TH5758A - วิธีการให้การป้องกันฝาภาชนะให้ความร้อนสำหรับหลอมเหลวขวดแก้ว - Google Patents

วิธีการให้การป้องกันฝาภาชนะให้ความร้อนสำหรับหลอมเหลวขวดแก้ว

Info

Publication number
TH5758A
TH5758A TH8801000507A TH8801000507A TH5758A TH 5758 A TH5758 A TH 5758A TH 8801000507 A TH8801000507 A TH 8801000507A TH 8801000507 A TH8801000507 A TH 8801000507A TH 5758 A TH5758 A TH 5758A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
per
cover
lid
layer
container
Prior art date
Application number
TH8801000507A
Other languages
English (en)
Inventor
จูเนียร์
โนล ฮิวส์ นายแกรี
แอนโธนี พีโคราโด นายจอร์จ
อีแรสมัส คุงเคส นายเยอรัลด์
มาร์ติน เดมาเรสท์ นายเฮนรี
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
พีพียี อินดัสตรีส
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น, พีพียี อินดัสตรีส filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH5758A publication Critical patent/TH5758A/th

Links

Abstract

OCR 11RK ฝา (28) ของภาชนะหลอมแก้ว (10) เลื่อมสภาพลงเนื่องจากผลของการ กัดกร่อนและความร้อน ฝาดังกล่าวได้รับการระบายความร้อนและอุณหภูมิของผิวด้านในเปิด ของฝาดังกล่าวถูกควบคุมไว้เพื่อทำให้อนุภาคและสารหลอมเหลวที่ถูกนพาไปกับแก๊สทิ้งหมุน เวียนอยู่ภายในภาชนะดังกล่าวแล้วติดเข้ากับผิวฝา (42) เกิดเป็นผิวเคลือบป้องกันและ เป็นฉนวน (54) ซึ่งทำให้อายุการใช้งานของฝาเพิ่มขึ้น ในรูปแบบหนึ่ง (รูปที่ 7) ฝาโลหะ ที่ได้รับการระบายความร้อนและมีหลายชั้น (128) สำหรับภาชนะให้ความร้อน (110) มีแผนรองรับหลัก (148) ที่ทำงานจากเหล็กกล้าคาร์บอนต่ำและผิวเคลือบทับเหล็กกล้าโครม (150) ซึ่งให้อยู่ที่ส่วนภายในที่ร้อนของภาชนะ ผิวเคลือบหัวเหล็กกล้าโครมดังกล่าวมี ปริมาณโครเมียมประมาณ 10-25% โดยน้ำหนัก

Claims (56)

OCR 11RK
1.วิธีการให้การป้องกันผิวด้านในที่เปิดของภาชนะให้ความร้อนโดยที่สารใน ภาชนะดังกล่าวที่อยู่ต่ำใต้ผิวที่เปิดดังกล่าวได้รับความร้อนเพื่อให้สารดังกล่าวหลอมเหลว และให้มีการหมุนเวียนของแก๊สทิ้ง ซึ่งรวมทั้งอนุภาคและสารหลอมเหลวที่ถูกนำพาไปด้วย ขึ้นในภาชนะดังกล่าวและให้แก๊สดังกล่าวเคลื่อนไปปะทะกับผิวด้านในที่เปิดดังกล่าว ซึ่งประกอบ ขึ้นด้วยการระบายความร้อนแก่ผิวที่เปิดดังกล่าวให้มีรัดับอุณหภูมิซึ่งอนุภาคและสารหลอมเหลว ดังกล่าวเมื่อสัมผัสกับผิวที่ได้รับการระบายความร้อนดังกล่าวแล้วติดเข้ากับผิวดังกล่าว ประกอบชิ้นเป็นชั้นป้องกันบนผิวดังกล่าวและโดยที่มีสารซึ่งถูกนำพาไปด้วยเกาะติดเพิ่มไปบน สารซึ่งถูกนำพาไปกับแก๊สทิ้งและจับเกาะ มาก่อนเพื่อเพิ่มความหนาของชั้นดังกล่าว
2.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ชั้นป้องกันดังกล่าวเป็นฉนวนความร้อน ให้แก่ผิวด้านในดังกล่าว ความหนาของชั้นดังกล่าวเพิ่มขึ้นจนกระทั่งอุณหภูมิภายในภาชนะ ดังกล่าวเพียงพอที่จะหลอมละลายสารที่ถูกนำพาไปกับแก๊สทิ้งและพึ่งเกาะติดบนชั้นดังกล่าว เพื่อรักษาให้มีความหนาของชั้นสารค่อนข้างคงที่บนผิวดังกล่าวและให้มีอุณหภูมิทำให้ร้อนภายใน ภาชนะดังกล่าวค่อนข้างคงที่
3.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยการแปรเปลี่ยนปริมาณความ ร้อนในภาชนะดังกล่าวเพื่อการแปรเปลี่ยนความหนาของชั้นดังกล่าว
4.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 หรือ 3 ซึ่งประกอบด้วยการแปรเปลี่ยนอัตรา การระบายความร้อนของผิวที่เปิดดังกล่าวเพื่อการแปรเปลี่ยนความหนาของชั้นดังกล่าว
5.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้างต้นข้อใดข้อหนึ่งโดยที่สารดังกล่าวคือขวดแก้ว และผิวดังกล่าวเป็นผิวเปิดของฝาปิดของภาชนะให้ความร้อนดังกล่าว
6.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้างต้นข้อใดข้อหนึ่งโดยที่ผิวเปิดดังกล่าวได้รับการ เคลือบด้วยซิเมนต์ทนไฟ
7.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ชั้นดังกล่าวยึดเหนี่ยวที่ ผิวเปิดดังกล่าว
8.วิธีการตามข้อถือสิทธิข้างต้นข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่ผิวเปิดดังกล่าวมีชิ้นส่วน วึ่งประกอบด้วยรูเล็กๆ ต้านทานต่อความร้อนยึดติดอยู่ด้วยเพื่อช่วยยึดเหนี่ยวชั้นดังกล่าว เข้ากับผิวดังกล่าว
9.ฝาปิดสำหรับสารงวดในภาชนะให้ความร้อนโดยที่แก๊สทิ้งซึ่งเป็นผลมาจาก การให้ความร้อนแก่สารงวดในโพรงของภาชนะดังกล่าวมีการหมุนเวียนอยู่ภายในนั้นและให้ การนำพาอนุภาคและสารหลอมเหลวไปในแก๊สทิ้งดังกล่าว ซึ่งประกอบด้ยชั้นป้องกันชั้นหนึ่ง รวมถึงส่วนของอนุภาคและสารหลอมเหลวดังกล่าวที่ให้มีอยู่บนผิวด้านในดังกล่าวเพื่อป้องกัน และเป็นฉนวนแก่ผิวดังกล่าว และวิถีทางเพื่อการควบคุมการระบายความร้อนแก่ผิวด้านใน ดังกล่าวเพื่อแปรเปลี่ยนความหนาของชั้นป้องกันดังกล่าว
10.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 9 วึ่งประกอบด้วยวิถีทางเพื่อการเพิ่มขึ้นที่ผิวของ ผิวด้านในดังกล่าว
11.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 10 โดยที่วิถีทางเพื่อการเพิ่มพื้นที่ผิวคือโดยการ ยึดเหนี่ยวชั้นดังกล่าวเข้ากับผิวด้านในดังกล่าว
12.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 11 โดยที่ผิวด้านในดังกล่าวรวมถึงส่วนของพื้นผิว ที่เจาะเป็นช่อง
13.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 11 โดยที่ชิ้นส่วนที่ประกอบด้วยรูเล็กๆ ดังกล่าว ได้รับการยึดติดกับผิวด้านในดังกล่าวของฝาดังกล่าว
14.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 13 โดยที่ชิ้นส่วนที่ประกอบด้วยรูเล็ก ๆ ดังกล่าว เป็นแผ่นเหล็กแผ่
15.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 4-14 ข้อใดข้อหนึ่ง โดยที่สารงวดดังกล่าวคือ ขวดแก้ว
16.ฝาแบบมีหลายชั้นสำหรับภาชนะทำให้ร้อนซึ่งประกอบด้วย -แผ่นฐานแข็ง และ -ชิ้นส่วนต้านทานต่อความร้อนอยู่เหนือส่วนหนึ่งของผิวส่วนใหญ่ที่อยู่ต่ำลงมา ของแผ่นฐานดังกล่าว
17.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 16 ดดยที่ชิ้นส่วนต้านทานต่อความร้อนดังกล่าว เป็นแอลลอยที่มีองค์ประกอบของโครเมียมประกอบอยู่ด้วย
18.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 17 โดยที่แอลลอยที่มีองค์ประกอบของโครเมียม ประกอบอยู่ด้วยดังกล่าวเป็นเหล็กกล้าโครมที่มีปริมาณโครเมียมประมาณ 10-27% โดยน้ำหนัก
19.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 18 โดยที่ชิ้นส่วนต้านทางต่อความร้อนดังกล่าว รวมถึงชิ้นส่วนต้านทานต่อความร้อนจำนวนหนึ่งที่วางซ้อนกันอยู่
20.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 19 โดยที่ชิ้นส่วนต้านทางต่อความร้อนดังกล่าว เป็นแผ่นเหล็กกล้าโครเมียม
21.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 19 โดยที่ชิ้นส่วนต้านทางต่อความร้อนดังกล่าว เป็นรอยเชื่อมของเหล้กกล้าโครม
22.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 16-31 ข้อใดข้อหนึ่งซึ่งรวมถึงวิถีทางในการ ระบายความร้อนแก่ฝาดังกล่าว
23.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 22 โดยที่แผ่นฐานดังกล่าวรวมถึงแผ่นรองรับ จำนวนหนึ่งโดยที่แต่ละแผ่นมีชิ้นส่วนต้านทานต่อความร้อนช้อนอยู่บนอย่างน้อยส่วนหนึ่งของ ผิวด้านล่างของแผ่นรองรับดังกล่าวแต่ละแผ่นและยังรวมถึงวิถีทางในการรองรับแผ่นรองรับ ที่ได้เลือกไว้อย่างเป็นอิสระต่อกันและเป็นระยะ ๆ เหนือภาชนะดังกล่าวในลักษณะที่ให้แผ่น รองรับ ซึ่งได้เลือกไว้ดังกล่าวเคลื่อนที่ได้ในแนวที่ดิ่งอย่างสัมพันธ์กบแผ่นรองรับอื่นๆ เพื่อที่ จะให้มีการถอดออกและเปลี่ยนแผ่นรองรับซึ่งได้เลือกไว้ดังกล่าวได้
24.ฝาสำหรับเตาหลอมสารโดยรวมถึงภาชนะให้ความร้อนและวิถีทางสำหรับ ให้ความร้อนแก่สารที่อยู่ภายในภาชนะดังกล่าวโดยที่มีบางส่วนของสารดังกล่าวถูกนำพาเข้า ไปในแก๊สทิ้งจากวอถีทางให้ความร้อนดังกล่าวและโดยที่มีบางส่วนของสารดังกล่าวกลายเป็นไอ และรวมเข้ากับแก๊สทิ้งดังกล่าวเพื่อที่จะให้เป็นแก๊สอุณหภูมิสูง ชุดยึดและกัดกร่อนซึ่งจะไป ทำให้บางส่วนของฝาดังกล่าวที่ปะทะกับแก๊สดังกล่าวเลื่อมสภาพในขณะที่แก๊สดังกล่าวหมุนเวียน อยู่ภายในภาชนะดังกล่าว ฝาดังกล่าวประกอบด้วย - แผนรองรับหลักพร้อมด้วยผิวหน้าส่วนใหญ่ด้านล่างที่หันเข้าหาส่วนภายในของ ภาชนะร้อนดังกล่าว - ชิ้นส่วนป้องกันวางช้อนอยู่อย่างน้อยส่วนหนึ่งของส่วนเปิดดังกล่าวของแผ่น รองรับดังกล่าวโดยที่ชิ้นส่วนดังกล่าวมีความต้านทางต่อแก๊สซึ่งมีอุณหภูมิสูงฐ ถูกขีด และกัด กร่อนดังกล่าวและ - วิถีทางระบายความร้อนแก่ส่วนที่กำหนดไว้ดังกล่าวของฝาดังกล่าว
25. ฝาตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 24 โดยที่ชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นแอลลอยที่มี องค์ประกอบของดครเมียมประกอบอยู่ด้วย
26.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่แอลลอยที่มีองคืประกอบของโคร เมียมประกอบอยู่ด้วยดังกล่าวเป็นเหล็กกล้าโครมที่มีปริมาณโครเมียมประมาณ 10-28% โดยน้ำหนัก
27.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่ชิ้นส่วนดังกล่าวรวมถึงชิ้นส่วนป้องกัน ทำด้วยเหล็กกล้าโครมจำนวนหนึ่งที่วางซ้อนกันอยู่
28.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 24 ดดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นแผ่นเหล็ก กล้าโครม
29.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 27 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นรอยเชื่อม ของเหล็กกล้าโครม
30.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวรวมถึงชั้น เหล็กกล้าโครมชั้นที่หนึ่งที่มีปริมาณโครเมียมประมาณ 16-27% โดยน้ำหนักและชั้นเหล็กกล้า ดครมชั้นที่สองที่มีปริมาณโครเมียมประมาณ 10-16% โดยน้ำหนักโดยที่ชั้นที่หนึ่งดังกล่าว ซ้อนทับอยู่ข้างบนและยึดติดกับแผ่นรองรับหลักดังกล่าว
31.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 30 โดยที่ความหนาของชั้นดังกล่าวแต่ละชั้น เป้นในลักษณะที่ทำให้อุณหภูมิชั้นดังกล่าวแต่ละชั้นคงไว้อยู่นอกพิสัยอุณหภูมิซึ่งชั้นดังกล่าว นั้นเกิดการแตกร้าวได้
32.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่แผ่นรองรับดังกล่าวรวมถึงแผ่นรอง รับจำนวนหนึ่งโดยที่แต่ละแผ่นมีชิ้นส่วนป้องกันซ้อนทับอย่างน้อยส่วยหนึ่งของผิวด้านล่างของ แผ่นรองรับดังกล่าวแต่ละแผ่นเพื่อประกอบชิ้นเป็นโมดูลฝาแต่ละโมดูลและยังรวมถึงวิถีทาง รองรับโมดูลฝาที่ได้เลือกไว้อย่างเป็นอิสระต่อกันและเป็นระยะ ๆ เหนือภาชนะดังกล่าวใน ลักษณะซึ่งทำให้โมดูลฝาที่ได้เลือกไว้ดักล่าว เคลื่อนที่ได้ในแนวดิ่งอย่างสัมพันธ์กับโมดูลฝา อื่น ๆ เพื่อที่จะได้สามารถถอดและเปลี่ยนโมดูลฝาที่ได้เลือกไว้ดังกล่าว
33.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 32 โดยยังรวมถึงวิถีทางเชื่อมติดต่อโมดูลฝา ที่ได้เลือกไว้ดังกล่าว
34.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 33 โดยที่วิถีทางระบายความร้อนดังกล่าวรวม ถึงวิถีทางเพื่อระบายความร้อนแก่แต่ละโมดูลฝาที่ได้เลือกไว้ดังกล่าวอย่างเป็นอิสระต่อกัน
35.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 34 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นแผ่น เหล็กกล้าโครม
36.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 34 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นรอยเชื่อม เหล้กกล้าโครม
37.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่วิถีทางระบายความร้อนดังกล่าวรวม ถึงวิถีทางเพื่อการรักษาให้ผิวด้านล่างของฝาดังกล่าวมีอุณหภูมิอยู่ประมาณ 482-649 องศาเซลเซียส (900-1200 ฟาเรนไฮน์)
38.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่วิถีทางระบายความร้อนดังกล่าวรวม ถึงวิถีทางท่อที่ให้ยึดติดอยู่กับผิวส่วนใหญ่ด้านบนของแผ่นรองรับหลักดังกล่าวและวิถีทางเพื่อ การหมุนเวียนสารระบายความร้อนทางวิถีทางท่อดังกล่ว
39.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 38 โดยยังรวมถึงชั้นป้องกันชั้นที่หนึ่งซึ่งรวมถึง บางส่วนของอนุภาคสารดังกล่าวที่สะสมเพิ่มขึ้นบนผิวหน้าที่เปิดของชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าว เพื่อให้การป้องกันและเป้นฉนวนแก่ฝาดังกล่าว
40.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 39 ดดยยังรวมถึงวิถีทางเพื่อยึดเหนี่ยวชั้น ดังกล่าวเข้ากับชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าว
41.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 40 โดยที่วิถีทางยึดเหนี่ยวดังกล่าวเป็นหลัก แผ่ที่ยึดติดกับชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าว
42.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 41 โดยที่ความหนาของชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าว ทำให้อุณหภูมิของชิ้นส่วนดังกล่าวคงอยู่นอกพิสัยอุณหภูมิซึ่งชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวจะเกิดการ แตกร้าวได้
43.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 42 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นแผ่นเหล็ก กล้าโครม
44.ฝาตามข้อถือสิทธิข้อที่ 42 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นรอย เชื่อมเหล็กกล้าโครม
45.โมดุลสำหรับฝาที่ต้องติดตั้งอยู่เหนือหน่วยให้ความร้อนโดยประกอบด้วย - แผ่นรองรับแข็งแผ่นหนึ่ง - ชิ้นส่วนป้องกันผิวหน้าซ้อนทับอยู่บนผิวด้านล่างของแผ่นรองรับดังกล่าว - วิถีทางเพื่อการรองรับโมดูลดังกล่าวอย่างเป็นอิสระต่อกันเหนือหน่วย ให้ความร้อนดังกล่าว - วิถีทางเพื่อการระบายความร้อนแก่โมดูลดังกล่าว และ - วิถีทางเพื่อการเชื่อมติดต่อโมดูลดังกล่าวโมดูลที่อยู่ติดกัน
46.โมดูลตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 45 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นแอลลอย ที่มีองค์ประกอบโครเมียมอยู่ด้วย
47.โมดูลตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 46 โดยที่แอลลอยที่มีองค์ประกอบโครเมียม อยู่ด้วยดังกล่าวเป็นเหล็กกล้าโครมที่มีปริมาณโครเมียมประมาณ 10-27% โดยน้ำหนัก
48.โมดูลตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 47 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวรวมถึง ชิ้นส่วนเหล็กกล้าโครมจำนวนหนึ่งวางซ้อนกัน
49.โมดูลตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 46 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นแผ่น เหล็กกล้าโครม
50.โมดูลตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 46 โดยที่ชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเป็นรอย เชื่อมเหล็กกล้าโครม
51.วิธีการในการป้องกันแก่ผิวด้านในที่เปิดของภาชนะให้ความร้อนโดย ที่การให้ความร้อนแก่สารในภาชนะดังกล่าวทำให้เกิดการหมุนเวียนของแก๊สทิ้งในภาชนะ ดังกล่าวโดยมีการเคลื่อนที่ไปตามผิวด้านในที่ปิดดังกล่าวและแก๊สทิ้งดังกล่าวรวมเข้ากับ อนุภาคสาร, สารหลอมเหลวและไอสารในภาชนะดังกล่าวเกิดเป็นแก๊สที่มีอุณหภูมิสูง, ขีดขีดและกัดกร่อน โดยประกอบด้วย - การป้อนทับผิวด้านในที่เปิดดังกล่าวด้วยชิ้นส่วนป้องกันผิวหน้าซึ่งมีความ ต้านทานต่อแก๊สมีอุณหภูมิสูง, ขูดขีดและกัดกร่อนดังกล่าว และ การศึกษาอุณหภูมิดังกล่าวของชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวให้อยู่นอกพิสัยอุณหภูมิ ซึ่งชิ้นส่วนป้องกันดังกล่าวเกิดการแตกร้าวได้
52.วิธีการตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 51 โดยที่ขั้นตอนการซ้อนทับดังกล่าวรวม ถึงการซ้อนทับผิวที่เปิดดังกล่าวด้วยชั้นของแอลลอยที่มีองค์ประกอบโครเมียมอยู่ด้วยอย่างน้อย ชั้นหนึ่ง
53.วิธีการตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 52 โดยที่ขั้นตอนการคงสภาพดังกล่าวรวม ถึงการระบายความร้อนแก่ผิวหน้าที่เปิดดังกล่าวให้มีอุรหภูมิที่ทำให้อนุภาคและสารหลอมเหลว ดังกล่าว ซึ่งสัมผัสกับผิวหน้าระบายความร้อนดังกล่าวติดเข้ากับผิวดังกล่าวและประกอบชิ้น เป็นชั้นป้องกันชั้นหนึ่งบนผิวดังกล่าวโดยมีสารในแก๊สท้งดังกล่าวเกาะติดเพิ่มเข้ากับสาร ที่จับเกาะอยู่ก่อนแล้ว เพื่อทำให่ความหนาของชั้นดังกล่าวเพิ่มขึ้น
54.วิธีการตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 53 โดยที่ขั้นตอนการคงสภาพดังกล่าวรวม ถึงการรักษาให้อุณหภูมิของผิวด้านในที่เปิดดังกล่าวอยู่ระหว่างประมาณ 482-649 องศาเซลเซียส (900-1200 องศาเวลเซียส)
55.ธีการตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 54 โดยที่ผิวหน้าที่เปิดดังกล่าวเป็นผิวหน้า เปิดของฝาของภาชนะดังกล่าวและยังรวมถึงขั้นตอนของการให้มีที่ยึดเหนี่ยวบนฝาเปิดดัง กล่าวเพื่อช่วยยึดเหนี่ยวชั้นดังกล่าวเข้ากับผิวหน้าฝาดังกล่าว
56.ธีการตามในข้อถือสิทธิข้อที่ 54 โดยที่ผิวหน้าที่เปิดดังกล่าวเป็นผิวหน้า เปิดของฝาของภาชนะดังกลาสวและยังรวมถึงขั้นตอนของการยึดชิ้นส่วนซึ่งประกอบด้วยรู เล็ก ๆ ที่มีความต้านทานต่อความร้อนเข้ากับผิวฝาดังกล่าวเพื่อช่วยยึดเหนี่ยวชั้นดังกล่าว เข้ากับฝาดังกล่าว
TH8801000507A 1988-06-27 วิธีการให้การป้องกันฝาภาชนะให้ความร้อนสำหรับหลอมเหลวขวดแก้ว TH5758A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH5758A true TH5758A (th) 1989-03-01

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US4622445A (en) Method of inductively brazing honeycomb panels
RU2438083C2 (ru) Крышка для печи для приема расплавленного материала, в частности металла, и печь для приема расплавленного материала
PL161418B1 (pl) do obróbki ogrzanej substancji PL PL
US5021259A (en) Method of applying a continuous thermoplastic coating with one coating step
CA1127841A (en) Method and apparatus for heating coils of strip
NO169621B (no) Fremgangsmaate for kjoeling av en roterovn
US5631919A (en) Apparatus for lengthwise graphitization (LWG) of carbon electrode bodies
AU664128B2 (en) Device for relief of thermal stress in spray cooled furnace elements
WO1990012485A2 (en) Multiple source evaporation for alloy production
CA2098273A1 (fr) Tole revetue et procede de fabrication de cette tole
KR890001887A (ko) 가열용기의 내부 노출면 보호방법 및 그 뚜껑
US20070195852A1 (en) Insulation Package for Use in High Temperature Furnaces
TR23352A (tr) Belirli bir miktarda cami eritmekicin kullanilan isitma legen kapagini koruma metodu
EP1809789B1 (en) Epitaxial reactor cooling method and reactor cooled thereby
JPS6346134B2 (th)
US3682460A (en) Converter vessel with heat shield about its tap hole
JPH04333554A (ja) 溶融亜鉛めっき鋼板の合金化装置
JPS6157905B2 (th)
JPS5926230B2 (ja) 銅等の溶解炉における炉蓋への付着物の付着量制御方法
JP2002088457A (ja) 溶融亜鉛めっき装置
US4290475A (en) Ingot casting
JPH01260287A (ja) 金属溶解保持炉
JPH02192587A (ja) 金属溶解保持炉
Kharlamov Contact Heat Exchange in Spreading of Molten Particles on the Solid Surface.(Retroactive Coverage)
JPS6032103Y2 (ja) ウオ−キングビ−ム式連続加熱炉の炉床開口部断熱装置