TH57683A - แผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบด้วยโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้าง - Google Patents

แผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบด้วยโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้าง

Info

Publication number
TH57683A
TH57683A TH0201001891A TH0201001891A TH57683A TH 57683 A TH57683 A TH 57683A TH 0201001891 A TH0201001891 A TH 0201001891A TH 0201001891 A TH0201001891 A TH 0201001891A TH 57683 A TH57683 A TH 57683A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
aluminum foil
approximately
curing
coated
coating
Prior art date
Application number
TH0201001891A
Other languages
English (en)
Inventor
รอบบินส์ บรูซ
Original Assignee
เรย์โนลด์ส เมทัลส์ คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เรย์โนลด์ส เมทัลส์ คัมปะนี filed Critical เรย์โนลด์ส เมทัลส์ คัมปะนี
Publication of TH57683A publication Critical patent/TH57683A/th

Links

Abstract

DC60 (31/05/53) แผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างและวิธีการของการทำ แผ่นฟอยล์ วิธีการของการ ทำแผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิด การติดค้างซึ่ง ประกอบรวมด้วยการป้ายทาสารผสมโพลิเมอร์ ใช้เคลือบชนิดที่สามารถอบบ่มได้ไปบนอย่างน้อยที่สุด ส่วนของด้านหนึ่งของแผ่นฟอยล์อลูมินัมและทำการอบบ่มสารผสมใช้ เคลือบเป็นบางส่วนเพื่อปล่อย ให้มีการจัดการและการดำเนิน กรรมวิธีของแผ่นฟอยล์อลูมินัมที่เคลือบเพิ่มเติมต่อไปอี กโดยปราศจาก การติดขัดของสารผสมใช้เคลือบ การอบบ่ม สารผสมใช้เคลือบได้ทำให้เสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยการ ทำ แผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบนั้นให้ร้อนในบัลค์ สารผสมโพลิ เมอร์ใช้เคลือบนั้นก็อาจจะรวมถึง โพลีเอสเตอร์ชนิดที่สามารถ ทำให้เป็นครอส-ลิ้งค์ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างและวิธีการของการทำ แผ่นฟอยล์ดังกล่าว วิธีการของการ ทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบ โพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิด การติด ค้างที่ซึ่งประกอบรวมด้วยการป้ายทาสารผสมโพลิเมอร์ ใช้เคลือบชนิดที่สามารถอบบ่มได้ไปบนอย่าง น้อยที่สุดบริเวณ ด้านหนึ่งของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมและทำการอบบ่มสารผสมใช้ เคลือบเป็นบางส่วน เพื่อปล่อยให้มีการจัดการและการดำเนิน กรรมวิธีของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่เคลือบเพิ่มเติมต่อไปอี ก โดยปราศจากการติดขัดของสารผสมใช้เคลือบดังกล่าว การอบบ่ม สารผสมใช้เคลือบได้ทำให้เสร็จ ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบนั้นให้ร้อนในบัลค์ สารผสมโพลิ เมอร์ใช้ เคลือบนั้นก็อาจจะรวมถึงโพลีเอสเตอร์ชนิดที่สามารถ ทำให้เป็นครอส-ลิ้งค์

Claims (52)

1. วิธีการชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเคลือบที่ประกอบรวมด้วย : การป้ายทาสารผสมใช้เคลือบที่มีโพลีเอสเตอร์เป็นสารพื้นฐาน ชนิดที่สามารถใช้อบบ่มได้ ไปบนอย่างน้อยที่สุดในบริเวณด้าน หนึ่งของชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเพื่อทำให้ได้เป็นชิ้นผลิตภัณฑ์ โลหะที่ ถูกเคลือบไว้; และ การอบชั้นเคลือบเป็นบางส่วนในขั้นตอนการทำให้ร้อนขั้นตอน แรกโดยการทำชิ้นผลิต ภัณฑ์โลหะที่เคลือบนั้นให้ร้อนที่ อุณหภูมิสูงอย่างเพียงพอเพื่อให้ได้การอบชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะ ที่ เคลือบนั้นได้ครบถ้วนสมบูรณ์ในบัลค์โดยปราศจากการติดขัด ใด ๆ
2. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 1, โดยที่ชิ้นผลิตภัณฑ์ โลหะดังกล่าวเป็นแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม
3. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, โดยที่ขั้นตอนการทำให้ ร้อนขั้นตอนแรกดังกล่าวประกอบ เพิ่มเติมด้วยการผ่าน แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่เคลือบนั้นเข้าไปในเตาอบด้วยกรรม วิธีแบบต่อเนื่องที่อัตรา ปริมาณการผลิตและที่อุณหภูมิของ เตาอบอย่างอย่างเพียงพอเพื่อยอมให้อุณหภูมิของผิวหน้าโลหะ ของ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมนั้นมีอุณหภูมิขึ้นไปจนถึงอย่างน้อย ที่สุดประมาณ 300 อาศาฟาเรนไฮท์ขณะที่ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียม ที่เคลือบนั้นออกจากเตาอบ
4. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, ซึ่งประกอบเพิ่มเติมรวม ด้วยขั้นตอนการม้วนแผ่นฟอยล์ อลูมิเนียมเคลือบที่ได้อบบ่ม เป็นบางส่วนเข้าไว้เป็นม้วน; การทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่เป็นม้วนนั้นให้เย็นลง; และ ขั้นตอนการทำให้ร้อนขั้นตอนที่สองที่ประกอบรวมด้วยการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่ เป็นม้วนนั้นให้ได้อุณหภูมิและ ในระยะเวลาที่อย่างเพียงพอเพื่อทำให้การอบบ่มสารผสมใช้ เคลือบนั้น จบอย่างสมบรูณ์
5. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, โดยที่สารผสมใช้เคลือบ ดังกล่าวนั้นได้ถูกป้ายทาไปบน แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในปริมาณ ตั้งแต่ประมาณ 0.025 ถึง 0.2 ปอนด์ต่อ 3,000 ตารางฟุต
6. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, โดยที่การทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่เป็นม้วนให้เย็นลง ดังกล่าวนั้น ได้ค่อย ๆ ทำไปทีละเล็กทีละน้อย
7. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, โดยที่สารผสมใช้เคลือบ ดังกล่าวประกอบด้วยอย่างน้อยที่ สุดสารชนิดหนึ่งของโพลีเอส เตอร์ เรซินที่สามารถทำให้เป็นครอส-ลิ้งค์ได้, สารใช้อบ บ่ม, ตัวทำ ละลาย หรือสารช่วยให้คลายตัว
8. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 2, โดยที่ขั้นตอนการทำให้ ร้อนขั้นตอนแรกดังกล่าวประกอบ ด้วยการทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม ในรูปของใยตาข่ายให้ร้อนเป็นที่อุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 300 ถึง ประมาณ 350 องศาฟาเรนไฮท์
9. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 4, โดยที่ขั้นตอนการทำให้ ร้อนขั้นตอนที่สองดังกล่าว ประกอบด้วยการทำแผ่นฟอยล์อลูมิ เนียมในรูปที่เป็นม้วนให้ร้อนเพื่อให้ได้อุณหภูมิตั้งแต่ ประมาณ 350 ถึงประมาณ 425 องศาฟาเรนไฮท์
10. วิธีการของการทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบชนิดที่ไม่ทำ ให้เกิดการติดค้างที่ซึ่ง ประกอบรวมด้วย: การป้ายทาสารผสมใช้เคลือบที่มีโพลีเอสเตอร์เป็นสารพื้นฐาน ชนิดที่สามารถใช้อบบ่มได้ ไปบนอย่างน้อยที่สุดบริเวณด้าน หนึ่งของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม; การอบบ่มสารผสมใช้เคลือบเป็นบางส่วนอย่างเพียงพอเพื่อปล่อย ให้ได้การม้วนแผ่นฟอยล์ อลูมิเนียมให้อยู่ในรูปที่เป็นม้วน ได้โดยปราศจากการติดขัดของสารผสมใช้เคลือบดังกล่าว; และ การอบบ่มสารผสมใช้เคลือบนั้นให้เสร็จสมบูรณ์โดยการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่ เป็นม้วนนั้นให้ร้อน
11. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, โดยที่การอบบ่มให้ เสร็จสมบูรณ์นั้นประกอบ-ด้วยการ ทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูป ที่เป็นม้วนให้ร้อนในเตาอบโดยปราศจากการติดขัดของม้วนอลู มิเนียมที่ ซึ่งประกอบรวมด้วยสารผสมใช้เคลือบดังกล่าว
12. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, โดยที่การอบบ่มให้ เสร็จสมบูรณ์ประกอบด้วยการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่ เป็นม้วนมั้นให้ร้อนเป็นที่อุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 350 ถึง ประมาณ 425 องศาฟาเรนไฮท์ ในระยะเวลานานตั้งแต่ประมาณ 1 ถึง ประมาณ 5 ชั่วโมง
13. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, โดยที่การอบบ่มให้ เสร็จสมบูรณ์ประกอบด้วยการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่ เป็นม้วนมั้นให้ร้อนที่อุณหภูมิประมาณอย่างน้อยที่สุด ประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮท์ ในระยะเวลานานอย่างน้อยที่สุด ประมาณ 5 นาที
14. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 10, โดยที่สารผสมใช้ เคลือบดังกล่าวประกอบด้วยโพลีเอส เตอร์ เรซินที่สามารถทำให้ เป็นครอส-ลิ้งค์ได้, สารช่วยอบบ่ม และตัวทำละลาย
15. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างที่ทำได้ตามวิธีการ ของข้อถือสิทธิข้อที่ 4
16. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างที่ทำได้ตามวิธีการ ของข้อถือสิทธิข้อที่ 10
17. ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิด การติดค้างที่ประกอบรวมด้วย: ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะ; และ การเคลือบที่มีโพลิเอสเตอร์เป็นสารพื้นฐานชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างที่ได้ยึดติดไว้บน อย่างน้อยที่สุดบริเวณ ด้านหนึ่งของชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะ, โดยที่การเคลือบทำให้เกิด ขึ้นได้โดย: การป้ายทาสารเคลือบที่มีโพลิเอสเตอร์เป็นสารพื้นฐานชนิดที่ ไม่ทำให้เกิดการติดค้างไปบน อย่างน้อยที่สุดบริเวณด้านหนึ่ง ของชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะ , การอบชั้นเคลือบเป็นบางส่วนในขั้นตอนการทำให้ร้อนขั้นตอน แรกโดยการทำชิ้นผลิต ภัณฑ์โลหะที่เคลือบนั้นให้ร้อนที่ อุณหภูมิสูงอย่างเพียงพอเพื่อยอมให้การอบบ่มชิ้น ผลิตภัณฑ์ โลหะที่ เคลือบนั้นเสร็จสมบูรณ์ในบัลค์โดยปราศจากการติดขัด ใด ๆ เลย ค่อย ๆ ทำชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะให้เย็นลงและทำการม้วนชิ้นผลิต ภัณฑ์โลหะที่เคลือบชนิดที่ ใช้อบบ่มเป็นบางส่วนนั้นให้อยู่ ในรูปแบบบัลค์ ; และ การทำชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะในรูปแบบบัลค์นั้นให้ร้อนเพื่อให้ ได้อุณหภูมิและระยะเวลาที่นาน เพียงพอทำให้การอบบ่มสารผสม ใช้เคลือบนั้นครบถ้วนสมบูรณ์
18. ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเคลือบของข้อถือสิทธิข้อที่ 17 โดย ที่ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเคลือบดัง กล่าวเป็นแผ่นฟอยล์
19. ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะเคลือบของข้อถือสิทธิข้อที่ 17 โดย ที่ชิ้นผลิตภัณฑ์โลหะที่เคลือบดัง กล่าวนั้นทำได้ด้วยโลหะ ที่ประกอบรวมด้วยอลูมิเนียม, ทองแดง, เงิน, โครเมียม หรือ โลหะผสมของ โลหะดังกล่าวเหล่านั้น
20. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างที่ซึ่ง ประกอบรวมด้วย: ซิลิโคน เรซินชนิดที่เลือกสรรจากกลุ่มที่ประกอบด้วยไดเม เทธิล โพลีไซลอกเซน, เมทธิลฟี นิล โพลีไซลอกเซนที่ได้มดิ ฟายด์ด้วยโพลีเอสเตอร์ และซิลิโคน เรซินที่มีหมู่ฟังค์-ชั่น นอล ไฮดรอก ซิล; สารซิลิโคน เรซินใช้อบบ่ม: สารซิลิโคนช่วยให้คลายตัว: ตัวทำละลาย; และ ปริมาณที่ให้ประสิทธิผลของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ชนิดฟีนอลที่ มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีด ขวาง
21. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารซิลิ โคนช่วยให้คลายตัวดังกล่าว คือสารประกอบโพลิไดเมทธิลไซลอกเซนชนิดเหลว, สารใช้อบบ่มดัง กล่าวคือเกลือของโลหะซิ้งค์ และสารฟีนอลที่มีขนาดโมเลกุล ใหญ่กีดขวางนั้นคือ 2.6-ไดซับสทิทิว เตด ฟีนอล
22. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารฟี นอลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีด ขวางดังกล่าวคือบิวทิเลเตด ไฮดรอกซี โทลูอีน
23. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่มีการใช้ สารฟีนอลที่มีขนาดโมเลกุล ใหญ่กีดขวางดังกล่าวในปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 4.0% โดย น้ำหนักเมื่อเทียบกับน้ำหนักของซิลิโคนเรซิน
24. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารใช้อบ บ่มดังกล่าวคือซิ้งค์ นี โอเดคาเนท
25. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่ซิลิโคน เรซินดังกล่าวอยู่ในรูปของ สารละลาย
26. สารผสมใช้เคลือบชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างของข้อ ถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่มีการใช้ สารช่วยคลายตัวชนิดซิลิ โคน ดังกล่าวในปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 5.0% โดย น้ำหนัก, มี การใช้ตัวเร่งปฎิกิริยาทำการอบบ่มดังกล่าวใน ปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.05 ถึงประมาณ 2.0% โดยน้ำ หนัก และมี การใช้สารฟีนอลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีดขวางดังกล่าวใน ปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึง ประมาณ 4.0% โดยน้ำหนักเมื่อ เทียบกับน้ำหนักของซิลิโคน เรซิน
27. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างที่ซึ่งประกอบรวม ด้วย : แผ่นฟอยล์อลูมิเนียม; และ การเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างให้ยึดติด ไปบนอย่างน้อยที่สุดบริเวณด้าน หนึ่งของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม โดยที่การเคลือบโพลิเมอร์ดังกล่าวประกอบด้วยสารผสมใช้ เคลือบชนิด ที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้างที่ซึ่งประกอบรวมด้วย ซิลิโคนเรซินชนิดที่เลือกสรรจากกลุ่มประกอบด้วยไดเมเทธิล โพลีไซลอกเซน, เมทธิลฟี นิล โพลิไซลอกเซนที่โมดิฟายด์ด้วยโพ ลีเอสเตอร์ และซิลิโคน เรซินที่มีหมู่ฟังก์ชั่นนอล ไฮดรอก ซิล; สารซิลิโคนช่วยให้คลายตัว; และ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ชนิดฟีนอลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีดขวาง
28. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างของข้อถือสิทธิข้อที่ 27 โดยที่สารซิลิโคนช่วย ให้คลายตัวดังกล่าวคือสารประกอบโพลีไดเมทธิลไซลอกเซนชนิด เหลว
29. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่สารฟีนอลที่มี ขนาดโมเลกุลใหญ่กีดขวางคือบิวทิเลเตด ไฮดรอกซี โทลูอีน
30. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างของข้อถือสิทธิที่ 78 โดยที่มีการใช้สารฟี นอลที่มีขนาด โมเลกุลใหญ่กีดขวางในปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 4.0% โดยน้ำหนักเมื่อเทียบกับน้ำหนักของซิลิ โคน เรซิน
31. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างของข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่มีการใช้สารซิลิ โคนช่วยให้คลายตัวในปริมาณตั้งแต่ปะมาณ 0.1 ถึงประมาณ 5.0% โดยน้ำ หนัก และมีการใช้สารฟีนอลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีด ขวางดังกล่าวในปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.1 ถึง ประมาณ 4.0% โดย น้ำหนักเมื่อเทียบกับน้ำหนักของซิลิโคน เรซิน
32. วิธีการของการทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบที่ซึ่ง ประกอบรวมด้วย : การป้ายทาสารผสมใช้เคลือบชนิดที่สามารถอบบ่มได้ไปบนอย่าง น้อยที่สุดบริเวณด้านหนึ่ง ของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเพื่อทำ ให้ได้เป็นแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบ; และ การอบชั้นเคลือบเป็นบางส่วนในขั้นตอนการทำให้ร้อนขั้นตอน แรกโดยการทำแผ่นฟอยล์ อลูมิเนียมเคลือบให้ร้อนที่อุณหภูมิ สูงอย่างเพียงพอเพื่อปล่อยให้การอบแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม เคลือบ นั้นเสร็จสมบูรณ์ในบัลค์โดยปราศจากการติดขัดใด ๆ
33. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 31 โดยที่ขั้นตอนการทำให้ ร้อนขั้นตอนแรก ดังกล่าว ประกอบเพิ่มเติมด้วยการผ่าน แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่เคลือบนั้นเข้าไปในเตาอบด้วยกรรม วิธีแบบต่อ เนื่องที่อัตราปริมาณการผลิตและที่อุณหภูมิของ เตาอบอย่างเพียงพอเพื่อทำให้อุณหภูมิของผิวหน้า โลหะของ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเป็นที่อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุดที่ ประมาณ 480 องศาฟาเรนไฮท์ขณะที่ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมดัง กล่าวเคลื่อนตัวออกจากเตาอบ
34. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 31, ซึ่งประกอบเพิ่ม เติมรวมอีกด้วยขั้นตอนการม้วน แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบชนิด ใช้อบบ่มได้เป็นบางส่วนนั้นเข้าไว้เป็นม้วน; การทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในรูปที่เป็นม้วนนั้นให้เย็นตัวลง ; และ ขั้นตอนการทำให้ร้อนขั้นตอนที่สองที่ซึ่งประกอบรวมด้วยการ ทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมใน รูปที่เป็นม้วนนั้นให้ได้อุณหภูมิ และในระยะเวลาที่เพียงพอทำให้การอบบ่มสารผสมใช้เคลือบดัง กล่าวเสร็จอย่างสมบูรณ์
35. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 32, โดยที่มีการป้ายทา สารผสมใช้เคลือบดังกล่าวไปบน แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมในปริมาณ ตั้งแต่ประมาณ 0.025 ถึงประมาณ 0.040 ปอนด์ต่อ 3,000 ตาราง ฟุต
36. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 33 , โดยที่การทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่อยู่ในรูปที่เป็นม้วน ดังกล่าวนั้น ให้ค่อย ๆ เย็นตัวลงโดยใช้ลมหรือสารชนิดเหลว
37. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 34 , โดยที่สารผสมใช้ เคลือบชนิดที่สามารถอบบ่มได้ดัง กล่าวประกอบด้วย: ซิลิโคน เรซิน, สารซิลิโคนช่วยให้คลายตัว, สารซิลิโคน เรซินใช้อบบ่ม, สารฟีนอล ชนิด โมเลกุลใหญ่กีดขวางและตัวทำละลาย
38. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่ขั้นตอนการทำ ให้ร้อนขั้นตอนที่สองดังกล่าวรวม ถึงการทำแผ่นฟอยล์อลูมิ เนียมในรูปที่เป็นม้วนนั้นให้ร้อนเพื่อให้ได้เป็นที่ อุณหภูมิตั้งแต่ประมาณ 350 ถึงประมาณ 500 องศาฟาเรนไฮท์ นานประมาณ 5 ถึงประมาณ 1 ชั่วโมงภายในเตาอบ
39. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 34, โดยที่ขั้นตอนการทำ ให้ร้อนขั้นตอนที่สองดังกล่าวรวม ถึงการทำแผ่นฟอยล์อลูมิ เนียมที่อยู่ในรูปที่เป็นม้วนดังกล่าวนั้นให้ร้อนเป็นที่ อุณหภูมิอย่างน้อยที่สุดที่ 425 องศาฟาเรนไฮท์นานประมาณ 3 ชั่วโมง
40. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 37, โดยที่ซิลิโคน เรซิน ดังกล่าวได้เลือกสรรจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยไดเมเทธิล โพลีไซ ลอกเซน, เมทธิลฟีนิล โพลีไซลอกเซนที่โมดิฟายด์ด้วย โพลิเอส เตอร์ และซิลิโคน เรซินที่มีหมู่ฟังค์ชั่นนอล ไฮดรอกซิล
41. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 37, โดยที่แอนตี้ออกซิ แดนท์ชนิดฟีนอลที่มีโมเลกุลใหญ่ กีดขวางดังกล่าวคือบิวทิเลเ ตด ไฮดรอกซี โทลูอีน
42. วิธีการของการทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบชนิดที่ไม่ทำ ให้เกิดการติดค้างที่ซึ่ง ประกอบรวมด้วย: การป้ายทาสารผสมใช้เคลือบชนิดที่สามารถใช้อบบ่มได้ไปบน อย่างน้อยที่สุดบริเวณด้าน หนึ่งของแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม ; การอบบ่มสารผสมใช้เคลือบที่ได้รูปแบบแล้วนั้นเป็นบางส่วน อย่างเพียงพอเพื่อทำให้ได้ การม้วนแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม เคลือบให้อยู่ในรูปที่เป็นม้วนได้โดยที่ปราศจากการติดขัด ของสารผสม ใช้เคลือบ; และ การทำให้การอบบ่มสารผสมใช้เคลือบนั้นเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์ โดยการทำแผ่นฟอยล์ อลูมิเนียมที่เป็นม้วนนั้นให้ร้อน
43. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่ขั้นตอนการอบ บ่มเป็นบางส่วนดังกล่าวรวมถึงการ ผ่านแผ่นฟอยล์อลูมิเนียม ที่เคลือบแล้วนั้นเข้าไปในเตาอบด้วยกรรมวิธีการการแบบต่อ เนื่องที่อัตราปริมาณ การผลิตที่ซึ่งเป็นเหมือนกันกับอัตรา ปริมาณการผลิต ของกรรมวิธีต้นทางสำหรับใช้ในการทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมและ ที่อุณหภูมิของเตาอบที่เพียงพอเพื่อให้ได้อุณหภูมิของผิว หน้าโลหะของ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเป็นที่อุณหภูมิอย่างน้อย ที่สุดประมาณ 4800 องศาฟาเรนไฮท์ขณะที่แผ่นฟอยล์ อลูมิเนียม เคลื่อนตัวออกจากเตาอบ
44. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่การทำให้การอบ บ่มเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์รวมถึง การทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่ อยู่รูปที่เป็นม้วนนั้นให้ร้อนในบัลค์ภายในเตาอบ
45. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่การทำให้การอบ บ่มเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์รวมถึง การทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่ อยู่รูปที่เป็นม้วนนั้นให้ร้อนเป็นที่อุณหภูมิตั้งแต่ ประมาณ 350 ถึง ประมาณ 500 องศาฟาเรนไฮท์ นานประมาณ 5 ถึง ประมาณ 1 ชั่วโมง
46. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่การทำให้การอบ บ่มเสร็จครบถ้วนสมบูรณ์รวมถึง การทำแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่ อยู่รูปที่เป็นม้วนนั้นให้ร้อนเป็นที่อุณหภูมิอย่างน้อยที่ สุด 425 องศาฟา เรนไฮท์ นานประมาณ 3 ชั่วโมง
47. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่การทำ แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมที่อยู่ในรูปที่เป็นม้วน นั้นค่อย ๆ เย็นตัวลงโดยใช้ลมหรือสารชนิดเหลว
48. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42, โดยที่สารผสมใช้ เคลือบนั้นได้ถูกป้ายเคลือบไปโดยใช้ แม่พิมพ์ลูกกลิ้งทรง กระบอก
49. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 42 , โดยที่สารผสมใช้ เคลือบชนิดที่สามารถอบบ่มได้ดัง กล่าวประกอบด้วย : ซิลิโคน เรซิน, สารซิลิโคนช่วยให้คลายตัว, สารซิลิโคนใช้อบ บ่ม, สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ชนิดฟินอลที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กีด ขวาง และตัวทำละลาย
50. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 49, โดยที่สารแอนตี้ออก ซิแดนท์ชนิดฟีนอลที่มีขนาด โมเลกุลใหญ่กีดขวางคือบิวทิเลเตด ไฮดรอกซี โทลูอีน
51. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างที่ทำได้ด้วยวิธีการ ของข้อถือสิทธิข้อที่ 33
52. แผ่นฟอยล์อลูมิเนียมเคลือบโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้าง โดยที่การเคลือบ โพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้ เกิดการติดค้างดังกล่าวนั้นทำได้ด้วยวิธีการของข้อถือสิทธิ ข้อที่ 34
TH0201001891A 2002-05-23 แผ่นฟอยล์อลูมินัมเคลือบด้วยโพลิเมอร์ชนิดที่ไม่ทำให้เกิดการติดค้าง TH57683A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH57683A true TH57683A (th) 2003-08-13

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
TW557256B (en) Process for the preparation of a decorated substrate
RU2499676C2 (ru) Способ декорирования подложек с порошковым покрытием
JP2009530215A5 (th)
WO2012158511A1 (en) Polylactic acid-based coating and uses therefor
WO2000020228A1 (en) Transfer material, surface-protective sheet, and process for producing molded article with these
JP2002045765A (ja) コーティング製品の製造方法及びその装置
JP6014653B2 (ja) ハードコーティング用組成物及びこれを用いた低温成形性及びスリップ性に優れたハードコーティング形成用シート
KR101819290B1 (ko) 광택도 조절이 용이한 표면처리 금속재 및 그 제조방법
CN109942801B (zh) 一种mdf材质用高流平性50:50聚酯树脂及其制备方法与应用
EP2153911A1 (en) Painting/coating process using a powder primer with high reactivity, polymerisable in a single step with the finishing coat
EP2190899A1 (en) Hydroxyl polyester resins for dye ink sublimation
KR101299832B1 (ko) 금속 표면에 비접착 특성을 부여하는 방법
CA2536592A1 (en) Heat-resistant label applicable at high temperature
US6248408B1 (en) Method for simultaneously curing powder underlayer coating and PVD deposition of thin film layer
KR101538447B1 (ko) 이형 시트
KR102020274B1 (ko) Pcm 칼라강판의 제조시스템 및 이를 이용한 pcm 칼라강판의 제조방법
JP2003246195A (ja) 水圧転写方法
JPS6235830B2 (th)
JP2006516472A5 (th)
TW593594B (en) Curable and emboss-formable coating composition, process for metal plates having embossed film and products produced therefrom
US20030198765A1 (en) Process for making a metal-polymer composite having an irradiated and thermally adhered polymer coating
RU2402640C2 (ru) Способ получения тонкослойного фторопластового покрытия на металлических изделиях
JP2003056588A (ja) 結合部材
JPH03175026A (ja) 塑性加工用金属板及びその製造方法
KR950702452A (ko) 코팅공정 및 코팅조성물