TH52692B - วิธีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรช่องสัญญาณเสียง - Google Patents

วิธีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรช่องสัญญาณเสียง

Info

Publication number
TH52692B
TH52692B TH501004481A TH0501004481A TH52692B TH 52692 B TH52692 B TH 52692B TH 501004481 A TH501004481 A TH 501004481A TH 0501004481 A TH0501004481 A TH 0501004481A TH 52692 B TH52692 B TH 52692B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
call
entity
circuit
helper
switch
Prior art date
Application number
TH501004481A
Other languages
English (en)
Other versions
TH79269A (th
Inventor
ลี นายซีเคียน
ลู นายเซาฮุย
ลี นายหยัน
Original Assignee
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์
นางสาวสนธยา สังขพงศ์
Filing date
Publication date
Application filed by นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์, นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์ นางสาวสนธยา สังขพงศ์, นางสาวสนธยา สังขพงศ์ filed Critical นางดารานีย์ วัจนะวุฒิวงศ์
Publication of TH79269A publication Critical patent/TH79269A/th
Publication of TH52692B publication Critical patent/TH52692B/th

Links

Abstract

DC60 การประดิษฐ์ในที่นี้เป็นการเปิดเผยวิธีการสำหรับดำเนินการปรับทรัพยากรวงจรเสียงให้ เหมาะสมที่สุด โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของการที่สวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งส่งสัญญาณที่ เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งไปยังเอนทิตีที่เป็นตัวช่วย, หลังจากประมวลผลสัญญาณดังกล่าวแล้ว เอนทิตีที่เป็นตัวช่วยก็จะหาเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจร ที่สองซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งตามความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทาง กายภาพที่ถูกจัดเก็บไว้และจากนั้นก็จะส่งสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมกับเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่สองไปยังสวิตช์เอนทิตีที่สอง สวิตช์เอนทิตีที่สองจะประสบผลสำเร็จในการต่อ สายเรียกในขณะที่การเรียกสายที่ถูกเชื่อมต่อในขณะนั้นจะใช้วงจรที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สองเป็นรีเลย์ ตามวิธีการที่จัดเตรียมไว้ ให้ในการประดิษฐ์ในที่นี้ เมื่อแยกเครือข่ายโทโปโลยีของวงจรเสียงทางตรรกออกจากเครือข่ายวงจร เสียงทางกายภาพ วงจรเสียงทางกายภาพดังกล่าวก็จะไม่ต้องถูกสับเปลี่ยนโดยอุปกรณ์ช่วย ดังนั้น วงจรเสียงจึงอาจเป็นช่องสัญญาณที่ต่อทะลุผ่านจากสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งไปยังสวิตช์เอนทิตีที่สองซึ่งจะ เป็นการหลีกเลี่ยงการสูญเสียทรัพยากรวงจรเสียงไปโดยเปล่าประโยชน์ซึ่งเกิดจากการต่ออ้อมของ วงจรเสียงและการดำเนินการปรับทรัพยากรวงจรเสียงให้เหมาะสมที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการลด ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการบำรุงรักษาในการปฏิบัติงานของเครือข่ายการสื่อสารลงเป็นอย่างมาก การประดิษฐ์ในที่นี้เป็นการเปิดเผยวิธีการสำหรับดำเนินการปรับทรัพยากรวงจรเสียงให้ เหมาะสมที่สุด โดยที่วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของการที่สวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งส่งสัญญาณที่ เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งไปยังเอนทิตีที่เป็นตัวช่วย, หลังจากประมวลผลสัญญาณดังกล่าวแล้ว เอนทิตีที่เป็นตัวช่วยก็จะหาเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจร ที่สองซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งตามความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทาง กายภาพที่ถูกจัดเก็บไว้และจากนั้นก็จะส่งสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมกับเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่สองไปยังสวิตช์เอนทิตีที่สอง สวิตช์เอนทิตีที่สองจะประสบผลสำเร็จในการต่อ สายเรียกในขณะที่การเรียกสายที่ถูกเชื่อมต่อในขณะนั้นจะใช้วงจรที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สองเป็นรีเลย์ ตามวิธีการที่จัดเตรียมไว้ ให้ในการประดิษฐ์ในที่นี้ เมื่อแยกเครือข่ายโทโปโลยีของวงจรเสียงทางตรรกออกจาเครือข่ายวงจร เสียงทางกายภาพ วงจรเสียงทางกายภาพดังกล่าวก็จะไม่ต้องถูกสับเปลี่ยนโดยอุปกรณ์ช่วย ดังนั้น วงจรเสียงจึงอาจเป็นช่องสัญญาณที่ต่อทะลุผ่านจากสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งไปยังสวิตช์เอนทิตีที่สองซึ่งจะ เป็นการหลีกเลี่ยงการสูญเสียทรัพยากรวงจรเสียงไปโดยเปล่าประโยชน์ซึ่งเกิดจากการต่ออ้อมของ วงจรเสียงและการดำเนินการปรับทรัพยากรวงจรเสียงให้เหมาะสมที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นการลด ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและการบำรุงรักษาในการปฏิบัติงานของเครือข่ายการสื่อสารลงเป็นอย่างมาก

Claims (9)

วิธีการสำหรับดำเนินการปรับทรัพยากรวงจรเสียงให้เหมาะสมที่สุดซึ่งประกอบด้วย A. สวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งซึ่งส่งสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งไปยังเอนทิตีที่เป็นตัวช่วย หลังจากประมวลผลสัญญาณดังกล่าวแล้ว เอนทิตีที่ เป็นตัวช่วยก็จะหาเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สองซึ่งสอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบ วงจรที่หนึ่งตามความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทางกายภาพที่ถูกจัดเก็บไว้ก่อนแล้วและจากนั้นก็จะส่ง สัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สองไปยังสวิตช์เอนทิตี ที่สองโดยที่สวิตช์เอนทิตีที่สองจะเชื่อมต่อสายเรียกและวงจรเสียงของการเรียกสายที่ถูกสับเปลี่ยนใน ขณะนั้น ซึ่งประกอบด้วยวงจรที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่งและวงจรที่ สอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สอง 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วยังประกอบด้วย B. หลังจากที่ได้รับสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายซึ่งถูกส่งมาโดยสวิตช์เอนทิตีที่ หนึ่ง/ที่สองโดยที่สัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายจะนำเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่ง/ที่ สองไปด้วยแล้ว เอนทิตีที่เป็นตัวช่วยจะหาเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบของวงจรที่สอง/ที่หนึ่งซึ่ง สอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่ง/ที่สองตามความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทาง กายภาพที่ถูกจัดเก็บไว้และจากนั้นก็จะส่งสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายพร้อมกับเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบวงจรที่สอง/ที่หนึ่งไปยังสวิตช์เอนทิตีที่สอง/ที่หนึ่ง 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 ซึ่งหลังเสร็จสิ้นขั้นตอน B แล้วยังประกอบด้วย การที่เอนทิตีที่เป็นตัวช่วยซึ่งรับข้อความการตอบสนองของสัญญาณที่เกี่ยวเนื่องกับการ เรียกสายที่ถูกส่งโดยสวิตช์เอนทิตีที่สอง/ที่หนึ่งโดยที่ข้อความการตอบสนองจะนำเอกลักษณ์การพิสูจน์ ทราบวงจรที่สอง/ที่หนึ่งไปด้วย, หาเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่ง/ที่สองซึ่งสอดคล้องกับ เอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่สอง/ที่หนึ่งดังกล่าวตามความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทางกายภาพที่ จัดเก็บไว้และจากนั้นก็จะส่งข้อความการตอบสนองด้วยเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรที่หนึ่ง/ที่สอง ไปยังสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่ง/ที่สอง 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วยังประกอบด้วยการที่ก่อนที่จะดำเนินการ ตามขั้นตอน A จะมีการวางโครงแบบให้กับลิงค์ส่งสัญญาณจากสวิตช์เอนทิตีไปยังเอนทิตีที่เป็นตัวช่วย 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วยังประกอบด้วยการที่ ก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอน A จะมีการวางโครงแบบให้กับวงจรจากสวิตช์เอนทิตีไปยังเอนทิตีที่ เป็นตัวช่วยโดยจะไม่มีการเชื่อมต่อทางกายภาพระหว่างสวิตช์เอนทิตีดังกล่าวและเอทิตีเป็นตัวช่วย 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 5 โดยที่หากความสัมพันธ์ในการเชื่อมต่อทางกายภาพดังกล่าว อ้างถึงความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกันระหว่างรหัสพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์ของวงจร เอกลักษณ์การพิสูจน์ ทราบวงจรดังกล่าวก็จะเป็นรหัสพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์ของวงจร 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่หากวงจรดังกล่าวเป็นกลุ่มวงจรทรังค์ ความสัมพันธ์ที่ สอดคล้องกันท่ามกลางรหัสพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์ของวงจรดังกล่าวก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่ สอดคล้องกันระหว่างรหัสพิสูจน์ทราบเอกลักษณ์ของวงจรในกลุ่มวงจรทรังค์ที่หนึ่งและที่อยู่ในกลุ่ม วงจรทรังค์ที่สอง 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 5 โดยที่ทรังค์ที่เป็นรูปธรรมของวงจรที่หนึ่งดังกล่าวและทรังค์ที่ เป็นรูปธรรมของวงจรที่สองจะถูกเชื่อมต่อโดยตรง 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่เอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบวงจรดังกล่าวถูกเลือกมาโดย สวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งตามข่าวสารของการเรียกสาย 1 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่สวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งและสวิตช์เอนทิตีที่สองดังกล่าวจะ เป็นสวิตช์เอนทิตีเดียวกัน 1 1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ในการเรียกสายแบบฉลาด เอนทิตีที่ เป็นตัวช่วยดังกล่าวจะเป็นจุดของการสับเปลี่ยนการบริการ (SSP) วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย C. การที่ SSP รับการเรียกสายแบบฉลาดที่ถูกกำหนดเส้นทางโดยสวิตช์เอนทิตีผ่านวงจร เสมือนและแจ้งจุดควบคุมบริการ (SCP) ว่าการเรียกสายแบบฉลาดนี้เป็นการเรียกสายแบบฉลาดที่ใช้ วงจรเสมือน D. การที่ SCP โต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดโดยผ่านวงจร ตามจริงระหว่างอุปกรณ์เสริมแบบฉลาดและสวิตช์เอนทิตี 1 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วยังประกอบด้วยการที่ระหว่างขั้นตอน C และ D ดังกล่าว SCP จะตัดสินว่าจำเป็นต้องโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบ ฉลาดหรือไม่ หากใช่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน D ไม่เช่นนั้นก็จะสั่งให้ SSP ดังกล่าวยังคงดำเนิน กรรมวิธีที่ตามมาต่อไป 1 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่การเรียกสายแบบฉลาดดังกล่าวที่ SSP รับเข้ามาใน ขั้นตอน C คือการเรียกสายแบบฉลาดที่ถูกส่งไปโดยสวิตช์เอทิตีโดยอาศัยข้อความแสดงแอดเดรส เริ่มต้น (IAM) ที่หนึ่งพร้อมกับเลขหมายที่เรียกสายและเลขหมายที่ถูกเรียกของการเรียกสายแบบฉลาด 1 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่ในขั้นตอน C นั้น SSP จะแจ้งให้ SCP ทราบว่าการเรียก สายแบบฉลาดได้นำวงจรเสมือนเข้ามาใช้โดยการใช้ข้อความแสดงจุดตรวจสอบเริ่มต้น (IDP) ที่ รายงานให้กับ SCP 1 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 14 โดยที่กระบวนงานดังกล่าวของการทำการแจ้งให้ทราบ ดังกล่าว โดยข้อความแสดง IDP ประกอบด้วยการไม่นำเซลล์ IPSSPCapability ในข้อความแสดง IDP ไปด้วยหรือการใช้บิตตั้งแต่บิตขึ้นไปในไบต์ที่ขยายขนาดออกไปของเซลล์ IPSSPCapability ใน ข้อความแสดง IDP เป็นเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบการเรียกสายแบบฉลาด โดยใช้วงจรเสมือนหรือการ ใช้ไบต์ที่สงวนหรือเผื่อไว้ของเซลล์ CallingPartysCategory ในข้อความแสดง IDP เป็นเอกลักษณ์การ พิสูจน์ทราบผู้ใช้ที่ฉลาดโดยใช้วงจรเสมือน 1 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่ขั้นตอน D ดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของการที่ SCP ดังกล่าวจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงไว้ระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขั้นตอนดังกล่าวจะประกอบด้วยการที่ SCP สั่งให้จุดของการสับเปลี่ยนการบริการ ทำการเชื่อมต่อวงจรตามจริงระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตี และ การโต้ตอบดังกล่าวระหว่าง SCP และฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดใน ขั้นตอน D ประกอบด้วยการที่ SCP ซึ่งมีการโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบ ฉลาด โดยผ่านอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตี 1 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่อุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยดังกล่าวคืออุปกรณ์ ข้างเคียงแบบฉลาดที่ไม่ขึ้นอยู่กับ SCP หรืออาจถูกรวมเข้าเป็นส่วนเดียวกันกับ SSP ในเอนทิตีเดียวกัน ก็ได้ 1 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่ในขั้นตอน D กระบวนงานดังกล่าวของ SCP ซึ่งสั่งให้ SSP จัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตีจะ ประกอบด้วย D01: การที่ SCP ส่งแอดเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วย ไปยัง SSP และ SPP ส่งแอนเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยไปยัง สวิตช์เอนทิตีโดยผ่านวงจรเสมือน D02: การที่สวิตช์เอนทิตีเริ่มการเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยโดยผ่าน วงจรตามจริงและอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยแจ้งให้จุดควบคุมบริการทราบว่าได้มีการจัดตั้งส่วน เชื่อมต่อตามจริงระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตีไว้แล้ว 1 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 18 โดยที่ขั้นตอน D01 ดังกล่าวประกอบด้วยการที่ SCP ส่ง ข้อความแสดงการจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อชั่วคราว (ETC) ไปยัง SSP โดยที่ข้อความดังกล่าวจะนำแอดเดรส สำหรับกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่อง กับการเรียกสายไปด้วย, การที่ SSP กำหนดเส้นทางให้กับการเรียกสายแบบฉลาดไปยังสวิตช์เอนทิตีโดยผ่าน IAM โดยใช้วงจรเสมือนโดยที่ IAM ที่สองประกอบด้วยเลขหมายที่เรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาด, แอดเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบ วงจรที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสาย 2 0. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 19 โดยที่ขั้นตอน D02 ดังกล่าวประกอบด้วยการที่ ตามที่แอดเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์เสริมแบบฉลาดที่ถูกนำไปด้วยโดย IAM ที่สองนั้น สวิตช์เอนทิตีกำหนดเส้นทางให้การเรียกสายแบบฉลาดไปยังอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วย โดยผ่าน IAM ที่สามโดยใช้วงจรตามจริงโดยที่ข้อความแสดงแอดเดรสเริ่มต้นที่สามประกอบด้วยเลข หมายที่เรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาด, แอดเดรสของการกำหนดเส้นทางของอุปกรณ์แบบฉลาด ที่เป็นตัวช่วยและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสาย การที่อุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยส่งคำสั่งร้องขอที่เป็นตัวช่วยไปยัง SCP โดยที่คำสั่ง ร้องขอที่เป็นตัวช่วยดังกล่าวประกอบด้วยเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายเพื่อ แจ้งจุดควบคุมบริการว่าได้มีการจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงชั่วคราวสำหรับการเรียกสายแบบ ฉลาดที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสาย 2
1. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 19 โดยที่ขั้นตอน D02 ดังกล่าวประกอบด้วย การที่สวิตช์เอนทิตีซึ่งทำการแปลงแอดเดรสให้เป็นแอดเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางของ อุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยที่ถูกนำไปด้วยโดย IAM ที่สอง, การกำหนดเส้นทางให้การเรียกสาย แบบฉลาด ไปยังอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยโดยผ่าน IAM ที่สามโดยใช้วงจรตามจริงโดยที่ ข้อความแสดงแอดเดรสเริ่มต้นที่สามประกอบด้วยเลขหมายที่เรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาด, แอดเดรสสำหรับกำหนดเส้นทางที่ถูกแปลงดังกล่าวและเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการ เรียกสาย การที่อุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยที่ส่งคำสั่งร้องขอที่เป็นตัวช่วยไปยัง SCP โดยที่คำสั่ง ร้องขอที่เป็นตัวช่วยประกอบด้วยเอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายเพื่อแจ้ง SCP ว่าได้มีจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงชั่วคราวสำหรับการเรียกสายแบบฉลาดที่สอดคล้องกับ เอกลักษณ์การพิสูจน์ทราบที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียกสายไว้แล้ว 2
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่ในขั้นตอน D กระบวนงานดังกล่าวของ SCP ที่โต้ตอบ กับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดโดยผ่านอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์ เอนทิตีจะประกอบด้วย D11: SCP ที่ส่งข้อความสำหรับการโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายลงไปยังอุปกรณ์แบบ ฉลาดที่เป็นตัวช่วย D12: จุดของการสับเปลี่ยนอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยซึ่งโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการ เรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดโดยใช้สวิตช์เอนทิตีผ่านวงจรตามจริง 2
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 โดยที่กระบวนงานดังกล่าวของ SSP ซึ่งจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อ วงจรตามจริงระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตีมีส่วนประกอบที่จำเพาะเจาะจง คือการที่ SSP ควบคุมสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งเพื่อจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงเข้ากับสวิตช์เอนทิตีที่ สองตามความสัมพันธ์ของการเชื่อมต่อทางกายภาพที่จัดเก็บไว้และจากนั้นก็จะควบคุมสวิตช์เอนทิตีที่ หนึ่งหรือสวิตช์เอนทิตีที่สองเพื่อจัดตั้งส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงเข้ากับอุปกรณ์เสริมแบบฉลาด กระบวนงานดังกล่าวของ SCP ซึ่งโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบ ฉลาดโดยผ่านอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตีมีส่วนประกอบที่จำเพาะเจาะจงคือ SCP ที่โต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดผ่านส่วนเชื่อมต่อของวงจรตามจริง ระหว่างอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยและสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งหรือสวิตช์เอนทิตีที่สองอีกทั้งยังผ่าน ส่วนเชื่อมต่อของวงจรตามจริงระหว่างสวิตช์เอนทิตีที่หนึ่งและสวิตช์เอนทิตีที่สอง 2
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 16 ซึ่งหลังเสร็จสิ้นขั้นตอน D แล้วก็จะมีส่วนประกอบเพิ่มเติมคือ การที่อุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยแจ้ง SCP ว่าได้ทำการโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียก สายเสร็จเรียบร้อยแล้ว, SCP สั่งให้จุดของการสับเปลี่ยนการบริการทำการตัดการเชื่อมต่อวงจรระหว่าง SSP และอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วย, การที่จุดของการสับเปลี่ยนการบริการกำหนดเส้นทางให้การเรียกสายแบบฉลาดไปยัง สวิตช์เอนทิตีโดยผ่าน IAM ที่สี่โดยใช้วงจรเสมือนโดยที่ข้อความดังกล่าวประกอบด้วยเลขหมายที่ถูก เรียกของการเรียกสายแบบฉลาด, สวิตช์เอนทิตีที่กำหนดเส้นทางให้การเรียกสายแบบฉลาดไปยังสวิตช์ เอนทิตีซึ่งมีเลขหมายที่เรียกสายและเอนทิตีที่มีเลขหมายที่ถูกเรียกสายก็จะสับเปลี่ยนเลขหมายที่เรียก สายของการเรียกสายแบบฉลาด 2
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 24 โดยที่กระบวนงานดังกล่าวของ SCP ที่สั่ง SSP ให้ตัดการ เชื่อมต่อวงจรระหว่าง SSP และอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วยประกอบด้วย การที่ SCP สั่งให้ SSP ส่งข้อความให้ตัดส่วนเชื่อมต่อไปยังสวิตช์เอนทิตีเพื่อจะได้ตัดส่วน เชื่อมต่อวงจรเสมือนระหว่าง SSP และสวิตช์เอนทิตี การที่สวิตช์เอนทิตีส่งข้อความให้ตัดส่วนเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์แบบฉลาดที่เป็นตัวช่วย เพื่อจะได้ตัดส่วนเชื่อมต่อวงจรตามจริงระหว่างสวิตช์เอนทิตีและอุปกรณ์เสริมแบบฉลาด 2
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 11 โดยที่กระบวนงานดังกล่าวของการโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการ เรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดประกอบด้วยการประกาศเตือนไปยังฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการ เรียกสายแบบฉลาดและ/หรือการรับเลขหมายที่ฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดได้ต่อ เลขหมายเรียก 2
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 11 ซึ่งหลังเสร็จสิ้นขั้นตอน D ดังกล่าวแล้วจะมีส่วนประกอบ เพิ่มเติมคือระหว่างที่กำลังมีการสื่อสารกันระหว่างฝ่ายที่ทำการเรียกสายและฝ่ายที่รับสาย SSP ก็จะ ตัดสินว่าจำเป็นต้องโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายของการเรียกสายแบบฉลาดและจากนั้นก็จัดเตรียม ค่าแสดงเหตุผลสำหรับสวิตช์เอนทิตีที่มีฝ่ายที่ทำการเรียกสายปรากฏอยู่และสวิตช์เอนทิตีดังกล่าวจะ โต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายตามค่าแสดงเหตุผลดังกล่าว หาก SSP ตัดสินว่าจำเป็นต้องโต้ตอบกับฝ่ายที่รับสายของการเรียกสายแบบฉลาดก็จะมี การจัดเตรียมค่าแสดงเหตุผลสำหรับสวิตช์เอนทิตีที่มีฝ่ายที่รับสายปรากฏอยู่และสวิตช์เอนทิตีดังกล่าว จะโต้ตอบกับฝ่ายที่รับสายตามค่าแสดงเหตุผลดังกล่าว 2
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 โดยที่ค่าแสดงเหตุผลดังกล่าวจะถูกนำไปด้วยโดยข้อความ แสดงความก้าวหน้าในการเรียกสาย (CPG) หรือข้อความแสดงการตัดการเชื่อมต่อ (REL) 2
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 27 ซึ่งจากที่กล่าวไปแล้วยังประกอบด้วยการที่ หากผู้ใช้รายดังกล่าวเป็นฝ่ายที่ทำการเรียกสาย SSP ก็จะให้ค่าแสดงเหตุผลสำหรับสวิตช์ เอนทิตีที่มีฝ่ายที่ทำการเรียกสายปรากฏอยู่โดยที่สวิตช์เอนทิตีดังกล่าวจะโต้ตอบกับฝ่ายที่รับสาย สายตามค่าแสดงเหตุผลที่รับเข้ามา หากผู้ใช้รายดังกล่าวเป็นฝ่ายที่รับสาย SSP ก็จะให้ค่าแสดงเหตุผลแก่สวิตช์เอนทิตีที่มีฝ่าย ที่ทำการเรียกสายปรากฏอยู่โดยที่สวิตช์เอนทิตีดังกล่าวจะโต้ตอบกับฝ่ายที่ทำการเรียกสายตามค่าแสดง เหตุผลที่รับเข้ามา
TH501004481A 2005-09-23 วิธีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรช่องสัญญาณเสียง TH52692B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH79269A TH79269A (th) 2006-08-10
TH52692B true TH52692B (th) 2016-12-02

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US6044267A (en) Method for network operability of a multi-function cordless/cellular telephone
NO321259B1 (no) Anordning og fremgangsmate ved cellulaer kommunikasjon
NO179390B (no) Nettverk for mobil kommunikasjon
US20050141528A1 (en) Media gateway and automatic telephone call redirecting service system
CA2523909A1 (en) A system and method for providing rbt in communication network
RU2487487C2 (ru) Способ и система для реализации услуги предоставления общего номера множеству терминалов
US7263354B2 (en) Method and system for providing wireless services using an access network and a core network based on different technologies
WO2006105732A1 (en) A handoff method of circuit switching call connection
EP1799002B1 (en) Communication path switching system and method
KR20030089369A (ko) 링백톤 대체음을 제공하는 방법 및 장치
EP2075951A1 (en) A method, system and apparatus for implementing call service
JPH1093694A (ja) 接続設定方法と交換機、サービスコンピュータおよび通信ネットワーク
CA2256480A1 (en) System and method for safely and efficiently redirecting a telephone call
TH52692B (th) วิธีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรช่องสัญญาณเสียง
TH79269A (th) วิธีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากรช่องสัญญาณเสียง
US6978133B2 (en) Mobile station origination when serving mobile switching center is not wireless intelligent network capable
WO2000016567A3 (en) Transmitting call-related data between switching centres
KR100570898B1 (ko) 패킷 기반의 이동전화 구내 교환 장치 및 이를 이용한 호처리 방법
CN101707753B (zh) 移动通信网络中实现非急勿扰业务的方法和平台
CN101662763A (zh) 一种实现一号多机业务主号码的彩铃的方法和系统
CN100466754C (zh) 用户交换机的用户加入虚拟专用网业务的实现方法
KR100241190B1 (ko) 개인통신교환기에서의 호보류처리방법
KR100826742B1 (ko) 이동통신 시스템에서 사용자 상호작용 기능 구현을 위한미디어 게이트웨이 제어 장치 및 그 방법
KR100320908B1 (ko) 사설교환망과 이동통신망간의 호 처리 방법
CN100384291C (zh) 一种解决话路迂回的方法