TH49577A - วิธีป้องกันการเกิดตะกรันที่เกี่ยวกับสารผสมอนินทรีย์ และสารผสมสำหรับเรื่องนี้ - Google Patents
วิธีป้องกันการเกิดตะกรันที่เกี่ยวกับสารผสมอนินทรีย์ และสารผสมสำหรับเรื่องนี้Info
- Publication number
- TH49577A TH49577A TH1002135A TH0001002135A TH49577A TH 49577 A TH49577 A TH 49577A TH 1002135 A TH1002135 A TH 1002135A TH 0001002135 A TH0001002135 A TH 0001002135A TH 49577 A TH49577 A TH 49577A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- approximately
- scale
- carbonate
- scale agent
- aqueous system
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (11/09/43) วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่งวิธีนั้นอาจรวมถึงอ่างน้อยหนึ่งในวิธีการ เติมและการเกิดสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ปริมาณของสารต้านตะกรัน ในระบบ เอเควียสนั้นมากถึงประมาณ 1000 ppm ซึ่งสารต้าน ตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเลตของโลหะ หลายเวเลนต์และ คาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย ซึ่งระบบ เอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9 และขนาด อนุภาคเฉลี่ยของสารต้านตะกรันน้อยกว่า 3 ไมครอน วิธีการ นั้นรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมและการเกิดสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียส นั้น ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะ หลายเว เลนต์ชนิด ใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อยและการเติมโคโพลิเมอร์ของมาเลอิก แอนไฮดรายด์และ ไดโซบิวทีนสารผสมสำหรับเรื่องนี้ วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่งวิธีนั้นอาจรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งในวิธีการ เติมและการเกิดสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ปริมาณของสารต้านตะกรัน ในระบบ เอเควียสนั้นมากถึงประมาณ 1000 ppm ซึ่งสารต้าน ตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเลตของโลหะ หลายเวเลนต์และ คาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย ซึ่งระบบ เอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9 และขนาด อนุภาคเฉลี่ยของสารต้านตะกรันน้อยกว่า 3 ไมครอน วิธีการ นั้นรวมถึงอย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมและการเกิดสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียส นั้น ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะ หลายเว เลนต์ชนิด ใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อยและการเติมโคโพลิเมอร์ของมาเลอิก แอนไฮดรายด์และ ไดโซบิวทีนสารผสมสำหรับเรื่องนี้
Claims (244)
1. วิธีการยับยั้งการสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย การเติมสารต้านตะกรันให้แก่ระบบเอเควียส ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสมากถึง 1000 ppm ซึ่งสาร ด้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยอย่างน้อยหนึ่งชนิดของซิลิเกต ของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์และระบบ เอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อย ประมาณ 9
2. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโครงอะลูมิโนซิลิเกต
3. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชันอย่างน้อย หนึ่งหมู่ซึ่งประกอบรวม ด้วยคาร์บอกซิลิก ซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตอย่างน้อยหนึ่ง หมู่
4. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโซเดียมมอนต์มอริล- โลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ทัลด์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบน- โทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต ซิงค์คาร์บอเนต และโคไลไมต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
5. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต แมกนีเซียมอะลูมิโนวิ ลิเกต เฮดโทไรด์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐาน แคลเซียม คาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซิงค์คาร์บอเนต เฟอร์รัส คาร์บอเนตและแมงกานีสคาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่าง น้อย
6. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะหลาย เวเลนต์ และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลด์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบน โทไนต์ ซาโพไนต์ เซทิโอไลต์ โซเดียมอะลู- มิโนซิลิเกด เฮตโท ไรด์ และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
7. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
8. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่ บดแล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์ที่บดแล้ว
9. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแมกนีเซียมอะลูมินัม- ซิลิเกต และโซเดียมมอนต์ มอริลโลไนต์
10. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์นั้นประกอบด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บด แล้ว
11. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมี ขนาดอนุภาคเฉลี่ยน้อยกว่า 10 ไมครอน
12. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารต้านตะกรันมีพื้น ที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
13. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
14. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งตะกรันประกอบรวมด้วย ตะกรันชนิดโลหะอัลคาไลน์เอิร์ธ
15. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งตะกรันประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต
16. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งระบบเอเควียสประกอบรวม ด้วยแคลเซียม แบเรี่ยม แมกนีเซียม อะลูมินัม ไบคาร์บอเนต คาร์บอเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
17. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรันนั้น
18. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ ถึง 500 ํซ.
19. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นอยู่ ที่ความดันประมาณ 80 ํซ ถึง 1500 psi
20. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ให้กับหอทำน้ำเย็น
21. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ให้กับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน
22. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ให้กับเครื่องละเหยเป็นไอ
23. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ก่อนเครื่องย่อยทำเยื่อ
24. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ให้แก่เครื่องย่อยทำเยื่อ
25. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งได้เติมสารต้านตะกรัน ให้แก่เครื่องล้าง
26. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วยการ แปรรูปของผสมระหว่างน้ำ และน้ำมันดิบ
27. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและสาร ต้านตะกรันนั้นมีขนาดอนุภาค เฉลี่ยน้อยกว่า 10 ไมครอนและสารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ผิว จำเพาะ ประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก. และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียส นั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้านตะกรันนั้นและระบบเอ เควียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
28. วิธีการสำหรับการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียส นั้น ซึ่งประกอบรวมด้วย การเติมสารต้านตะกรันให้แก่ระบบเอเควียส ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสมากถึง 1000 ppm ซึ่งสาร ต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์ และ คาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย และระบบเอเควียสนั้น ประกอบรวมด้วย แคตไอออนิกโพลิเมอร์มาก ถึง 0.4 ppm
29. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งแคตไอออนิกโพลิเมอร์ นั้นมีน้ำหนักโมเลกุลมากกว่า 1x10 6
30. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโครงอะลูมิโนซิลิเกต
31. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมี หมู่ฟังก์ชันอย่างน้อยหนึ่งหมู่ ซึ่ง ประกอบรวมด้วยคาร์บอก ซิลิกซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตอย่างน้อยหนึ่งหมู่
32. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโซเดียมมอนต์- มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียม- เบนโทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานิสคาร์บอเนต และโคโลไมต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
33. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโซเดียมอะลู- มิโนซิลิเกต แมกนีเซียมอะลูมิโนซิ ลิเกต เฮดโทไรต์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐาน แคลเซียม- คาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซิงค์คาร์บอเนด เฟอร์รัส คาร์บอเนด และแมงกานิสคาร์บอเนต ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่าง น้อย
34. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบน โทไนต์ ซาโฟไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดีย- มอะลูมิโนซิลิเกต เฮดโท ไรต์และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
35. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนด์ และประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลมต์ และซิงค์คาร์บอเนต ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
36. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนด์ และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่บด แล้ว
37. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ที่เป็นกรด
38. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
39. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 28 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
40. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียส ซึ่ง ประกอบรวมด้วย การเติมสารต้านตะกรันให้แก่ระบบเอเควียสซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสมากถึง 1000 ppm ซึ่งสาร ต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ไฮเดรทแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซา โพไนต์ เซพิโอไลด์ แคลเซียม- คาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์- เฮคโทไรด์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐาน และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
41. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งสารด้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชัน อย่างน้อยหนึ่งหมู่ ซึ่งประกอบ รวมด้วยคาร์บอกซีลิก ซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตอย่างน้อย หนึ่งหมู่
42. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งสารด้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยซิลิเกดของโลหะ หลายเวเลนต์ และประกอบรวมด้วย แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัม- ซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ เฮคโทไรต์ และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิด ใดชนิดหนึ่งเป็นอย่าง น้อย
43. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งสารด้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ และประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- 0 คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์ และซิงค์คาร์บอเนต ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
44. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งสารด้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และแคลเซียมคาร์บอเนต ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว
45. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH เป็นกรด
46. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
47. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 40 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
48. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสทาง อุตสาหกรรม ซึ่งประกอบรวมด้วย การเติมสารส่งเสริม/ตัวเริ่มการเกิดนิวเคลียส ที่มีขนาด อนุภาคเฉลี่ย 0.01 ถึง 10 ไมครอน ให้แก่ระบบเอเควียส เพื่อ ยับยั้งการเกิดสิ่งสะสมตะกรัน ซึ่งทำให้ปริมาณของสารส่ง เสริม/ตัวเริ่ม การเกิดนิวเคลียสในระบบเอเควียสมากถึง 1000 ppm และระบบเอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อย ประมาณ 9
49. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งสารส่งเสริม/ตัวเริ่ม การเกิดนิวเคลียส ประกอบรวม ด้วย ซิลิเกตของ โลหะหลายเว เลนต์ และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
50. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งสารส่งเสริม/ตัวเริ่ม การเกิดนิวเคลียส ประกอบรวมด้วย โครงอะลูมิโนซิลิเกต
51. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชันอย่าง น้อยหนึ่งหมู่ ซึ่งประกอบ รวมด้วยคาร์บอกซีลิกซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตชนิดใดชนิด หนึ่ง เป็นอย่างน้อย
52. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งสารส่งเสริม/ตัวเริ่ม การเกิดนิวเคลียสประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว
53. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 48 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และ สารส่งเสริม/ตัวเริ่มการเกิด นิวเคลียสมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่น้อยกว่า 10 ไมครอน และสาร ส่งเสริม/ ตัวเริ่มการเกิดนิวเคลียสมีพื้นที่ผิวจำเพาะ ประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก. และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารส่งเสริม/ตัวเริ่มการ เกิด นิวเคลียสและระบบเอเควียสมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํ ซ.
54. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียส ซึ่ง ประกอบรวมด้วย การเติมแคตไอออนแรกให้แก่ระบบเอเควียสและการขจัดแคตไอออน ที่สอง ซึ่งแตกต่างจาก แคตไอออนแรกออกจากระบบเอเควียสนั้น เพื่อยับยั้งแคตไอออนที่สองไม่ให้เกิดสิ่งสะสมตะกรัน และ ซึ่งระบบเอเควียสมีอุณหภูมิประมาณ 70 ํซ. ถึง 500 ํซ.
55. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งการเติมแคตไอออนแรก ประกอบรวมด้วยการให้ซิลิเกต ของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนต ของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อยใน ระบบเอเค วียสนั้น
56. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 55 ซึ่งซิลิเกตของโลหะหลายเว เลนต์และคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย ประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชันอย่างน้อยหนึ่งหมู่ ซึ่ง ประกอบรวมด้วยคาร์บอกซิลิก ซัลโฟเนต ซัลเฟตและฟอสเฟต อย่างน้อยหนึ่งหมู่
57. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งการเติมแคตไอออนแรก ประกอบรวมด้วยการให้สาร ประกอบหนึ่งที่มีโครงอะลูมิโนซิ ลิเกตในระบบเอเควียสนั้น
58. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ การเติมแคตไอออนแรกประกอบรวมด้วย การให้สารประกอบหนึ่งที่มีขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่น้อยกว่า 10 ไมครอน และสารประกอบนั้นพื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก. ในระบบเอเควียส นั้นและระบบเอเควียนสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 2- Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และ ความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมแคตไอออนแรก
59. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH เป็นกรด
60. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
61. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 54 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
62. สารผสมหนึ่งซึ่งประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว และโซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์
63. สารผสมในข้อถือสิทธิข้อ 62 ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของ แคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว ต่อโซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ ประมาณ 0.1:1 ถึง 20:1
64. สารผสมในข้อถือสิทธิข้อ 62 ซึ่งประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนตที่บดแล้ว ประมาณ 10% โดยน้ำหนักถึง 95% โดยน้ำ หนัก
65. สารผสมในข้อถือสิทธิข้อ 62 ซึ่งประกอบรวมด้วยโซเดียม มอนต์มอริลโลไนต์ประมาณ 5% โดยน้ำหนักถึง 90% โดยน้ำหนัก
66. สารผสมหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วยแมกนีเซียมอะลูมินัม ซิ ลิเกต; และโซเดียมมอนต์- มอริลโลไนต์
67. สารผสมนั้นในข้อถือสิทธิข้อ 66 ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนัก ของแมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ต่อโซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ ประมาณ 0.1:1 ถึง 20:1
68. สารผสมนั้นในข้อถือสิทธิข้อ 66 ซึ่งประกอบรวมด้วย แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ประมาณ 10% โดยน้ำหนัก ถึง 95% โดยน้ำหนัก
69. สารผสมนั้นในข้อถือสิทธิข้อ 66 ซึ่งประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ ประมาณ 5% โดยน้ำหนักถึง 90% โดย น้ำหนัก
70. สเลอรี่เยื่อในเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วยเยื่อ ไม้ แคตไอออนของโลหะ แอนไอออนและสารต้านตะกรันประมาณ 50 ถึง 500 ppm ที่ประกอบ รวมด้วย แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ไฮเดรเทดแมกนีเซียม อะลูมินัมซิลิเกด ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์ เฮดโทไรต์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดสัณฐาน และซิง คาร์บอเนตชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
71. สเลอรี่เยื่อในเอเควียสในข้อถือสิทธิข้อ 70 ซึ่งสาร ต้านตะกรันมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่ น้อยกว่า 10 ไมครอน
72. สเลอรี่เยื่อในเอเควียสในข้อถือสิทธิข้อ 70 ซึ่งสาร ต้านตะกรันมีพื้นผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก.
73. สเลอรี่เยื่อในเอเควียสในข้อถือสิทธิข้อ 70 ซึ่งสาร ผสมเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
74. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่งซึ่ง ประกอบรวมด้วย การเติมสารต้านตะกรันให้แก่ระบบเอเควียส ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสมากถึง 1000 ppm ซึ่งสาร ต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วย คาร์บอเนตของโลหะหลาย เวเลนต์
75. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งสารต้านตะกรันประกอบ รวมด้วยหมู่ฟังก์ชันอย่างน้อย หนึ่งหมู่ซึ่งประกอบรวมด้วย คาร์บอกซิลิก ซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตอย่างน้อยหนึ่งหมู่
76. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งสารต้านตะกรันประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซิงค์ คาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต และ โคโลไมต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
77. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งสารด้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วย แคลเซียม- คาร์บอเนต และโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
78. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว
79. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมี ขนาดอนุภาคเฉลี่ยน้อยกว่า 10 ไมครอน
80. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก.
81. ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมี ซึ่งระบบเอเควียสมี pH เป็น กรด
82. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
83. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งระบบเอเควียสมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
84. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วย ตะกรันชนิดโลหะอัลคา- ไลน์เอิร์ธ
85. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต
86. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม แบเรี่ยม แมกนีเซียม อะลูมินัม ไบ คาร์บอเนต คาร์บอเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
87. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรันนั้น
88. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 74 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ สารต้านตะกรันนั้นมีขนาดอนุภาค เฉลี่ยที่น้อยกว่า 10 ไมครอนและสารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ ผิว จำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบ เอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารด้านตะกรันนั้น และระบบเอเควียสนั้นมีอุณหภูมิ ประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
89. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่ง ประกอบรวมด้วย การเติมสารต้านตะกรันให้แก่ระบบเอเควียส ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสมากถึง 1000 ppm ซึ่งสาร ต้านตะกรันนั้นมีขนาดอนุภาคเฉลี่ยประมาณ 0.01 ถึง 10 ไมครอน ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ผิวผิวจำเพาะแบบเพียงพอที่จะยับยั้งสิ้งสะสมตะกรันและระบบ เอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
90. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยโครงอะลูมิโน- ซิลิเกต
91. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยหมู่ฟังก์ชันอย่าง น้อยหนึ่งหมู่ซึ่งประกอบรวม ด้วยคาร์บอกซิลิก ซัลโฟเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตอย่างน้อยหนึ่ง หมู่
92. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันประกอบ รวมด้วยโซเดียมมอนต์มอ- ริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิ ลิเกต พัลค์ ไฮเดรเทดแมนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียม- เบนโทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซิงค์คาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต และโคโลไมต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่าง น้อย
93. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันประกอบ รวมด้วยโซเดียมอะลูมิโน- ซิลิเกต แมกนีเซียมอะลูมิโนซิลิเกต เฮกโทไรต์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐาน แคลเซียม- คาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต ซิงค์คาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต และ แมงกานีสคาร์บอเนต ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
94. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์ และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทตแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลู- มิโนซิ ลิเกต เฮคโทไรต์ และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดสัณฐานชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
95. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ และประกอบรวม ด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีคาร์บอเนต เฟอร์รัส คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
96. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนตที่บดแล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
97. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแมกนีเซียมอะลู- มินัมซิลิเกตและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
98. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตที่บดแล้ว
99. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น มี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
100. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยตะกรันชนิดโลหะ อัลคาไลน์เอิร์ธ
101. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนต
102. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม แบเรียม แมกนีเซียม อะลูมินัม ไบ คาร์บอเนต คาร์บอเนต ซัลเฟต และฟอสเฟตชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
103. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรันนั้น
104. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 89 ซึ่งสารตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนต และสารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ผิว จำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบ เอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารด้าน ตะกรันนั้นและระบบเอ เควียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
105. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมสารต้านตะกรันในระบบเอเควียส นั้น ซึ่งทำให้ ปริมาณของสารต้านตะกรันในระบบเอเควียสนั้น มากถึง 1000 ppm ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวม ด้วยซิ ลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์ และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่าง น้อย ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9 และขนาดอนุภาคเฉลี่ยของสารต้านตะกรัน จะ น้อยกว่า 3 ไมครอน
106. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์ และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต แคลเซียมเบน โทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลู- มิโนซิลิเกต เฮคโท ไรด์ และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
107. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
108. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตที่บด แล้ว
109. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตที่บดแล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
110. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารต้านตะกรันมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
111. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยตะกรันชนิดโลหะ อัลคาไลน์ เอิร์ธ
112. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ แคลเซียมออกซาเลตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
113. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรันนั้น
114. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของออกซาเลตประมาณ 0.1 ถึง 10,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรัน
115. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
116. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น อยู่ที่ความดันประมาณ 80 ํซ. ถึง 1500 psi
117. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งสารตะกรันนั้นเป็น หนึ่งในชนิดที่เติมลงไปและที่ เกิดขึ้นเป็นอย่างน้อยก่อนและ ในหอทำน้ำเย็น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เครื่องระเหยเป็น ไอ เครื่องย่อยทำเยื่อ เครื่องล้างเยื่อและบริภัณฑ์ฟอกจาก เยื่อชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
118. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เกี่ยวกับวิธีหนึ่งในวิธีการเตรียม กระดาษ การทำเหมืองแร่ การทำสิ่งทอ การทำรถยนต์ การแปรรูปอาหาร การทำเหล็กกล้า การ บำบัดน้ำและการแปรรูปปิโตรเลียม
119. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียส
120. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
121. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 105 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และ สารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารด้านตะกรันนั้น และระบบ เอเควียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
122. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมและการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียส นั้น ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบเอเควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่งสารต้านตะกรันประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย ซึ่งระบบเอเควียส นั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9 และ การเติมสารทำให้กระจายให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
123. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารต้านตะกรัน ประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์ และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต แคลเซียมเบน โทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลู- มิโนซิลิเกต เฮคโท ไรด์ และแมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
124. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
125. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่ บดแล้ว
126. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตที่บด แล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
127. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารต้านตะกรันมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
128. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยตะกรันชนิด โลหะอัลคาไลน์ เอิร์ธ
129. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตและแคลเซียมออกซาเลตชนิดใด ชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
130. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรัน
131. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของออกซาเลตประมาณ 0.1 ถึง 10,000 ppm ก่อนการเติมสารต้าน ตะกรัน
132. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
133. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น อยู่ที่ความดันประมาณ 80 ถึง 1500 psi
134. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งสารตะกรันนั้นเป็น หนึ่งในชนิดที่เติมและเกิดขึ้นชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่าง น้อยของสารก่อนและในหอทำน้ำเย็น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เครื่องระเหยเป็นไอ เครื่องย่อยทำเยื่อ เครื่องล้างเยื่อ และบริภัณฑ์ฟอกจากเยื่อชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
135. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เกี่ยวกับการเตรียมกระดาษ การทำ เหมืองแร่ การเตรียมสิ่งทอ การทำรถยนต์ การแปรรูปอาหาร การทำเหล็กกล้า การบำบัดน้ำ และ การแปรรูปปิโตรเลียมวิธีใดวิธีหนึ่ง
136. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียสนั้น
137. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
138. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 122 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และ สารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้ม ข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารด้านตะกรันนั้น และระบบเอเควียสนั้น มีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
139. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย การเกิดสารต้านตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่ง สารต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะหลาย เวเลนต์ และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่าง น้อย ซึ่งขนาดอนุภาคเฉลี่ย ของสารต้านตะกรันน้อยกว่า 3 ไมครอน
140. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย การเกิดสารต้านตะกรันในระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ปริมาณ ของสารต้านตะกรันในระบบ เอเควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่ง สารต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะหลาย เวเลนต์ และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่าง น้อย และ การเติมสารทำกระจายให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
141. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่งของ เครื่องบดทำเยื่อ ซึ่งประกอบ รวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมและการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้นที่ก่อนเครื่อง ย่อยทำเยื่อและที่เครื่อง ย่อยทำเยื่อหนึ่งอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอย่างน้อย ซึ่งสาร ต้านตะกรันประกอบ รวมด้วยซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์ และ คาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
142. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซา โพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต เฮดโทไรต์ และแมนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่าง น้อย
143. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
144. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่ บดแล้ว
145. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตที่บดแล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
146. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารต้านตะกรันมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
147. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยตะกรันของ โลหะะอัลคาไลน์ เอิร์ธ
148. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตและแคลเซียมออกซาเลตชนิดใด ชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
149. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งประกอบรวมด้วยต่อไป ด้วยการเติมสารรวมตัวเป็น ก้อนมากถึง 10 ppm ให้แก่ระบบเอเค วียสนั้น
150. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้าน ตะกรัน
151. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14
152. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
153. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น อยู่ที่ความดันประมาณ 80 ํซ. ถึง 1500 psi
154. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียสนั้น
155. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
156. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การขจัดสารต้านตะกรันออก จากระบบเอเควียสนั้นโดยการใช้ เครื่องทำให้ใสสะอาด เซลล์แบบลอยตัว ถึงตะตะกอนเครื่องกรอง เซตริฟิวจ์และอุปกรณ์สำหรับออสโมซิสชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
157. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 141 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และ สารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และ ความเข้มข้นของ CO3 2- ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารด้านตะกรันนั้น และระบบ เอเควียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
158. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่งของ เครื่องทำเยื่อ ซึ่งประกอบรวม ด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติม และการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้นก่อนใกล้ ๆ ขั้นตอนสำหรับเครื่องฟอกจางและ ที่ขั้นตอนสำหรับเครื่องฟอกจางอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นอย่าง น้อย ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์และคาร์บอนของโลหะหลาย เวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่ง เป็นอย่างน้อย
159. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซา โพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลูมิโนซิลิเกต เฮดโทไรต์ และแมนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่าง น้อย
160. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
161. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บด แล้ว
162. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียม- คาร์บอเนตที่บดแล้วและโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
163. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารต้านตะกรันมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
164. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยตะกรันชนิดโลหะอัลคา- ไลน์ เอิร์ธ
165. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียมออกซาเลต และ แคลเซียมคาร์บอเนตชนิดใด ชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
166. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งประกอบรวมด้วยต่อไป ด้วยการเติมสารรวมตัวเป็นก้อน มากถึง 10 ppm
167. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของออกซาเลตประมาณ 0.1 ถึง 10,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้าน ตะกรันนั้น
168. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2H ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้ม ข้นของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้านตะกรัน
169. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 2 ถึง 12
170. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นระบบออกซิเดชัน
171. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
172. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น อยู่ที่ความดันประมาณ 80 ํซ. ถึง 1500 psi
173. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียสนั้น
174. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
175. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การขจัดสารต้านตะกรันออก จากระบบเอเควียสนั้นโดยการใช้ เครื่องทำให้ใสสะอาด เซลล์แบบลอยตัว ถังตกตะกอน เครื่อง กรอง เซนดริฟิวจ์ และอุปกรณ์สำหรับออสโมซิส
176. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 158 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมออกซาเลต และ แคลเซียมคาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย และสารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ผิว จำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 2 ถึง 12 และระบบเอเควียสนั้นมีความ เข้มข้นของ Ca2+ ประมาณ 10 ถึง 500 ppm ก่อนการเติมสารด้านตะกรันนั้นและ ก่อนการเติมสาร ต้านตะกรันนั้น ระบบเอเควียสนั้นมีความเข้ม ข้นออกซาเลตประมาณ 0.1 ถึง 10,000 ppm และ ความเข้มข้นของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm อย่างใดอย่างหนึ่งเป็น อย่างน้อยและระบบ เอเควียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
177. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติม และการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ ปริมาณของสารต้านตะกรันในระบบเอ เควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบ รวม ด้วย แมกนีเซียมอะลูมินัม ซิลิเกต ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลู มินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซาโพไนต์ เซพิโอไลต์ แมกนีเซียม คาร์บอเนต เฟอร์รัสคาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์ เฮคโทไรต์ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานและซิงค์คาร์บอเนต ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย
178. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งสารต้านตะกรันมี ขนาดอนุภาคเฉลี่ยที่น้อยกว่า 100 ไมครอน
179. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งสารต้านตะกรันมี พื้นที่ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
180. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยตะกรันชนิดโลหะอัลคา- ไลน์ เอิร์ธ
181. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งสารตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และ แคลเซียมออกซาเลตชนิดใด ชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
182. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้มข้น ของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้าน ตะกรันนั้น
183. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 1778 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น มี pH ประมาณ 2 ถึง 14
184. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นระบบออกซิไดซ์
185. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
186. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น อยู่ที่ความดันประมาณ 80 ํซ. ถึง 1500 psi
187. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียสนั้น
188. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 177 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
189. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติม และการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ ปริมาณของสารต้านตะกรันในระบบเอ เควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบรวม ด้วยคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ซึ่งขนาดอนุภาคเฉลี่ยของ สารต้านตะกรันนั้นน้อยกว่า 3 ไมครอน
190. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว
191. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยตะกรันของโลหะอัลคา- ไลน์เอิร์ธ
192. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ แคลเซียมออกซาเลตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
193. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 2 ถึง 14
194. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นระบบแบบออกซิเดชัน
195. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
196. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นอยู่ที่ความดันประมาณ 80 ถึง 1500 psi
197. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย สารต้านตะกรันเพิ่มเติมอย่าง น้อยหนึ่งชนิดให้แก่ระบบเอเค วียสนั้น
198. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 189 ซึ่งประกอบต่อไปด้วยโปรตีนอย่างน้อยหนึ่งชนิดให้ แก่ระบบเอเควียสนั้น
199. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติม และการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้น ซึ่งทำให้ ปริมาณของสารต้านตะกรันในระบบเอ เควียสนั้นมากถึง 1000 ppm ซึ่งสารต้านตะกรันนั้นประกอบ รวม ด้วยคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ และ การเติมสารทำกระจายให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
200. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งคาร์บอเนตของโลหะ หลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่บดแล้ว
201. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยตะกรันของโลหะอัลคา- ไลน์เอิร์ธ
202. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 2 ถึง 14
203. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
204. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นอยู่ที่ความดันประมาณ 80 ต่อ 1500 psi
205. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย สารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ระบบเอเค วียสนั้น
206. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 199 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
207. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกรันในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติม และการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้น ซึ่งสารต้าน ตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิ ลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย และ การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
208. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 207 ซึ่งปริมาณของสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียสมากถึง 1000 ppm
209. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 207 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น มีอนุภาคเฉลี่ยน้อยกว่า 100 ไมครอน
210. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 207 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH อย่างน้อยประมาณ 9
211. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 207 ซึ่งโปรตีนอย่างน้อย หนึ่งชนิดประกอบรวมด้วยโปรตีน ถั่วเหลือง
212. สารผสมหนึ่งซึ่งประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย โปรตีนอย่างน้อยหนึ่งชนิดและ ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และ คาร์บอเนตของโลหะหลาย เวเลนต์ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย ต่อโปรตีนอย่างน้อยหนึ่งชนิดประมาณ 50:1 ถึง 1:1
213. สารผสมของข้อถือสิทธิข้อ 212 ซึ่งโปรตีนอย่างน้อย หนึ่งชนิดประกอบรวมด้วย โปรตีนถั่วเหลือง
214. สารผสมในข้อถือสิทธิข้อ 212 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย น้ำ และ เยื่อไม้
215. วิธีการยับยั้งสิ่งสะสมตะกร้าในระบบเอเควียสหนึ่ง ซึ่งประกอบรวมด้วย อย่างน้อยหนึ่งในวิธีการเติมและการเกิดสารต้านตะกรันใน ระบบเอเควียสนั้น ซึ่งสารต้าน ตะกรันนั้นประกอบรวมด้วยซิ ลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อยและ การเติมโคโพลิเมอร์ของมาเลอิกแอนไฮดรายด์และไอโซบิวทีน
216. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของโลหะ หลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย โซเดียมมอนต์มอริลโลไนต์ แมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต ทัลค์ ไฮเดรเทดแมกนีเซียมอะลูมินัมซิลิเกต แคลเซียมเบนโทไนต์ ซา โพไนต์ เซพิโอไลต์ โซเดียมอะลู มิโนซิลิเกต เฮดโทไรต์ และ แมกนีเซียมซิลิเกตชนิดอสัณฐานชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
217. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต เฟอร์รัส- คาร์บอเนต แมงกานีสคาร์บอเนต โคโลไมต์และซิงค์คาร์บอเนตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
218. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของ โลหะหลายเวเลนต์ประกอบรวมด้วย แคลเซียมคาร์บอเนตที่ บดแล้ว
219. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารต้านตะกรันนั้น ประกอบรวมด้วยคาร์บอเนตที่บด แล้ว และโซเดียมมอนต์มอ ริลโลไนต์
220. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งปริมาณของสารต้าน ตะกรันในระบบเอเควียสนั้นมาก ถึง 1000 ppm
221. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งขนาดอนุภาคเฉลี่ย ของสารต้านตะกรันน้อยกว่า ประมาณ 100 ไมครอน
222. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 สารต้านตะกรันมีพื้นที่ ผิวจำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก
223. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนัก ของสารต้านตะกรันต่อโคโพลิเมอร์ ประมาณ 50:1 ถึง 1:1
224. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งปริมาณของโคโพลิเ มอร์ในระบบเอเควียสมากถึง 250 ppm
225. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยตะกรันชนิดโลหะอัลคา- ไลน์เอิร์ธ
226. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ แคลเซียมออกซาเลตชนิดใดชนิด หนึ่งเป็นอย่างน้อย
227. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 2 ถึง 14
228. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นระบบแบบออกซิเดชัน
229. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้ม ข้นของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้านตะกรันนั้น
230. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี ความเข้มข้นของของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และความเข้ม ข้นของออกซาเลตประมาณ 0.1 ถึง 10,000 ppm ก่อนการเติมสาร ต้านตะกรันนั้น
231. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้นมี อุณหภูมิประมาณ 25 ํซ. ถึง 500 ํซ.
232. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เป็นอยู่ที่ความดันประมาณ 80 ถึง 1500 psi
233. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารตะกรันนั้นเป็น หนึ่งในชนิดที่เติมหรือเกิดขึ้น เป็นอย่างน้อยก่อนและในหอทำ น้ำเย็น เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน เครื่องระเหยเป็นไอ เครื่องย่อย ทำเยื่อ เครื่องล้างเยื่อ และบริภัณฑ์ฟอกจาก เยื่อชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นอย่างน้อย
234. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารตะกรันนั้นอย่าง น้อยเป็นหนึ่งในชนิดที่เติมและ เกิดขึ้นที่ก่อนเครื่องย่อย ทำเยื่อและที่เครื่องย่อยทำเยื่อที่ใดที่หนึ่งเป็นอย่าง น้อย
235.วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งสารตะกรันนั้นอย่าง น้อยเป็นหนึ่งในชนิดที่เติมและ เกิดขึ้นที่ก่อนใกล้ขั้นตอน สำหรับเครื่องฟอกจากและที่ขั้นตอนสำหรับเครื่องฟอกจางที่ใด ที่หนึ่งเป็น อย่างน้อย
236. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งระบบเอเควียสนั้น เกี่ยวกับหนึ่งในวิธีการเตรียมกระดาษ การทำเหมืองแร่ การทำ สิ่งทอ การทำรถยนต์ การแปรรูปอาหาร การทำเหล็กกล้า การ บำบัดน้ำ และการแปรรูปปิโตรเลียม
237. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารต้านตะกรันเพิ่มเติม อย่างน้อยหนึ่งชนิดให้แก่ ระบบเอเควียสนั้น
238. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมโปรตีนอย่างน้อยหนึ่ง ชนิดให้แก่ระบบเอเควียสนั้น
239. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 238 ซึ่งโปรตีนอย่างน้อย หนึ่งชนิดประกอบรวมด้วยโปรตีน ถั่วเหลือง
240. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การเติมสารรวมตัวเป็นก้อนมาก ถึง 10 ppm
241. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย การขจัดสารต้านตะกรันออก จากระบบเอเควียสนั้น โดยการใช้ เครื่องทำให้ใสสะอาด เซลล์แบบลอยตัว ถึงตกตะกอน เครื่อง กรอง เซนดริฟิวจ์ และอุปกรณ์สำหรับออสโมซิส วิธีใดวิธี หนึ่งเป็นอย่างน้อย
242. วิธีการในข้อถือสิทธิข้อ 215 ซึ่งตะกรันนั้นประกอบ รวมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตและ สารต้านตะกรันนั้นมีพื้นที่ผิว จำเพาะประมาณ 10 ถึง 1000 ม2/ก และระบบเอเควียสนั้นมี pH ประมาณ 9 ถึง 14 และระบบเอเควียสนั้นมีความเข้มข้นของ Ca+2 ประมาณ 10 ถึง 500 ppm และ ความเข้มข้นของ CO3 -2 ประมาณ 100 ถึง 30,000 ppm ก่อนการเติมสารต้านตะกรันและระบบเอเค วียสนั้นมีอุณหภูมิประมาณ 25 ํซ ถึง 500 ํซ
243. สารผสมหนึ่งซึ่งประกอบรวมด้วย ซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และคาร์บอเนตของโลหะหลายเวเลนต์ ชนิดใดชนิดหนึ่งเป็น อย่างน้อย โคโพลิเมอร์ของมาเลอิกแอนไอด รายด์และไอโซบิวทีน และ ซึ่งอัตราส่วนน้ำหนักของซิลิเกตของโลหะหลายเวเลนต์และ คาร์บอเนตของโลหะหลายเว เลนต์ต่อโคโพลิเมอร์นั้นเป็น 50:1 ถึง 1:1
244. สารผสมในข้อถือสิทธิข้อ 243 ซึ่งประกอบรวมต่อไปด้วย น้ำและ เยื่อไม้
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH49577A true TH49577A (th) | 2002-02-27 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CA2374603C (en) | Methods of preventing scaling involving inorganic compositions, and compositions therefor | |
| US3879288A (en) | Process of inhibiting scale formation on walls of structures containing an aqueous system | |
| US6365101B1 (en) | Methods of preventing scaling involving inorganic compositions, and compositions therefor | |
| US5961837A (en) | Process for treatment of industrial waste | |
| EP1346957B1 (en) | Multifonctional calcium carbonate and calcium phospate scale inhibitor | |
| EP0644160A2 (en) | Method for inhibiting scale formation and/or dispersing iron in reverse osmosis systems | |
| TW201704147A (zh) | 水的純化方法 | |
| JP5763528B2 (ja) | 水溶液系における水性シリカのスケールの生成及び堆積の阻害方法 | |
| AU2014264916A1 (en) | Surface-treated calcium carbonate and phyllosilicate and its use in water purification | |
| Hu et al. | Characterization of scalants and strategies for scaling mitigation in membrane distillation of alkaline concentrated circulating cooling water | |
| EP0478018A1 (en) | Treatment of aqueous medium with copolymers containing acrylamidoalkane sulfonic acid | |
| Wang et al. | An Innovative Process System Consisting of Dissolved Air Flotation, Recarbonation and Filtration and Using Lime and Sodium Aluminate for Removal of Hardness, Iron and Manganese from Groundwater | |
| US4952326A (en) | Dispersion of particulates in an aqueous medium | |
| US5800716A (en) | Processes for the treatment of acidic liquors and for the production of commercial products thereby | |
| Amjad | Silica scale control by non-ionic polymers: The influence of water system impurities | |
| KR20020015348A (ko) | 무기 조성물을 포함한 스케일 생성 억제 방법 및 그를위한 조성물 | |
| Amjad et al. | Comparative performance of natural, hybrid, and synthetic polymers containing different functional groups as strontium sulfate scale inhibitors | |
| Amjad et al. | A Current Review of Polymeric Dispersants and Their Practical Significance in Industrial Water Treatment | |
| NL8320391A (nl) | Werkwijze voor het voorkomen van magnesium- en calcium(houdende) afzettingen in ontzoutingsapparaten. | |
| Farkhod et al. | Import-mixing sorbents for purification of waste production water of gas processing industry for re-use. | |
| Zinck | An investigation into the hydrolytic precipitation of iron (III) from sulphate-bearing effluents | |
| Amjad et al. | Formation and control of iron-based deposits in industrial water systems | |
| JPS6231632B2 (th) | ||
| Lohkamp | Water Treatment in Citrus Processing Plants | |
| Kweik | Formation and Control of Iron-Based Deposits in Industrial Water Systems |