TH22162A - วิธีการในการหาจำนวนของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะใน?เยื่อกระดาษและกระดาษ - Google Patents

วิธีการในการหาจำนวนของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะใน?เยื่อกระดาษและกระดาษ

Info

Publication number
TH22162A
TH22162A TH9501001073A TH9501001073A TH22162A TH 22162 A TH22162 A TH 22162A TH 9501001073 A TH9501001073 A TH 9501001073A TH 9501001073 A TH9501001073 A TH 9501001073A TH 22162 A TH22162 A TH 22162A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
paper
pulp
data
reactive
methods
Prior art date
Application number
TH9501001073A
Other languages
English (en)
Inventor
โอลส์สัน นายราล์ฟ
เรนเบิร์ก นายลาร์ส
เฮลเมอร์ นายอูลลา
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีอเนกราธา
เอกา โนเบล เอบี
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีอเนกราธา, เอกา โนเบล เอบี filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH22162A publication Critical patent/TH22162A/th

Links

Abstract

วิธีการในการหาจำนวนของปริมาณสารเคมีเพิ่มสมรรถนะที่ทำปฏิกิริยา และคงอยู่ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย สาร เพิ่มความแข็งแรงในขณะที่เปียก, แป้ง และสาร สำหรับทำให้คง อยู่, สารไม่ชอบน้ำ และสารขจัดพันธะในเยื่อกระดาษ และ/หรือ กระดาษ วิธีการดังกล่าวประกอบด้วย (I) การพัฒนาแบบจำลองปรับมาตรฐานโดย (I.a) บันทึกสเพคทรัม การดูดกลืน, การสะท้อนหรือการฉายออก ของตัวอย่างสำหรับอ้างอิงที่มีสารเคมีเพิ่มสมรรถนะทำ ปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่ที่รู้ปริมาณดังกล่าวเพื่อพัฒนา ขุดศึกษา (I.b) ดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมที่ยังไม่ได้ปรุง แต่ง เพื่อลดเสียงและปรับสำหรับเลื่อน และการกระจายกระเจิง ของแสง (I.c) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้คีโมเมทริค เทคนิค เพื่อดำเนินกรรมวิธีกับชุดศึกษา และ (II) หาปริมาณของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่บนเยื่อกระดาษ และกระดาษที่ยังไม่รู้ปริมาณ ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารเพิ่มความแข็งแรงในขณะที่ เปียก, แป้ง และสารสำหรับทำให้คงอยู่, สารไม่ชอบน้ำ, และ สารขจัดพันธะ โดยการบันทึกสเพคทรัม การดูดกลืน, การสะท้อน หรือการฉายออก ตามวิธีใน (I.a) จากเยื่อกระดาษ และ/หรือ กระดาษที่ไม่รู้ปริมาณของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะที่ทำ ปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่ของเยื่อกระดาษ และกระดาษดัง กล่าว ดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมที่ไม่ได้ปรุงแต่ง ที่ได้ตามวิธีการ (I.b) ; และใช้แบบจำลองสำหรับเทียบมาตร ฐานที่พัฒนาแล้วเพื่อดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูล (I.a) จากกระดาษ และ/หรือ ปริมาณที่ยังไม่รู้ของสารเคมี เพิ่มสมรรถนะที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่ของเยื่อกระดาษ และกระดาษ ดังกล่าว; ดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมที่ ไม่ได้ปรุงแต่งที่ได้ ตามวิธีการ (I.b); และใช้แบบจำลอง สำหรับเทียบมาตรฐานที่พัฒนาแล้วต่อข้อมูลที่ดำเนินกรรมวิธี แล้ว

Claims (18)

    1.วิธีการสำหรับหาจำนวนของปริมารณของสารเคมีเพื่มสมรรถนะที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารเพิ่มความแรงในขณะที่ เปียก, แป้ง และสารทำให้คงอยู่, สารไม่ชอบน้ำและสารขจัด พันธะ ที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่กับเส้นใยเซลลูโลสใน เยื่อกระดาษ และ/หรือกระดาษ ซึ่งวิธีการประกอบด้วย (I) การพัฒนาแบบจำลองปรับมาตรฐานโดย (I.a) บันทึกสเพคทรัม การดูดกลืน, การสะท้อนหรือการฉายออก ของตัวอย่างอ้างอิงของกระดาษที่มีสารเคมีเพิ่มสมรรถนะดัง กล่าวที่รู้ปริมาณแล้วเพื่อพัฒนาขุดศึกษา (I.b) ดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมที่ยังไม่ได้ปรุง แต่ง (raw) เพื่อลดเสียงและปรับสำหรับเลื่อน (drift) และ กระจายกระเจิงของแสง(diffuse light scatter) (I.c) ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้คีโมเมทริค เทคนิค เพื่อดำเนินกรรมวิธีกับชุดศึกษา และ (II) หาปริมาณของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะเยื่อกระดาษ และกระดาษ ที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่ที่ยังไม่รู้ปริมาณ ที่ เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสารเพิ่มความแข็งแรงในขณะที่ เปียก, แป้ง และสารสำหรับทำให้คงอยู่, สารไม่ชอบน้ำ, และ สารขจัดพันธะ โดยการบันทึกสเพคทรัม การดูดกลืน, การสะท้อน หรือการฉายออก ตามวิธีการ
  1. (I.a) จากกระดาษ และ/หรือ ปริมาณที่ยังไม่รู้ของสารเคมี เพิ่มสมรรถนะที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่ของเยื่อกระดาษ และกระดาษ ดังกล่าว; ดำเนินกรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมที่ ไม่ได้ปรุงแต่งที่ได้ ตามวิธีการ (I.b); และใช้แบบจำลอง สำหรับเทียบมาตรฐานที่พัฒนาแล้วต่อข้อมูลที่ดำเนินกรรมวิธี แล้ว
  2. 2. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการบัน ทึกสเพคทรัม การดูดกลืน, การสะท้อน หรือการฉายออกในช่วง ความยาวคลื่นเท่ากับ 200 นาโนเมตร ถึง 400 ไมโครเมตร ควร เลือกใช้ 800 นาโนเมตร ถึง 2500 นาโนเมตร
  3. 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการ กรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัม โดยการใช้การแปลง Kubelka-Munk (สูตรเคมี) ที่ Rik เป็นการดูดกลืนที่ปรากฏที่ความยาวคลื่น k, Aik เป็นการดูดกลืนที่แปลงแล้วที่ความยาวคลื่น k, และดัชนี i เป็นตัวอย่างสเพคทรัมที่มี
  4. 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการ กรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมโดยการใช้ Multiplicative Scatter Correction (สูตรเคมี) ที่ Rik เป็นการดูดกลืนที่ปรากฏที่ความยาวคลื่น k, Aik เป็นการดูดกลืนที่แปลงแล้วที่ความยาวคลื่น k, ai เป็นการ ประมาณการค่ากำลังสองที่น้อยที่สุดของตัวแปร intercept, และ bi เป็นการประมาณการค่ากำลังสองที่น้อยที่สุดของตัวแปร slope ดัชนี i เป็นจำนวนสเพคทรัม ตัวอย่างที่มี และดัชนี k เป็นความยาวคลื่นที่มี
  5. 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการ กรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมโดยการใช้ การแปลง Fourier (Fourier transformation)
  6. 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการ กรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมโดยการใช้ดีริเวทีฟถึงระดับที่ สี่
  7. 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 มีลักษณะจำเพาะที่ดำเนินการ กรรมวิธีกับข้อมูลสเพคทรัมโดยการใช้ Standard Normal Variate transformation
  8. 8. วิธีการเลือกสารทำให้กระดาษมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นในขณะ ที่เปียกโดยการใช้วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่ง มีลักษณะจำเพาะที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดย Discriminant Analysis
  9. 9. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่งมีลักษณะจำเพาะ ที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้เทคนิค Multilinear Regression Analysis
  10. 10. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่งมีลักษณะ จำเพาะที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้เทคนิค Principal Component Analysis
  11. 11. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่งมีลักษณะ จำเพาะที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้เทคนิค Principal Components Regression
  12. 12. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1-7 ข้อใดข้อหนึ่งมีลักษณะ จำเพาะที่ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้เทคนิค Partial Least Squares
  13. 13. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 12 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับ หาจำนวนปริมาณไนโตรเจนที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ ปริมาณที่คง อยู่ของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะที่มีไนโตรเจน
  14. 14. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 12 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับ หาจำนวนของปริมาณของแอลคิล คีทีนไดเมอร์ และยางสน ที่ทำ ปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่
  15. 15. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 12 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับ หาจำนวนปริมาณของแอลคิลิน ซัคซินิค แอซิค และแอลคิล คาร์ บาโมอิล คลอไรด์ ที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่
  16. 16. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 1 ถึง 12 ข้อใดข้อหนึ่ง สำหรับ หาจำนวนของปริมาณ ควอเทอร์แนรี แฟพทิ แอมีน และแฟททิ แอมีน ออกไซด์ ที่คงอยู่
  17. 17. วิธีการในการรักษาโปรแกรมควบคุมกรรมวิธีให้คงอยู่และ ได้ผลที่หาปริมาณของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะที่ทำปฏิกิริยา และ/หรือ คงอยู่บนกระดาษ และเยื่อกระดาษที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยสารเพิ่มความแข็งแรงในขณะที่เปียก, แป้ง และ สารสำหรับทำให้คงอยู่, สารไม่ชอบน้ำ และสารขจัดพันธะใน กระดาษ หรือเยื่อกระดาษ เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของมัน และให้ข้อมูลส่งเข้าสำหรับควบคุม เพื่อให้มีความ มั่นใจได้ว่ามีสารเคมีเติมแต่งอยู่ใระดับที่พอเหมาะโดยการ ใช้วิธีการตามที่ระบุในข้อถือสิทธิ 1 ถึง 16
  18. 18. วิธีการตามข้อถือสิทธิก่อนหน้านี้ข้อใดข้อหนึ่ง มี ลักษณะจำเพาะที่กระทำการวิเคราะห์ข้อมูลตามข้อถือสิทธิ 8-16 ข้อใดข้อหนึ่งบนข้อมูลสเพคทรัมที่ดำเนินกรรมวิธีแล้ว ที่ได้จากเยื่อกระดาษ และ/หรือ กระดาษ ที่มีสารเคมีเพิ่ม สมรรถนะที่ไม่รู้ปริมาณด้วย (ข้อถือสิทธิ 18 ข้อ, 3 หน้า, 5 รูป)
TH9501001073A 1995-05-16 วิธีการในการหาจำนวนของสารเคมีเพิ่มสมรรถนะใน?เยื่อกระดาษและกระดาษ TH22162A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH22162A true TH22162A (th) 1996-12-11

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CA2189858C (en) Method and means of quantifying performance chemicals in pulp and paper
EP0786082A1 (en) A method of determining the organic content in pulp and paper mill effluents
SK4098A3 (en) Prediction of the properties of board by using a spectroscopic method combined with multivariate calibration
Olivieri Analytical figures of merit
CN114324233A (zh) 农产品营养成分近红外无损在线品质检测方法和系统
Vahur et al. Quantitative non-destructive analysis of paper fillers using ATR-FT-IR spectroscopy with PLS method
US20010017195A1 (en) Determination of kappa number in chemical pulps by raman spectrometry
Pope Near-infrared spectroscopy of wood products
JP2000346801A (ja) Ftir法による多成分ガス分析方法
Coates Is near infrared spectroscopy only as good as the laboratory reference values? An empirical approach
Jones et al. Non-destructive estimation of Pinus taeda L tracheid morphological characteristics for samples from a wide range of sites in Georgia
Camino et al. Multivariate optimization of solvent extraction of Cd (II), Co (II), Cr (VI), Cu (II), Ni (II), Pb (II) and Zn (II) as dibenzyldithiocarbamates and detection by AAS
Martins et al. Non-destructive dating of fiber-based gelatin silver prints using near-infrared spectroscopy and multivariate analysis
De Medeiros et al. Impact of moisture and NIR sensors on calibration transfer between predictive models of Eucalyptus grandis wood density
Ghosh et al. Quantitative near-infra-red analysis of reducing sugar from the surface of cotton
Amaral et al. Hydromechanical behavior of wood during drying studied by NIR spectroscopy and image analysis
CA2323878A1 (en) Automatic calibration method
Mora et al. Determination of specific gravity of green Pinus taeda samples by near infrared spectroscopy: comparison of pre-processing methods using multivariate figures of merit
Chen et al. Evaluating the validity of spectral calibration models for quantitative analysis following signal preprocessing
WO2003107037A2 (en) Scatter spectra method for x-ray fluorescent analysis with optical components
Dong et al. A new approach to the determination of moisture in hydrocarbon lubricating oils by mid-FTIR spectroscopy
DE19729546C1 (de) Verfahren zur Messung von Chrom in Gerbereilösungen und Berechnung der Chromkonzentration im Leder, sowie die Verwendung des Verfahrens
Downey et al. Dried grass silage analysis by NIR reflectance spectroscopy—A Comparison of stepwise multiple linear and principal component techniques for calibration development on raw and transformed spectral data
Kola et al. Correction of spectral interference of calcium in sulfur determination by inductively coupled plasma optical emission spectrometry using multiple linear regression
TH21358A (th) A method of quantifying the properties of paper