TH47349A - โฟมซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปไปเนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้น ซึ่งทำขึ้นจากของผสมของแอลเคนิลอะโรเมติก-โพลีเมอร์กับแอลฟา-โอเลฟิน/ไวนิลหรือไวนีลิดีนนอะโรเมติค และ/หรืออะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือ ไวนิลิดีนอินเตอร์-โพลีเมอร์ ซึ่งถูกบดบังทางเสตอริคัล - Google Patents

โฟมซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปไปเนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้น ซึ่งทำขึ้นจากของผสมของแอลเคนิลอะโรเมติก-โพลีเมอร์กับแอลฟา-โอเลฟิน/ไวนิลหรือไวนีลิดีนนอะโรเมติค และ/หรืออะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือ ไวนิลิดีนอินเตอร์-โพลีเมอร์ ซึ่งถูกบดบังทางเสตอริคัล

Info

Publication number
TH47349A
TH47349A TH9901004487A TH9901004487A TH47349A TH 47349 A TH47349 A TH 47349A TH 9901004487 A TH9901004487 A TH 9901004487A TH 9901004487 A TH9901004487 A TH 9901004487A TH 47349 A TH47349 A TH 47349A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
component
weight
foam
hfc
ethylene
Prior art date
Application number
TH9901004487A
Other languages
English (en)
Other versions
TH47349A3 (th
Inventor
ไอ เชาดารี นายบาห์รัต
Original Assignee
เดอะ เดาว์ เคมิคอล คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เดอะ เดาว์ เคมิคอล คัมปะนี filed Critical เดอะ เดาว์ เคมิคอล คัมปะนี
Publication of TH47349A publication Critical patent/TH47349A/th
Publication of TH47349A3 publication Critical patent/TH47349A3/th

Links

Abstract

DC60 (14/12/43) การประดิษฐ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น (และขบวนการสำหรับการ เตรียมโฟมเหล่านี้) ซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูป เนื่องจากความร้อนที่ ถูกทำให้เพิ่มสูงขึ้น และมีความคงตัวของ ขนาดที่ถูกปรับปรับให้ดีขึ้นในขณะที่ยังรักษาคุณสมบัติของ ความ เหนียว/การฉีกขาด การคืบ และการเปลี่ยนขนาดเนื่องจากสภาพ แวดล้อม แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์โฟมที่มีความหนาแน่นต่ำ และ เป็นเซลล์ปิดแสดงถึงอุณหภูมิที่ ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจาก ความร้อนซึ่งถูกทำให้สูงขึ้น เมื่ออินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดย ส่วนใหญ่เป็น แบบสุ่ม ซึ่งมีสไตรีน 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ ถูกผสมเข้าไป เมื่อโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ ที่เหมือนกัน เหล่านี้ทำโดยปราศจากอินเตอร์โพลิเมอร์เหล่านี้แล้ว อุณหภูมิ ที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่อง จากความร้อนจะไม่ได้ถูกปรับปรุง ให้ดีขึ้น การประดิษฐ์ในที่นี้เกี่ยวข้องกับโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น (และขบวนการสำหรับการ เตรียมโฟมเหล่านี้) ซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูป เนื่องจากความร้อนที่ ถูกทำให้เพิ่มสูงขึ้น และมีความคงตัวของ ขนาดที่ถูกปรับปรับให้ดีขึ้นในขณะที่ยังรักษาคุณสมบัติของ ความ เหนียว/การฉีกขาด การคืบ และการเปลี่ยนขนาดเนื่องจากสภาพ แวดล้อม แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์โฟมที่มีความหนาแน่นต่ำ และ เป็นเซลล์ปิดแสดงถึงอุณหภูมิที่ ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจาก ความร้อนซึ่งถูกทำให้สูงขึ้น เมื่ออินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดย ส่วนใหญ่เป็น แบบสุ่ม ซึ่งมีสไตรีน 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ ถูกผสมเข้าไป เมื่อโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ ที่เหมือนกัน เหล่านี้ทำโดยปราศจากอินเตอร์โพลิเมอร์เหล่านี้แล้ว อุณหภูมิ ที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่อง จากความร้อนจะไม่ได้ถูกปรับปรุง ให้ดีขึ้น

Claims (29)

1. ขบวนการสำหรับทำโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ที่เป็นเซลล์ปิด ซึ่งมีอุณหภูมิซึ่ง ทำให้เกิดการผิดรูป เนื่องจากความร้อนที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง ขบวนการประกอบรวมด้วย (I) การทำให้เกิดวัสดุโพลีเมอร์หลอม เหลวซึ่งประกอบรวมด้วย: (A) จาก 80 ถึง 98 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนักรวม ของส่วน ประกอบ A และ B) ของ แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์หนึ่ง ชนิดหรือมากกว่า นั้น และที่ซึ่ง แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดมี น้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 100,000 ถึง 500,000 และ (B) จาก 2 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วน ประกอบ A และ B) ของอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วน ใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือ มากกว่านั้น ซึ่งมี I2 มีค่า 0.1 ถึง 1000 กรัม/10 นาที Mw/Mn เป็น 1.5 ถึง 20 ซึ่งประกอบรวมด้วย, (1) จาก 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ ของหน่วยโพลิเมอร์ที่มาจาก : (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโรเมติค โมโนเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด, หรือ (b) อะลิฟาติคหรือไซโคล อะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบด บังอย่าง น้อยที่สุดหนึ่งชนิด หรือ (c) การรวมกันของอะโรเมติค ไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์อย่างน้อยที่ สุดหนึ่ง ชนิดและอะลิฟาติคหรือไซ โคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิ ดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบังอย่าง น้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และ (2) จาก 35 ถึง 79 โมลเปอร์เซ็นต์ ของหน่วยโพลีเมอร์ที่มาจากเอ ทิลีน และ/หรือ C3-20 อัลฟา-โอลิฟิน อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และ (3) จาก 0 ถึง 20 โมลเปอร์เซ็นต์ ของหน่วยโพลิเมอร์ที่มาจาก โมโนเมอร์ที่ โพลิเมอไรซ์ได้ ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนหนึ่งชนิด หรือมากกว่านั้นนอกเหนือ จาก พวกที่มาจาก (1) และ (2), และ (C) โดยเลือกได้แล้ว, สารนิว คลิเอติ้งหนึ่งชนิดหรือมากกว่า นั้น และ (D) โดยเลือกได้แล้ว, สารแต่งเติม อื่นๆหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (II) การผสมเข้าไปอีกในวัสดุโพลี เมอร์หลอมเหลวดังกล่าวที่ความ ดันที่เพิ่มขึ้นเพื่อ ให้เกิดเป็นเจล ที่เกิดเป็นโฟมได้ (E) มีสารเป่าหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้นอยู่ในปริมาณทั้งหมดจาก 0.2 ถึง 5.0 กรัม- โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบจากน้ำหนักรวมของ ส่วนประกอบ A และ B) (III) ทำให้เจลที่เกิดเป็นโฟมได้ เย็นลงถึงอุณหภูมิที่พอเหมาะ, และ (IV) อัดรีดเจลจากขั้นตอน III ผ่านแม่พิมพ์เข้าสู่บริเวณที่มีความ ดันต่ำลงเพื่อให้เกิด เป็นโฟม ที่ซึ่งจากการเป็นผลของขบวน การดังกล่าว อุณหภูมิที่ทำให้เกิด การผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของ โฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้น ประมาณ 2 ํซ. หรือมากกว่านั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กัน ซึ่ง ปราศจากอินเตอร์โพลีเมอร์ ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่ม
2. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งโฟมดังกล่าวมีความ หนา 0.95 ซม. หรือมากกว่านั้น และ ที่ซึ่ง (A) ในส่วนประกอบ (A) แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์อย่าง น้อยที่สุดหนึ่งชนิดดัง กล่าวมีหน่วยที่เป็นแอลเคนิลอะโรเมติคโ มโนเมอร์อยู่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำ หนัก และมีน้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 120,000 ถึง 350,000 และมีอยู่ในปริมาณ จาก 85 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และ B) (B) อินเตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดัง กล่าว, ส่วนประกอบ B, มี I2 เท่า กับ 0.3 ถึง 30 กรัม/10 นาที และ Mw / Mn 1.8 ถึง 10, มี อยู่ในปริมาณจาก 3 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบ จากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ; และประกอบรวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 52 โมล เปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจาก (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์ดังกล่าวที่ถูก แทนโดยสูตรต่อไป นี้ Ar l R1-----C = CH2 ที่ซึ่ง R1 ถูกเลือกจากกลุ่ม ของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน และอนุมูลแอลคิลที่มี คาร์บอนสามตัวหรือน้อยกว่านั้น, และ Ar คือกลุ่มเฟนิล หรือ กลุ่มเฟนิลซึ่งถูกแทนที่ด้วยตัวแทนที่ จาก 1 ถึง 5 ตัว ซึ่ง ถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยฮาโล, C1-4 -แอลคิล, และ C1-4 ฮาโลแอลคิล, หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบัง ทางสเตอริคัลดังกล่าวถูกแทนโดย สูตรทั่วไปต่อไปนี้, Al l R1-----C = C(R2)2 ที่ซึ่ง A1 เป็นตัวแทนที่เป็น อะลิฟาติค หรือ ไซโคลอะลิฟาติคที่มีขนาดใหญ่เชิงสเตียริคัล ซึ่งมี คาร์บอนมากถึง 20 ตัว R1 ถูกเลือกจากกลุ่มของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน และอนุมูลแอลคิล ซึ่งมีอะตอม คาร์บอนจาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่าแล้ว คือ ไฮโดรเจน หรือเมทิล, R2 แต่ละตัวถูก เลือกโดย อิสระแล้วจากกลุ่มของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน และอนุมูลแอลคิล ซึ่งมีอะตอม คาร์บอนจาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่าแล้วคือ ไฮโดรเจนหรือเมทิล, หรือ ในอีกทางเลือกหนึ่ง R1 และ A1 ร่วมกันเกิดเป็น ระบบวงแหวน, หรือ (c) การรวมกันของ a และ b; และ 2) จาก 48 ถึง 71 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน และ/หรือ อัลฟา- โอลิฟินดังกล่าว ซึ่งประกอบรวม ด้วยโพรพิลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1, เฮกซีน-1 หรือ ออคทีน -1 อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และ 3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิ ลีนดังกล่าวนอกเหนือจากพวก ที่มาจาก (1) และ (2) ประกอบรวมด้วยนอร์บอนีน หรือนอร์บอนีน ซึ่งถูก แทนที่ โดย C1-10 แอลคิล หรือ C6-10 เอริล, และ (C) สารนิวคลีเอติ้งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่, ส่วน ประกอบ (C) จะประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนต, แป้งแร่ (talc), เคลย์, ซิลิกา, แบเรียมสเตียเรท, ไดอะตอมเมเชียสเอิร์ท, ของผสมของกรดซิตริคและ โซเดียมไบคาร์บอเนต หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (D) สารเติมแต่งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่, ส่วนประกอบ (D) จะประกอบรวมด้วยสารเติม อนินทรีย์, เม็ดสี, สารต้านการออกซิไดซ์, แอซิดสคาเวนเจอร์, สารดูดซับอัลตรา ไวโอเลต, เทอร์โมพลาสติกโพลีเมอร์อื่นๆ, สารแอนตี้สเตติด, สารหน่วงเปลว, สาร ช่วยในกระบวนการ และสารช่วยการอัดรีดหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น และ (E) สารเป่าดังกล่าว, ส่วนประกอบ (E) จะมีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 0.5 ถึง 3.0 กรัม- โมล/กก. (โดยเทียบ จากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) และประกอบรวม ด้วยสารเป่าอินทรีย์, สารเป่าอินทรีย์หรือ สารเป่าสารเคมี, หนึ่งชนิดหรือมากกว่า นั้นและ ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ํซ. หรือ มากกว่านั้นเมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กัน ซึ่ง ปราศจากอินเตอร์โพลีเมอร์ที่ได้โดยส่วนใหญ่เป็น แบบสุ่ม
3. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งโฟมดังกล่าวมีความหนา 2.5 ซม. หรือมากกว่านั้น และ ที่ซึ่ง; (A) ในส่วนประกอบ (A) แอลเคนิลอะโรเมติดโพลีเมอร์อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดดัง กล่าวมีหน่วยที่เป็นแอลเคนิลอะโรเมติคมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก มีนำ หนักโมเลกุล (Mw) จาก 130,000 ถึง 325,000 การกระจายของน้ำหนักโมเลกุล (Mw/Mn) จาก 2 ถึง 7 และมีอยู่ในปริมาณจาก 90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดย เทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ; (B) อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าว, ส่วนประกอบ (B) มี I2 จาก 0.5 ถึง 10 กรัม/10 นาที และ Mw/Mn จาก 2 ถึง 5 มีอยู่ในปริมาณจาก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดย นน. (โดยเทียนจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และB) และ ประกอบรวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 45 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลีที่มาจาก (a) ไวนิลอะโรเมติคโมโนเมอร์ดังกล่าวซึ่งประกอบรวมด้วยสไตรีน, อัลฟา- เมทิลสไตรีน, ออร์โท-, เมต้า-, และพารา-เมทิลสไตรีน, และสไตรีน ซึ่งถูก เติมฮาโลเจนที่วงแหวน, หรือ (b) อะลิฟาติก หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนีลิดีน โมโนเมอร์ดังกล่าว ซึ่งประกอบรวมด้วย 5-เอทิลีดีน-2-นอร์บอนีน หรือ 1-ไวนิลไซโคล- เฮกซีน, 3-ไวนิลไซโคล-เฮกซีน, และ 4-ไวนิลไซโคล-เฮกซีน, หรือ (c) การรวมกันของ a และ b; และ (2) จาก 55 ถึง 71 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลีเมอร์ที่มาจากเอทิลีน, หรือเอทิลีน และ อัลฟา-โอเลฟินดังกล่าว ซึ่งประกอบรวมด้วย เอทิลีน หรือเอทิลีนและโพรไพ- ลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1, เฮกซีน-1, หรือออกทีน-1 อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด,และ (3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนดังกล่าว นอกเหนือจากพวก ที่มาจาก (1) และ (2) คือ นอร์บอนีน, และ (C) สารนิวคลีเอติ้งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่ ส่วนประกอบ (C) ประกอบรวมด้วยแป้งแร่ และ ของผสมของกรดซิตริค กับโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, (D) สารเติมแต่งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่, ส่วนประกอบ (D) จะประกอบรวมด้วย คาร์บอน- แบล็ค, ทิเทเนียมไดออกไซด์, แกรไฟท์, เทอร์โมพลาสติกโพลิเมอร์อื่นๆ และสาร หน่วงเปลวหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าดังกล่าว, ส่วนประกอบ (E) จะมีอยู่ในปริมาณทั้งหมดจาก 1.0 ถึง 2.5 กรัม- โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และB) ซึ่ง ประกอบรวมด้วยไนโตรเจน, ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6), อาร์กอน, คาร์บอน ได ออกไซด์, น้ำ, อากาศและฮีเลี่ยม, มีเทน, อีเทน, โพรเพน, n-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, เมทานอล, เอทานอล, n-โพรพานอล และ ไอโซโพรพานอล, เมทิลฟลูออไรด์, เพอร์ฟลูออโรมีเทน, เอทิลฟลูออไรด์, 1,1- ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), ฟลูออโรอีเทน (HFC-161), 1,1,1-ไตรฟลูออโรอีเทน (HFC-143a), 1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), 1,1,2,2-เตตระฟลูออโร อีเทน (HFC-134), 1,1,1,3,3-เพนตะฟลูออโรโพรเพน, เพนตะฟลูออโรอีเทน (HFC- 125), ไดฟลูออโรมีเทน (HFC-32); เพอร์ฟลูออโรอีเทน, 2,2-ไดฟลูออโรโพรเพน, 1,1,1,-ไตรฟลูออโรมีเทน, เพอร์ฟลูออโรโพรเพน, ไดคลอโรโพรเพน, ไดฟลูออโร โพรเพน, เฟอร์ฟลูออโรบิวเทน, เพอร์ฟลูออโรไซโคลบิวเทน, เมทิลคลอไรด์, เมทิ- ลีนคลอไรด์, เอทิลีนคลอไรด์, 1,1,1,-ไตรคลอโรอีเทน, 1,1-ไดคลอโร-1-ฟลูออโร- อีเทน (HCFC-141b), 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b), คลอโรไดฟลู- ออโรมีเทน (HCFC-22), 1,1-ไดคลอโร-2,2,2-ไตรฟลูออโรอีเทน (HFCF-123) และ 1-คลอโร-1,2,2,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HCFC-124), ไตรคลอโรโมโนฟลูออโร มีเทน(CFC-11), ไดคลอโรไดฟลูออโรมีเทน (CFC-12), ไตรคลอโร-ไตรฟลูออโรอี- เทน (CFC-113), ไดคลอโรเตตะฟลูออโรอีเทน (CFC-114), คลอโรเฮปตะฟลูออโร โพรเพน, ไดคลอโรเฮกซะฟลูออโรโพรเพน, เอโซคาร์โบนาไมด์, เอโซไดอาโซบิวทิ- โร-ไนไตรล์, เบนซีนซัลฟอนไฮดราไซด์, 4,4-ออกซีเบนซีนซัลโฟนิล-เซมิคาร์บาไซด์, p-โทลูอีนซัลโฟนิลเซมิ-คาร์บาไซด์, แบเรียมเอโซไดคาร์บอกซีเลท, N,N',-ไดเมทิล- N,N' ไดไตรโซแทร์-ทพาทาลาไมด์-ไตรไฮดราซิไตรอะซีน และของผสมของ กรดซิตริคและโซเดียมไบคาร์บอเนต,หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อนของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้น 5 ํซ. หรือมากกว่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่งปราศจากอินเตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่ เป็นแบบสุ่ม
4. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 3 ที่ซึ่งในแอลเคนิคอะโร มาติคโพลีเมอร์ดังกล่าว, ส่วน ประกอบ (A) คือ โพลีสไตรีน, ส่วนประกอบ B คือ โพลีเมอร์ร่วมของเอทิลีน/สไตรีน และสารเป่า, ส่วนประกอบ (E) คือ คาร์บอนไดออกไซด์, โพรเพน, n-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพน เทน, นีโอเพนเทน, เอทสนอล, 1,1-ไดฟฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), 1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), เอทิลคลอไรด์, 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b), 1,1,2,2-เตตระฟลูออโร อีเทน (HFC-134) หรือคลอโรไดฟลูออโรมีเทน (HCFC-22) หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น
5. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 3 ที่ซึ่งแอลเคนิคอะโรมา ติคดังกล่าว, ส่วนประกอบ (A) คือโพ- ลีสไตรีน, ในอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าว ส่วนประกอบ B1 (a) คือ สไตรีน, และส่วนประกอบ B2 คือ เอทิลีนและโพรไพลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1-เฮกซีน-1, หรือออค ทีน-1 อย่างน้อยที่สุดดหนึ่งชนิด, และสารเป่า, ส่วนประกอบ (E) คือคาร์บอนไดออกไซด์, โพรเพน, n-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, เอทานอล, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a) , 1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), เอทิลคลอไรด์, 1-คลอไรด์-1, 1-ไดฟลูออโรอี เทน(HCFC-142b), 1,1,2,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134), หรือ คลอโรไดฟลูออโรมีเทน(HCFC- 22)หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น
6. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งโฟมมีความหนาแน่น จาก 10 ถึง 150 กิโลกรัม ต่อลูก บาศก์เมตร (กก/ม3) และมีขนาดเซลล์ 0.05 ถึง 5.0 มิลลิเมตร
7. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่ง โฟมมีความหนาแน่น จาก 10 ถึง 70 กก/ม3 และมีขนาด เซลล์ 0.1 ถึง 1.5 มิลลิเมตร
8. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งวัสดุแอลเคนิลอะโร เมติคโพลีเมอร์ ประกอบรวมด้วย หน่วยที่เป็นแอลเคนิล อะโรเมติคโมโนเมอร์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่ โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มถูกผสมเข้า ไปเพื่อเพิ่มอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความ ร้อนขึ้น 5 ํซ. หรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์ กัน ซึ่งปราศจากอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่ เป็นแบบ สุ่มและโฟมมีความหนาแน่นจาก 10 ถึง 150 กก/ม3 และมีขนาดเซลล์ 0.05 ถึง 5.0 มิลลิเมตร
9. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งวัสดุแอลเคนิลอะโร เมติคโพลีเมอร์ ประกอบรวมด้วย หน่วยที่เป็นแอลเคนิล อะโรเมติคโมโนเมอร์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่ โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มถูกผสมเข้าไป เพื่อเพิ่มอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อนขึ้น 5 ํซ. หรือมากกว่านั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่ง ปราศจากอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่ เป็นแบบสุ่ม และโฟมมีความหนาแน่นจาก 10 ถึง 70 กก/ม3 และมีขนาดเซลล์ 0.1 ถึง 1.5 มิลลิเมตร
10. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งในขั้น ตอน (IV) เจลที่เป็นโฟมได้ถูกอัดรีดผ่านแม่พิมพ์ ที่มีหลายรู เข้าสู่บริเวณที่มีความดันต่ำลงเพื่อที่ว่าจะเกิดการสัมผัสกัน ระหว่างกระแสของสิ่งที่ถูกอัดรีด เหลวที่อยู่ติดกันระหว่างขบวน การเกิดเป็น โฟมและผิวหน้าที่สัมผัสกันจะยึดติดกันด้วยการยึด ติดที่ เพียงพอเพื่อให้ได้โครงสร้างโฟมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียว กัน สำหรับทำให้เกิดเป็นโฟมที่เป็นเส้นเชื่อม ต่อกัน
11. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งในขั้น ตอน (IV) เจลที่เกิดเป็นโฟมได้ถูก, 1) อัดรีดเข้าสู่บริเวณที่รั้งไว้ซึ่งถูกรักษาไว้ที่ อุณหภูมิ และความดันที่ไม่ปล่อยให้เจลเกิด เป็นโฟม บริเวณที่รั้งไว้ซึ่งมีแม่พิมพ์ที่ทางออกซึ่งกำหนดรูเปิด เข้าสู่บริเวณที่มีความ ดันต่ำลง ที่ซึ่งเจลเกิดเป็นโฟม และประตูที่เปิดได้จะปิดช่องแม่พิมพ์, 2) เปิดประตูเป็นระยะ ๆ 3) ให้ความดันเชิงกลโดยส่วนใหญ่พร้อมๆ กัน โดยแกนที่ เคลื่อนที่ได้บนเจลเพื่อดีดมัน ที่รั้งไว้ผ่านช่องแม่พิมพ์เข้า สู่บริเวณที่มีความดันต่ำลง ที่อัตราสูงกว่า ที่ซึ่งโดยส่วน ใหญ่จะเกิดโฟมในช่องแม่พิมพ์และน้อยกว่าที่โดยส่วนใหญ่ จะเกิดความไม่ สม่ำเสมอของพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปร่างขึ้น, และ 4) ปล่อยให้เจลที่ถูกดีดขยายตัวอย่างอิสระอย่างน้อยที่ สุดหนึ่งด้านเพื่อให้เกิดโครงสร้าง โฟมขึ้น
12. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งเจลที่เกิดเป็นโฟม ได้จากขั้นตอน (II) ถูกทำให้เย็นลงถึง อุณหภูมิที่พอเหมาะที่ ซึ่งจะไม่เกิดโฟมขึ้นและแล้วถูกอัดรีดผ่านแม่พิมพ์เพื่อให้ เกิดเป็นเส้นเทอร์โม พลาสติกที่ขยายตัวได้อย่างมีความจำเป็น แล้วที่ต่อเนื่องซึ่งจะถูกทำให้เป็นเม็ดเพื่อเป็นเม็ดเทอร์โม - พลาสติกที่ขยายตัวได้
13. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 1 ที่ซึ่งในขั้น ตอน (IV) เจลที่เป็นโฟมได้ดังกล่าวถูกอัดรีด ผ่านแม่พิมพ์ เพื่อให้เกิดเป็นเส้นเทอร์โมพลาสติกที่ขยายตัวได้อย่างมีความ จำเป็นแล้วที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะ ถูกเปลี่ยนเป็นเม็ดโฟม โดยการ ตัดที่ผิวหน้าของแม่พิมพ์และแล้วถ้าถูกปล่อยให้ขยายตัว
14. ขบวนการสำหรับทำโฟมแอลเคนิลอะโรเมติคที่เป็นเซลล์ปิด ในรูปของเม็ดโฟมเทอร์โม พลาสติก ซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้ผิดรูป เนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้น ซึ่งขบวนการจะประกอบรวมด้วย; (1) การทำให้เกิดวัสดุโพลีเมอร์หลอมเหลว ซึ่งประกอบรวม ด้วย (A) จาก 80 ถึง 98 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจาก น้ำหนักรวมของส่วน ประกอบ A และ B) ของแอลเคนิลอะโร เมติคโพลีเมอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่า นั้น และที่ซึ่งแอลเคนิล อะโรเมติคโพลีเมอร์ดังกล่าวอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดมี น้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 100,000 ถึง 500,000 และ (B) จาก 2 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจาก น้ำหนักรวมของส่วน ประกอบ A และ B) ของอินเตอร์โพลี เมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้น ซึ่งมี I2 มีค่า 0.1 ถึง 1000 กรัม/10 นาที Mw / Mn เป็น 1.5 ถึง 20 ซึ่งประกอบรวมด้วย (1) จาก 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ ได้มาจาก (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์อย่างน้อยที่ สุดหนึ่งชนิด หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีนโมโนเ มอร์ที่ถูก บดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, หรือ (c) การรวมกันของอะโรเมติคไวนิล หรือไวนิลิดีนโมโนเมอร์ อย่างน้อยที่ สุดหนึ่งชนิดและอะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด, และ (2) จาก 35 ถึง 79 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ ที่มาจากเอทิลีน และ/หรือ C3-20 อัลฟา-โอลิฟินอย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิด, และ (3) จาก 0 ถึง 20 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่มา จากโมโนเมอร์ที่ โพลิเมอไรซ์ได้ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้น นอก เหนือจากพวกที่มาจาก (1) และ (2) และ (C) โดยเลือกได้แล้ว, สารนิวคลีเอติ้งหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้น, และ (D) โดยเลือกได้แล้ว, สารเติมแต่งอื่น ๆ หนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น, และ (II) การทำให้ผลิตผลจากขั้นตอน I เย็นลงและเกิดเป็น เกล็ดเพื่อให้ได้อนุภาคเรซินที่แยก กัน, และ (III) การทำให้อนุภาคเรซินดังกล่าว แขวนลอยในตัวกลางที่ เป็นของเหลว ที่ซึ่งพวกมันโดย ส่วนใหญ่จะไม่ละลาย (IV) การผสมลงในสารแขวนลอยที่เกิดขึ้นในขั้นตอน III ที่ ความดันและอุณหภูมิที่เพิ่ม ขึ้นในหม้อนึ่งความดันหรือภาชนะที่ มีความดันอื่น ๆ (E) สารเป่าหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น ซึ่งมีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 0.2 ถึง 5.0 กรัม-โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) (V) การให้ผลิตผลที่เกิดขึ้นในขั้นตอน IV เข้าไปใน บรรยากาศหรือบริเวณที่มีความดันที่ ลดลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เกิดเป็นเม็ดโฟม, ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ํซ. หรือ มากกว่านั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่งปราศจาก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่ได้โดยส่วนใหญ่เป็น แบบสุ่ม
15. ขบวนการสำหรับทำเม็ดโฟมเทอร์โมพลาสติกที่ขยายตัวได้ ขบวนการซึ่งประกอบรวม ด้วย (I) การให้ (A) แอลเคนิลอะโรเมติคโมโนเมอร์และโมโนเมอร์ชนิดที่สองซึ่งเลือก ได้ ที่ต่างจาก และโคโพลิเมอไรซ์ได้กันกับแอลเคนิล อะโรเมติคโมโนเมอร์ดังกล่าว, (II) การละลายโมโนเมอร์ดังกล่าวอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด (B) อินเตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือกว่านั้น ซึ่ง ประกอบรวมด้วยหน่วยโพลิเมอร์ที่มาจาก, (a) ไวนิล หรือไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์อย่างน้อยที่ สุดหนึ่งชนิด, หรือ (b) อะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบัง อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, หรือ (c) การรวมกันของอะโรเมติคไวนิลหรือไวนิลิดีนโม โนเมอร์อย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิดและอะลิฟาติคหรือ ไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีนโมโน เมอร์ที่ถูก บดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และ (2) หน่วยโพลิเมอร์ที่มาจากเอทิลีน และ/หรือ C3-20 อัลฟา-โอลิฟินอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และโดยเลือกได้แล้ว (3) หน่วยโพลิเมอร์ที่มาจากโมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้นนอก เหนือจากพวกที่มาจาก (1) และ(2) และ (C) โดยเลือกได้แล้ว, สารนิวคลิเอติ้งหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้น, และ (D) โดยเลือกได้แล้ว, สารเติมแต่งอื่นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น, และ (III) โพลิเมอไรซ์ผลิตผลจากขั้นตอน (II) เพื่อให้เป็น อนุภาคเทอร์โมพลาสติก, และ (IV) การผสมในระหว่าง และ/หรือ หลังจากโพลีเมอ ไรเซซัน (E) ผสมสารเป่าหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้นเข้าไปในอนุภาค เทอร์โมพลาสติก, และ (V) การทำให้อนุภาคเทอร์โมพลาสติกเย็นตัวลงเพื่อให้เกิด เป็นเม็ดโฟมที่ขยายตัวได้
16. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 15 ที่ซึ่ง (A) โมโนเมอร์ (อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) ดังกล่าวมีอยู่ใน ปริมาณ 80 ถึง 98 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำ หนักรวมของส่วนประกอบ A และส่วน ประกอบ B); และ (B) อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้นดังกล่าว มี I2 จาก 0.1 ถึง 1000 กรัม /10 นาที , Mw / Ma เป็น 1.5 ถึง 20 และมีอยู่ในปริมาณ จาก 2 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบ จากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ ส่วนประกอบ B) และ ประกอบรวมด้วย (1) จาก 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ ได้มาจาก (a) ไวนิล หรือ ไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์อย่างน้อยที่ สุดหนึ่งชนิด, หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีน โมโนเ มอร์ที่ถูกบดบัง อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, หรือ (c) การรวมกันของอะโรเมติคไวนิล หรือไวนิลิดีนโมโนเมอร์ อย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิดและอะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ ที่ถูกบดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด, และ (2) จาก 35 ถึง 79 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ ที่มาจากเอทิลีน และ/หรือ C3-20 อัลฟา-โอลิฟินอย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิด, และ (3) จาก 0 ถึง 20 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่มา จากโมโนเมอร์ที่โพลิเมอ ไรซ์ได้ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้น นอกเหนือจากพวกที่ มาจาก (1) และ (2), และ (C) โดยเลือกได้แล้ว สารนิวคลีเอติ้งหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้น, และ (D) โดยเลือกได้แล้ว, สารเติมแต่งอื่นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าหนึ่งชนิด หรือมากกว่านั้นอยู่ในปริมาณทั้ง หมดจาก 0.2 ถึง 5.0 กรัม- โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และส่วนประกอบ B)
17. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 15 ที่ซึ่ง, (A) โมโนเมอร์ (อาจมากกว่าหนึ่งชนิด) ดังกล่าวมีอยู่ใน ปริมาณ 85 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำ หนักรวมของส่วนประกอบ A และส่วนประกอบ B) และ (B) อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้นดังกล่าว มี I2 จาก 0.3 ถึง 30 กรัม/10 นาที Mw / Ma เป็น 1.8 ถึง 10, และมีอยู่ในปริมาณจาก 3 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และส่วน ประกอบ B) และประกอบรวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 52 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ ได้มาจาก (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโลเมติคโมโนเมอร์ดังกล่าวซึ่ง ถูกแทนโดยสูตรต่อไป นี้; Ar l R1 -- C == CH2 ที่ซึ่ง R1 ถูกเลือกจากกลุ่มของ อนุมูลซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจน และอนุมูล แอลคิล ซึ่งมี คาร์บอน สามตัวหรือน้อยกว่านั้น, และ Ar คือกลุ่มเฟนิล หรือกลุ่มเฟนิล ซึ่งถูกแทนที่ด้วยตัวแทนที่จาก 1 ถึง 5 ตัว ซึ่งถูกเลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยฮาโล, C1-4 -แอลคิล, และ C1-4 ฮาโล แอลคิล, หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบัง ทางสเตอริคัลดังกล่าว ถูกแทนโดยสูตรทั่วไป ต่อไปนี้ Al l R1 -- C == (CR2)2 ที่ซึ่ง A1 คือ ตัวแทนที่เป็นอะลิฟา ติค หรือไซโคลอะลิฟาติคที่มีขนาดใหญ่ทางสเตอริคัล ซึ่งมี คาร์บอนมากถึง 20 ตัว, R1 ถูกเลือกจากกลุ่มของอนุมูล ซึ่งประกอบ ด้วยไฮโดรเจนและอนุมูลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอน จาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่าแล้ว คือ ไฮโดรเจน หรือเมทิล R2 แต่ละตัวถูก เลือกโดยอิสระแล้ว จากกลุ่มของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและอนุมูล แอลคิล ซึ่งมีอะตอม คาร์บอนจาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่า แล้วคือไฮโดรเจน หรือ เมทิล, หรือในอีกทางเลือกหนึ่ง R1 และ A1 ร่วมกันเกิดเป็นระบบวงแหวน, หรือ (c) การรวมกันของ (a) และ (b) ( 2) จาก 48 ถึง 71 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วย โพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน และ/หรือ อัลฟา-โอลิฟินดังกล่าว ซึ่งประกอบรวม ด้วย โพรไพลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน- 1,เฮกซีน-1 หรือ ออค ทีน -1 อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด และ (3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิ ลีนดังกล่าวนอกเหนือจากพวก ที่มาจาก (1) และ (2) ประกอบรวม ด้วย นอร์บอนีน, หรือนอร์บอนีน ซึ่งถูก แทนที่ โดย C1-10 แอลคิล หรือ C6-10 เอริล, และ (C) สารนิวคลีเอติ้งดังกล่าวถ้ามีอยู่ ส่วน ประกอบ (C) จะประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนต, แป้งแร่, เคลย์, ซิลิกา, แบเรียมสเตียเรท, ไดอะตอม เชียสเอิร์ท, ของผสม ของกรดซิตริค และโซเดียมไบ คาร์บอเนตหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (D) สารเติมแต่งดังกล่าวถ้ามี, ส่วน ประกอบ (D) ประกอบรวมด้วยสารเติมอนินทรีย์ , เม็ดสี, สารต้านการออกซิไดซ์, แอซิดสคาเวนเจอร์, สารดูดซับอัลตราไวโอเลต, สาร แอนตี้สเตติค, เทอร์โมพลาสติกโพลีเมอร์อื่นๆ, สารหน่วงเปลว, สารช่วย ในขบวน การ และสารช่วยการอัดรีดหนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าดังกล่าว, ส่วนประกอบ (E) จะมีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 0.5 ถึง 3.0 โมล/กก. (โดยเทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และส่วนประกอบ B) และประกอบ รวมด้วยสารเป่าอนินทรีย์, สารเป่า อินทรีย์, และ/หรือสารเป่าทางเคมีหนึ่งชนิดหรือ มากกว่า นั้น
18. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 15 ที่ซึ่ง, (A) โมโนเมอร์ (อาจมากกว่าหนึ่ง) ดังกล่าวมี อยู่ในปริมาณ 90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำ หนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) และ (B) อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้นดัง กล่าว มี I2 จาก 0.5 ถึง 10 กรัม/10 นาที, Mw / Mn จาก 2 ถึง 5 และมีอยู่ในปริมาณ จาก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจาก น้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) และประกอบ รวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 45 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ ได้มาจาก (a) ไวนิลิอะโรมาติค โมโนเมอร์ดังกล่าว ซึ่งประกอบรวม ด้วยสไตรีน อัลฟา-เมทิลสไตรีน, ออร์โท, เมต้า-, และพารา- เมทิลสไตรีน, และ สไตรีน ซึ่งถูกเติมฮาโลเจนที่วงแหวน, หรือ (b) อะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิ ดีนโมโนเมอร์ ดังกล่าว ซึ่งประกอบรวมด้วย 5-เอทิลิดีน-2-นอร์ บอนีน หรือ 1- ไวนิล ไซโคล-เฮกซีน, 3-ไวนิลไซโคล-เฮก ซีน, และ4-ไวนิลไซ โคลเฮกซีน, หรือ (c) การรวมกันของ a และ b และ (2) จาก 55 ถึง 71 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน, หรือ เอทิลีน และ อัลฟา-โอลิฟินดังกล่าว ซึ่ง ประกอบรวมด้วยเอทิลีน, หรือ เอทิ- ลีน และโพรไพลีน, 4-เมทิล -1-เพนทีน, บิวทีน-1-เฮกซีน-1 หรือออค- ทีน -1 อย่างน้อย ที่สุดหนึ่งชนิด และ (3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิ ลีนดังกล่าว นอก เหนือจากพวกที่มาจาก (1) และ (2) คือนอร์ บอนีน, และ (C) สารนิวคลิเอติ้ง, ถ้ามีอยู่ ส่วน ประกอบ (C) จะประกอบรวมด้วยแป้งแร่ และของ ผสม ของกรดซิตริค และโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิด หรือ มากกว่านั้น (D) สารเติมแต่งดังกล่าว, ส่วน ประกอบ (D) จะประกอบรวมด้วยเทอร์โมพลาสติก โพลิเมอร์อื่นๆ, คาร์บอนแบล็ค, ทิเทเนียมไดออกไซด์, แกรไฟท์, และสารหน่วง เปลวหนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าดังกล่าว , ส่วนประกอบ (E) มีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 1.0 ถึง 2.5 กรัม- โมล ต่อกิโลกรัม,. (โดยเทียบจากน้ำ หนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ซึ่ง ประกอบรวมด้วย ซัลเฟอร์ เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) น้ำ, อีเทน, โพรเพน, n-บิว เทน, ไอโซบิงเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, ไซโคลเพนเทน, เมทานอล, เอทานอล, n-โพรพานอล, และไอโซโพรพานอล, เมทิลฟลูออำรด์, เพอร์ฟลูออไรด์มีเทน, เอทิฟลูออไรด์, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), ฟลูออโรอีเทน (HFC-161),I,1,1,2-เตตระฟลูออโรอรเทน (HFC-134a),1,1,2,2- เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134),I,1,1,3,3-เพนตะฟลูออโรโพรเพน, เพนตะฟลู ออโรอีเทน (HFC-125), ไดฟลูออโรมีเทน (HFC-32), เพอร์ฟลูออโรอีเทน, 2,2- ไดฟลูออโรโพรเพน, 1,1,1-ไตรฟลูออโรโพรเพน, เพอร์ฟลูออโรโพรเพน, ได คลอโรโพรเพน, ไดฟลูออโรโพรเพน, เพอร์ฟลูออโรบิวเทน, เพอร์ฟลูออโรไซ โคลบิวเทน, เมทิลคลอไรด์,เมทิลีนคลอไรด์,เอทิลคลอไรด์,1,1,1-ไตรคลอโร อีเทน,1,1-ไดคลอโร-1-ฟลูออโรอีเทน (HCFC-141b), 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออ โรอีเทน (HCFC-142b), คลอโรไดฟลูออโรมีเทน (HCFC-22), 1,1-ไดคลอโร- 2,2,2-ไตรฟลูออโรอีเทน (HCFC-123) และ 1-คลอโร-1,2,2,2-เตตระฟลูออโร อีเทน (HCFC-124) ไตรคลอโรโมโนฟลูออโรมีเทน (CFC-11), ไดคลอโรไดฟลู ออโรมีเทน (CFC-12), ไตรคลอโร-ไตรฟลูออโรอีเทน (CFC-113), ไดคลอโร เตตระฟลูออโรอีเทน (CFC-114), คลอโรเฮปตะฟลูออโรโพรเพน, ไดคลอโร เฮกซะฟลูออโรโพรเพน, เอโซไดคาร์โบนาไมด์, เอโซไดไอโซบิวทิโร-ไนไตรล์, เบนซีนซัลฟอนไฮดราไซด์, 4-4-ออกซีเบนซีนซัลโฟนิล-เซมิคาร์บาไซด์, p- โทลูอิน ซัลโฟนิล เซมิคาร์บาไซด์, แบเรียมเอโซไดคาร์บอกซีเลท, N,N'- ไดเมทิล-N,N'-ไดไนโตรโซแทร์-พทาลงไมด์, ไตรไฮดราซิโนไตรอะซีน และ ของผสมของกรดซิตริคและโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น
19. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 18 ที่ซึ่งแอลเคนิคอะโรมา ติคโมโนเมอร์ดังกล่าว ส่วนประกอบ (A) คือสไตรีน อิน เตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าว ส่วน ประกอบ B คือ โพลีเมอร์ ร่วมของเอทิลีน/สไตรีน และสาร เป่า, ส่วนประกอบ (E) คือคาร์บอนไดออกไซด์, อีเทน, โดพรเพน, m-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, ไซโคลเพนเทน, เอทานอล, 1,1- ไดฟลูออโรอีเทน(HFC-152a), 1,1,1-2-เตตระฟลูออโอเทน (HFC-134a),1,1,2,-เตตระฟลูออโร อีเทน (HFC-134), เอทิลคลอไรด์, 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b), หรือคลอโรไดฟลู ออโรมีเทน (HCFC-22) หนึ่งชนิดหรือมากกว่านี้
20. ขบวนการของข้อถือสิทธิ 18 ที่ซึ่งแอลเคนิคอะโรมา ติคโมโนเมอร์ดังกล่าว, ส่วน ประกอบ (A) คือ สไตรีน, อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าว ส่วนประกอบ B1 (a) คือ สไตรีน, และส่วนประกอบ B2 คือ เอทิลีน และโพรไพลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1, เฮกซีน-1 หรือ ออคทีน-1 อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด และสารเป่า, ส่วนประกอบ (E) คือ คาร์บอนไดออกไซด์, อีเทน, โพรเพน, n-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, ไซโคลเพนเทน, เอทานอล, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), 1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), 1,1,2,2- เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134), เอทิลคลอไรด์, 1-คลอโร-1,1-ไดคลอโรอีเทน (HCFC-142b), หรือ คลอโรไดฟลูออโรมีเทน (HCFC-22) หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น
21. โฟมแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ที่เป็นเซลล์ปิดซึ่งมี อุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูป เนื่องจากความร้อนที่เพิ่ม ขึ้น ซึ่งประกอบรวมด้วย (A) จาก 80 ถึง 98 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจาก น้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ของแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเ มอร์หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น และที่ซึ่ง แอลเคนิลอะโรเมติคโพ ลีเมอร์ดังกล่าวอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดมีน้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 100,00 ถึง 500,000 และ (B) จาก 2 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจาก น้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ของอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดย ส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้น ซึ่ง I2 มี ค่าจาก 0.1 ถึง 1000 กรัม/10 นาที Mw / Mn จาก 1.5 ถึง 20 , ซึ่ง ประกอบรวมด้วย, (1) จาก 21 ถึง 65 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจาก (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์อย่างน้อยที่ สุดหนึ่งชนิด, หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีนโมโนเ มอร์ที่ถูก บดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด หรือ (c) การรวมกันของอะโรเมติคไวนิลหรือไวนิลิดีนโมโนเมอร์ อย่างน้อย ที่สุดหนึ่งชนิดและอะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบังอย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด, และ (2) จาก 35 ถึง 79 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน และ/หรือ C3-20 อัลฟา-โอลิฟิน อย่างน้อยที่สุดหนึ่ง ชนิด, และ (3) จาก 0 ถึง 20 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่มา จากโมโนเมอร์ที่โพลิเมอ ไรซ์ได้ที่ไม่อิ่มตัวแบบเอทิลีนหนึ่ง ชนิดหรือมากกว่านั้นนอกเหนือจากพวกที่ มาจาก (1) และ (2), และ (C) โดยเลือกได้แล้ว, สารนิวคลีเอติ้งหนึ่งชนิดหรือมาก กว่านั้น และ (D) โดยเลือกได้แล้ว, สารเติมแต่งอื่นหนึ่งชนิดหรือ มากกว่านั้น และ (E) มีสารเป่าหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น ซึ่งมีอยู่ในปริมาณทั้ง หมดจาก 0.2 ถึง 5.0 กรัม- โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และ B); ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นประมาณ 2 ํซ. หรือมากกว่านั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กัน ซึ่งปราศจากอินเตอร์โพลิเ มอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบ สุ่ม
22. โฟมของข้อถือสิทธิ 21 ที่ซึ่งโฟมดังกล่าวมีความ หนา 0.95 ซม. หรือมากกว่านั้นและ ที่ ซึ่ง A) ในส่วนประกอบ A, แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์อย่าง น้อยที่สุดหนึ่งชนิดดังกล่าว มีหน่วยที่เป็นแอลเคนิลอะโรเมติคโ มโนเมอร์อยู่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และมีน้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 120,000 ถึง 350,000 และมีอยู่ในปริมาณ จาก 85 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และ B) B) อินเตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดัง กล่าว, ส่วนประกอบ (B) มี I2 จาก 0.3 ถึง 30 กรัม/10 นาที และ Mw / Mn 1.8 ถึง 10 มี อยู่ในปริมาณจาก 3 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบ จากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) และ ประกอบรวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 52 โมลของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจาก (a) ไวนิลหรือไวนิลิดีนอะโรเมติคโมโนเมอร์ ซึ่งถูก แทนโดยสูตรต่อไปนี้ Ar l R1 -- C == CH2 ที่ซึ่ง R1 ถูกเลือกจากกลุ่ม ของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและอนุมูลแอลคิล ซึ่งมี คาร์บอนสามตัวหรือน้อยกว่านั้น และ Ar คือกลุ่มเฟนิลหรือ กลุ่มเฟนิล ซึ่งถูกแทนที่ด้วยตัวแทนที่จาก 1 ถึง 5 ตัว ซึ่ง ถูกเลือกจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย ฮาโล, C1-4 -แอลคิล และ C1-4 ฮาโลแอลคิล, หรือ (b) อะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิดีน โมโนเมอร์ที่ถูกบดบัง ทางสเตอริคัลดังกล่าวถูกแทนโดย สูตรทั่วไปต่อไปนี้, Al l R1 ---C = (CR2)2 ที่ซึ่ง A1 คือ ตัวแทนที่ที่ เป็นอะลิฟาติค หรือ ไซโคลอะลิฟาติคที่มีคาร์บอนถึง 20 ตัว ซึ่งมี ขนาดใหญ่ R1 ถูก เลือกจากกลุ่มของอนุมูลซึ่งประกอบด้วย ไฮโดรเจน และอนุมูลแอลคิล ซึ่งมีอะตอม คาร์บอนจาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่าแล้ว คือ ไฮโดรเจนหรือเมทิล, R2 แต่ละตัวถูกเลือกโดยอิสระ แล้ว จากกลุ่มของอนุมูล ซึ่งประกอบด้วยไฮโดรเจนและอนุมูลแอลคิล ซึ่งมีอะตอมคาร์บอนจาก 1 ถึง 4 ตัว ที่พอใจมากกว่า แล้วคือ ไฮโดรเจนหรือเมทิล, หรือในอีกทางเลือก หนึ่ง R1 และ A1 ร่วมกันเกิด เป็นระบบวงแหวน, หรือ (c) การรวมกันของ a และ b และ 2) จาก 48 ถึง 71 โมล เปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน และ/หรือ อัลฟา-โอลิฟินดังกล่าว ซึ่งประกอบรวม ด้วย โพรพิลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน- 1-เฮกซีน-1 , หรือออคทีน -1 อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และ 3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิ ลีนดังกล่าวนอกเหนือจากพวก ที่มาจาก (1) และ (2) ประกอบรวมด้วยนอร์บอนีน หรือนอร์บอนีนซึ่งถูก แทนที่ โดย C1-10 แอลคิล หรือ C6-10 เอริล, และ (C) สารนิวคลิเอติ้งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่, ส่วน ประกอบ (C), จะประกอบรวมด้วยแคลเซียม คาร์บอเนต, แป้งแร่, เคลย์, ซิลิกา, แบเรียมสเตียเรท, ไดอะตอมเมเชียสเอิร์ท ของ ผสมของกรดซิตริค และ โซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (D) การเติมแต่งดังกล่าว, ถ้ามีอยู่ ส่วน ประกอบ D จะประกอบรวมด้วยสารเติมอนินทรีย์, เม็ดสี, ถ้าต้านการออกซิไดซ์, แอซิดสคาเวนเจอร์, สารดูดซับ อัลตราไวโอเลต, สาร แอนตี้สเตติค, เทอร์โมพลาสติกโพลีเมอร์อื่นๆ, สารหน่วงเปลว, สารช่วยในขบวน การ และสารช่วยการอัดรีดหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าดังกล่าว , ส่วนประกอบ (E) มีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 0.5 ถึง 3.0 กรัม-โมล/ กก. (โดย เทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) และประกอบรวม ด้วย สารรเป่าอนินทรีย์, สารเป่าอินทรีย์, และ/หรือสารเป่าทางเคมีหนึ่งชนิดหรือมากกว่า นั้น, และ ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ํซ. หรือมากกว่า นั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่งปราศจากอินเตอร์โพลี เมอร์ที่ได้โดยส่วนใหญ่เป็น แบบสุ่ม
23. โฟมของข้อถือสิทธิ 21, ที่ซึ่งโฟมดังกล่าวมีความ หนา 2.5 ซม. หรือมากกว่านั้น และที่ซึ่ง (A) ในส่วนประกอบ A แอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์ อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิดดัง กล่าวมีหน่วยที่เป็นแอลเคนิลอะโรเม ติคโมโนเมอร์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์โดย น้ำหนัก มีน้ำหนัก โมเลกุล (Mw) จาก 130,000 ถึง 325,000 การกระจาย ของน้ำ หนักโมเลกุล (Mw / Mn) จาก 2 ถึง 7 และมี อยู่ในปริมาณจาก 90 ถึง 95 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก (โดยเทียบจากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) (B) อินเตอร์โพลิเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดัง กล่าว, ส่วน ประกอบ B, มี I2 จาก 0.5 ถึง 10 กรัม/10 นาที และ Mw / Mn จาก 2 ถึง 5 มีอยู่ในปริมาณ จาก 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์โดยนน. (โดยเทียบจากน้ำหนัก รวมของส่วนประกอบ A และ B) และประกอบรวมด้วย (1) จาก 29 ถึง 45 โ มลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจาก (a) ไวนิลอะโรมาติคโมโนเมอร์ดังกล่าว ซึ่งประกอบรวม ด้วยสไตรีน, อัลฟา- เมทิลสไตรีน, ออร์โท-, เมต้า-, และพารา- เมทิลสไตรีน, และ สไตรีนที่ ถูกเติมฮาโลเ จนที่วงแหวน, หรือ (b) อะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนิลิ ดีนโมโนเมอร์ดัง กล่าวซึ่งประกอบรวมด้วย 5-เอทิลิดีน-2- นอร์บอนีน หรือ 1-ไวนิล- ไซโคล-เฮกซีน, 3-ไวนิลไซโคล-เฮก ซีน, และ 4-ไวนิลไซโคล-เฮกซีน, หรือ (c) การรวมกันของ a และ b, และ (2) จาก 55 ถึง 71 โมลเปอร์เซ็นต์ของหน่วยโพลิเมอร์ที่ มาจากเอทิลีน และ/หรือ อัลฟา-โอลิฟีนดังกล่าว ซึ่ง ประกอบรวมด้วยเอทิลีน, หรือเอทิลีนและโพรไพ- ลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1-เฮกซีน-1 หรือออคทีน -1 อย่างน้อยที่สุด หนึ่งชนิด, และ (3) โมโนเมอร์ที่โพลิเมอไรซ์ได้ ซึ่งไม่อิ่มตัวแบบเอทิ ลีนดังกล่าวนอกเหนือจาก พวกที่มาจาก (1) และ (2) คือ นอร์ บอนีน, และ (C) สารนิวคลิเอติ้งดังกล่าว, ถ้ามี, ส่วน ประกอบ (C) จะประกอบรวมด้วยแป้งแร่, และของ ผสมของกรดซิตริค และโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิด หรือมากกว่า นั้น, (D) สารเติมแต่งดังกล่าว, ถ้ามี, ส่วนประกอบ (D) จะปร ะกอบรวมด้วยคาร์บอน แบล็ค, เทอร์โมพลาสติก โพลิเมอร์อื่นๆ, ทิเทเนียมไดออกไซด์, แกรไฟท์ และ สาร หน่วงเปลวหนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น, และ (E) สารเป่าดังกล่าว , ส่วนประกอบ (E) มีอยู่ใน ปริมาณทั้งหมดจาก 1.0 ถึง 2.5 กรัม- โมลต่อกิโลกรัม (โดยเทียบ จากน้ำหนักรวมของส่วนประกอบ A และ B) ซึ่ง ประกอบ รวมอยู่ด้วยไนโตรเจร, ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6), อาร์กอน, คาร์บอนไดออกไซด์, น้ำ, อากาศและฮีเลียม, มีเทน, อีเทน, โพรเพน, n-บิวเทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, เมทานอบ, เอทานอล, n-โพรพานอล, และ ไอโซโพรพานอล, เมทิลฟลูออไรด์, เพอร์ฟลูออไรด์มีเทน, เอทิลฟลูออไรด์, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), 1,1,2,2-เตตระฟลูออโรอี เทน (HFC-134)1,1,1,3,3-เพนตะฟลูออโรโพรเพน, ฟลูออโรอีเทน (HFC-161), 1,1,1-ไตรฟลูออโรอีเทน (HFC-143a),1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC- 134a), เพนตะฟลูออโรอีเทน (HFC-125), ไดฟลูออโรมีเทน (HFC-32), เพอร์ฟลู ออโรอีเทน, 2,2-ไดฟลูออโรโพรเพน, 1,1,1-ไตรฟลูออโรโพรเพน, เพอร์ฟลูออ โรโพรเพน, ไดคลอโรโพรเพน, ไดฟลูออโรโพรเพน, เพอร์ฟลูออโรบิวเทน, เพอร์ฟลูออโรไซโคลบิวเทน, เมทิลคลอไรด์, เมทิลีนคลอไรด์, เอทิลคลอไรด์, 1,1,1-ไตรคลอโร-อีเทน, 1,1-ไดคลอโร-1-ฟลูออโรอีเทน (HCFC-141b), 1-คลอ โร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b), คลอโรไดฟลูออโรมีเทน (HCFC-22), 1,1-ไดคลอโร-2,2,2-ไตรออโรอีเทน (HCFC-123) และ 1-คลอโร-1,2,2,2-เตต ระฟลูออโรอีเทน (HCFC-124) ไตรคลอโรโมโนฟลูออโรมีเทน (CFC-11), ได คลอโรไดฟลูออโรมีเทน (CFC-12), ไตรคลอโร-ไตรฟลูออโรอีเทน (CFC-113), ไดคลอโรตระฟลูออโรอีเทน (CFC-114),คลอโรเฮปตะฟลูออโรโพรเพน, ได คลอโรเฮกซะฟลูออโดรโพรเพน,เอโซไดคาร์โบนาไมด์, เอโซไดไอโซบิวทิโร- ไนไตรล์, เบนซีนซัลฟอนไฮดราไซด์, 4,4-ออกซีเบนซีนซัลโฟนิล-เซมิคาร์บา ไซด์, p-โทลูอีนซัลโฟนิลเซมิ-คาร์บาไซด์, แบเรียม เอโซไดคาร์บอกซีเลท, N,N'-ไดเมทิล-N,N'-ไดไนไตรโซแทร์-พทาลาไมด์, ไตรไฮดราซิโนไตรอะซีน และของผสมของกรดซิคลิคกับโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งชนิดหรือมากกว่า นั้น, และ ที่ซึ่งอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจากความร้อน ของโฟมดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้น 5 ํซ. หรือ มากกว่านั้น เมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่งปราศจาก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่ได้โดยส่วนใหญ่ เป็นแบบสุ่ม
24. โฟมของข้อถือสิทธิ 23 ที่ซึ่งในแอลเคนิคอะโรมาติคโพ ลีเมอร์ดังกล่าว, ส่วนประกอบ (A) คือ โพลีสไตรีน, อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าวส่วน ประกอบ B คือ โพลีเมอร์ ร่วมของเอทิลีน/สไตรีน, และสาร เป่า, ส่วนประกอบ (E) คือ คาร์บอนไดออกไซด์, n-บิวเทน,ไอโซ บิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, เอทานอล, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC-152a), 1,1,2,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134),1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), เอทิลคลอไรด์, 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b), หรือคลอโรไดฟลูออโรมีเทน(HCFC-22) หนึ่งชนิด หรือมากกว่านั้น
25. โฟมของข้อถือสิทธิ 23 ที่ซึ่งแอลเคนิคอะโรมาติคโพ ลีเมอร์ดังกล่าว, ส่วนประกอบ (A) คือโพลีสไตรีน, อินเตอร์ โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มดังกล่าว ส่วน ประกอบ B1 (a) คือ สไตรีน, และส่วนประกอบ B2 คือ เอทิลีนและโพรไพลีน, 4-เมทิล-1-เพนทีน, บิวทีน-1, เฮกซีน-1หรือ ออคทีน-1อย่างน้อยที่สุดหนึ่งชนิด, และสารเป่า, ส่วนประกอบ (E) คือ คาร์บอนไดออกไซด์, n-บิว เทน, ไอโซบิวเทน, n-เพนเทน, ไอโซเพนเทน, นีโอเพนเทน, เอทานอล, 1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HFC- 152a),1,1,1,2-เตตระฟลูออโรอีเทน (HFC-134a), เอทิลคลอไรด์ 1-คลอโร-1,1-ไดฟลูออโรอีเทน (HCFC-142b),1,1,2,2-เตตระฟลูออโร-อีเทน (HFC-134), หรือคลอโรไดฟลูออโรมีเทน (HCFC-22) หนึ่งชนิดหรือมากกว่านั้น
26. โฟมของข้อถือสิทธิ 21 ซึ่งมีความหนาแน่น จาก 10 ถึง 150 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (กก/ม3) และมีขนาดเซลล์ 0.05 ถึง 5.0 มิลลิเมตร
27. โฟมของข้อถือสิทธิ 21 ซึ่งมีความหนาแน่น จาก 10 ถึง 70 กก/ม3 และมีขนาดเซลล์ 0.1 ถึง 1.5 มิลลิเมตร
28. โฟมของข้อถือสิทธิ 21 ที่ซึ่งวัสดุแอลเคนิลอะโรเ มติคโพลีเมอร์ ประกอบรวมด้วยหน่วย ที่เป็นแอลเคนิล อะโรเมติคโมโนเมอร์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก , อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดย ส่วนใหญ่เป็นแบบสุ่มถูกผสมเข้า ไปเพื่อเพิ่มอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปเนื่องจาก ความร้อนให้สูง ขึ้น 5 ซ.หรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับโฟม ที่สัมพันธ์กัน ซึ่งปราศจากอินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดย ส่วน ใหญ่เป็นแบบสุ่ม และโฟมมีความหนาแน่น จาก 10 ถึง 150 กก/ม3 และมีขนาดเซลล์ 0.05 ถึง 5.0 มิลลิเมตร
29. โฟมของข้อถือสิทธิ 21 ที่ซึ่งวัสดุแอลเคนิลอะโร เมติคโพลีเมอร์ประกอบรวมด้วย หน่วยที่ เป็นแอล เคนิลอะโรเมติคโมโนเมอร์มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วน ใหญ่เป็น แบบสุ่มถูกผสมเข้าไปเพื่อเพิ่มอุณหภูมิที่ทำให้เกิด การผิดรูปเนื่องจากความร้อนให้สูงขึ้น 5 ํซ. หรือมากกว่า นั้นเมื่อเทียบกับโฟมที่สัมพันธ์กันซึ่งปราศจาก อินเตอร์โพลีเมอร์ที่โดยส่วนใหญ่ เป็นแบบสุ่ม และ โฟมมีความหนาจาก 10 ถึง 70 กก/ม3 และมีขนาดเซลล์ 0.1 ถึง 1.5 มิลลิเมตร
TH9901004487A 1999-11-30 โฟมซึ่งมีอุณหภูมิที่ทำให้เกิดการผิดรูปไปเนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้น ซึ่งทำขึ้นจากของผสมของแอลเคนิลอะโรเมติก-โพลีเมอร์กับแอลฟา-โอเลฟิน/ไวนิลหรือไวนีลิดีนนอะโรเมติค และ/หรืออะลิฟาติค หรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิล หรือ ไวนิลิดีนอินเตอร์-โพลีเมอร์ ซึ่งถูกบดบังทางเสตอริคัล TH47349A3 (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH47349A true TH47349A (th) 2001-09-24
TH47349A3 TH47349A3 (th) 2001-09-24

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US5650106A (en) Extruded foams having a monovinyl aromatic polymer with a broad molecular weight distribution
US5693687A (en) Extruded open-cell alkenyl aromatic polymer foam and process for making
US5674916A (en) Extruded, open-cell microcellular alkenylaromatic polymer foams and process for making
WO2003102064A2 (en) Anisotropic polymer foam
WO2008119059A1 (en) Polystryene foams incorporating nanographite and hfc-134
EP2041211A1 (en) Polymer foams containing multi-functional layered nano-graphite
JP4794791B2 (ja) 広い分子量分布のモノビニル芳香族ポリマーをもつ断熱用押出し発泡体
US5411687A (en) Extruded, open-cell alkenyl aromatic polymer foam and process for making
HU216654B (hu) Oxigéntartalmú komonomert tartalmazó sztirolpolimer hab szerkezetek és eljárás előállításukra
EP0665865B1 (en) Process of making an alkenyl aromatic foam
US6225364B1 (en) Foams comprising HFC-134 and a low solubility co-blowing agent and a process for making
EP1252223A1 (en) Extruded foam product
US5824710A (en) Extruded, open-cell foam and process for making
US20080287560A1 (en) Polymer foams containing multi-functional layered nano-graphite
US20110082223A1 (en) Extruded polystyrene foam with broad comonomer content distribution
TH43345A (th) โฟมอ่อนและโค้งงอได้ ที่ทำจากส่วนผสมแอลคินิลอะโรมาติก โพลิเมอร์ และแอลฟา-โอลิฟิน/ไวนิล หรือไวนิลิดีน อะโรเมติก และหรืออินเทอร์โพลิเมอร์โพลิเมอร์ของอะลิฟาติกที่เชิงอะตอมถูกบัง หรือไซโคลอะลิฟาติก ไวนิล หรือ ไวนิลิดีน อินเทอร์โพลิเมอร์
TH46276A (th) โฟมที่ถูกขยายขนาดเซลซึ่งทำขึ้นจากของผสมของแอลเคนิลอะโรเมติคโพลีเมอร์และแอลฟ่า-โอเลฟิน/ไวนิลหรือไวนีลิดีนอะโรเมติคและ/หรืออะลิฟาติคหรือไซโคลอะลิฟาติคไวนิลหรือไวนีลิดีนอินเตอร์โพลีเมอร์ ซึ่งถูกบดบังเชิงสเตอริคัล
RU2000125896A (ru) Пенопласт с открытыми ячейками и способ его получения
AU2003233528B2 (en) Anisotropic polymer foam
JP2000327826A (ja) ポリプロピレン系樹脂発泡成形体およびその製造方法
KR20090048432A (ko) 다기능성 층 나노 그래파이트를 함유하는 폴리머 발포체
MXPA96006741A (en) Extruded foam of open cells, and process for factory