TH21990A - การเตรียมเอสเทอร์โดยการเติมส่วนประกอบจุดเดือดต่ำ?ของของผสมแอลกอฮอล์หรือกรดเป็นขั้นๆ - Google Patents

การเตรียมเอสเทอร์โดยการเติมส่วนประกอบจุดเดือดต่ำ?ของของผสมแอลกอฮอล์หรือกรดเป็นขั้นๆ

Info

Publication number
TH21990A
TH21990A TH9501001702A TH9501001702A TH21990A TH 21990 A TH21990 A TH 21990A TH 9501001702 A TH9501001702 A TH 9501001702A TH 9501001702 A TH9501001702 A TH 9501001702A TH 21990 A TH21990 A TH 21990A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
boiling point
mixture
alcohol
acid
component
Prior art date
Application number
TH9501001702A
Other languages
English (en)
Inventor
จูเนียร์
โจอาร์ โนลส์ นาย
เบอร์นี่เจ แพ็ฟฟอร์ด นาย
อาร์ โนลส์ นายโจ
Original Assignee
นาย ดำเนินการเด่น
นาย ต่อพงศ์โทณะวณิก
นาย วิรัชศรีอเนกราธา
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
เอ็กซ์ซอน เคมิคอล เพเต็นท์ส อิงค์
Filing date
Publication date
Application filed by นาย ดำเนินการเด่น, นาย ต่อพงศ์โทณะวณิก, นาย วิรัชศรีอเนกราธา, นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, เอ็กซ์ซอน เคมิคอล เพเต็นท์ส อิงค์ filed Critical นาย ดำเนินการเด่น
Publication of TH21990A publication Critical patent/TH21990A/th

Links

Abstract

กรรมวิธีการทำกรดหรือแอนไฮไดรด์กับแอลกอฮอล์หรือสารประกอบพอลิไฮดรอกซิแอล- กอฮอล์ให้เป็นเอสเทอร์ ที่เติมส่วนประกอบ ที่หนักกว่าหรือมีจุดเดือดสูงกว่าของของผสมของสารที่ทำ ปฏิกิริยาที่มีจุดเดือดต่ำกว่าลงไปในภาชนะสำหรับทำ ปฏิกิริยาต่อจากการเติมทั้งสารทำปฏิกิริยาที่มีจุด เดือดสูง กว่าและส่วนประกอบที่เบากว่าหรือมีจุดเดือดต่ำกว่าของสารทำ ปฏิกิริยาที่มีจุดเดือดต่ำกว่า

Claims (44)

1. กรรมวิธีสำหรับทำสารประกอบพอลิไฮดรอกซิและกรดผสมให้เป็นเอสเทอร์ กรดผสม ดังกล่าวประกอบด้วยส่วนประกอบกรดที่มีจุด เดือดต่ำกว่าอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งและส่วนประกอบกรดที่ มีจุดเดือดสูงกว่าอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนต่อไปนี้ a. เติมสารประกอบพอลิไฮดรอกซิดังกล่าวและส่วนประกอบกรดที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดัง- กล่าว อย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งลงไปใน ภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยาเพื่อให้เป็นของผสมที่จะทำปฏิกิริยา กัน b. ทำของผสมที่จะทำปฏิกิริยากันดังกล่าวให้ร้อนขึ้นถึง อุณหภูมิเท่ากับประมาณหรือสูงกว่า จุดเดือดของของผสมที่ทำ ปฏิกิริยากันดังกล่าวและรักษาความดันให้เพียงพอที่จะทำให้ ของผสมที่ทำปฏิกริ- ยากันดังกล่าวเดือดอย่างน้อยที่สุดเป็น การทำให้การเปลี่ยน แปลงของสารประกอบพอลิไฮดรอกซิดังกล่าว และส่วนประกอบกรด ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าวเริ่มขึ้นไปเป็นผลิตภัณฑ์ เอสเทอร์และนำที่เข้าผลผลิต หลอดได้ และ c. เติมส่วนประกอบกรดที่มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว อย่าง น้อยที่สุดส่วนหนึ่งไปในของ ผสมที่ทำปฏิกิริยากันดังกล่าว หลังจากที่สารประกอบพอลิไฮดรอกซิดังกล่าวและส่วนประกอบกรด ที่มีจุด เดือดต่ำกว่าดังกล่าว อย่างน้อยที่สุดบางส่วน เปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์เอสเทอร์ดังกล่าว
2. นอกจากนั้นกรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ยังประกอบด้วยการ เติมสารเร่งปฏิกิริยาอัน- หนึ่งลงไปในภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยา กันดังกล่าว เพื่อให้กรดผสมดังกล่าวและสารประกอบพอลิไฮดรอก ซิดังกล่าวถูกเปลี่ยนไปเป็นเอสเทอร์ดังกล่าวด้วยสารเร่ง ปฏิกิริยา
3. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปของ d. ติดตามความเข้มข้นของกรดผสมในขั้นตอน(c) ดังกล่าว และ e. เติมส่วนประกอบกรดที่มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าวเพิ่ม เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิกริ- ยากันดังกล่าวเพื่อรักษาความ เข้มข้นของกรดผสมดังกล่าวให้คงอยู่ที่ความเข้มข้นที่กำหนด ไว้ล่วงหน้า บางอย่าง
4. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ส่วนประกอบกรดที่มีจุด เดือดต่ำกว่าดังกล่าวเป็นกรดที่ เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย กรด C4 ถึง C5
5. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 4 ที่เลือกส่วนประกอบกรดที่มี จุดเดือดสูงกว่าดังกล่าวจาก กลุ่มที่ประกอบด้วยกรด C6 ถึง C18
6. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่เลือกส่วนประกอบกรดที่มี จุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าวเป็น- กรดที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วย กรด C4 ถึง C6
7. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 6 ที่ส่วนประกอบกรดที่มีจุด เดือดสูงกว่าเป็นกรดที่เลือกจาก กลุ่มที่ประกอบด้วย กรดC7 ถึง C18
8. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่สารประกอบพอลิไฮดรอกซิดัง กล่าวเป็นพอลิแฟนิคพอลี ไฮดริค แอลกอฮอล์ ที่ประกอบด้วยหมู่ ไพรแมรีไฮดรอกซิลประมาณ 2 ถึง 10 หมู่
9. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่เติมอย่างน้อยที่สุดส่วน ประกอบกรดที่มีจุดเดือดสูงกว่า อย่างน้อยที่สุดบางส่วนลงไป ในของผสมที่ทำปฏิกริยากันในขั้นตอน (a)
10. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ปริมาณของส่วนประกอบกรด ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ที่เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิ กริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) อยู่ในระหว่างประมาณ 25 ถึง 100%
11. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ปริมาณของส่วนประกอบกรด ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ที่เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิ กริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) อยู่ในระหว่างประมาณ 50 ถึง 100%
12. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่ปริมาณของส่วนประกอบกรด ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ที่เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิ กริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) อยู่ในระหว่างประมาณ 75 ถึง 100%
13. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ที่เติมส่วนของส่วนประกอบกรด ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ที่ไม่ได้เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันในขั้นตอน(a) ลงไปหลังจากที่ของผสมที่ ทำปฏิกริยากันดัง - กล่าวถึงจุดเดือดของมันในขั้นตอน (c)
14. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 1 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไป ของการขจัดกรดผสมดังกล่าว ส่วนหนึ่งและน้ำที่เป็นผลผลิตพลอย ได้ดังกล่าวจากภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยา, แยกกรดผสมดังกล่าว ออก จากน้ำที่เป็นผลผลิตพลอยได้ดังกล่าว,และไหลเวียนกรดผสม ที่แยกออกกลับไปยังภาชนะสำหรับทำปฏิกริ- ยากันดังกล่าว,ที่ กรดผสมดังกล่าวที่ไหลเวียนกลับไปยังภาชนะที่ทำปฏิกิริยากัน ดังกล่าวจะมีการละลาย น้ำได้ต่ำ
15. กรรมวิธีสำหรับทำกรดและแอลกอฮอล์ผสมให้เป็นเอสเทอร์ แอลกอฮอล์ผสมดังกล่าว ประกอบด้วยส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่มี จุดเดือดต่ำกว่าอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งและส่วนประกอบ แอลกอ- ฮอล์ที่มีจุดเดือดสูงอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งซึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ a. เติมกรดดังกล่าวและส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำ กว่าดังกล่าวอย่างน้อยที่ สุดส่วนหนึ่งลงไปในภาชนะสำหรับทำ ปฏิกิริยากันเพื่อให้เป็นของผสมสำหรับทำปฏิกิริยา b. ทำของผสมสำหรับทำปฏิกิริยากันดังกล่าวให้ร้อนขึ้นถึง อุณหภูมิเท่ากับประมาณหรือสูง กว่าจุดเดือดของของผสมที่ทำ ปฏิกิริยากันและรักษาความดันไว้ให้เพียงพอที่จะทำให้ของผสม ที่ทำปฏิกริ- ยากันดังกล่าวเดือด ทำให้อย่างน้อยที่สุดการ เปลี่ยนแปลงของกรดดังกล่าวและส่วนประกอบแอลกอฮอล์ ที่มีจุด เดือดต่ำกว่าดังกล่าวเริ่มขึ้นไปเป็นผลิตภัณฑ์เอสเทอร์ และ เกิดน้ำที่เป็นผลผลิตพลอยได้ขึ้น,และ c. เติมอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าวลง ไปในของผสมที่ทำปฏิกิริยากัน ดังกล่าว หลังจากที่อย่างน้อยที่สุดบางส่วนของกรดดังกล่าว และส่วนประ กอบแอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว เปลี่ยนไปเป็นผลิตภัณฑ์ เอสเทอร์ดังกล่าว
16. นอกจากนี้กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ยังประกอบด้วยการ เติมสารเร่งปฏิกิริยาลง ไปในภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยาดังกล่าว ต่อไป โดยที่กรดดังกล่าวและแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวเปลี่ยนไป เป็นผลิตภัณฑ์เอสเทอร์ดังกล่าวด้วยการเร่งปฏิกิริยา
17. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไป ของ d. ติดตามความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวในขั้นตอน(c) และ e. เติมปริมาณเพิ่มเติมของส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่มีจุด เดือดสูงกว่าดังกล่าวลงไปใน ของผสมที่ทำปฏิกิริยากันดัง กล่าวเพื่อรักษาความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวให้คง อยู่ในระดับที่ ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าบางอย่าง
18. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่กรดดังกล่าวอาจเป็นกรดมอ นอเบสิคหรือพอลิเบสิค
19. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ C4 ถึง C5
20. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 19 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยมอนอไฮดริคแอลกอฮอล์ C6 ถึง C18
21. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ C4 ถึง C6
22. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 21 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยมอนอไฮดริคแอลกอฮอล์ C7 ถึง C18
23. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่เลือกผลิตภัณฑ์เอสเทอร์ ดังกล่าวจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยฟธาเลท, แอดิเทท และไทรเมลลิ เทท
24. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไป ของ การขจัดส่วนหนึ่งของ แอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวและน้ำที่เป็น ผลผลิตพลอยได้ดังกล่าวออกจากภาชนะที่ใช้ในการทำปฏิกริยา,- แยกแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวออกจากน้ำที่เป็นผลผลิตพลอยได้ดัง กล่าว ให้แอลกอฮอล์ผสมที่แยกออกกลับ ไหลเวียนกลับไปยังภาชนะ สำหรับทำปฏิกิริยาดังกล่าวจะมีการละลายน้ำต่ำกว่า
25. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่เติมอย่างน้อยที่สุดส่วน หนึ่งของส่วนประกอบแอลกอ- ฮอล์ที่มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว ลงไปในของผสมที่ทำปฏิกริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a)
26. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ที่เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิ กริยากันในขั้นตอน (a) อยู่ในระหว่างประมาณ 25 ถึง 100%
27. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ดังกล่าวที่เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) เท่ากับระหว่าง ประมาณ 50 ถึง 100%
28. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ดังกล่าวที่เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) อยู่ในระหว่าง ประมาณ 95 ถึง 100%
29. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 15 เติมส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เติมลงไปในของผสมที่ ทำปฏิกริยากันดังกล่าวในขั้นตอน (a) ลงไปหลังจากที่ของผสม ที่ทำปฏิกริ- ยากันดังกล่าวถึงจุดเดือดของมันในขั้นตอน( c)
30. กรรมวิธีการทำแอนไฮไดรด์กับแอลกอฮอล์ผสมให้เป็นเอส เทอร์ แอลกอฮอล์ผสมดัง กล่าวประกอบด้วยส่วนประกอบแอลกอฮอล์ ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าอย่างน้อยที่สุดชนิดหนึ่งและส่วน ประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดสูงกว่าอย่างน้อยที่สุดชนิด หนึ่งซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้ a. เติมแอนไฮไดรด์ดังกล่าวและส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่มีจุด เดือดต่ำกว่าดังกล่าวอย่าง น้อยที่สุดส่วนหนึ่งลงไปในภาชนะ สำหรับทำปฏิกิริยากันเพื่อให้เป็นของผสมสำหรับทำปฏิกิริยา b. ทำของผสมสำหรับทำปฏิกิริยากันดังกล่าวให้ร้อนขึ้นถึง อุณหภูมิที่ประมาณหรือสูงกว่าจุด เดือดของส่วนประกอบของผสม ที่ทำปฏิกิริยากันดังกล่าวและรักษาความดันให้เพียงพอให้ของ ผสมที่ทำปฏิ- กริยากันดังกล่าวเดือด ทำให้อย่างน้อยที่สุด เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงของแอนไฮไดรด์ดังกล่าวและส่วน ประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าวไปเป็นผลิตภัณฑ์เอส เทอร์ และน้ำที่เป็นผลผลิตพลอยได้ และ c. เติมอย่างน้อยที่สุดส่วนหนึ่งของส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าวลง ไปในของผสมที่ทำปฏิกิริยากันดัง กล่าว หลังจากที่อย่างน้อยที่สุดบางส่วนของแอนไฮไดรด์ดัง กล่าวและส่วน ประกอบแอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว ได้เปลี่ยนไปเป็นเอสเทอร์ดังกล่าว
31. นอกจากนั้นกรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ยังประกอบด้วยการ เติมสารเร่งปฏิกิริยาลง ไปในภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยากันดัง กล่าวต่อไป เพื่อให้แอนไฮไดรด์ดังกล่าวและแอลกอฮอล์ผสมดัง กล่าว ถูกเปลี่ยนไปเป็นเอสเทอร์ดังกล่าวด้วยการสารเร่ง ปฏิกิริยา
32. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไป นี้ d. ติดตามความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวในขั้นตอน (c) และ e. เติมปริมาณเพิ่มเติมของส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่มีจุด เดือดสูงกว่าดังกล่าวลงไปใน ของผสมที่ทำปฏิกิริยากันดัง กล่าวเพื่อรักษาความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวให้คง ไว้ที่ความเข้ม ข้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้าบางอย่าง
33. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่แอนไฮไดรด์ดังกล่าวเป็น แอนไฮไดรด์ของกรดมอนอ เบสิคหรือพอลิเบสิค
34. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ C4 ถึง C5
35. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 34 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าเป็นแอลกอ- ฮอล์ที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบ ด้วยแอลกอฮอล์ C6 ถึง C18
36. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดต่ำกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ C4 ถึง C6 3
37. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 36 ที่ส่วนประกอบแอลกอฮอล์ที่ มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว เป็นแอลกอฮอล์ที่เลือกจากกลุ่ม ที่ประกอบด้วยแอลกอฮอล์ C7 ถึง C18
38. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่เลือกเอสเทอร์ดังกล่าว จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ฟธา- เลท,เอดิเพท และไทรเมลลิเทท
39. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ยังประกอบด้วยขั้นตอนต่อไป ของ การขจัดส่วนหนึ่งของ แอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวและน้ำที่เป็น ผลผลิตพลอยได้ดังกล่าวออกจากภาชนะสำหรับทำปฏิกิริยา,แยก- แอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวออกจากน้ำที่เป็นผลผลิตพลอยได้ดัง กล่าว,ให้แอลกอฮอล์ผสมที่แยกออกกลับไหลเวียน กลับไปยังภาชนะ สำหรับทำปฏิกิริยาดังกล่าว,โดยที่แอลกอฮอล์ผสมดังกล่าวที่ ไหลเวียนกลับไปยังภาชนะ สำหรับทำปฏิกิริยาดังกล่าวจะมีการละ ลายของน้ำต่ำกว่า
40. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่เติมอย่างน้อยที่สุดส่วน หนึ่งของส่วนประกอบแอลกอ- ฮอล์ที่มีจุดเดือดสูงกว่าดังกล่าว ลงไปในของผสมที่ทำปฏิกริยากันดังกล่าวในขั้นตอน(a)
41. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ที่เติมลงไปในของผสมที่ทำปฏิ กริยากันในขั้นตอน (a) ดังกล่าวอยู่ในระหว่างประมาณ 25 ถึง 100%
42. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ดังกล่าวที่เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันในขั้นตอน (a) ดังกล่าวอยู่ในระหว่าง ประมาณ 50 ถึง 100%
43. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่ปริมาณของส่วนประกอบ แอลกอฮอล์ที่มีจุดเดือดต่ำกว่า ดังกล่าวที่เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันในขั้นตอน (a) ดังกล่าวอยู่ในระหว่าง ประมาณ 75 ถึง 100%
44. กรรมวิธีตามข้อถือสิทธิ 30 ที่เติมส่วนประกอบแอลกอฮอล์ ที่มีจุดเดือดต่ำ- กว่าดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เติมลงไปในของผสม ที่ทำปฏิกริยากันในขั้นตอน(a )ดังกล่าวลงไปหลังจากที่ของ ผสมที่ทำปฏิกริยากันดังกล่าวถึงจุดเดือดของมันในขั้นตอน (c)
TH9501001702A 1995-07-14 การเตรียมเอสเทอร์โดยการเติมส่วนประกอบจุดเดือดต่ำ?ของของผสมแอลกอฮอล์หรือกรดเป็นขั้นๆ TH21990A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH21990A true TH21990A (th) 1996-11-27

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US6399800B1 (en) Process for the production of fatty acid alkyl esters
AU726032B2 (en) Method for preparing fatty acid esters
JPS61168696A (ja) 遊離脂肪酸の予備エステル化方法
EP2819990B1 (en) Method for producing an esterified polyol
EP1894913A1 (en) Production of esters of fatty acids and lower alcohols
JPS61140544A (ja) 脂肪酸メチルエステルの製法
CA2392723A1 (en) Method for producing fatty acid alkyl esters
CA2164931A1 (en) Process for preparing fatty acid alkyl esters
US8076497B2 (en) Production of acylglycerol esters
JPH01283251A (ja) 脂肪酸の連続エステル化方法
US4976892A (en) Process for the continuous transesterification of fatty acid lower alkyl esters
US5681939A (en) Direct esterification of propoxylated glycerin
KR20140144689A (ko) 에스테르의 제조 방법 및 그의 용도
US6933398B2 (en) Process for the transesterification of fat and/or oil by means of alcoholysis
GB660021A (en) Continuous esterification process
US6723863B2 (en) Methods for the preparation of propylene glycol fatty acid esters
US4377685A (en) Process of preparing sucroglycerides
CA2609341A1 (en) Concentration of fatty acid alkyl esters by enzymatic reactions with glycerol
DE69613980T2 (de) Verfahren zum reinigen von inertgas und zur hestellung von niederalkylestern
JPH0132814B2 (th)
Sonntag Esterification and interesterification
ES288851A1 (es) Procedimiento para refinar ésteres de alcoholes alifáticos polihídricos sólidos y ácidos carboxílicos
JP2630182B2 (ja) ショ糖脂肪酸エステルの製造方法
US2911416A (en) Trimellitic double anhydride
US4515725A (en) Process for preparing boric esters of glycerol fatty acid esters