TH21637A - " วิธีการเข้ารหัสแวคเตอร์โดยอุปกรณ์เข้ารหัสแบบเดียวกันกับอุปกรณ์ถอดรหัส " - Google Patents

" วิธีการเข้ารหัสแวคเตอร์โดยอุปกรณ์เข้ารหัสแบบเดียวกันกับอุปกรณ์ถอดรหัส "

Info

Publication number
TH21637A
TH21637A TH9501002487A TH9501002487A TH21637A TH 21637 A TH21637 A TH 21637A TH 9501002487 A TH9501002487 A TH 9501002487A TH 9501002487 A TH9501002487 A TH 9501002487A TH 21637 A TH21637 A TH 21637A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
vector
gain
weight
vectors
code
Prior art date
Application number
TH9501002487A
Other languages
English (en)
Other versions
TH9598B (th
Inventor
คาทาโอกา นายเอกิโตชิ
ไอเคโด นายโจทาโร
Original Assignee
กำหนดวางเส้นตรง M ให้ใกล้กับเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M โดย ลำดับ เมื่อมีการกำหนดเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว ควบคุมอัตราขยาย M-th ที่หนึ่ง เพื่อหาค่าที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การผิดเพี้ยนดังกล่าวน้อยที่สุด
ทำการเลือกขั้นต้นให้เป็น กลุ่มย่อย ๆ จากเวคเตอร์อัราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M ดังกล่าวที่มีเวคเตอร์อัตราขยายน้ำ หนักจำนวนมากอยู่ติดกับหรือใกล้กับจุดแนวเส้นลากของเวคเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยอัตราขยาย M-th ที่เหมาะสมที่หนึ่ง เส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ และควบคุมส่วนการคำนวณการผิด เพี้ยน เพื่อที่จะคำนวณค่าผิดเพี
Filing date
Publication date
Application filed by กำหนดวางเส้นตรง M ให้ใกล้กับเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M โดย ลำดับ เมื่อมีการกำหนดเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว ควบคุมอัตราขยาย M-th ที่หนึ่ง เพื่อหาค่าที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การผิดเพี้ยนดังกล่าวน้อยที่สุด, ทำการเลือกขั้นต้นให้เป็น กลุ่มย่อย ๆ จากเวคเตอร์อัราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M ดังกล่าวที่มีเวคเตอร์อัตราขยายน้ำ หนักจำนวนมากอยู่ติดกับหรือใกล้กับจุดแนวเส้นลากของเวคเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยอัตราขยาย M-th ที่เหมาะสมที่หนึ่ง เส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ และควบคุมส่วนการคำนวณการผิด เพี้ยน เพื่อที่จะคำนวณค่าผิดเพี filed Critical กำหนดวางเส้นตรง M ให้ใกล้กับเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M โดย ลำดับ เมื่อมีการกำหนดเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว ควบคุมอัตราขยาย M-th ที่หนึ่ง เพื่อหาค่าที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การผิดเพี้ยนดังกล่าวน้อยที่สุด
Publication of TH21637A publication Critical patent/TH21637A/th
Publication of TH9598B publication Critical patent/TH9598B/th

Links

Abstract

เวคเตอร์ตัวแทน Z14 และ Z24 ถูกคัดย่อจากเล่มรหัส CB1 และ CB2 ตาม ลำดับ และนำไปคูณด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก W1 และ W2 ของค่ามิติจำนวนเดียวกัน ดังเหล่าบรรดาเวคเตอร์ตัวแทนด้วยส่วนการคูณ 21, 22 ในที่นี้เวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักก็จะ เกิดขึ้น Z11 W1 และ Z24, W2 เวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักเหล่านี้จะกลายเป็นเวคเตอร์รวม ด้วยส่วนสำหรับรวมเวคเตอร์ 3 ให้เปลี่ยนเป็น Y14 และการรวมของเวคเตอร์ตัวแทนถูก เลือกด้วยส่วนควบคุมในแง่ที่ระยะทางระหว่างเวคเตอร์รวม Y14 และเวคเตอร์ป้อนเข้า X จะต้องมีระยะทางน้อยที่สุด เวคเตอร์สัมประสิทธิ์ W1 และ W2 แต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุด หนึ่งค่าในมิติแตกต่าง และจะถูกเลือกให้มีผลรวมของเมทริกซ์ทแยงมุม W1 และ W2 ที่ใช้ส่วน ประกอบของเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักเป็นส่วนประกอบทแยงมุมของมันจนทำให้เกิดตัวคูณ คงที่ของหน่วยเมทริกซ์

Claims (7)

1. วิธีของการเข้ารหัสเวคเตอร์ป้อนเข้าโดยทางการใช้เล่มรหัส M แต่ละอัน ที่มีเวคเตอร์ตัวแทนกำหนดชื่อจำนวนมากซึ่งมีจำนวนมิติเท่ากัน M ดังกล่าวจะเป็นค่าจำนวนเต็ม เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) ทำการเลือกเวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าวทีละตัวจากเล่มรหัส M ดังกล่าว b) ทำการคูณเวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าว (แต่ละตัวจะเลือกมาจากหนึ่งค่า ในเล่มรหัส M ดังกล่าว) โดย M ได้มีการกำหนดเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักค่าตัวเลขมิติ เดียวกันกับบรรดาเวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าวเพื่อที่จะผลิตเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก M เวคเตอร์ สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อยหนึ่งค่าในมิติขนาด แตกต่าง c) บวกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก M ดังกล่าวทั้งหมดเพื่อสร้างเวคเตอร์ ตัวแทนร่วม d) คำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ป้อนเข้าดังกล่าว และเวคเตอร์ ตัวแทนร่วมดังกล่าว e) ทำซ้ำขั้นตอน (a), (b), (c) และ (d) เพื่อค้นหาและกำหนด เวคเตอร์ตัวแทนร่วมดังกล่าวซึ่งมีค่าระยะทางระหว่างตัวมัน และเวคเตอร์สัญญาณป้อนเข้า ดังกล่าวมีค่าน้อยที่สุด f) การเข้ารหัส และกำหนดชื่อติดออกเอาท์พุทไปยังเวคเตอร์ตัวแทน ดังกล่าวของเล่มรหัสดังกล่าวซึ่งให้เวคเตอร์ตัวแทนร่วมดังกล่าวด้วยระยะทางน้อยที่สุดดังกล่าว 2. วิธีการของการเข้ารหัสเวคเตอร์ (อินพุท) ป้อนเข้าโดยทางการใช้เล่ม รหัส M ที่แต่ละอันจะมีเวคเตอร์ตัวแทนกำหนดชื่อจำนวนมากด้วยจำนวนมิติเท่ากัน M ดังกล่าว จะเป็นค่าจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของ a) ค่าการคูณเวคเตอร์ตัวแทน (โดยคัดเลือกแต่ละตัวจากหนึ่งในเล่ม รหัส M ดังกล่าว) ด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ที่จำนวนมิติขนาดเดียวกันกับบรรดา เวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าวของเล่มรหัส M ดังกล่าวเพื่อให้ได้กลุ่ม M ของเวคเตอร์ตัวแทน น้ำหนัก และกำหนดเส้นตรง M เพื่อการประมาณกลุ่ม M ของเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าว โดยลำดับ เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละส่วนจะมีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อย หนึ่งค่าในมิติต่าง ๆ b) ลากยื่นเวคเตอร์ป้อนเข้าดังกล่าวบนเส้นตรง M ดังกล่าวลงบนระบบ พิกัดมิติ M และทำการเลือกขั้นต้นสำหรับเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักจำนวนมากที่อยู่ติด หรือใกล้กับ เส้นลากดังกล่าว ตามลำดับเพื่อทำให้เกิดกลุ่ม M c) เลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักจากกลุ่มย่อย M ดังกล่าวและทำการ บวกเพื่อหาเวคเตอร์ตัวแทนร่วม d) คำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ตัวแทนร่วมดังกล่าว และเวค เตอร์ป้อนเข้าดังกล่าว e) ทำซ้ำขั้นตอน c) และ d), ดังกล่าวสำหรับการรวมเวคเตอร์ตัวแทน น้ำหนักแต่ละตัวของกลุ่มย่อย M ดังกล่าวเพื่อคำนวณค่าระยะทาง และ f) กำหนดชื่อในเล่มรหัส M ดังกล่าวซึ่งเทียบได้กับเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก ดังกล่าวของการร่วมซึ่งให้ระยะทางดังกล่าวน้อยที่สุด และให้เอาท์พุทออกเป็นชื่อสัญลักษณ์ ดังกล่าว เป็นผลจากการเข้ารหัสเวคเตอร์สัญญาณอินพุท 3. วิธีการเข้ารหัสเวคเตอร์อินพุทโดยการใช้เล่มรหัส M ที่แต่ละตัวจะมีเวค เตอร์ตัวแทนซึ่งกำหนดสัญลักษณ์ไว้อยู่จำนวนมาก ซึ่งมีขนาดมิติจำนวนเดียวกัน M ดังกล่าวจะ มีค่าเป็นจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการดังกล่าวประกอบไปด้วยขั้นตอน a) ทำการผลิตเล่มรหัสน้ำหนัก M ขั้นต้นที่แต่ละค่าจะมีเวคเตอร์ตัวแทน น้ำหนักซึ่งหาได้โดยการคูณเวคเตอร์ตัวแทนของเล่มรหัส M ดังกล่าวโดยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนักที่กำหนดไว้ M ที่มีจำนวนมิติเดียวกันกับบรรดาเวคเตอร์ตัวแทน เวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนัก M ดังกล่าว โดยแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อยหนึ่งอันในมิติแตกต่าง b) ทำการเลือกเวคเตอร์ตัวแทนทีละอันจากเล่มรหัสน้ำหนัก M ดังกล่าว c) บวกเล่มรหัสตัวแทนน้ำหนัก M ดังกล่าวทั้งหมดรวมกันเพื่อสร้างเวค เตอร์ตัวแทนร่วม d) คำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ป้อนเข้าดังกล่าว และเวคเตอร์ ตัวแทนร่วมดังกล่าว e) ทำซ้ำขั้นตอน b) , c) และ d) เพื่อค้นหาและกำหนดเวคเตอร์ตัว แทนร่วมดังกล่าวซึ่งมีระยะทางระหว่างตัวมัน และเวคเตอร์อินพุทดังกล่าวให้มีค่าน้อยที่สุด f) เข้ารหัส และชื่อกำหนดเอาท์พุท ทำการติดไว้กับเวคเตอร์ตัวแทนของเล่มรหัสดังกล่าวซึ่งให้เวคเตอร์ตัว แทนร่วมดังกล่าวด้วยระยะทางน้อยที่สุดดังกล่าว 4. วิธีการเข้ารหัสเวคเตอร์ป้อนเข้า (อินพุท) โดยการใช้เล่มรหัส M ที่แต่ละ ค่าจะมีเวคเตอร์ตัวแทนกำหนดชื่อจำนวนมาก ด้วยมิติจำนวนเดียวกัน M ดังกล่าวจะเป็นจำนวน เต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีดังกล่าวประกอบไปด้วยขั้นตอนของ a) คูณเวคเตอร์ตัวแทนของเล่มรหัส M ดังกล่าวด้วยเวคเตอร์สัมประ สิทธิ์น้ำหนัก M และที่จำนวนมิติเดียวกันกับเวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าว ให้ได้กลุ่ม M ของเวค เตอร์ตัวแทนน้ำหนัก เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละส่วนจะมีส่วนประกอบสูงสุด หนึ่งค่าเป็นอย่างน้อยในมิติที่แตกต่างกัน b) กำหนดเส้นตรง M สำหรับประมาณกลุ่ม M ของเวคเตอร์ตัวแทน น้ำหนักดังกล่าวตามลำดับ c) ลากยื่นเวคเตอร์ป้อนเข้าดังกล่าวลงบนเส้นตรง M บนระบบพิกัด มิติ M และการเลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักล่วงหน้าที่ติดหรือชิดกับเส้นลากยื่นดังกล่าวตาม ลำดับทำให้เป็นกลุ่มย่อย d) เลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักจากกลุ่มย่อย M ดังกล่าวตามลำดับ และบวกรวมเข้าไว้ให้ได้เวคเตอร์ตัวแทนร่วม e) คำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ตัวแทนร่วมดังกล่าว และเวค เตอร์ (อินพุท) ป้อนเข้าดังกล่าว f) ทำซ้ำขั้นตอน (d) และ (e) สำหรับการรวมเวคเตอร์ตัวแทนน้ำ หนักของกลุ่มย่อย M เพื่อที่จะคำนวณระยะทางดังกล่าว g) กำหนดชื่อลงในเล่มรหัส M ดังกล่าว ซึ่งเทียบเท่ากับเวคเตอร์ตัว แทนน้ำหนักดังกล่าว การร่วมซึ่งมีระยะทางน้อยที่สุดดังกล่าวและเอาท์พุทชื่อดังกล่าวเสมือนผล รหัสของเวคเตอร์ดังกล่าว 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 1,2,3, หรือ 4 ที่ซึ่งเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวถูกเลือกเพื่อให้ผลรวมของเมทริกซ์ทแยงมุมโดยใช้ส่วนประกอบของเวคเตอร์ สัมประสิทธิ์น้ำหนักดังกล่าวเหมือนกับส่วนประกอบย่อยทแยงมุมของมันจะกลายเป็นผลคูณคงที่ ของหน่วยเมทริกซ์ 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 หรือ 4 ที่ซึ่งขั้นตอนกำหนดกลุ่มย่อยดังกล่าว จะรวมถึงขั้นตอนการเลือกจำนวนที่กำหนดไว้แล้วสำหรับเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักที่อยู่ในตำแหน่ง ใกล้กับเส้นลากเวคเตอร์อินพุทของเส้นตรง M ดังกล่าวมากที่สุด 7. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 หรือ 4 ที่ซึ่งขั้นตอนการกำหนดกลุ่มย่อยดังกล่าว จะรวมถึงขั้นตอนการเลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าวที่วางอยู่ภายใต้ช่วงระยะทางที่กำหนด ไว้จากตำแหน่งเส้นลากของเวคเตอร์อินพุทบนเส้นตรง M ดังกล่าวแต่ละเส้น 8. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 2 หรือ 4 ที่ซึ่งเวคเตอร์ตัวแทนดังกล่าวและเวค เตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักดังกล่าวต่างก็เป็นเวคเตอร์มิติ M เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M แต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อยค่าในมิติที่แตกต่างเพื่อสร้างมิติดังกล่าวที่เป็นมิติเฉพาะ ค่าขีดเปลี่ยน F กำหนดไว้ก่อนบนพื้นฐานของค่าส่วนย่อย ๆ ของมิติเฉพาดังกล่าวโดยตลอด ช่วงกำหนดส่วนประกอบสูงสุดและต่ำสุดของมิติเฉพาะดังกล่าวของเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก M ดังกล่าวทุก ๆ ตัวที่เปรียบได้กับเล่มรหัสดังกล่าว ซึ่งโดยค่าองค์ประกอบของมิติเฉพาะดังกล่าว ของเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น F+1 อาณาเขต และเวคเตอร์ ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าวจำนวนมากนั้นจะถูกจัดไว้สำหรับอาณาเขตดังกล่าวแต่ละพื้นที่ F มีค่า เป็นจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 1 และขั้นตอนการกำหนดกลุ่มย่อยดังกล่าวคือขั้นตอนของ การเปรียบเทียบค่าในมิติเฉพาะดังกล่าวของเวคเตอร์อินพุทดังกล่าวที่ลากอยู่บนเส้นตรง M ดังกล่าว ตามลำดับกับค่าขีดเปลี่ยนดังกล่าวเพื่อจะหาบริเวณซึ่งค่าต่าง ๆ ดังกล่าวอยู่ในมิติ เฉพาะดังกล่าว และการเลือกสรรเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าวที่อยู่ในบริเวณที่ถูกกำหนด ดังกล่าวจนทำให้เกิดกลุ่มย่อยดังกล่าว 9. วิธีการเข้ารหัสเวคเตอร์สัญญาณโสตทัศน์ทางอินพุทโดยใช้เล่มรหัสแหล่งการ กระตุ้น M ที่มีเวคเตอร์การกระตุ้นที่กำหนดชื่อจำนวนมากในแต่ละอัน ค่า M ดังกล่าวจะเป็น จำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) การคำนวณตัวแปรรอบ ๆ สเปคตรัมของเวคเตอร์ดังกล่าวของ สัญญาณป้อนเข้าโสตทัศน์ดังกล่าว ทำการประเมินตัวแปรโดยรอบสเปคตรัมดังกล่าว และตั้งค่า ตัวแปรประเมินดังกล่าวให้เป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรองของส่วนกรองสังเคราะห์ b) เลือเวคเตอร์กระตุ้น M จากเล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าว เพื่อการผิดเพี้ยนของสัญญาณโสตทัศน์ที่สังเคราะห์โดยตัวกรองสังเคราะห์ดังกล่าวมีค่าน้อย ที่สุดจากสัญญาณโสตทัศน์ที่ป้อนเข้าดังกล่าว c) เลือกเวคเตอร์อัตราขยายหนึ่งค่าจากเล่มรหัสอัตราขยาย M แต่อัน ที่มีเวคเตอร์อัตราขยายมิติ M ที่กำหนดชื่อไว้อยู่เป็นจำนวนมาก d) คูณเวคเตอร์อัตราขยายดังกล่าวซึ่งเลือกจากเล่มรหัสอัตราขยาย M ดังกล่าวด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักมิติ M ซึ่งเป็นค่า M ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าตามลำดับ เพื่อสร้างเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก M เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละค่า มีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อยค่าหนึ่งในมิติแตกต่าง e) ทำการบวกทุก ๆ ค่าของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าว เพื่อทำให้เกิดเวคเตอร์อัตราขยายรวม และกำหนดส่วนประกอบ m-th ที่หนึ่งของเวคเตอร์ อัตราขยายรวมดังกล่าวให้เป็นอัตราขยาย M-th ที่หนึ่ง f) จัดอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งดังกล่าวไปยังเวคเตอร์การกระตุ้นซึ่ง กำหนดไว้ M ดังกล่าวโดยลำดับ g) บวกเวคเตอร์กระตุ้นที่จัดอัตราขยาย M ดังกล่าวแล้ว และกระตุ้น ตัวกรองสังเคราะห์ดังกล่าวโดยการบวกเอาท์พุทดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดสัญญาณโสตสังเคราะห์ h) คำนวณการผิดเพี้ยนของสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าวที่ได้จาก สัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว i) ทำซ้ำขั้นตอน c) จนถึง h) สำหรับการรวมทุก ๆ เวคเตอร์อัตรา ขยายแต่ละอันของเล่มรหัสอัตราขยาย M ดังกล่าวเพื่อหาว่าเวคเตอร์อัตราขยาย M ใดที่ให้ การผิดเพี้ยนน้อยที่สุด และทำชื่อัตราขยาย M ที่เทียบได้กับเวคเตอร์อัตราขยาย M ดังกล่าว j) ส่งผลออกซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นผลการเข้ารหัสของสัญญาณโสตที่ป้อน เข้าดังกล่าวเป็นอย่างน้อยส่วนหนึ่ง ชื่อกำหนดอัตราขยาย M ดังกล่าวที่ได้ในขั้นตอน i) ดังกล่าวและชื่อต่าง ๆ ของเล่มรหัสการกระตุ้นดังกล่าวจะได้จากในขั้นตอน b) ดังกล่าว 1 0. วิธีการเข้ารหัสเวคเตอร์ของสัญญาณโสตทัศน์ที่ป้อนเข้าผ่านทางการนำ เอาเล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M มาใช้ที่แต่ละค่าจะมีเวคเตอร์การกระตุ้นที่กำหนดชื่อจำนวน มาก ค่า M ดังกล่าวจะเป็นจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการประกอบด้วยขั้นตอน ของการ a) คำนวณตัวแปรต่าง ๆ โดยรอบสเปคตรัมของเวคเตอร์ดังกล่าว สำหรับสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว ทำการประเมินตัวแปรรอบ ๆ สเปคตรัมดังกล่าว และ ตั้งตัวแปรที่ประเมินค่าแล้วดังกล่าวให้เป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรองของส่วนกรองสังเคราะห์ b) เลือกเวคเตอร์การกระตุ้น M จากเล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าวตามลำดับ โดยที่การผิดเพี้ยนของเสียงพูดสังเคราะห์จากส่วนกรองสังเคราะห์ดังกล่าว จากสัญญาณโสตป้อนเข้าจะมีค่าน้อยที่สุด c) จัดค่าอัตราขยาย m-th แรกไปยังเวคเตอร์การกระตุ้นที่กำหนดไว้ M ดังกล่าวตามลำดับ บวกรวมกันเพื่อทำให้เกิดเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นสำหรับการกระตุ้น ส่วนกรองสังเคราะห์ดังกล่าวที่ทำให้เกิดสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าว และสำหรับการรวมใน แต่ละส่วนของเวคเตอร์การกระตุ้นดังกล่าว ค้นหาค่าเหมาะสมสำหรับอัตราขยาย m-th ที่หนึ่ง ดังกล่าวซึ่งลดการผิดเพี้ยนให้น้อยที่สุดของสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าวจากสัญญาณโสตป้อน เข้าดังกล่าว d) คูณเวคเตอร์อัตราขยายแต่ละค่าของเล่มรหัสอัตราขยาย M ที่แต่ละ อันจะมีเวคเตอร์อัตราขยายมิติ M ที่กำหนดชื่อไว้จำนวนมากด้วยค่าเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก มิติ M ที่กำหนดไว้แล้ว M สำหรับเล่มรหัสอัตราขยาย M ดังกล่าวเพื่อที่จะได้ M กลุ่มของเวค เตอร์อัตราขยายน้ำหนัก และกำหนดเส้นตรง M เพื่อการประมาณกลุ่ม M ดังกล่าวของเวค เตอร์อัตราขยายน้ำหนัก เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ซึ่งแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุด อย่างน้อยค่าหนึ่งในมิติแตกต่าง e) ลากเส้นเวคเตอร์ซึ่งประกอบด้วยอัตราขยาย m-th ที่เหมาะสมที่ หนึ่งลงบนเส้นตรง M ดังกล่าวบนระบบพิกัดมิติ M และทาการเลือกขั้นต้นจากกลุ่ม M ดังกล่า ที่มีเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักที่ติดหรืออยู่ใกล้กับเส้นลากดังกล่าว เพื่อสร้างให้เกิดกลุ่มย่อย M f) เลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าวทีละค่าจากกลุ่มย่อย M บวก รวมค่าเพื่อให้ได้เวคเตอร์อัตราขยายร่วมมิติ M กำหนดส่วนประกอบอัตราขยาย m-th แรกของเวคเตอร์อัตราขยายร่วมเปรียบได้กับอัตราขยาย m-th ที่หนึ่ง g) คูณเวคเตอร์การกระตุ้นดังกล่าว (กำหนดกไว้ในขั้นตอน b) ด้วย ส่วนประกอบอัตราขยาย m-th ที่หนึ่งดังกล่าวของเวคเตอร์อัตราขยายร่วมดังกล่าวตามลำดับ และบวกรวมกันเพื่อทำให้เกิดเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้น h) การเอาเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นดังกล่าว ที่เกิดขึ้นจากขั้นตอน g) ไปยังส่วนกรองสังเคราะห์ดังกล่าวเพื่อดำเนินการสังเคราะห์สัญญาณโสตทัศน์ และคำนวณ ค่าผิดเพี้ยนของสัญญาณโสตทัศน์ดังกล่าวจากสัญญาณโสตป้อนดังกล่าว i) ทำซ้ำในขั้นตอน f) , g) และ h)\' สำหรับเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก ของกลุ่มย่อย M ดังกล่าวทุก ๆ ค่าที่รวมกันเพื่อคำนวณหาการผิดเพี้ยนดังกล่าวและกำหนดชื่อ อัตราขยายในเล่มรหัส M ดังกล่าวซึ่งเทียบได้กับการรวมกันของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก ดังกล่าว ซึ่งให้การผิดเพี้ยนน้อยที่สุด j) ส่งผลชื่อกำหนดของเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าวออกมาทาง เอาท์พุท และชื่ออัตราขยายดังกล่าวที่เป็นอย่างน้อยส่วนหนึ่งของผลเข้ารหัสของเวคเตอร์ ดังกล่าวสำหรับเวคเตอร์โสตที่ป้อนเข้า 1 1. วิธีการเข้ารหัสของเวคเตอร์สัญญาณโสตป้อนเข้าโดยการใช้เล่มรหัส แหล่งกระตุ้น M ที่แต่ละอันจะมีเวคเตอร์การกระตุ้นจำนวนมาก ค่า M ดังกล่าวจะเป็นจำนวน เต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนคือ a) คำนวณตัวแปรรอบ ๆ สเปคตรัมของเวคเตอร์ดังกล่าวซึ่งสำหรับ สัญญาณโสตป้อนเข้า (อินพุท) ทำการประเมินตัวแปรรอบ ๆ สเปคตรัมดังกล่าวจากนั้นตั้งค่า ตัวแปรที่ประเมินไว้ให้เป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรองของส่วนกรองสังเคราะห์ b) คัดเลือกเวคเตอร์การกระตุ้นดังกล่าวทีละอันจากเล่มรหัสแหล่ง การกระตุ้น M เพื่อว่าการผิดเพี้ยนของสัญญาณโสตสังเคราะห์โดยตัวกรองสังเคราะห์ดังกล่าว จากสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าวจะมีค่าน้อยที่สุด c) ผลิตเล่มรหัสอัตราขยายน้ำหนัก M ไว้ก่อนโดยแต่ละอันจะมีกลุ่ม M ต่าง ๆ ของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักที่กำหนดสัญลักษณ์ไว้ซึ่งได้จากการคูณเวคเตอร์อัตรา ขยายมิติ M ของรหัสอัตราขยาย M ด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักมิติ M ที่กำหนดไว้ แล้ว M ตามลำดับ เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุด อย่างน้อยหนึ่งที่มิติแตกต่าง d) ทำการเลือกเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักตัวแทนทีละค่าจากเล่มรหัส น้ำหนัก M ดังกล่าว e) บวกค่าเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าวเข้าดัวยกันทั้งหมด เพื่อก่อให้เกิดเวคเตอร์อัตราขยายร่วม และกำหนดให้ส่วนประกอบ m-th ที่หนึ่งของเวคเตอร์ อัตราขยายร่วมเป็นอัตราขยาย m-th ที่หนึ่ง f) จัดอัตราขยาย m-th ที่หนึ่งดังกล่าวให้ยังเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าวตามลำดับ g) บวกเวคเตอร์การกระตุ้นอัตราขยายที่จัดไว้ M และกระตุ้นส่วนกรอง สังเคราะห์ดังกล่าวโดยการเพิ่มเอาท์พุทดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดสัญญาณโสตสังเคราะห์ h) คำนวณความผิดเพี้ยนของสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าวจากสัญญาณ โสตป้อนเข้า i) ทำซ้ำขั้นตอน d) จนถึง h) สำหรับการรวมทุก ๆ ค่าของเวคเตอร์ อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวสำหรับเล่มน้ำหนัก M ดังกล่าวไปค้นหาและกำหนดเวคเตอร์ อัตราขยายน้ำหนัก M ซึ่งลดค่าการผิดเพี้ยนดังกล่าว และหาชื่อกำหนด M ที่เทียบได้กับเวค เตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวและ j) เอาท์พุทผลส่วนหนึ่งของรหัสที่เข้าไว้ในสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว ชื่อกำหนด M ดังกล่าวของเล่มรหัสอัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าวที่ได้ในขั้นตอน i) และชื่อ กำหนดของเล่มรหัสการกระตุ้น M ดังกล่าวได้จากขั้นตอน b) 1 2. วิธีการเข้ารหัสเวคเตอร์สัญญาณโสตป้อนเข้า โดยการใช้เล่มรหัสแหล่ง กระตุ้น M ที่แต่ละส่วนจะมีเวคเตอร์การกระตุ้นที่มีชื่อระบุอยู่เป็นจำนวนมาก ค่า M ดังกล่าว จะเป็นจำนวนเต็มเท่ากับหรือมากกว่า 2 วิธีการดังกล่าวประกอบด้วยขั้นตอนของการ a) คำนวณตัวแปรรอบ ๆ แถบสเปคตรัมของเวคเตอร์ดังกล่าวสำหรับ สัญญาณโสตป้อนเข้า (input acowstic signal) ทำการประเมินตัวแปรต่าง ๆ รอบ สเปคตรัมดังกล่าวและตั้งค่าตัวแปรที่ประเมินไว้ให้เป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรองของส่วนกรอง สังเคราะห์ b) เลือกเอาเวคเตอร์กระตุ้นดังกล่าวทีละค่าจากเล่มรหัสแหล่งการ กระตุ้นดังกล่าว เพื่อที่ว่าการผิดเพี้ยนของสัญญาณเสียงสังเคราะห์โดยส่วนกรองสังเคราะห์ ของสัญญาณโสตป้อนเข้าจะมีค่าน้อยที่สุด d) ทำการผลิตเล่มรหัสน้ำหนัก M ไว้ก่อนโดยแต่ละค่าจะมีกลุ่ม M เวค เตอร์อัตราขยายระบุชื่อที่ได้จากการคูณเวคเตอร์อัตราขยายมิติ M ของเล่มรหัสอัตราขยาย M ด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักมิติ M ที่กำหนดไว้ M ตามลำดับ เวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนักดังกล่าวแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุดค่าหนึ่งเป็นอย่างน้อยในมิติแตกต่าง และกำหนด เส้นตรง M ไว้สำหรับประมาณค่ากลุ่ม M ดังกล่าวของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักตามลำดับ e) จากกำหนดเวคเตอร์อันประกอบด้วยอัตราขยาย m-th ที่เหมาะสม ที่หนึ่ง เส้นตรง M ดังกล่าวอยู่ในระบบพิกัดมิติ M และส่วนที่เลือกเอาไว้จากกลุ่ม M ดังกล่าวซึ่งมีเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักจำนวนวางติดอยู่หรือใกล้กับเส้นลากดังกล่าวจนเกิด เป็นกลุ่ม M ขึ้น f) คัดเลือกเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวทีละค่าจากกลุ่มย่อย M ดังกล่าว และทำการบวกรวมเพื่อให้ได้เวคเตอร์อัตราขยายร่วมมิติ M และกำหนดอัตรา ขยาย m-th แรกของเวคเตอร์อัตราขยายร่วมให้เป็นอัตราขยาย m-th ที่หนึ่ง g) คูณเวคเตอร์กระตุ้น M ดังกล่าวที่หาได้ในขั้นตอน b) ด้วยส่วน ประกอบอัตราขยาย m-th ที่หนึ่งของเวคเตอร์อัตราขยายรวมดังกล่าว และทำการบวกรวม เข้าไว้เพื่อผลิตเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นขึ้น h) นำเอาเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นดังกล่าวไปให้กับส่วนกรองสัง เคราะห์ดังกล่าวเพื่อทำการสังเคราะห์สัญญาณโสตทัศน์ (เสียง) และคำนวณค่าการผิดเพี้ยน ของมันจากสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว i) ทำซ้ำขั้นตอน f) , g) และ h) สำหรับการรวมในทุก ๆ ค่าของ เวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักของกลุ่มย่อย M ดังกล่าวเพื่อคำนวณการผิดเพี้ยนดังกล่าว และทำการ ตรวจสอบกำหนดชื่ออัตราขยายในเล่มรหัส M ดังกล่าวซึ่งเทียบได้กับเวคเตอร์อัตราขยาย น้ำหนักของผลรวมที่ทำให้เกิดการผิดเพี้ยนดังกล่าวน้อยที่สุด j) ส่งเอาท์พุทชื่อของเวคเตอร์การกระตุ้นที่กำหนดไว้แล้ว M ดังกล่าว และชื่อระบุอัตราขยายที่ให้ไว้ดังกล่าวโดยส่วนหนึ่งเป็นอย่างน้อยของผลรหัสเวคเตอร์ดังกล่าว สำหรับเวคเตอร์สัญญาณโสตป้อนเข้า 1 3. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 9, 10 ,11 หรือ 12 ที่ซึ่งเวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนัก M ถูกเลือกไว้เพื่อให้ผลรวมของค่าเมทริกซ์ทแยงมุง M โดยใช้ส่วนประกอบของเวค เตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักของ M ดังกล่าวเป็นส่วนประกอบทแยงมุมจนกลายเป็นผลคูณค่าคงที่ ของหน่วยเมทริกซ์ 1 4. วิธีการตามข้อถือสิทธิ 10 หรือ 12 โดยที่ขั้นตอนกำหนดกลุ่มย่อยดังกล่าว จะรวมถึงขั้นตอนเลือกจำนวนที่กำหนดไว้ก่อนแล้วของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวที่ ใกล้ตำแหน่งของการลากเส้นเวคเตอร์มากที่สุด โดยประกอบอัตราขยาย m-th ที่หนึ่ง ดังกล่าว เส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ 1 5. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 10 หรือ 12 ที่ซึ่งขั้นตอนการกำหนดกลุ่มย่อย ดังกล่าวจะรวมถึงขั้นตอนการเลือก เวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวที่ว่างอยู่ภายใน ช่วงระยะที่กำหนดไว้จากตำแหน่งของเส้นเวคเตอร์ประกอบด้วยอัตราขยาย m-th ส่วนที่หนึ่ง ดังกล่าวบนเส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ 1 6. วิธีการตามข้อถือสิทธิที่ 10 หรือ 12 ที่ซึ่งให้มิติดังกล่าวเทียบได้กับส่วน ประกอบสูงสุดของเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักแต่ละค่าดังกล่าว โดยกำหนดให้เป็นมิติเฉพาะ ค่า F ค่าขีดเปลี่ยนจะมีการกำหนดไว้ล่วงหน้าตลอดช่วงกำหนดค่าสูงสุดโดยรวมของ ส่วนประกอบดังกล่าวในมิติเฉพาะดังกล่าวของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวทั้งหมดที่ เทียบเท่ากับเล่มรหัสอัตราขยายแต่ละเส้น โดยใช้หลักของค่าส่วนประกอบในมิติเฉพาะ ที่ซึ่ง ค่าส่วนประกอบในมิติเฉพาะดังกล่าวของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวจะถูกแยกออกมา เป็นอาณาบริเวณ F+1 และเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักดังกล่าวมากมายจะถูกกำหนดไว้สำหรับ บริเวณดังกล่าวแต่ละบริเวณ ค่า F ดังกล่าวจะเป็นค่าจำนวนเต็มหรือมากกว่า 1 และขั้นตอน การกำหนดกลุ่มก็คือขั้นตอนการเปรียบเทียบค่าในมิติเฉพาะดังกล่าวของเวคเตอร์ที่ประกอบ ไปด้วยอัตราขยาย m-th ที่เหมาะสมอันแรก และทำการลากเส้นพิกัดวาดบนเส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ พร้อมกับค่าขีดเปลี่ยนดังกล่าวเพื่อที่จะกำหนดบริเวณซึ่งค่าประกอบ ดังกล่าวในแบบมิติเฉพาะดังกล่าว และการเลือกเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักที่เป็นของบริเวณ ที่ถูกกำหนดทำให้เกิดกลุ่มย่อย 1 7. อุปกรณ์เข้ารหัสสำหรับใส่รหัสเวคเตอร์สัญญาณเข้าโดยทางการใช้ เล่มรหัสจำนวนมาก อันประกอบไปด้วย เล่มรหัส M แต่ละอันมีเวคเตอร์ตัวแทนระบุชื่อจำนวนมาก ส่วนการคูณไว้สำหรับคูณเวคเตอร์ตัวแทนที่เลือกออกจากเล่มรหัส M ดัง กล่าวโดยการกำหนดล่วงหน้า M หากแต่ละเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักที่แตกต่าง ทำให้เกิดเวค เตอร์ตัวแทนน้ำหนัก ค่า M ดังกล่าวจะเป็นค่าจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือมากกว่า 2 และเวค เตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุดอย่างน้อยค่าหนึ่งในมิติที่ แตกต่าง ส่วนการรวมเวคเตอร์สำหรับเพื่อบวกเวคเตอร์น้ำหนัก M ดังกล่าวเพื่อผลิตเป็น เวคเตอร์ตัวแทนรวม ส่วนการคำนวณระยะทางมีไว้เพื่อคำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ตัวแทนร่วม ดังกล่าวจากส่วนสำหรับรวมเวคเตอร์ดังกล่าวและเวคเตอร์ป้อนเข้าดังกล่าว และ ส่วนควบคุมสำหรับทำงานส่วนร่วมเวคเตอร์ และส่วนการคำนวณระยะดังกล่าว ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนการเลือกของเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักจากเล่มรหัสน้ำหนัก M ดังกล่าว เพื่อกำหนดการรวมของเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักของเล่มรหัส M ดังกล่าวซึ่งให้ระยะทางดังกล่าว น้อยที่สุด และเพื่อจะส่งผลของมันออกไปเป็นรหัสระบุชื่อเหมือนผลการเข้ารหัสของเวคเตอร์ สำหรับสัญญาณอินพุทดังกล่าว 1 8. อุปกรณ์เข้ารหัสเพื่อการเข้ารหัสเวคเตอร์ ของสัญญาณอินพุทโดยการใช้ เล่มรหัสจำนวนมากอันประกอบไปด้วย เล่มรหัสตัวแทนน้ำหนัก M โดยแต่ละอันจะมีกลุ่ม M ของเวคเตอร์ตัว แทนที่น้ำหนักที่เกิดขึ้นโดยการคูณเวคเตอร์ตัวแทนของกลุ่ม M โดยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักที่ แตกต่างตามลำดับ ค่า M ดังกล่าวจะเป็นจำนวนเต็มเท่ากับหรือมากกว่า 2 และเวคเตอร์ สัมประสิทธิ์น้ำหนักดังกล่าวแต่ละค่าจะมีส่วนประกอบอย่างน้อยหนึ่งค่าสูงสุดในมิติแตกต่าง ส่วนการรวมเวคเตอร์มีไว้เพื่อบวกเวคเตอร์น้ำหนัก M ตามอันดับซึ่งคัด จากเล่มรหัสน้ำหนัก M เพื่อสร้างเวคเตอร์ตัวแทนรวม ส่วนการคำนวณระยะทางมีไว้เพื่อคำนวณระยะทางระหว่างเวคเตอร์ตัว แทนรวมดังกล่าวจากส่วนรวมเวคเตอร์ดังกล่าว และเวคเตอร์ของสัญญาณป้อนเข้าดังกล่าว ส่วนควบคุมการทำงานส่วนการรวมเวคเตอร์ดังกล่าวและส่วนการคำนวณ ระยะทางดังกล่าว ขณะเดียวกันก็เปลี่ยนแปลงการคัดเลือกเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักจากเล่ม รหัสนำหนัก M ดังกล่าวเพื่อกำหนดการรวมเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักของเล่มรหัสน้ำหนัก M ดังกล่าวซึ่งให้ระยะทางน้อยที่สุด และส่งเอาท์พุทเป็นสัญญลักษณ์ระบุชื่อที่เทียบได้กับผลรหัสของ เวคเตอร์ของสัญญาณป้อนเข้าดังกล่าว 1 9. อุปกรณ์เข้ารหัสตามข้อถือสิทธิที่ 17 หรือ 18 ที่ซึ่งเวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนักดังกล่าวถูกกำหนดเพื่อว่าผลรวมเมทริกซ์ทแยงมุม M ที่ใช้ส่วนประกอบ (เป็นส่วน ในแบบทแยงมุม) เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวที่จะกลายเป็นผลคูณคงที่ของ หน่วยเมทริกซ์ 2 0. อุปกรณ์เข้ารหัสตามข้อถือสิทธิที่ 17 หรือ 18 ที่ซึ่งส่วนควบคุมดังกล่าว จะรวมถึงส่วนซึ่งกำหนดเส้นตรง M ที่อยู่ใกล้กับกลุ่ม M ดังกล่าวของเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก ตามลำดับโดยเลือกคัดก่อนจากเล่มรหัสตัวแทนน้ำหนัก M ให้เป็นกลุ่มย่อย เวคเตอร์ตัวแทน น้ำหนักจำนวนมาก ซึ่งติดอยู่ใกล้กับจุดของเส้นเวคเตอร์ของสัญญาณป้อนเข้าดังกลาวบนแนวเส้น ตรง M ดังกล่าว ควบคุมส่วนคำนวณระยะทางดังกล่าวสำหรับทุก ๆ ค่ารวมของเวคเตอร์ตัว แทนน้ำหนัก M ซึ่งเลือกจากกลุ่มย่อย M และกำหนดเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักที่มีการรวมว่า ส่วนใดให้ระยะทางดังกล่าวได้สั้นที่สุด 2
1. อุปกรณ์เข้ารหัสสำหรับการเข้ารหัสเวคเตอร์ของสัญญาณโสต (เสียง) ป้อนเข้าโดยการใช้เล่มรหัสจำนวนมากที่ประกอบไปด้วย M เล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ที่ แต่ละอันจะมีเวคเตอร์การกระตุ้นจำนวนมาก ค่า M ดังกล่าวจะเป็นจำนวนเต็มที่เท่ากับหรือ มากกว่า 2 อัตราขยาย M-th ส่วนแรกที่ให้ชิ้นส่วนเพื่อการคูณเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว จากเล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าวโดยอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งตามลำดับ ส่วนการบวกสำหรับบวกเวคเตอร์การกระตุ้นที่จัดอัตราขยาย M ดังกล่าว จากส่วนจัดอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งดังกล่าวทำให้เกิดเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้น ส่วนกำเนิดสัมประสิทธิ์ตัวกรองซึ่งจะวิเคราะห์สัญญาณโสต (เสียง) ป้อน เข้าเพื่อให้ได้ตัวแปรที่ได้รอบแถบสเปคตรัมและเปลี่ยนตัวแปรดังกล่าวไปเป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรอง ส่วนกรองสังเคราะห์ซึ่งจะมีชุดสัมประสิทธิ์ตัวกรองดังกล่าวอยู่ด้วย และ ได้รับการกระตุ้นโดยเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นดังกล่าวเพื่อสังเคราะห์สัญญาณเสียงขึ้น ส่วนการคำนวณค่าผิดเพี้ยนไว้สำหรับคำนวณผลต่างระหว่างสัญญาณเสียง ป้อนเข้าดังกล่าวและสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าว และเพื่อคำนวณจากผลต่างการผิดเพี้ยน ดังกล่าวของสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าวจากสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว เล่มรหัสอัตราขยาย M ที่แต่ละอันจะมีเวคเตอร์อัตราขยายมิติ M กำหนด ชื่อจำนวนมากอยู่ ส่วนการคูณสำหรับไว้คูณเวคเตอร์อัตราขยายโดยลำดับซึ่งคัดจากเล่มรหัส อัตราขยาย M ดังกล่าว คูณด้วยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักมิติ M ที่กำหนดไว้ก่อน M เพื่อสร้างเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละอันจะมี อย่างน้อยหนึ่งส่วนประกอบหนึ่งสูงสุดในมิติแตกต่าง ส่วนการรวมเวคเตอร์ที่มีไว้สำหรับการบวกเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าวเพื่อทำให้เกิดเวคเตอร์อัตราขยายรวมมิติ M และเพื่อจัดตั้งส่วนประกอบ m-th ที่หนี่งของเวคเตอร์อัตราขยายรวมดังกล่าวเสมือนเป็นอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งในส่วนจัดอัตรา ขยาย m-th ที่หนึ่งดังกล่าวโดยลำดับ ส่วนควบคุมสำหรับควบคุมการเลือกเวคเตอร์กระตุ้น M ดังกล่าวจากเล่ม รหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าว เพื่อกำหนดการรวมกันของเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว ซึ่งให้ค่าการผิดเพี้ยนน้อยที่สุดของสัญญาณเสียงสังเคราะห์ดังกล่าวจากสัญญาณเสียงป้อนเข้า สำหรับการคำนวณค่าการผิดเพี้ยนดังกล่าวทำได้โดดส่วนคำนวณ สำหรับทุก ๆ ครั้งการรวม ของเวคเตอร์อัตราขยายโดยลำดับซึ่งคัดมาจากเล่มรหัสอัตราขยาย M ดังกล่าวเพื่อบอกถึงการ รวมเวคเตอร์อัตราขยาย M ที่ให้การผิดเพี้ยนน้อย ๆ และสำหรับที่จะให้เอาท์พุทรหัสชื่อระบุ ของเล่มรหัสอัตราขยายดังกล่าวที่เทียบได้กับเวคเตอร์อัตราขยาย M ดังกล่าวที่กำหนดไว้แล้ว และให้ชื่อให้สอดคล้องกับเวคเตอร์การกระตุ้นที่กำหนด M ดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งส่วนในรหัส ผลที่ได้ของสัญญาณ (เสียง) โสตป้อนเข้า 2
2. อุปกรณ์เข้ารหัสสำหรับการเข้ารหัสเวคเตอร์สัญญาณเสียงป้อนเข้าโดยใช้ เล่มรหัสจำนวนมากอันประกอบไปด้วย เล่มรหัสแหล่งกระตุ้น M ที่แต่ละส่วนจะมีเวคเตอร์การกระตุ้นอยู่จำนวน มากค่า M ดังกล่าวจะเป็นจำนวนเต็มที่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 2 ส่วนจัดอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งเพื่อใช้คูณเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว จากเล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าวตามลำดับ ส่วนการบวกสำหรับบวกเวคเตอร์การกระตุ้นที่ได้จัดอัตราขยาย M ดังกล่าว ไว้จากส่วนจัดอัตราขยาย M-th ที่หนึ่งดังกล่าวเพื่อให้เกิดเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้น ส่วน สร้างสัมประสิทธิ์ตัวกรองซึ่งจะวิเคราะห์สัญญาณเสียงอินพุทดังกล่าวเพื่อเอาค่าตัวแปรต่างที่ รอบ ๆ สเปคตรัมของมัน และจากนั้นจะเปลี่ยนค่าตัวแปรดังกล่าวไปเป็นสัมประสิทธิ์ตัวกรอง ส่วนกรองสังเคราะห์ซึ่งมีชุดสัมประสิทธิ์ตัวกรองดังกล่าวอยู่ภายในและ ถูกนำมากระตุ้นด้วยเวคเตอร์สัญญาณการกระตุ้นดังกล่าวเพื่อสังเคราะห์สัญญาณเสียง ส่วนคำนวณค่าผิดเพี้ยนซึ่งจะคำนวณผลต่างระหว่างสัญญาณโสตป้อนเข้า ดังกล่าวและสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าว และคำนวณจากผลต่างการผิดเพี้ยนดังกล่าวของ สัญญาณสังเคาะห์จากสัญญาณโสตป้อนเข้าดังกล่าว เล่มรหัสอัตราขยายน้ำหนัก M ที่ให้แต่ละอันจะมีกลุ่ม M ของเวคเตอร์ อัตราขยายน้ำหนักที่เกิดจากการคูณกลุ่ม M เวคเตอร์อัตราขยาย M มิติด้วยเวคเตอร์สัมประ สิทธิ์น้ำหนัก M มิติ เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวแต่ละอันจะมีส่วนประกอบสูงสุด อย่างน้อยหนึ่งค่าในขนาดมิติแตกต่าง ส่วนการรวมเวคเตอร์ซึ่งจะบวกเวคเตอร์น้ำหนัก M โดยลำดับซึ่งเลือก จากเล่มรหัสน้ำหนัก M ดังกล่าวเพื่อสร้างเวคเตอร์ตัวแทนรวมและจัดตั้งส่วนประกอบ M-th ที่หนึ่งของเวคเตอร์อัตราขยายรวมดังกล่าวเป็นดังอัตราขยาย M-th อันแรกไปยังส่วนจัด อัตราขยาย M-th โดยลำดับ ส่วนควบคุมซึ่งควบคุมการคัดเลือกเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าวจาก เล่มรหัสแหล่งการกระตุ้น M ดังกล่าว เป็นตัวกำหนดการรวมของเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าวซึ่งจะทำการผิดเพี้ยนน้อยที่สุดในสัญญาณโสตสังเคราะห์ดังกล่าวที่ได้จากสัญญาณโสต ป้อนเข้าโดยได้จากส่วนคำนวณการผิดเพี้ยนดังกล่าวสำหรับการรวมเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก ที่เลือกเอามาจากเล่มรหัสอัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าวใช้กำหนดการรวมของเวคเตอร์อัตรา ขยายน้ำหนัก M ซึ่งให้ค่าผิดเพี้ยนน้อยที่สุด และใช้เป็นตัวให้ค่าเอาท์พุทค่าระบุชื่อของเล่มรหัส อัตราขยายน้ำหนัก M ดังกล่าวที่เทียบได้กับเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักที่กำหนดเอาไว้ดังกล่าว และชื่อกำหนดจะเทียบได้กับเวคเตอร์การกระตุ้น M ที่กำหนดไว้ดังกล่าวโดยมีอย่างน้อยส่วน หนึ่งของผลรหัสที่เข้าของสัญญาณโสตป้อนเข้า (อินพุท) 2
3. อุปกรณ์เข้ารหัสตามข้อถือสิทธิข้อที่ 21 หรือ 22 ที่ซึ่งเวคเตอร์ สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวจะเลือกให้ผลรวมของเมทริกซ์ทแยงมุม M ที่ใช้ส่วนประกอบ ของเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวเสมือนส่วนย่อยทแยงมุมของมันที่จะกลายเป็นผล คูณคงที่ของหน่วยเมทริกซ์ 2
4. อุปกรณ์เข้ารหัสตามข้อถือสิทธิที่ 21 หรือ 22 ที่ซึ่งส่วนการควบคุมรวม ไปถึงส่วนที่ : กำหนดวางเส้นตรง M ให้ใกล้กับเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M โดย ลำดับ เมื่อมีการกำหนดเวคเตอร์การกระตุ้น M ดังกล่าว ควบคุมอัตราขยาย M-th ที่หนึ่ง เพื่อหาค่าที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้การผิดเพี้ยนดังกล่าวน้อยที่สุด, ทำการเลือกขั้นต้นให้เป็น กลุ่มย่อย ๆ จากเวคเตอร์อัราขยายน้ำหนักของกลุ่ม M ดังกล่าวที่มีเวคเตอร์อัตราขยายน้ำ หนักจำนวนมากอยู่ติดกับหรือใกล้กับจุดแนวเส้นลากของเวคเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยอัตราขยาย M-th ที่เหมาะสมที่หนึ่ง เส้นตรง M ดังกล่าวตามลำดับ และควบคุมส่วนการคำนวณการผิด เพี้ยน เพื่อที่จะคำนวณค่าผิดเพี้ยนดังกล่าวในการรวมของเวคเตอร์อัตราขยายน้ำหนัก M โดยลำดับแต่ละอัน ซึ่งเลือกจากกลุ่มย่อย M ดังกล่าว และกำหนดการรวมของเวคเตอร์อัตรา ขยายน้ำหนักซึ่งให้การผิดเพี้ยนน้อยที่สุด 2
5. อุปกรณ์ถอดรหัสสำหรับการถอดรหัสที่ป้อนเข้าโดยอ้างอิงถึงเล่มรหัสจำนวน มาก ประกอบไปด้วย เล่มรหัส M ที่แต่ละค่าจะมีเวคเตอร์ตัวแทนกำหนดซึ่งจำนวนมาก ค่า M ดังกล่าว จะเป็นตัวเลขจำนวนเต็มที่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 2 ส่วนการคูณซึ่งจะเลือกเวคเตอร์ตัวแทนที่เทียบได้กับ ค่าระบุชื่อแต่ละตัวในรหัส ที่ป้อนเข้าดังกล่าวจากเหมือนของเล่มรหัสดังกล่าวหนึ่งค่า และคูณเวคเตอร์ตัวแทนที่เลือกไว้ ดังกล่าว โดยเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับเล่มรหัส M ดังกล่าว เพื่อผลิตเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนัก M และ ส่วนรวมเวคเตอร์ซึ่งรวมเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักดังกล่าว M ให้เป็นเวคเตอร์ใหม่ โดยที่เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนักดังกล่าว M แต่ละอันจะมีส่วนประกอบสูงสุด อย่างน้อยหนึ่งค่าในมิติแตกต่าง 2
6. อุปกรณ์ถอดรหัสสำหรับรหัสป้อนเข้าโดยอ้างอิงกับเล่มรหัสจำนวนมาก ประกอบไปด้วย เล่มรหัสน้ำหนัก M ที่แต่ละค่าจะมีเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักที่ระบุชื่อจำนวนมาก ค่า M ดังกล่าวเป็นจำนวนเต็มที่มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 2 ส่วนรวมเวคเตอร์ซึ่งเลือกจากเวคเตอร์ตัวแทนน้ำหนักเล่มรหัสน้ำหนัก M ดัง กล่าว ที่เทียบได้กับค่าระบุชื่อ M ในรหัสป้อนเข้าดังกล่าวและรวมค่ากันเข้าเพื่อทำเป็น เวคเตอร์ใหม่ ที่ซึ่งเวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าว แต่ละค่าจะมีส่วนประกอบสูงสุด อย่างน้อยหนึ่งค่าที่มิติแตกต่าง 2
7. อุปกรณ์ถอดรหัสตามข้อถือสิทธิ 25 หรือ 26 ที่ซึ่งเวคเตอร์สัมประสิทธิ์ น้ำหนัก M ดังกล่าวถูกเลือกเพื่อที่ผลรวมเมทริกซ์ทแยงมุม M ที่ใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของ เวคเตอร์สัมประสิทธิ์น้ำหนัก M ดังกล่าวเป็นเสมือนส่วนทแยงมุมย่อย ๆ ของมัน ซึ่งจะกลาย เป็นตัวคูณคงที่ของหน่วยเมทริกซ์
TH9501002487A 1995-10-04 " วิธีการเข้ารหัสแวคเตอร์โดยอุปกรณ์เข้ารหัสแบบเดียวกันกับอุปกรณ์ถอดรหัส " TH9598B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH21637A true TH21637A (th) 1996-11-05
TH9598B TH9598B (th) 2000-06-05

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN100557600C (zh) 用于处理声场表现的方法和系统
Lu et al. Optimal design of frequency-response-masking filters using semidefinite programming
Porter et al. A numerical method for bottom interacting ocean acoustic normal modes
De Marziani et al. Modular architecture for efficient generation and correlation of complementary set of sequences
CN1954642A (zh) 多信道合成器及产生多信道输出信号方法
CN102282868B (zh) 没有反馈的频域有源矩阵解码的方法和系统
Prawda et al. Improved reverberation time control for feedback delay networks
Owen et al. On the value of binary expansions for general mixed-integer linear programs
RU98103512A (ru) Способ и устройство для получения и кодирования линейных спектральных квадратных корней
CA2462325A1 (en) Reverberation sound generating apparatus
Schlecht Allpass feedback delay networks
Kreimer et al. Using the Hopf algebra structure of QFT in calculations
TH21637A (th) " วิธีการเข้ารหัสแวคเตอร์โดยอุปกรณ์เข้ารหัสแบบเดียวกันกับอุปกรณ์ถอดรหัส "
TH9598B (th) " วิธีการเข้ารหัสแวคเตอร์โดยอุปกรณ์เข้ารหัสแบบเดียวกันกับอุปกรณ์ถอดรหัส "
WO2000039926A1 (en) Efficient convolution method and apparatus
Gautschi On generating Gaussian quadrature rules
CN101116135B (zh) 声音合成
Kreimer Shuffling quantum field theory
Spors et al. Efficient realization of model-based rendering for 2.5-dimensional near-field compensated higher order Ambisonics
Man On computing closed forms for indefinite summations
Ablinger et al. A toolbox to solve coupled systems of differential and difference equations
CA2525944A1 (en) Reciprocal index lookup for btsc compatible coefficients
Gatherer et al. Scattered lookahead without finding polynomial roots or solving simultaneous equations
US5305246A (en) Device and method for evaluating inverse trigonometric functions
Christov et al. Perturbation Solution for the 2D Shallow‐water Waves