TH29360A - การกำจัดไฮโดรคาร์บอน ปรอท และอาร์เซนิค ออกจากน้ำที่ผลิตได้จากแหล่งน้ำมัน - Google Patents

การกำจัดไฮโดรคาร์บอน ปรอท และอาร์เซนิค ออกจากน้ำที่ผลิตได้จากแหล่งน้ำมัน

Info

Publication number
TH29360A
TH29360A TH9701002188A TH9701002188A TH29360A TH 29360 A TH29360 A TH 29360A TH 9701002188 A TH9701002188 A TH 9701002188A TH 9701002188 A TH9701002188 A TH 9701002188A TH 29360 A TH29360 A TH 29360A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
wastewater
hydrocarbons
sludge
mercury
arsenic
Prior art date
Application number
TH9701002188A
Other languages
English (en)
Other versions
TH25687B (th
Inventor
ซี. แฟรงคีวิคส์ นายธีโอดอร์
เกอร์ลาช นายจอห์น
Original Assignee
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Filing date
Publication date
Application filed by นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์ filed Critical นายดำเนิน การเด่น
Publication of TH29360A publication Critical patent/TH29360A/th
Publication of TH25687B publication Critical patent/TH25687B/th

Links

Abstract

DC60 กรรมวิธีหนึ่งได้ถูกเปิดเผย ซึ่งเกี่ยวกับการกำจัดไฮโดรคาร์บอน อาร์เซนิค และปรอท จาก น้ำเสียที่ผลิตได้ใน แหล่งน้ำมัน และแหล่งแก๊ส ออกซิแดนต์ เฟอร์ริคไอออน และสาร ทำให้เกาะกัน ถูกเติมอย่างเป็นลำดับต่อเนื่องให้แก่ น้ำเสีย นั้น เพื่อทำให้เกิดสลัดจ์ที่สามารถกำจัดออกได้ ซึ่ง- บรรจุ ด้วย สิ่งปนเปื้อน ชนิดอาร์เซนิค ไฮโดรคาร์บอน และปรอท ออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทน- เชียล ของน้ำเสีย ถูกควบคุมโดย การเติมออกซิแดนต์ เพื่อยอมให้การออกซิไดซ์อาร์เซนิค ที่ ต้อง การเกิดขึ้น ขณะที่ทำให้ปรอทในรูปของธาตุ คงสภาพไว้ กรรมวิธีนั้นต้องการเวลากักพักค่อนข้างสั้น ระหว่างการเติม สารเคมี และให้ปริมาณการผลิตน้ำเสียที่มาก น้ำเสียที่สะอาด จะ เหมาะสำหรับ การปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม กรรมวิธีหนึ่งได้ถูกเปิดเผย ซึ่งเกี่ยวกับการกำจัดไฮโดรคาร์บอน อาร์เซนิค และปรอท จาก น้ำเสียที่ผลิตได้ใน แหล่งน้ำมัน และแหล่งแก๊ส ออกซิแดนด์ เฟอร์ริคไอออน และสาร ทำให้เกาะกัน ถูกเติมอย่างเป็นลำดับต่อเนื่องให้แก่ น้ำเสีย นั้น เพื่อทำให้เกิดสลัดจ์ที่สามารถกำจัดออกได้ ซึ่ง- บรรจุ ด้วย สิ่งปนเปื้อน ชนิดอาร์เซนิค ไฮโดรคาร์บอน และปรอท ออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทน- เชียล ของน้ำเสีย ถูกควบคุมโดย การเติมออกซิแดนต์ เพื่อยอมให้การออกซิไดซ์อาร์เซนิค ที่ ต้อง การเกิดขึ้น ขณะที่ทำให้ปรอทในรูปของธาตุ คงสภาพไว้ กรรมวิธีนั้นต้องการเวลากักพักค่อนข้างสั้น ระหว่างการเติม สารเคมี และให้ปริมาณการผลิตน้ำเสียที่มาก น้ำเสียที่สะอาด จะ เหมาะสำหรับ การปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม

Claims (9)

1. กรรมวิธีเพื่อการกำจัดพวกไฮโดรคาร์บอน, อาร์เซนิคและปรอทออกจากน้ำเสียที่ป้อนเข้า ซึ่ง กรรมวิธีดังกล่าวประกอบรวมด้วย: (a) การสัมผัสน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวกับตัวออกซิเดซ์ เพื่อออกซิไดซ์อาร์เซนิคดังกล่าว ที่บรรจุอยู่ในน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว จากออกซิเดชันสเตทที่น้อยกว่า +5 ๆปเป็นออกซิเดชันสเตท +5 เพื่อก่อรูปอาร์เซนิค ที่ถูกออกซิไดซ์และเพื่อเพิ่มออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียล ของน้ำเสียป้อนเข้า ดังกล่าวให้มีค่าต่ำกว่า +400 mv; (b) การสัมผัสน้ำเสียจากขั้นตอน (a) ซึ่งบรรจุด้วยอาร์เซนิคที่ถูกออกซิไดซ์ดังกล่าว กับ เฟอร์ริคไอออนเป็นเวลาที่เพียงพอที่จะเกิดตะกอน ซึ่งบรรจุด้วย เหล็ก และอาร์เซนิค ที่ถูกออกซิไดซ์ ดังกล่าว ตามลำดับ; (c) การเติมสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลง ให้แก่น้ำเสียจากขั้นตอน (b) เพื่ออัดแน่น ตะกอนดังกล่าว และก่อรูปสลัดจ์ซึ่งบรรจุด้วยอย่างน้อยส่วนหนึ่งของอาร์เซนิคที่ถูกออกซิไดซ์ ดังกล่าว, อย่างน้อยส่วนหนึ่งของปรอทดังกล่าว และอย่างน้อยส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอน ดังกล่าว, และ (d) การแยกสลัดจ์ดังกล่าวออกกจากน้ำเสียจากขั้นตอน (c) เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่สะอาดซึ่ง มีความเข้มข้นที่ลดลงของไฮโดรคาร์บอน, อาร์เซนิค และปรอท เมื่อเปรียบเทียบกับน้ำเสียป้อนเข้า ดังกล่าว 2. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลดังกล่าวของ น้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว ถูกทำให้เพิ่มขึ้นถึงค่าที่มากกว่า+75 mv ในขั้นตอน (a) 3. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนอขงไฮโดรคาร์บอน ดังกล่าวถูกแยกออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวก่อนขั้นตอน (a) 4. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนของปรอทดังกล่าวถูก กำจัดออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวในรูปธาตุก่อนขั้นตอน (a) 5. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งปรอทดังกล่าว,ที่มีอยู่ในน้ำเสียป้อนเข้า ดังกล่าวในรูปธาตุก่อนขั้นตอน (a) และตะกอนดังกล่าว ประกอบรวมด้วย เฟอร์ริคไฮดรอกไซด์ และ เฟอร์ริค อาร์เซเนตตามลำดับ 6. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งสารทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าวประกอบ รวมด้วย สารทำให้เกาะกันชนิดโพลิเมอร์ 7. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลดังกล่าวของ น้ำเสียที่ป้อนเข้าดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นถึงค่าที่อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +100 mv ถึงต่ำกว่า +400 mv ในขั้นตอน (a) 8. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งตัวออกซิไดซ์ ดังกล่าวสัมผัสกับน้ำเสียป้อน เข้าดังกล่าวในขั้นตอน (a) เป็นเวลาประมาณ 5 ถึงประมาณ 60 วินาที ก่อนขั้นตอน (b) 9. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งความเข้มข้นของอาร์เซนิคในน้ำเสียที่ สะอาดดังกล่าวคือ น้อยกว่าประมาณ 250 ppbw ที่คำนวณเป็น As 1 0. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งความเข้มข้นของอาร์เซนิคในน้ำเสียที่ สะอาดดังกล่าวคือ น้อยกว่าประมาณ 100 ppbw ที่คำนวณเป็น As 1 1. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งความเข้มข้นของปรอทในน้ำเสียที่สะอาด ดังกล่าวคือ น้อยกว่าประมาณ 10 ppbw ที่คำนวณเป็น Hg 1 2. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 11 ซึ่งความเข้มข้นของปรอทในน้ำเสียที่สะอาด ดังกล่าวคือ น้อยกว่าประมาณ 5 ppbw ที่คำนวณเป็น Hg 1 3. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลดังกล่าวของ น้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นถึงค่าที่อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +150 mv ถึงประมาณ +385 mv ในขั้นตอน (a) 1 4. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งสลัดจ์ ดังกล่าวถูกแยกออกจากน้ำเสียจาก ขั้นตอน (c) โดยการลอยตัวแบบฟอง (froth flotation) 1 5. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 14 ซึ่งอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนของไฮโดรคารณ์บอน ดังกล่าวถูกแยกออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวในไฮโดรไซโคลน 1 6. กรรมวิธีที่นินามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งแหล่งเฟอร์ริค ไอออนดังกล่าวคือ เฟอร์ริค คลอไรด์ 1 7. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งความเข้มข้นของปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน ทั้งหมดในน้ำเสียที่สะอาดดังกล่าว คือ น้อยกว่าประมาณ 40 ppmw 1 8. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งประกอบรวมด้วยขั้นตอนต่อไปของการ เปลี่ยนปรอทชนิดใดชนิดหนึ่งในน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวที่ไม่อยู่ในรูปธาตุไปเป็นรูปธาตุก่อนขั้นตอน (a) 1 9. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 18 ซึ่งการเปลี่ยนดังกล่าวถูกดำเนินการโดยการเติม ตัวรีดิวซ์ลงในน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวเพื่อรีดิวซ์ปรอทที่ไม่เป็นธาตุให้เป็นปรอทที่เป็นธาตุ 2 0. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งปรอทในสลัดจ์ ดังกล่าวอยู่ในรูปธาตุ 2 1. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลดังกล่าวของ น้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวถูกทำให้เพิ่มขึ้นถึงค่าที่อยู่ในช่วงตั้งแแต่ประมาณ +75 ถึงประมาณ +150 mv ในขั้นตอน (a) 2 2. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 2 ซึ่งไฮโดรคาร์บอนดังกล่าวในน้ำเสียป้อนเข้า ดังกล่าว ประกอบรวมด้วยไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ และ ถูกอิมัลซิฟายด์ และ ไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าว ถูกกำจัดออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว ก่อนขั้นตอน (a) 2 3. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วย ขั้นตอนของ การทำให้ไฮโดรคาร์บอน ที่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าวไม่คงสภาพเพื่อก่อรูปไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูก อิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพ และการแยกอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วน ของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูก อิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพดังกล่าว ออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว ก่อนขั้นตอน (a) 2 4. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 23 ซึ่งไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คง สภาพดังกล่าว และปรอทดังกล่าว ถูกกำจัดออกจากน้ำเสียดังกล่าวพร้อมกัน 2 5. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าว ถูกำจัดออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวในไฮโดรไซโคลน 2 6. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 22 ซึ่งน้ำเสียจากขั้นตอน (a) นั้น มีไฮโดรคาร์บอน ที่ถูกอิมัลซิฟายด์ และมีอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าว ถูกทำ ให้ไม่คงสภาพในขั้นตอน (b) โดยเฟอร์ริคไอออนดังกล่าว เพื่อก่อรูปไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูก อิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพ 2 7. กรรมวิธีเพื่อการกำจัดไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์ และไม่ถูกอิมัลซิฟายด์, ปรอท และอาร์เซนิคออกจากน้ำเสียป้อนเข้า ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวประกอบรวมด้วย: (a) การกำจัดอย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าว ออกจากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว เพื่อเกิดเป็นน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้ว ที่มีไฮโดรคาร์บอนที่ถูก อิมัลซิฟายด์, ปรอท และอาร์เซนิค (b) การทำให้อย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วน ของไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าวไม่ คงสภาพเพื่อก่อรูปไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพในน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้ว ดังกล่าว (c) การแยกอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คง สภาพดังกล่าว และอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของปรอทดังกล่าวออกจากน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้ว ดังกล่าว เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่สะอาดบางส่วนซึ่ง มีไฮโดรคาร์บอนที่ตกค้าง, ปรอทที่ตกค้าง และ อาร์เซนิค, (d) การสัมผัสน้ำเสียที่สะอาดบางส่วนดังกล่าว กับตัวออกซิไดซ์เพื่อจะเปลี่ยนอาร์เซนิค ดังกล่าว จากออกซิเดชันสเตทที่น้อยกว่า +5 ไปเป็นออกซิเดชันสเตท +5 (e) การสัมผัสน้ำเสียจากขั้นตอน (d) ด้วยเฟอร์ริคไอออน เพื่อก่อรูปตะกอนที่มีอาร์เซนิค ที่ถูกออกซิไดซ์, ปรอทที่ตกค้างดังกล่าว และไฮโดรคาร์บอนที่ตกค้างดังกล่าว และ (f) การแยกตะกอนดังกล่าว ออกจากสารชะล้างจกาขั้นตอน (e) เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่ สะอาด ซึ่งมีความเข้มข้นที่ลดลงของไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์และไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าว, อาร์เซนิคดังกล่าว และปรอทดังกล่าวเปรียบเทียบกับน้ำเสียที่ป้อนเข้าดังกล่าว 2 8. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งตัวออกซิไดซ์ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย ออกซีเฮไลต์ 2 9. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งตัวออกวซิไดซ์ดังกล่าว ประกอบรวมด้วย โซเดียมออกซีคลอไรท์ 3 0. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งขั้นตอน (f) ถูกดำเนินการโดยการเติมสาร ช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลง ให้แก่ น้ำเสียจากขั้นตอน (e) เพื่ออัดแน่นตะกอนดังกล่าว ไปเป็นสลัดจ์ และจากนั้นแยกสลัดจ์ดังกล่าวออกจากของผสมที่ได้เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่สะอาดแล้วดังกล่าว 3 1. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 30 ซึ่งดำเนินการขั้นตอน (b) โดยการสัมผัส น้ำเสียจากขั้นตอน (a) กับตัวทำให้น้ำใส 3 2. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 31 ซึ่งตัวทำให้น้ำใสดังกล่าว ประกอบรวมด้วย อะลูมินัม คลอไรด์ หรือเฟอร์ริค คลอไรด์ 3 3. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 30 ซึ่งสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว ประกอบรวมด้วย สารทำให้เกาะกันชนิดโพลิเมอร์ 3 4. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 30 ซึ่งสลัดจ์ดังกล่าวประกอบรวมด้วย สลัดจ์ที่ ลอยตัว 3 5. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 30 ซึ่งน้ำเสียจาดขั้นตอน (d) จะสัมผัสกับ เฟอร์ริคไอออนดังกล่าวจากขั้นตอน (e) เป็นเวลาประมาณ 5 ถึงประมาณ 300 วินาที ก่อนที่จะเติม สารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว จากขั้นตอน (f) 3 6. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 35 ซึ่งสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว จะสัมผัสกับน้ำเสียจากขั้นตอน (e) เป้นเวลาน้อยกว่าประมาณ 900 วินาที) ก่อนการก่อรูปสลัดจ์ ดังกล่าว 3 7. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 36 ซึ่งสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว จะสัมผัสกับน้ำเสียจากขั้นตอน (e) เป็นเวลาน้อยกว่าประมาณ 600 วินาที ก่อนการก่อรูปสลัดจ์ ดังกล่าว 3 8. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 30 ซึ่ง สารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว ถูกเติมให้แก่น้ำเสียจากขั้นตอน (e) ในปริมาณที่เพียงพอเพื่อก่อรูปอัตราโดยส่วนน้ำหนักของ เฟอร์ริคไอออนดังกล่าวต่อสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว จากประมาณ 2 ถึง ประมาณ 8 3 9. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งแหล่งของเฟอร์ริดไอออนดังกล่าว คือ เฟอร์ริค คลอไรด์ 4 0. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งปรอทดังกล่าวอยู่ในรูปของปรอทที่เป็น ธาตุ 4 1. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งน้ำเสียที่สะอาดบางส่วนดังกล่าว จะ สัมผัสกับตัวออกซิไดซ์ดังกล่าวในขั้นตอน (d) เป็นเวลาประมาณ 5 วินาที ถึงน้อยกว่าประมาณ 900 วินาที ก่อนที่จะสัมผัสกับเฟอร์ริคไอออนดังกล่าวในขั้นตอน (e) 4 2. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 27 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลของ น้ำเสียที่สะอาดบางส่วนดังกล่าวในขั้นตอน (d) ถูกควบคุมให้อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +75 mv ถึง น้อยกว่าประมาณ +400 mv 4 3. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 42 ซึ่ง ออกซิเดชัน-รีดักชัน โพเทนเชียลดังกล่าว ถูกควบคุมให้อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +100 mv ถึง ประมาณ +385 mv 4 4. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 3 ซึ่งตัวออกซิไดว์ ดังกล่าวประกอบรวมด้วย โซเดียมไฮโปคลอไรท์ 4 5. กรรมวิธีเพื่อการกำจัด ไฮโดรคาร์บอน, ปรอท และอาร์เนิค ออกจากน้ำเสียป้อนเข้า ซึ่งกรรมวิธีดังกล่าวประกอบรวมด้วย: (a) การแยกน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าว ไปสู่กระแสของน้ำเสียชนิดแรกซึ่งมีไฮโดรคาร์บอน ที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์และกระแสน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้ว ซึ่งมีไฮโดรคาร์บอน, อาร์เซนิค และปรอท ที่ตกค้าง (b) การเติมตัวออกซิไดซ์ให้แก่ กระแสของน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าว (I) เพื่อ แปลงผันอาร์เซนิคดังกล่าว จากออกซิเดชัน สเตทที่น้อยกว่า +5 ไปเป็นออกซิเดชัน สเตท +5 เพื่อก่อ รูปอาร์เซนิคที่ถูกออกซิไดซ์ และ (2) เพื่อยกระดับออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลของน้ำเสียที่บำบัด ล่วงหน้าแล้ว ดังกล่าว ให้มีค่าสูงกว่าประมาณ +75 mv และประมาณ +400 mv (c) การสัมผัสน้ำเสียจากขั้นตอน (b) ซึ่งมีส่วนประกอบอาร์เซนิค ที่ถูกออกซิไดซ์ ดังกล่าว กับแหล่งเฟอร์ริคไอออน เพื่อทำให้เหิดตะกอนซึ่งประกอบรวมด้วย เฟอร์ริค ไฮดรอกไซด์ และตะกอนซึ่งประกอบรวมด้วย อาร์เซนิค ที่ถูกออกซิไดซ์ ดังกล่าวในรูปของเฟอร์ริค อาร์เซเนต (d) การสัมผัสน้ำเสียจากขั้นตอน (c) กับช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลง เพื่อทำให้เกิด สลัดจ์ที่มีตะกอนดังกล่าว, อย่างน้อยที่สุดหนึ่งส่วนของปรอทดังกล่าว และอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่ง ของไฮโดรคาร์บอนที่ตกค้างดังกล่าว, และ (e) การแยกสลัดจ์ดังกล่าว ออกจากน้ำเสียจากขั้นตอน (d) ซึ่งทำให้เกิดเป็นน้ำเสียที่ สะอาด ซึ่งมีความเข้มข้นของไฮโดรคาร์บอน, ปรอท และอาร์เซนิคดังกล่าวที่ตกค้างลดลงเปรียบเทียบ กับกระแสของน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าดังกล่าว 4 6. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งกระแสของน้ำเสียชนิดแรกดังกล่าว ประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยส่วนหนึ่งของปรอทดังกล่าว จากน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวและไฮโดรคาร์บอน ที่ถูกอิมัลซิฟายด์ และกรรมวิธีประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยขั้นตอนของ การทำให้ไฮโดรคาร์บอนที่ถูก อิมัลซิฟายด์ ดังกล่าวไม่คงสภาพเพื่อก่อรูปไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพ 4 7. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 46 ซึ่ง ประกอบรวมเพิ่มเติมด้วย การแยกอย่าง น้อยที่สุดส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ ที่ไม่คงสภาพดังกล่าวและอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของปรอทดังกล่าว จากกระแสของน้ำเสียชนิดแรกดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดเป็นกระแสของน้ำ เสียที่สะอาดบางส่วน 4 8. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 47 ซึ่งประกอบรวมเพิ่มเติมด้วย ขั้นตอนการ รวมกระแสของน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าว และกระแสของน้ำเสียที่สะอาดบางส่วนดังกล่าว ก่อนการเติมตัวออกซิไดซ์ดังกล่าว ให้แก่กระแสของน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าว 4 9. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 46 ซึ่งช่วงออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียล ดังกล่าวอยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +100 mw ถึงประมาณ +385 mv 5 0. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ ดังกล่าวถูกกำจัดออกจากกระแสน้ำเสียแรกดังกล่าว เพื่อก่อรูปกระแสน้ำเสียที่สองและกระแสน้ำเสีย ที่สองดังกล่าว ถูกรวมเข้ากับกระแสน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าวก่อนการเติมตัวออกซิไดซ์ ดังกล่าวเป็นกระแสน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าว 5
1. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งน้ำเสียป้อนเข้าดังกล่าวถูกแยกออกเป็น กระแสน้ำแรกดังกล่าว และกระแสน้ำเสียที่บำบัดล่วงหน้าแล้วดังกล่าวในไฮโดรไซโคลน 5
2. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 51 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียล ดังกล่าว อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +100 mv ถึงประมาณ +400 mv 5
3. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 52 ซึ่งตัวออกซิไดซ์ ดังกล่าวประกอบรวมด้วย โซเดียมออกซีคลอไรท์ และสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลงดังกล่าว ซึ่งประกอบรวมด้วย สารทำให้ เกาะกันชนิดโพลิเมอร์ 5
4. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 45 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียล ดังกล่าว อยู่ในช่วงตั้งแต่ประมาณ +75 ถึงประมาณ +150 mv 5
5. กรรมวิธีเพื่อการกำจัดไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์แล้ว, ไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูก อิมัลซิฟายด์ และปรอทออกจากน้ำเสีย ซึ่งกรรมวิธีประกอบรวมด้วย (a) การแยกอย่างน้อยส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอน ที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ดังกล่าวออก จากน้ำเสียดังกล่าว เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่สะอาดบางส่วน ซึ่งมีไฮโดรคาร์บอนที่ถูกอิมัลซิฟายด์ และ ปรอทอยู่ด้วย (b) การสัมผัสน้ำเสียที่สะอาดบางส่วนดังกล่าวกับเฟอร์ริค ไอออนเป็นระยะเวลา เพียงพอที่จะทำให้เกิดตะกอนที่มีเหล็ก และเพื่อทำให้อย่างน้อยส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอนที่ถูก อิมัลซิฟายด์ดังกล่าวไม่คงสภาพ เพื่อก่อรูปเป็นไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพ (c) การเติมสารช่วยทำให้สลัดจ์ลดขนาดลง ลงในน้ำเสียจากขั้นตอน (b) เพื่อก่อรูป สลัดจ์ ซึ่งมีตะกอนที่มีเหล็กดังกล่าว, อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของปรอทดังกล่าว และอย่างน้อยที่สุด ส่วนหนึ่งของไฮโดรคาร์บอนที่ไม่ถูกอิมัลซิฟายด์ที่ไม่คงสภาพดังกล่าว และ (d) การแยกสลัดจ์ดังกล่าวออกจากน้ำเสียจากขั้นตอน (c) เพื่อก่อรูปน้ำเสียที่สะอาด 5
6. กรรมวิธีที่นิยามไว้ในข้อถือสิทธิข้อ 55 ซึ่งตะกอนที่มีเหล็กดังกล่าวประกอบรวม ด้วยเฟอร์ริค ไฮดรอกไซด์ 5
7. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 55 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลของน้ำเสีย ในขั้นตอน (b) ถูกรักษาไว้ต่ำกว่าประมาณ +400 mv 5
8. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 57 ซึ่งออกซิเดชัน รีดักชัน โพเทนเชียลของน้ำเสีย ในขั้นตอน (b) ถูกรักษาไว้ให้อยู่ระหว่างประมาณ +75 และประมาณ +150 mv 5
9. กรรมวิธีที่นิยามในข้อถือสิทธิข้อ 55 ซึ่งปรอทในสลัดจ์ดังกล่าวอยู่ในรูปที่เป็นธาตุ
TH9701002188A 1997-06-05 การกำจัดไฮโดรคาร์บอน ปรอท และอาร์เซนิค ออกจากน้ำที่ผลิตได้จากแหล่งน้ำมัน TH25687B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH29360A true TH29360A (th) 1998-07-30
TH25687B TH25687B (th) 2009-03-24

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
EP0977712A1 (en) Removal of hydrocarbons, mercury and arsenic from oil-field produced water
US4151077A (en) Process for elimination of mercury from industrial waste waters by means of extraction with solvents
Hering et al. Arsenic removal from drinking water during coagulation
KR940021437A (ko) 고도로 착색된 폐수의 처리방법
WO1998006672A1 (en) Method for removing toxic substances in water
EP2739576A1 (en) Method for treating industrial waste
CN107082526A (zh) 一种废乳化液的预处理方法
US5068038A (en) Method of lowering the AOX content in water
Kyzas et al. Methods of arsenic wastes recycling: Focus on flotation
US8728303B2 (en) Process, method, and system for removing heavy metals from fluids
EP0548107B1 (en) Treatment of photographic effluents
US20120125817A1 (en) Process, method, and system for removing heavy metals from fluids
TH29360A (th) การกำจัดไฮโดรคาร์บอน ปรอท และอาร์เซนิค ออกจากน้ำที่ผลิตได้จากแหล่งน้ำมัน
TH25687B (th) การกำจัดไฮโดรคาร์บอน ปรอท และอาร์เซนิค ออกจากน้ำที่ผลิตได้จากแหล่งน้ำมัน
US20120125820A1 (en) Process, method, and system for removing heavy metals from fluids
Song et al. Demulsification of oily wastewater through a synergistic effect of ozone and salt
US20120125818A1 (en) Process, method, and system for removing heavy metals from fluids
US5008006A (en) Chemical conditioning of fine coal for improved flotation and pyrite rejection
US10947142B2 (en) Apparatus and methods for treating wastewater
EP0419842B1 (de) Verfahren zur Abtrennung von halogenorganischen Schadstoffen mit mindestens 5 C-Atomen aus Wasser
EP2058040B1 (en) Process for treating effluents from the oil industry for discharge or reutilization
Gowtham Experimental Investigation and statistical Regression analysis for the reduction of COD from paper and pulp industry waste water using Advanced Oxidation Process
DE2513353A1 (de) Verfahren zur vorzugsweisen entfernung von kohlenwasserstoffen aus waessrigen loesungen
EP0079190B1 (en) The removal of solids from wet process phosphoric acid
RU2087426C1 (ru) Способ очистки маслоэмульсионных сточных вод