young and aged mice | |
| US20120107353A1 (en) | Composition | |
| Silveira et al. | Quillaja brasiliensis nanoparticle adjuvant formulation improves the efficacy of an inactivated trivalent influenza vaccine in mice | |
| WO2022072486A1 (en) | Respiratory virus therapeutic compositions and methods of preparation and use | |
| Brown | The role of adjuvants in vaccines for seasonal and pandemic influenza | |
| Hayek et al. | Vaccine adjuvants in the immunocompromised host: science, safety, and efficacy | |
| Sisteré-Oró et al. | Influenza NG-34 T cell conserved epitope adjuvanted with CAF01 as a possible influenza vaccine candidate | |
| EP3784250B1 (en) | Methods of enhancing immunogenicity of poorly immunogenic antigen-specific vaccines using oral yeast beta-glucans | |
| Morelli et al. | ISCOMATRIX adjuvant in the development of prophylactic and therapeutic vaccines | |
| Deigin et al. | Peptide ILE-GLU-TRP (Stemokin) Potential Adjuvant Stimulating a Balanced Immune Response |