TH6326B - วิธีสำหรับเคลือบแค็ปเล็ตที่เคลือบด้วยเจละตินแล้วแบบจุ่มสองครั้ง - Google Patents

วิธีสำหรับเคลือบแค็ปเล็ตที่เคลือบด้วยเจละตินแล้วแบบจุ่มสองครั้ง

Info

Publication number
TH6326B
TH6326B TH8801001022A TH8801001022A TH6326B TH 6326 B TH6326 B TH 6326B TH 8801001022 A TH8801001022 A TH 8801001022A TH 8801001022 A TH8801001022 A TH 8801001022A TH 6326 B TH6326 B TH 6326B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
caplets
aforementioned
latin
caplet
coat
Prior art date
Application number
TH8801001022A
Other languages
English (en)
Other versions
TH8339A (th
Inventor
ไอ เบอร์ตา นายนอร์เบิร์ด
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH8339A publication Critical patent/TH8339A/th
Publication of TH6326B publication Critical patent/TH6326B/th

Links

Abstract

ได้เปิดเผยถึงเม็ดยาลักษณะแคปซูลชนิดใหม่และวิธีสำหรับผลิตเม็ดยาดังกล่าววิธีนี้ให้วิธีการสำหรับเคลือบแกนของแข็งดังเช่น แคปเล็ต ด้วยสารเคลือบพวกเจละติน ชนิดที่หนึ่งบนปลายปลายหนึ่ง แล้วจากนั้นเคลือบปลายอีกปลายหนึ่งด้วยสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองซึ่งหนากว่าสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่ง เพื่อเลี่ยนแบบการสวนประกบกันของส่วนครึ่งของแคปซูลกลวงสองส่วน ให้มีชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองที่หนากว่านี้ได้โดยการเคลือบเจละตินเพียงครั้งเดียวจากอ่างสารเคลือบที่มีความหนืดสูงกว่าสารเคลือบในอ่างที่ใช้ทำเป็นชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งโดยอีกทางหนึ่ง ชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองอาจทำให้มีได้โดยการจุ่มส่องครั้งเพื่อให้เป็นชั้นสารพวกเจละตินหรือเจละตินสองชั้น

Claims (5)

1. วิธีสำหรับเคลือบแคปเล็ตด้วยสารเคลือบพวกเจละตินเพื่อทำเป็นเม็ดยาที่เลียนแบบลักษณะแคปซูลที่ประกอบด้วย (ก) การให้มีวิถีทางยึดที่มีช่องสำหรับแคปเล็ตอยู่ภายใน (ข) การสอดปลายที่หนึ่งของแคปเล็ตดังกล่าวเข้าไปในช่องสำหรับแคปเล็ตดังกล่าวในขณะที่ปล่อยให้ปลายที่สองของแคปเล็ตดังกล่าวโผล่ออกมา (ค) การเคลือบสารเคลือบพวกเจละตินลงบนปลายที่สองดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าว (ง) การปล่อยให้สารเคลือบพวกเจละตินดังกล่าวแห้งเพื่อให้เกิดเป็นปลายที่สองที่ได้เคลือบแล้ว (จ) การเคลือบสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งลงบนปลายที่หนึ่งดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าวสารเคลือบพวกเจละตินดังกล่าวที่อยู่บนปลายที่หนึ่งและปลายที่สองดังกล่าวจะปิดคลุมแคปเล็ตดังกล่าวไว้ทั้งหมด (ฉ) การปล่อยให้สารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งดังกล่าวที่อยู่บนปลายที่หนึ่งดังกล่าวแห้ง (ช) การเคลือบสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองลงบนปลายที่หนึ่งดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าว และ (ซ) การปล่อยให้สารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวที่อยู่บนปลายที่หนึ่งดังกล่าวแห้ง สารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สองดังกล่าวที่อยู่บนปลายที่หนึ่งดังกล่าวจะเกิดเป็นชั้นเคลือบเจละตินที่หนากว่าชั้นเคลือบที่เคลือบอยู่บนปลายที่สองดังกล่าว 2. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ยังประกอบต่อไปด้วยขั้นตอนของการให้มีแคปเล็ตที่ถูกเคลือบรองพื้นไว้ก่อนเพื่อลดการดูดซับความชื้นและสารเคลือบพวกเจละตินดังกล่าวไว้โดยแคปเล็ตดังกล่าว 3. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอนดังกล่าว (ค) และ (จ) ดังกล่าวจะเคลือบปลายที่หนึ่งและปลายที่สองดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าวด้วยสารเคลือบพวกเจละตินที่มีสีต่างกัน 4. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (ฉ) และ (ช) ดังกล่าวจะเคลือบปลายที่หนึ่งดังกล่าวด้วยสารเคลือบพวกเจละตินที่มีสีคล้ายกัน 5. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (ค) และ (จ) ดังกล่าวจะเคลือบปลายแคปเล็ตดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 5 ถึง 40 มิล 6. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (ค) และ (จ) ดังกล่าวจะเคลือบปลายแคปเล็ตดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 10 ถึง 30 มิล 7. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (ค) และ (จ) ดังกล่าวจะเคลือบปลายแคปเล็ตดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 15 ถึง 25 มิล 8. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (จ) และ (ช) ดังกล่าวจะเคลือบปลายที่หนึ่งดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 10 ถึง 80 มิล 9. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (จ) และ (ช) ดังกล่าวจะเคลือบปลายที่หนึ่งดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 20 ถึง 60 มิล 1 0. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอน (จ) และ (ช) ดังกล่าวจะเคลือบปลายที่หนึ่งดังกล่าวให้มีความหนาประมาณ 30 ถึง 50 มิล 1 1. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ยังประกอบต่อไปด้วยการส่งย้ายแคปเล็ตดังกล่าวจากวิถีทางยึดวิถีทางแรงดังกล่าวไปยังวิถีทางยึดวิถีทางที่สอง 1 2. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 11 ที่ซึ่งช่องสำหรับแคปเล็ตดังกล่าวถูกเลือกแบบให้มีรูตรงกลางทอดตัวตลอดความยาวของวิถีทางยึดวิถีทางแรกดังกล่าวเพื่อให้แคปเล็ตดังกล่าวผ่านรูดังกล่าวไปได้อย่างน้อยที่ส่วนหนึ่งของรู 1 3. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 12 ที่ซึ่งขั้นตอนการส่งย้ายดังกล่าวประกอบด้วยการเคลื่อนแคปเล็ตดังกล่าวผ่านรูตรงกลางดังกล่าว 1 4. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 13 ที่ซึ่งขั้นตอนการส่งย้ายดังกล่าวประกอบด้วยการทำให้วิถีทางยึดวิถีทางที่สองและวิถีทางแรกดังกล่าวมาอยู่ในแนวเดียวกันแล้วเคลื่อนแคปเล็ตดังกล่าวจากวิถี ทางยึดวิถีทางแรกดังกล่าวไปยังวิถีทางยึดวิถีทางที่สอง 1 5. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 14 ที่ซึ่งขั้นตอนการจัดให้อยู่ในแนวเดียวกันดังกล่าวจะให้วิถีทางยึดวิถีทางที่สองดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งใกล้กับวิถีทางยึดวิถีทางแรกดังกล่าวเพื่อเคลื่อนแคปเล็ตดังกล่าวจากด้านหน้าของวิถีทางยึดวิถีทางแรกดังกล่าวไปยังด้านหน้าของวิถีทางยึดวิถีทางที่สองดังกล่าวเพื่อให้ปลายที่หนึ่งดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าวโผล่ออกมา 1 6. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 11 ที่ซึ่งวิถีทางยึดวิถีทางที่สองดังกล่าวถูกเลือกให้มีรูตรงกลางที่ทอดตัวอยู่ตลอดความยาวของวิถีทางเพื่อให้แคปเล็ตดังกล่าวไปได้อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่งของรู 1 7. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 16 ที่ซึ่งขั้นตอนการส่งย้ายดังกล่าวจะเคลื่อนแคปเล็ตดังกล่าวไปจนกระทั่งปลายที่หนึ่งดังกล่าวยื่นออกจากวิถีทางยึดวิถีทางที่สองดังกล่าว 1 8. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งสารเคลือบพวกเจละตินดังกล่าวถูกเลือกให้ประกอบด้วยเจละติน 1 9. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอนการสอดดังกล่าวประกอบด้วยการจัดแคปเล็ตหลายๆ แคปเล็ตเข้าไปในส่วนตรึงที่ประกอบขั้นด้วยวิถีทางยึดจำนวนหนึ่ง 2 0. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 19 ที่ซึ่งขั้นตอนการสอดดังกล่าวประกอบด้วยการใส่แคปเล็ตหลายๆ แคปเล็ตพร้อมๆ กันเข้าไปในส่วนตรึงดังกล่าวขั้นตอนการใส่ดังกล่าวจะทำให้ปลายที่สองของแคปเล็ตหลายๆ แคปเล็ตดังกล่าวโผล่ออกมา 2 1. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ที่ซึ่งขั้นตอนการเคลือบ (ค) (จ) และ (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวเข้าไปในสารพวกเจละตินและการนำแคปเล็ตดังกล่าวออกมาจากสารพวกเจละตินการจุ่มดังกล่าวทำให้เกิดขั้นเคลือบเจละตินที่เปียกอยู่บนปลายที่หนึ่งและปลายที่สองดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าว 2 2. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 ที่ซึ่งตอนการจุ่มดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวในแนวดิ่งลงไปในอ่างของสารพวกเจละติน 2 3. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 22 ที่ซึ่งขั้นตอนการปล่อยทิ้งให้แห้ง (ง) (ฉ) และ (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการหมุนแคปเล็ตดังกล่าวเพื่อกระจายสารเคลือบดังกล่าวบนแคปเล็ตดังกล่าว 2 4. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 22 ที่ซึ่งอย่างน้อยขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ง) (ฉ) และ (ช) ขั้นตอนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้แคปเล็ตดังกล่าวแห้งในเตา 2 5. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 11 ยังประกอบต่อไปด้วยขั้นตอนการเอาแคปเล็ตดังกล่าวออกจากวิถีทางยึดวิถีทางที่สองดังกล่าวหลังจากขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ซ) ดังกล่าว 2 6. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 25 ที่ซึ่งขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ฉ) ดังกล่าวประกอบด้วยการหมุนแคปเล็ตดังกล่าวเพื่อทำให้แห้งและเพื่อกระะจายสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งดังกล่าวบนปลายที่หนึ่งดังกล่าว 2 7. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 ที่ซึ่งขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการหมุนแคปเล็ตดังกล่าวเพื่อทำให้แห้งและกระจายสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวบนปลายที่หนึ่งดังกล่าว 2 8. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 27 ที่ซึ่งขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ช) ดังกล่าวยังรวมต่อไปถึงการทำให้แคปเล็ตดังกล่าวแห้งในเตา 2 9. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 ที่ซึ่งขั้นตอนการปล่อยให้แห้ง (ฉ) ดังกล่าวยังประกอบต่อไปด้วยการให้แคปเลตดังกล่าวแห้งในเตา 3 0. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 ที่ซึ่งขั้นตอนการเคลือบ (จ) และ (ซ) ดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวลงไปในอ่างของสารพวกเจละตินที่ต่างกัน 3 1. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 29 ที่ซึ่งขั้นตอนการเคลือบ (จ) และ (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวลงไปในอ่างของสารพวกเจละตินที่ต่างกัน 3 2. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 29 ที่ซึ่งขั้นตอนการเคลือบ (จ) และ (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวลงไปในอ่างของสารพวกเจละตินเพียงอ่างเดียว 3 3. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 29 ที่ซึ่งขั้นตอนการเคลือบ (จ) และ (ช) ดังกล่าวประกอบด้วยการจุ่มแคปเล็ตดังกล่าวลงไปในอ่างของสารพวกเจละตินที่ต่างกัน 3 4. เม็ดยาเลียนแบบลักษณะแคปซูลที่ประกอบด้วย (ก) แคปเล็ตที่เป็นของแข็งที่มีปลายที่หนึ่งและปลายที่สองและแคปเล็ตดังกล่าวประกอบขึ้นที่โดยทั่วไปแล้วมีรูปทรงกระบอก (ข) เคลือบสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งลงบนปลายที่สองดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าว และ (ค) เคลือบสารเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองลงบนปลายที่หนึ่งดังกล่าวของแคปเล็ตดังกล่าว ชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวมีความหนามากกว่าความหนาของชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดเป็นเม็ดยาที่มีรอยต่อรอบวงเม็ดยาประมาณตรงจุดกึ่งกลางของแกนตามยาวของเม็ดยา 3 5. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่งชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวประกอบด้วยชั้นเจละตินจำนวนหนึ่ง 3 6. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่งแคปเล็ตดังกล่าวถูกเคลือบรองพื้นไว้เพื่อลดการดูดซับความชื้นและสารเคลือบพวกเจละตินดังกล่าวโดยแคปเล็ตดังกล่าว 3 7. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่งให้ชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งดังกล่าวมีความหนาประมาณ 15 ถึง 25 มิล 3 8. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่งให้ชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวมีความหนาประมาณ 30 ถึง 50 มิล 3 9. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 ที่ซึ่งให้ชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สองดังกล่าวประกอบด้วยเจละติน 4 0. วิธีของข้อถือสิทธิข้อที่ 35 ที่ซึ่งชั้นเจละตินจำนวนหนึ่งดังกล่าวมีความหนารวมเป็นประมาณ 30 ถึง 50 มิล 4
1. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 ที่ซึ่งชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สองดังกล่าวนั้นให้มีความหนาเป็นประมาณ 5 ถึง 40 มิล 4
2. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 ที่ซึ่งแคปเล็ตดังกล่าวประกอบขึ้นโดยมีความกว้างและความยาวที่ซึ่งความยาวดังกล่าวอย่างน้อยจะเป็น 2.5 เท่า ของความกว้าง 4
3. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 ที่ซึ่งชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สองดังกล่าวนั้นให้มีความหนาเป็นประมาณ 15-25 มิล 4
4. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 ที่ซึ่งชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งและชนิดที่สองดังกล่าวประกอบด้วยเจละติน 4
5. เม็ดยาของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 ที่ซึ่งชั้นเคลือบพวกเจละตินชนิดที่สองดังกล่าวจะซ้อนเคลือบพวกเจละตินชนิดที่หนึ่งดังกล่าวเป็นบางส่วนเกิดเป็นรอยต่อแบบของแคปซูลรอบวงของเม็ดยาดังกล่าวที่ประมาณจุดกึ่งกลางของแกนตามยาวของเม็ดยาดังกล่าว
TH8801001022A 1988-12-06 วิธีสำหรับเคลือบแค็ปเล็ตที่เคลือบด้วยเจละตินแล้วแบบจุ่มสองครั้ง TH6326B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH8339A TH8339A (th) 1991-01-20
TH6326B true TH6326B (th) 1996-12-09

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
PT86786B (pt) Processo para a preparacao de comprimidos revestidos com gelatina e dispositivo para a sua preparacao
AU620829B2 (en) Method for double dipping gelatin coated caplets
KR880701264A (ko) 제약, 식품 및 당과 제품의 수성 필름 피막용 폴리덱스트로오스 기재피막
US6126767A (en) Method of manufacturing caplets with a gelatin cover
MX168957B (es) Metodo para producir un guante de trabajo y producto resultante
FR2414994B1 (fr) Manchon polymere de revetement, cylindre prismatique revetu, et procede de revetement
EP1647270A3 (de) Verfahren zum Aufbringen mehrerer Schichten von Beschichtungssubstanzen auf Templatpartikel
JPS54114538A (en) Multilayered coating layer coated with clear varnish as top coat and preparation thereof
CA2036707A1 (en) Improved coated medicaments and apparatus and methods for making the same
KR900015717A (ko) 박피복된 모사 캡슐형 약제
NO165880C (no) Fremgangsmaate for hoeyhastighetsekstruderingsbelegning av et substrat.
UA26868C2 (uk) Спосіб одержаhhя капсул ароматичhого масла та спосіб ароматизації харчових продуктів
ATE380022T1 (de) Multipartikuläre arzneiform, enthaltend mindestens zwei unterschiedlich überzogene pelletformen
ES537985A0 (es) Un metodo para recubrir un substrato con una capa de color de tinte claro
NO151419C (no) Fremgangsmaate ved belegning av kontinuerlige lengder av en polymer med et grafittholdig belegg
EP0781541A3 (en) Method and apparatus for manufacturing pharmaceutical cellulose capsules - sizing the capsule
EP0102832A3 (en) Hard shell gelatin capsule dipping apparatus and method
TH6326B (th) วิธีสำหรับเคลือบแค็ปเล็ตที่เคลือบด้วยเจละตินแล้วแบบจุ่มสองครั้ง
SE8005773L (sv) Enterala overdragna fasta farmaceutiska enhetsdosformer
TH8339A (th) วิธีสำหรับเคลือบแค็ปเล็ตที่เคลือบด้วยเจละตินแล้วแบบจุ่มสองครั้ง
DE3066513D1 (en) Method, apparatus and spray nozzle for coating the inner surface of long tubes of small diameter
DK58584A (da) Fremgangsmaade til belaegning af ensidigt aabne hullegemer
SE7909907L (sv) Forfarande for beleggning av fornetad organopolysiloxan
US2353744A (en) Method of making coated ornamental objects
SU1071864A1 (ru) Способ Ю.П.Конюхова нанесени защитного покрыти на трубу