TH181817A - วิธีการรักษาหรือป้องกันความผิดปกติเกี่ยวกับคอเลสเตอรอล - Google Patents
วิธีการรักษาหรือป้องกันความผิดปกติเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลInfo
- Publication number
- TH181817A TH181817A TH1301006357A TH1301006357A TH181817A TH 181817 A TH181817 A TH 181817A TH 1301006357 A TH1301006357 A TH 1301006357A TH 1301006357 A TH1301006357 A TH 1301006357A TH 181817 A TH181817 A TH 181817A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- sequence
- code
- amino acid
- light chain
- heavy chain
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (04/02/57) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการในการรักษาหรือป้องกันความผิดปกติเกี่ยวกับคอเลสเตอรอล เช่น ภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมาก ภาวะเลือดมีสารไขมันมาก หรือภาวะสารไขมันในเลือดผิดปกติ โดยใช้ แอนติบอดีต้านโพรโปรตีนคอนเวอร์เตสซับทิลิซิน/คีซินชนิดที่ 9 (PCSK9) อีกทั้ง ยังอธิบายสูตรผสมและ วิธีการในการผลิตสูตรผสมที่กล่าวมาด้วย การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับวิธีการบำบัดหรือการป้องกันความผิดปกติของโรคที่เกี่ยวกับโคเลสเตอรอล (cholesterol) เช่นภาวะโคเลสเตอรอลในเลือดสูง (hypercholesterolemia), ภาวะไขมันในเลือดสูง (hyperlipidemia) หรือ ระดับไขมันผิดปกติในเลือด (dyslipidemia), ที่ใช้แอนติบอดี้ที่ต้านโพรโปรตีนคอนเวอร์เตส ซับติลิซิน(proprotein convertase subtilisin) / เคซิน (kexin) ไทป์ 9 (PCSK9) สูตรผสมและ วิธีการของการผลิต สูตรผสมดังกล่าวก็ยังเปิดเผยไว้อีกด้วย
Claims (84)
1. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนึ่งที่ประกอบด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ จับอย่างจำเพาะกับ PCSK9 โดยที่ PCSK9 ประกอบด้วยกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 1 โมโน โคลนอลแอนติบอดีตังกล่าวในปริมาณ 40 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึง 300 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และ สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งในปริมาณ .05 มิลลิโมลาร์ ถึง 40 มิลลิโมลาร์ และสารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งในปริมาณร้อย ละ .004 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึงร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และสารให้ความคงตัวที่เป็น ที่ยอมรับทางเภสัชกรรมอย่างน้อยหนึ่งชนิดร้อยละ0.5โดยน้ำหนัก/ปริมาตรถึงร้อยละ 10 โดย น้ำหนัก/ปริมาตร โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวตังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง 4.0 ถึง 6.0
2. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีตังกล่าว ประกอบด้วย ก) บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสาย โซ่เสันหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49 ข) บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 67 หน้า 2 ของจำนวน 22 หน้า ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหน้งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับห'ส์งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 459 จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 483 ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนื่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 583 ช) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 หน้า 3 ของจำนวน 22 หน้า ซ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 465, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 465, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 463, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 463 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 463 ณ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 12, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 12, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 67, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 67 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 67 ญ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 461, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 461, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 459, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 459 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 459 ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 485, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 485, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 483, CDRH2 ของลำดับ หน้า 4 ของจำนวน 22 หน้า CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 483 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 582, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 582, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 583, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 583 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 583
3. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของ ลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49
4. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 308, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180
5. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 368, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับ ที่ 180
6. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับ ที่395 หน้า 5 ของจำนวน 22 หน้า
7. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ สายโซ่เสันหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 308, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับ ที่ 180
8. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ สายโซ่เสันหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 368, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180
9. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ CDR แต่ละตัว ถูกระบุให้เป็นไปตามคำจำกัดความ ของ Rabat, คำจำกัดความของ Chothia, การประกอบกันของคำจำกัดความของ Rabat และ Chothia, คำจำกัดความของ AbM หรือ การอธิบายคำจำกัดความของ CDR
10. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ CDR แต่ละตัวถูกระบุให้เป็นไปตามคำจำกัดความ CDR ของ Rabat
11. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ CDR แต่ละตัวถูกระ บุให้เป็นไปตามคำจำกัดความ CDR ของ Chothia
12. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหน้งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยกรดอะมิ โนของรหัสลำดับที่ 463 20 หน้า 6 ของจำนวน 22 หน้า ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนื่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนื่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 67 ง) บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 459 จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่ง ของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งของรหัสลำดับที่ 583
13. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ยังประกอบด้วย: ก) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 156; ข) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 157; ค) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นหนักของ รหัสลำดับที่ 154; ง) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นหนักของ รหัสลำดับที่ 155; จ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของรหัสลำดับที่ 156 และ ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้น หนักของรหัสลำดับที่ 154 ฉ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของรหัสลำดับที่ 157 และ ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้น หนักของรหัสลำดับที่ 154 หน้า 7 ของจำนวน 22 หน้า ช) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของรหัสลำดับที่ 156 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 155 หรือ ณ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของรหัสลำดับที่ 157 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 155
14. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทาง เภสัชกรรมดังกล่าวเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกลูตาเมต, ฟอสเฟต, น้ำเกลือที่ผ่อนความเป็นกรด- ด่างด้วยฟอสเฟต, โซเดียมอะซิเตต, โซเดียมซิเตรต และสารผ่อนความเป็นกรด-ด่าง Tris
15. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 14 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทาง เภสัชกรรมที่กล่าวมา คือ โซเดียมอะซิเตต
16. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทาง เภสัชกรรมดังกล่าวมีอยู่ในปริมาณ 10-20 มิลลิโมลาร์
17. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมที่ กล่าวมา คือ พอลิ1ซอร์เบต 80 หรือพอลิ'ซอร์เบต 20
18. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 17 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมที่ กล่าวมา คือ พอสิซอร์เบต 80
19. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 17 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมที่ กล่าวมา คือ พอลิซอร์ฌต 20
20. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดข้อหนํ่งจากข้อที่ 17, 18 หรือ 19 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่ เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมมีอยู่ในปริมาณร้อยละ 0.004 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึงร้อยละ 0.01 โดย น้าหนัก/ปริมาตร หน้า 8 ของจำนวน 22 หน้า
21. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่สารให้ความคงตัวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมที่ กล่าวมาเถือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยพอสิไฮดรอกซีไฮโดรคาร์บอน, ไดแซคคาไรด๙, พอลิออล, โพร ลีน, อาร์จินีน, ไลซีน, เมไธโอนีน, ทอรน และเบนซิลแอลกอฮอล์
22. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ พอลิไฮดรอกซี ไฮโดรคาร์บอนที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยซอร์บิทอล, แมนนิทอล และกลีเซอรอล
23. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 22 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ซอร์บิทอล
24. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ไดแซคคาไรด์ที่ เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยซูโครส, มัลโตส, แลกโตส, ฟรุกโตส และทรืฮาโลส
25. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 24 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ซูโครส
26. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่สารให้ความคงตัวดังกล่าวมีอยู่ในปริมาณร้อยละ 9 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร
27. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 โดยที่สารให้ความคงตัวดังกล่าว คือ โพรลีน
28. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 27 โดยที่โพรลีนมีอยู่ในปริมาณระหว่างร้อยละ 2 ถึงร้อย ละ 3 โดย'นาหนัก/ปริมาตร
29. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่สูตรผสมตังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง 5.0ถึง5.5
30. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่สูตรผสมตังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง 5.0ถึง5.5
31. สูตรผสมที่มีความคงตัว1ของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวตังกล่าวประกอบด้วย ความหนืด 30 เซนติพอยล์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส หน้า 9 ของจำนวน 22 หน้า
32. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวตังกล่าวประกอบด้วย ความหนืด 30 เซนติพอยส์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
33. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดี คือ 70 มิลสิกรัม/มิลลิลิตร ถึง 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และสูตรผสมที่มีความคงตัวตังกล่าวประกอบด้วยความ หนืด 12 เซนติพอยส์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
34. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 29 ซํ่งประกอบด้วยระหว่าง 250 มิลลิออสโมล/กิโลกรัม ถึง 350 มิลลิออสโมล/กิโลกรัม
35. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 30 ซํ่งประกอบด้วยระหว่าง 250 มิลลิออสโมล/กิโลกรัม ถึง 350 มิลสิออสโมล/กิโลกรัม
36. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 31 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวยังคงมีความคง ตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 3, 6, 12 หรือ 24 เดือน
37. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 30 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวยังคงมีความคง ตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 3, 6, 12 หรือ 24 เดือน
38. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของลำดับกรดอะมิ โนของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อย ละ 90 กับของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49
39. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของ ลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ หน้า 10 ของจำนวน 22 หน้า กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49
40. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 23 และ บริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49
41. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 308, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
42. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 368, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
43. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของลำดับกรดอะมิ โนของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนื่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อย ละ 90 กับของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49
44. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 โนรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของ ลำดับ CDRL2 โนรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ หน้า 11 ของจำนวน 22 หน้า กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49
45. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 23 และ บริเวณแปรของสายโซ่เสันหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49
46. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 308, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
47. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 368, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
48. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัส ลำดับที่ 463
49. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนงที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัส ลำดับที่ 463 หน้า 12 ของจำนวน 22 หน้า
50. สูตรผสมที่มีความคงตัว1ของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 465 และ บริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 463 และ โดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว คือ 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
51. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีตังกล่าวประกอบด้วย บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 465 และ บริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 463 และ โดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว คือ 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร
52. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนงที่ประกอบด้วย ก. โมโนโคลนอลแอนติบอดีในปริมาณ 70 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึง 200 มิลลิกรัม/ มิลลิลิตร ซํ่งโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่กล่าวมาประกอบด้วย i. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 49 ii. บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ใน รหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสาย โซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของ ลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49 หรือ หน้า 13 ของจำนวน 22 หน้า iii. บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เน้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 (ข) โซเดียมอะซิเตต 10 มิลลิโมลาร์ (ค) ซูโครสร้อยละ 9.0 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร (ง) พอลิ1ซอร์เบต 20 หรือพอลิซอร์เบต 80 ร้อยละ 0.004 ถึงร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และ (จ) ค่าความเปีนกรด-ด่าง 5.2
53. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนํ่งที่ประกอบด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีในปริมาณ 70 มิลลิกรัม/ มิลลิลิตร ถึง 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซํ่งโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่กล่าวมาประกอบด้วย i. บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปร ของสายโซ่เน้นหนักบริเวณหนื่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 49 ii. บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เน้นเบา (CDR) ของ ลำดับ CDRL1 ใน รหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสาย โซ่เน้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของ ลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49 หรือ หน้า 14 ของจำนวน 22 หน้า iii. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 (ข) โซเดียมอะซิเตต 10 มิลลิโมลาร์ (ค) โพรลีนระหว่างร้อยละ 2.0 ถึงร้อยละ 3.0 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร (ง) พอลิซอร์เบต 20 หรือพอลิซอร์เบต 80 ร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และ (จ) ค่าความเฟ้นกรด-ด่าง 5.0
54. การใช้สูตรผสมที่มีความคงตัวตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 53 หรือแอนติบอดีที่ด้าน PCSK9 ในการผลิตยาสำหรับการลด LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมในผู้'ป่วย โดยที่ยาจะลด LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมที่กล่าวมาอย่างน้อยร้อยละ 30
55. การใช้สูตรผสมที่มีความคงตัวตามข้อใดข้อหนึ่งของข้อถือสิทธิที่ 1 ถึง 53 หรือแอนติบอดีที่ด้าน PCSK9 ในการผลิตยาสำหรับการรักษาหรือฟ้องกันความผิดปกติหนึ่งเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในผู้ป่วย ที่มีระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมอย่างน้อยร้อยละ 30
56. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยที่ความผิดปกติเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลดังกล่าวเลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ ซื่งรวมถึงภาวะเลือดมี คอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุชนิดเฮเทอโรไซกัสและภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ ถ่ายทอดทางกรรมพันธุชนิดฮอโมไซกัส ภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ไม,ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ ลิ โพโปรตีน (เอ)สูงโรคหัวใจกลุ่มอาการเมตาบอลิก โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจโรคลม ฟ้จจุหัน โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด โรคอัลซไฮเมอร์ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ภาวะเลือดมีสาร ไขมันมาก และภาวะสารไขมันในเลือดผิดปกติ หน้า 15 ของจำนวน 22 หน้า
57. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 56 โดยที่ ภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุชนิด เฮเทอโรไซกัส และภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุชนิดฮอโมไซกัส
58. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 54 หรือ 55 โดยที่ระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยที่กล่าวมา ลดลงในปริมาณหนึ่งที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ก) อย่างน้อยร้อยละ 30 ข) อย่างน้อยร้อยละ 40 ค) อย่างน้อยร้อยละ 50 และ ง) อย่างน้อยร้อยละ 60
59. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 58 โดยที่แอนติบอดีด้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วย (ก) บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่ เน้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49 (ข) บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่ เน้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 67 (ค) บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่ เน้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 459 (ง) บริเวณแปรของสายโซ่เน้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่ หน้า 16 ของจำนวน 22 หน้า เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 (จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 483 (ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 583 ช) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 ซ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 465, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 465, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 463, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 463 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที หน้า 17 ของจำนวน 22 หน้า ณ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 12, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 12, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสัน หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 67, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 67 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 67 ญ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 461, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 461, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสัน หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 459, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 459 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 459 ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 485, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 485, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 483, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 483 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 582, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 582, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 583, CDRH2 ของลำดับ หน้า 18 ของจำนวน 22 หน้า CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 583 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 583
60. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วย (ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เสันหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 49 (ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง รหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 67 (ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนรหัสลำดับ ที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน รหัสลำดับที่ 459 (ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 463 หรือ (จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 483 หรือ หน้า 19 ของจำนวน 22 หน้า (ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่เสันหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 583
61. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้า จับกันจากสายโซ่เสันเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เสันหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49
62. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 61 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับ ที่ 308, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เสันเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัส ลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
63. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 61 โดยที่ สายโซ่เสันหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัส ลำดับที่ 368, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เสันเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
64. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่ยาถูกกำหนดเป็นการให้โดยไม่ผ่านกระเพาะอาหาร 65. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่ ยาถูกกำหนดเป็นการให้ทางหลอดเลือดดำ 66. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่ ยาถูกกำหนดเป็นการให้ทางใต้ผิวหนัง หน้า 20 ของจำนวน 22 หน้า 67. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 66 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนื่งที่มีความเหมือนอย่าง น้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ๋งที่ ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49 68. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 66 โดยที่ แอนติบอดีด้าน PCSK9 ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้า จับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49 69. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 66 โดยที่แอนติบอดีด้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณ แปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 70. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่แอนติบอดีด้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความเหมือนอย่าง น้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนํ่งที่ ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนํ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 หน้า 21 ของจำนวน 22 หน้า 71. การใช้ของข้อถือสิทธิของข้อที่ 70 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณ แปรของสายโซ่เสันเบาบริเวณหนํ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 465 และ บริเวณแปรของสายโซ่เสันหนักบริเวณหนังที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 463 72. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยที่ยาจะถูกใช้ในการรวมกันกับสารลดคอเลสเตอรอลชนิดอื่น อย่างน้อยหนังชนิด 73. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 72 โดยที่สารลดคอเลสเตอรอลชนิดอื่นอย่างน้อยหนังชนิดดังกล่าว เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสแตติน ซํ่งรวมถึงอะโทวาสแตติน, เซอริวาสแตติน, ฟลูวาสแตติน, โลวาสแตติน, เมวาสแตติน, ไพตาวาสแตติน, พราวาสแตติน, โรสุวาสแตติน, ซิมวาสแตติน, กรด นิโคตินิก, กรดไฟบริก, ซีเควสเตรนท์ของกรดน้ำดี, สารยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอล, สารดัด แปรสิพิด, PPAR แกมมาอะโกนิสต์, PPAR แอลฟา/แกมมาอะโกนิสต์, สารยับยั้งสควอลีนซิน เทส, สารยับยั้ง CETP, ยาลดความดัน, ยารักษาเบาหวาน ซํ่งรวมถึงซัลโฟนิลยูเริย, อินซูลิน, สารที่ มีโครงสร้างคล้าย GLP-1, สารยับยั้ง DDPIV, สารปรับ ApoB, สารยับยั้ง MTP และ/หรือการ รักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็งและอุดตัน, ออนโคสแตติน เอ็ม, เอสโทรเจน, เบอร์เบอริน และสาร เพื่อการรักษาชนิดหนังสำหรับความผิดปกติหนังเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน 74. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 68 โดยที่ยาจะถูกใช้พร้อมกับสารลดคอเลสเตอรอลชนิดอื่นอย่างน้อย หนังชนิด 75. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 74 โดยที่สารลดคอเลสเตอรอลชนิดอื่นอย่างน้อยหนังชนิดดังกล่าว เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสแตติน ซํ่งรวมถึงอะโทวาสแตติน, เซอริวาสแตติน, ฟลูวาสแตติน, โลวาสแตติน, เมวาสแตติน, ไพตาวาสแตติน, พราวาสแตติน, โรสุวาสแตติน, ชิมวาสแตติน, กรด นิโคตินิก, กรดไฟบริก, ซีเควสเตรนท์ของกรดน้ำดี, สารยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอล, สารดัด แปรลิพิด, PPAR แกมมาอะโกนิสต์, PPAR แอลฟา/แกมมาอะโกนิสต์, สารยับยั้งสควอลีนชิน หน้า 22 ของจำนวน 22 หน้า เทส, สารยับยั้ง CETP, ยาลดความดัน, ยารักษาเบาหวาน ซงรวมถึงซัลโฟนิลยูเรย, อินซูลิน, สารที่ มีโครงสร้างคล้าย GLP-1, สารยับยั้ง DDPIV, สารปรัน ApoB, สารยับยั้ง MTP และ/หรือการ รักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็งและอุดดัน, ออนโคสแตดิน เอ็ม, เอสโทรเจน, เบอร์เบอรืน และสาร เพื่อการรักษาชนิดหนึ่งสำหรับความผิดปกติหนึ่งเกี่ยวกับภูมิอุ้มกัน ------------ แก้ไขใหม่ 11/9/2560 1. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนึ่งที่ประกอบด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ จับอย่างจำเพาะกับ PCSK9 โดยที่ PCSK9 ประกอบรวมด้วยกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 1 โมโน โคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวในปริมาณ 40 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึง 300 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และ สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งในปริมาณประมาณ .05 มิลลิโมลาร์ ถึง 40 มิลลิโมลาร์ และสารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งในปริมาณร้อย ละ .004 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึงร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และสารให้ความคงตัวที่เป็น ที่ยอมรับทางเภสัชกรรมอย่างน้อยหนึ่งชนิดร้อยละ 0.5 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึงร้อยละ 10 โดย น้ำหนัก/ปริมาตร โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง 4.0 ถึง 6.0 ----------------------------------------------------------------------------- (เดิม) แก้ไข 8/07/2558 1. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนึ่งที่ประกอบด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีอย่างน้อยหนึ่งชนิดที่ จับอย่างจำเพาะกับ PCSK9 โดยที่ PCSK9 ประกอบรวมด้วยกรดอะมิโนของลำดับที่ 1 โมโน โคลนอลแอนติบอดีดังกล่าวในปริมาณประมาณ 40 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึงประมาณ 300 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และสารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งใน ปริมาณประมาณ .05 มิลลิโมลาร์ ถึงประมาณ 40 มิลลิโมลาร์ และสารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ ยอมรับทางเภสัชกรรมชนิดหนึ่งในปริมาณประมาณร้อยละ .004 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึง ประมาณร้อยละ 20 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และสารให้ความคงตัวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรม อย่างน้อยหนึ่งชนิดประมาณร้อยละ 0.5 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึงประมาณร้อยละ 10 โดย น้ำหนัก/ปริมาตร โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง ประมาณ 4.0 ถึงประมาณ 6.0 2. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดๆ จากข้อที่ 1 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วย ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49 ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 67 ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 459 จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 483 ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของ สายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความ เหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 583 ช) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 ซ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 465, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 465, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 463, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 463 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 463 ฌ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 12, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 12, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 67, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 67 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 67 ญ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 461, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 461, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 459, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 459 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 459 ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 458, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 485, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 483, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 483 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฏ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 582, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 582, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 583, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 583 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 583 3. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจาก สายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของ ลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับ ที่ 49 4. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 308, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 5. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 368, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 6. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 7. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 308, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 8. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 6 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 368, CDR2 มราประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 180 9. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 2 โดยที่ CDR แต่ละตัว ถูกระบุให้เป็นไป ตามคำจำกัดความของ Kabat, คำจำกัดความของ Chothia, การประกอบกันของคำ จำกัดความของ Kabat และ Chothia, คำจำกัดความของ AbM หรือ การอธิบายคำ จำกัดความของ CDR 10. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ CDR แต่ละตัวถูกระบุให้ เป็นไปตามคำจำกัดความ CDR ของ Kabat 11. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 9 โดยที่ CDR แต่ละตัวถูกระบุให้ เป็นไปตามคำจำกัดความ CDR ของ Chothia 12. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วย ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยกรดอะมิ โนของรหัสลำดับที่ 463 ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 67 ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 459 จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งของรหัสลำดับที่ 583 13. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ยังประกอบด้วย: ก) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 156; ข) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 157; ค) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นหนักของ รหัสลำดับที่ 154; ง) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นหนักของ รหัสลำดับที่ 155; จ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 156 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 154 ฉ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 157 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 154 ช) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 156 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 155 หรือ ฌ) ลำดับคงที่ของสายโซ่เส้นเบาของ รหัสลำดับที่ 157 และ ลำดับคงที่ของ สายโซ่เส้นหนักของรหัสลำดับที่ 155 14. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ยอมรับ ทางเภสัชกรรมดังกล่าวเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยกลูตาเมต, ฟอสเฟต, น้ำเกลือที่ผ่อน ความเป็นกรด-ด่างด้วยฟอสเฟต, โซเดียมอะซิเตต, โซเดียมซิเตรต และสารผ่อนความเป็นกรด- ด่าง Tris 15. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 14 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ ยอมรับทางเภสัชกรรมที่กล่าวมา คือ โซเดียมอะซิเตต 16. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่สารผ่อนความเป็นกรด-ด่างที่เป็นที่ ยอมรับทางเภสัชกรรมดังกล่าวมีอยู่ในปริมาณ 10-20 มิลลิโมลาร์ 17. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัช กรรมที่กล่าวมา คือ พอลิซอร์เบต 80 หรือพอลิซอร์เบต 20 18. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 16 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัช กรรมที่กล่าวมา คือ พอลิซอร์เบต 80 19. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 16 โดยที่สารลดแรงตึงผิวที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัช กรรมที่กล่าวมา คือ พอลิซอร์เบต 20 20. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดๆ จากข้อที่ 17, 18 หรือ 19 โดยที่สารลดแรงตึงผิว ที่เป็นที่ยอมรับทางเภสัชกรรมมีอยู่ในปริมาณประมาณร้อยละ 0.004 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร ถึง ประมาณร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร 21. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดๆ จากข้อที่ 2 โดยที่สารให้ความคงตัวที่เป็นที่ ยอมรับทางเภสัชกรรมที่กล่าวมาเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยพอลิไฮดรอกซีไฮโดรคาร์บอน ชนิดหนึ่ง, ไดแซคคาไรด์ชนิดหนึ่ง, พอลิออลชนิดหนึ่ง, โพรลีน, อาร์จินีน, ไลซีน, เมไธโอนีน, ทอรีน และเบนซิลแอลกอฮอล์ 22. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ พอลิไฮด รอกซีไฮโดรคาร์บอนที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยซอร์บิทอล, แมนนิทอล และ กลีเซอรอล 23. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ซอร์บิ ทอล 24. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 21 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ไดแซค คาไรด์ชนิดที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยซูโครส, มัลโตส, แลกโตส, ฟรุกโตส และทรี ฮาโลส 25. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารให้ความคงตัวที่กล่าวมา คือ ซูโครส 26. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 25 โดยที่สารให้ความคงตัวดังกล่าวมีอยู่ในปริมาณ ประมาณร้อยละ 9 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร 27. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 20 โดยที่สารให้ความคงตัวดังกล่าว คือ โพรลีน 28. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 27 โดยที่โพรลีนมีอยู่ในปริมาณระหว่างประมาณ ร้อยละ 2 ถึงร้อยละ 3 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร 29. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่สูตรผสมดังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่างประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 5.5 30. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่สูตรผสมดังกล่าวมีค่าความเป็นกรด-ด่าง ระหว่างประมาณ 5.0 ถึงประมาณ 5.5 31. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 26 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าว ประกอบด้วยความหนืด 30 เซนติพอยส์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25?ซ 32. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าว ประกอบด้วยความหนืด 30 เซนติพอยส์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25?ซ 33. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 28 โดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดี คือ ประมาณ 70 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึงประมาณ 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร และสูตรผสมที่มีความคง ตัวดังกล่าวประกอบด้วยความหนืด 12 เซนติพอยส์หรือน้อยกว่านั้นที่อุณหภูมิ 25?ซ 34. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 29 ซึ่งประกอบด้วยระหว่างประมาณ 250 มิลลิ ออสโมล/กิโลกรัม ถึงประมาณ 350 มิลลิออสโมล/กิโลกรัม 35. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 30 ซึ่งประกอบด้วยระหว่างประมาณ 250 มิลลิ ออสโมล/กิโลกรัม ถึงประมาณ 350 มิลลิออสโมล/กิโลกรัม 36. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 31 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวยังคงมี ความคงตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 3, 6, 12 หรือ 24 เดือน 37. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 30 โดยที่สูตรผสมที่มีความคงตัวดังกล่าวยังคงมี ความคงตัวเป็นเวลาอย่างน้อย 3, 6, 12 หรือ 24 เดือน 38. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับ ของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 39. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัส ลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 40. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิ โนของรหัสลำดับที่ 49 41. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 308, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 42. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิที่ 36 โดยที่สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 368, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัส ลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 43. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เบาบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับ ของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 44. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่ โมโนโคลนอลแอนติบอดี ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับ ที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัส ลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 45. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 49 46. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 308, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัส ลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 47. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 368, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัส ลำดับที่ 158, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 48. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับ ของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 49. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อที่ 37 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว ประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เบาบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับ ของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 50. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดๆ จากข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน ของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 463 โดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว คือ ประมาณ 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร 51. สูตรผสมที่มีความคงตัวของข้อถือสิทธิข้อใดๆ จากข้อที่ 36 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดี ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน ของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 463 และโดยที่ปริมาณโมโนโคลนอลแอนติบอดีดังกล่าว คือ ประมาณ 150 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร 52. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนึ่งที่ประกอบด้วย ก. โมโนโคลนอลแอนติบอดีชนิดหนึ่งในปริมาณประมาณ 70 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึง ประมาณ 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่กล่าวมา ประกอบด้วย i. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 49 ii. บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ใน รหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสาย โซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของ ลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49 หรือ iii. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 (ข) โซเดียมอะซิเตตประมาณ 10 มิลลิโมลาร์ (ค) ซูโครสประมาณร้อยละ 9.0 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร (ง) พอลิซอร์เบต 20 หรือพอลิซอร์เบต 80 ประมาณร้อยละ 0.004 ถึงประมาณร้อลยละ 0.01 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และ (จ) ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.2 53. สูตรผสมที่มีความคงตัวสูตรหนึ่งที่ประกอบด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีชนิดหนึ่งในปริมาณ ประมาณ 70 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ถึงประมาณ 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งโมโนโคลนอลแอนติบอดี ที่กล่าวมาประกอบด้วย i. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มี ความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปร ของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนที่มีความเหมือน อย่างน้อยร้อยละ 90 กับลำดับของรหัสลำดับที่ 49 ii. บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ใน รหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสาย โซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของ ลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัส ลำดับที่ 49 หรือ iii. บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของ รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วย ลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49 (ข) โซเดียมอะซิเตตประมาณ 10 มิลลิโมลาร์ (ค) โพรลีนระหว่างประมาณร้อยละ 2.0 ถึงร้อยละ 3.0 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร (ง) พอลิซอร์เบต 20 หรือพอลิซอร์เบต 80 ประมาณร้อยละ 0.01 โดยน้ำหนัก/ปริมาตร และ (จ) ค่าความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.0 54. การใช้ในขนาดประมาณ 14 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 480 มิลลิกรัม ของแอนติบอดีที่ต้าน PCSK9 ในการ ผลิตยาสำหรับการลด LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมในผู้ป่วย โดยที่ยาจะลด LDL คอเลสเตอรอลใน ซีรัมที่กล่าวมาอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30 55. การใช้ในขนาดประมาณ 14 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 480 มิลลิกรัม ของแอนติบอดีที่ต้าน PCSK9 ใน การผลิตยาสำหรับการรักษาหรือป้องกันความผิดปกติหนึ่งเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในผู้ป่วยที่มีระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมระดับหนึ่ง 56. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยที่ความผิดปกติเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลดังกล่าวเลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วยภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ซึ่งรวมถึงภาวะเลือดมี คอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ชนิดเฮเทอโรไซกัสและภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ชนิดฮอโมไซกัส ภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ไม่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ลิ โพโปรตีน (เอ) สูง โรคหัวใจ กลุ่มอาการเมตาบอลิก โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลม ปัจจุบัน โรคหัวใจร่วมหลอดเลือด โรคอัลซไฮเมอร์ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย ภาวะเลือดมีสาร ไขมันมาก และภาวะสารไขมันในเลือดปกติ 57. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 56 โดยที่ ภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ชนิด เฮเทอโรไซกัส และภาวะเลือดมีคอเลสเตอรอลมากที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ชนิดฮอโมไซกัส 58. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 54 หรือ 55 โดยที่ระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยที่กล่าวมา ลดลงในปริมาณหนึ่งที่เลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ก) อย่างน้อยประมาณร้อยละ 30 ข) อย่างน้อย ประมาณร้อยละ 40 ค) อย่างน้อยประมาณร้อยละ 50 และ ง) อย่างน้อยประมาณร้อยละ 60 59. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 58 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วย (ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49 (ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 67 (ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 459 (ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463 (จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 483 (ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง ที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อย ร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 583 (ช) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 ซ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 465, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 465, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 463, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 463 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 463 ฌ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 12, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 12, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 12 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 67, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในรหัสลำดับที่ 67 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 67 ญ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 461, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 461, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 461 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 459, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 459 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 459 ฎ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 458, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 485, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 485 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 483, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 483 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 483 หรือ ฏ) บริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัส ลำดับที่ 582, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 582, และ CDRL3 ของ ลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 582 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้น หนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 583, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 583 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 583 60. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วย (ก) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง รหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 49 (ข) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่ง รหัสลำดับที่ 12 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับ กรดอะมิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 67 (ค) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับ ที่ 461 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโน รหัสลำดับที่ 459 (ง) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 463 หรือ (จ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 485 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนลำดับหนึ่งรหัสลำดับที่ 483 หรือ (ฉ) บริเวณแปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัส ลำดับที่ 582 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะ มิโนของรหัสลำดับที่ 583 61. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ประกอบด้วย บริเวณ กำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้าจับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ใน รหัสลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49 62. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 61 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัส ลำดับที่ 308, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395 63. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 61 โดยที่ สายโซ่เส้นหนัก ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วยรหัส ลำดับที่ 368, CDR2 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 175 และ CDR3 ที่ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 180 และ สายโซ่เส้นเบา ประกอบด้วย CDR1 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 158, CDR2 ที่ ประกอบด้วยรหัสลำดับที่ 162 และ CDR3 ที่ประกอบด้วย รหัสลำดับที่ 395
65. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยที่ขนาดของแอนติบอดีต้าน PCSK9 ที่เลือกมาจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย ก) ประมาณ 70 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ข) ประมาณ 105 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 480 มิลลิกรัม ค) ประมาณ 120 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ง) ประมาณ 140 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม จ) ประมาณ 150 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ฉ) ประมาณ 210 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ช) ประมาณ 280 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ซ) ประมาณ 300 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ฌ) ประมาณ 350 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 480 มิลลิกรัม ญ) ประมาณ 420 ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัม ฎ) ประมาณ 70 มิลลิกรัม ฏ) ประมาณ 105 มิลลิกรัม ฐ) ประมาณ 120 มิลลิกรัม ฑ) ประมาณ 140 มิลลิกรัม ฒ) ประมาณ 150 มิลลิกรัม ณ) ประมาณ 210 มิลลิกรัม ด) ประมาณ 280 มิลลิกรัม ต) ประมาณ 300 มิลลิกรัม ถ) ประมาณ 350 มิลลิกรัม หรือ ท) ประมาณ 420 มิลลิกรัม การใช้ของข้อถือนสิทธิข้อที่ 64 โดยที่ แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวถูกจัดให้แก่ผู่ป่วยสำหรับการให้ยาในตารางเวลาหนึ่งที่เลือกมา จากกลุ่มที่ประกอบด้วย (1) หนึ่งครั้งทุกสัปดาห์ (2) หนึ่งครั้งทุกสัปดาห์ (3) หนึ่งครั้งทุก เดือน (4) หนึ่งครั้งทุกเดือนเว้นเดือน (5) หนึ่งครั้งทุกสามเดือน (6) หนึ่งครั้งทุกหกเดือน และ (7) หนึ่งครั้งทุกสิบสองเดือน
66. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 64 โดยที่ยาถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้โดยไม่ผ่านกระเพาะอาหาร
67. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 64 โดยที่ ยาถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางหลอดเลือดดำ
68. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 64 โดยที่ ยาถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนัง
69. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 67 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิ โนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 49
70. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 68 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ประกอบด้วย บริเวณกำหนดการเข้าจับ กันจากสายโซ่เส้นเบา (CDR) ของลำดับ CDRL1 ในรหัสลำดับที่ 23, CDRL2 ของลำดับ CDRL2 ในรหัสลำดับที่ 23, และ CDRL3 ของลำดับ CDRL3 ในรหัสลำดับที่ 23 และบริเวณกำหนดการเข้า จับกันจากสายโซ่เส้นหนัก (CDR) ของลำดับ CDRH1 ในรหัสลำดับที่ 49, CDRH2 ของลำดับ CDRH2 ในลำดับที่ 49 และ CDRH3 ของลำดับ CDRH3 ในรหัสลำดับที่ 49
71. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 68 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับที่ 23 และบริเวณแปรของสายโซ่ เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 49
72. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 70 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 14 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 45 มิลลิกรัมและถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกสัปดาห์ และโดยที่ ยาจะลดระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
73. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 70 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 70 มิลลิกรัม ถึง ประมาณ 420 มิลลิกรัม และถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์ และ โดยที่ยาจะลดระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
74. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 70 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 250 ถึงประมาณ 480 มิลลิกรัมและถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกเดือน และโดยที่ยาจะลด ระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
75. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 73 โดยแอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 120 มิลลิกรัม
76. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 73 โดยแอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 140 มิลลิกรัม
77. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 73 หรือ 74 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 420 มิลลิกรัม
78. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 59 โดยแอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณแปรของสาย โซ่เส้นเบาบริเวณที่หนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณแปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิ โนลำดับหนึ่งที่มีความเหมือนอย่างน้อยร้อยละ 90 กับของรหัสลำดับที่ 463
79. การใช้ของข้อถือสิทธิ ของข้อที่ 50 ใดๆ โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวประกอบด้วยบริเวณ แปรของสายโซ่เส้นเบาบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 465 และบริเวณ แปรของสายโซ่เส้นหนักบริเวณหนึ่งที่ประกอบด้วยลำดับกรดอะมิโนของรหัสลำดับที่ 463
80. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยแอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 150 มิลลิกรัม และถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกสองสัปดาห์เว้นสัปดาห์ โดยที่ยาจะลดระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
81. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยแอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 150 มิลลิกรัม และถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกสี่สัปดาห์ โดยที่ยาจะลดระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
82. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยที่แอนติบอดีต้าน PCSK9 ดังกล่าวขนาดประมาณ 150 มิลลิกรัม ถึงประมาณ 200 มิลลิกรัมและถูกทำให้เหมาะสำหรับการให้ทางใต้ผิวหนังหนึ่งครั้งทุกสี่ สัปดาห์ โดยที่ยาจะลดระดับ LDL คอเลสเตอรอลในซีรัมของผู้ป่วยดังกล่าวอย่างน้อยประมาณร้อยละ 30-70
83. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 55 โดยที่ยาจะถูกจัดให้มีก่อน หลัง หรือพร้อมกับสารลดคอเลสเตอรอล ชนิดอื่นอย่างน้อยหนึ่งชนิด
84. การใช้ของข้อถือสิทธิข้อที่ 83 โดยที่สารลดคอเลสเตอรอลชนิดอื่นอย่างน้อยหนึ่งชนิดดังกล่าวเลือกมา จากกลุ่มที่ประกอบด้วยสแตติน ซึ่งรวมถึงอะโทวาสแตติน, เซอริวาสแตติน, ฟลูวาสแตติน, โลวาสแต ติน, เมวาสแตติน, ไพตาวาสแตติน, พราวาสแตติน, โรสุวาสแตติน, ซิมวาสแตติน, กรดนิโคตินิก, กรด ไฟบริก, ซีเควสเตรนท์ของกรดน้ำดี, สารยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอล, สารดัดแปรลิพิด, PPAR แกมมาอะโกนิสต์, PPAR แอลฟา/แกมมาอะโกนิสต์, สา?%A
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH181817A true TH181817A (th) | 2018-11-29 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| JP2014516953A5 (th) | ||
| HRP20200545T1 (hr) | Postupci liječenja ili sprječavanja poremećaja povezanih sa kolesterolom | |
| JP2017160208A5 (th) | ||
| JP2022141868A (ja) | 心血管リスクを低減させる方法 | |
| JP6174176B2 (ja) | 高濃度抗体製剤 | |
| ES2773111T3 (es) | Inhibidor de la proproteína convertasa subtilisina/kexina 9 (PCSK9) para su uso en la reducción de los niveles de lipoproteína (a) | |
| ES2914978T3 (es) | Uso de un inhibidor de PCSK9 para tratar hiperlipidemia | |
| JP6912374B2 (ja) | 高コレステロール血症を有する高心血管リスク患者を処置するための方法 | |
| US10428157B2 (en) | Dosing regimens for use with PCSK9 inhibitors | |
| IL277127B1 (en) | Using pcsk9 tracking to reduce cardiovascular risk | |
| JP2017528427A5 (th) | ||
| JP2019514907A5 (th) | ||
| EA201270144A1 (ru) | Комбинированная терапия при лечении диабета | |
| HRP20201268T1 (hr) | Stabilne formulacije koje sadrže anti-pcsk9 antitijela | |
| CN107922507A (zh) | 抗pcsk9抑制性抗体用来治疗接受脂蛋白单采的高脂血症患者 | |
| JP2015530867A5 (th) | ||
| JP2016538248A5 (th) | ||
| JP2016538277A5 (th) | ||
| JP2019533715A5 (th) | ||
| TW202310872A (zh) | 藉由投予pcsk9抑制劑治療糖尿病患者高血脂症之方法 | |
| TW202124454A (zh) | 抗pcsk9抗體用於預防或治療膽固醇相關疾病的方法 | |
| RU2019108441A (ru) | Режим дозирования | |
| US20230108572A1 (en) | Method For Treating Cholesterol-Related Diseases | |
| ES2821474T3 (es) | Métodos de tratamiento de pacientes de alto riesgo cardiovascular con hipercolesterolemia | |
| ES2864350T3 (es) | Pautas posológicas para uso con inhibidores de PCSK9 |