TH15494A - ฟิล์มชนิดที่เป็นแผ่นซ้อนกัน - Google Patents
ฟิล์มชนิดที่เป็นแผ่นซ้อนกันInfo
- Publication number
- TH15494A TH15494A TH9301000132A TH9301000132A TH15494A TH 15494 A TH15494 A TH 15494A TH 9301000132 A TH9301000132 A TH 9301000132A TH 9301000132 A TH9301000132 A TH 9301000132A TH 15494 A TH15494 A TH 15494A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- cross
- ribs
- films
- film
- framing
- Prior art date
Links
Abstract
แผ่นซ้อน-ไขว้ของฟิล์มที่มีการจัดวางตัวยืดออก 2 ฟิล์มหรือมากกว่า ซึ่งทิศทางของจัดการ วางตัวของแต่ละฟิล์มเป็นความสัมพันธ์แบบขวางไขว้, มีรูปแบบของโครงที่ยาวขึ้นแบบขนาดโดยทั่ว ไปซึ่งเพิ่มขนาดตามยาวของแผ่นซ้อน โครงถูกกำหนดอยู่ระหว่างพื้นผิวที่โค้งออกและพื้นผิวที่โค้ง เข้าข้างในซึ่งโค้งเข้าหากันโดยบังเอิญตามแนวขวางบนผิวหน้าด้านตรงข้ามของแผ่นซ้อน พื้นผิวที่ โค้งเข้าข้างในจะมีรัศมีของเส้นโค้งมากกว่าพื้นผิวที่โค้งออกซึ่งทำให้โครงมีความหนามากกว่าความ หนาเฉลี่ยของแผ่นซ้อน วัสดุแผ่นซ้อนที่อยู่ติดกับแนวแบ่งเขตด้านข้าง (lateral boundaries) ของโครง จะอยู่ในสถานะไร้แรงตึง ซึ่งมีรูปโค้งแบบผันกลับเทียบกับรูปโค้งของโครงที่ทำวัสดุระหว่างคู่ของ โครงที่อยู่ติดกันซึ่งโดยทั่วไปจะเรียบแบบ รูปแบบของโครงควรสอดคล้องกับช่องเว้นระยะตามแนว ขวางเฉลี่ยที่ควรใช้ระหว่างโครงที่อยู่ติดกัน, ซึ่งวัดพีคต่อพีค เท่ากับประมาณ 1-10 มิลลิเมตร พื้นผิวที่ โค้งออกของโครงต่าง ๆ สามารถอยู่บนด้านเดียวกันทั้งหมดของแผ่นซ้อนหรือสามารถอยู่สลับกัน เป็นอนุกรมระหว่างด้านตรงข้าม รูปแบบของโครงที่ยาวขึ้นสามารถถูกคั่นที่ตำแหน่งที่เป็นช่องเว้น ระยะตามแนวยาวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของแผ่นซ้อนและแผ่นซ้อนดังกล่าวสามารถมีรูปโค้งแบบ คลื่น (undulating eurvature) เมื่อมองจากด้านข้าง นอกจากนี้ยังได้เปิดเผยขบวนการและเครื่องมือ สำหรบทำแผ่นซ้อน-ไขว้ที่เป็นโครงโดยวิธีทอผ่านเข้าระหว่างลูกกลิ้งที่เป็นร่อง
Claims (23)
1. แผ่นซ้อนไขว้ลักษณะยาวชนิดหนึ่ง ของฟิล์มอย่างน้อยสองฟิล์มที่ถูกสร้างขึ้นจาก วัสดุพอลิเมอร์ชนิดเธอร์โมพลาสติค ที่จัดทิศทางได้, ซึ่งแต่ละฟิล์มถูกจัดทิศทางแบบแกนเดี่ยว หรือ ถูกจัดทิศทางแบบแกนคู่ ในลักษณะที่ไม่สมดุลย์เพื่อทำให้เกิดหนึ่งทิศทางหลักของการจัดทิศทาง, และทิศทางการจัดทิศทางต่าง ๆ ของแต่ละฟิล์มต่าง ๆ นั้นตัดไขว้ซึ่งกันและกันกับทิศทางหลักของ การจัดทิศทางของอย่างน้อยหนึ่งในบรรดาฟิล์มต่าง ๆ ดังกล่าว ที่ยื่นเป็นมุมกับทิศทางความยาวของ แผ่นซ้อนไขว้นั้น, และแผ่นซ้อนไขว้นั้นแสดงแบบแพทเทิร์นของการเป็นแถบลายที่ยื่นตามยาวแบบ ขนานโดยทั่วไปต่าง ๆ ที่ถูกประกอบไว้โดยการแปรเปลี่ยนความหนาต่าง ๆ ในที่นั้น อันเป็นผลจาก การยืดที่อัตราส่วนการยืดที่กำหนดของแผ่นซ้อนไขว้นั้น ตามขวางกับทิศทางความยาว ซึ่งแบบแพท เทิร์นของการเป็นแถบลายต่าง ๆ จะประกอบด้วยซี่โครงลักษณะยาวต่าง ๆ ที่ยื่นไปในทิศทางความ ยาวดังกล่าว ซึ่งแต่ละซี่โครงนั้นถูกกำหนดโดยส่วนหลักไว้ระหว่าง ผิวหน้าที่โดยทั่วไปเป็นลักษณะ เว้า และที่โดยทั่วไปเป็นลักษณะนูนต่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์แบบทับกันตามขวางของทิศทางตามยาวดัง กล่าวบนหน้าตรงข้ามต่าง ๆ ของแผ่นซ้อนไขว้ดังกล่าว, รัศมีความโค้งของผิวหน้าเว้าดังกล่าวโดย ทั่วไปจะมากกว่าเมื่อเทียบกับรัศมีความโค้งของผิวหน้านูน ซึ่งซี่โครงต่าง ๆ มีความหนาสูงสุดที่มาก กว่าความหนาเฉลี่ยของแผ่นซ้อนนั้น, และแต่ละซี่โครงนั้นโดยรวม มีด้านตัดขวางตามขวางโดยทั่ว ไปเป็นรูป-U ที่ตื้น, และวัสดุแผ่นซ้อนนั้น ในหรือประชิดกับขอบเขตด้านข้างต่าง ๆ ของซี่โครง ต่าง ๆ ในสภาวะที่ปราศจากแรงดึงของวัสดุนั้น จะมีลักษณะโค้งกลับด้านโดยทั่วไป เมื่อเทียบกับ ความโค้งซี่โครงนั้น เพื่อทำให้วัสดุที่อยู่ระหว่างคู่ต่าง ๆ ที่ประชิดกันของซี่โครงต่าง ๆ มีสภาวะที่ถูก ทำให้แบนราบโดยทั่วไป
2. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งแบบแพทเทิร์นของแถบลายดังกล่าวประกอบขึ้น โดยซี่โครงที่มีลักษณะยาวดังกล่าว จะเป็นแบบแพทเทิร์นที่สม่ำเสมอโดยทั่วไป เหนือบริเวณทั้งหมด โดยส่วนหลักของแผ่นซ้อนไขว้ดังกล่าว
3. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งผิวหน้านูนต่าง ๆ ของซี่โครงต่าง ๆ สลับกันเป็น ชุดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งของแผ่นซ้อนไขว้นั้น
4. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งด้านนูนต่าง ๆ ของซี่โครงต่าง ๆ นั้น อยู่บนด้าน เดียวกันของแผ่นซ้อนไขว้นั้น
5. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งการแยกโดยเฉลี่ยระหว่างซี่โครงต่าง ๆ ของคู่ที่อยู่ ประชิดกันต่าง ๆ ของซี่โครงต่าง ๆ เป็นระหว่าง 1 และ 10 มม., เมื่อวัดจากยอดถึงยอด และใช้เป็นค่า เฉลี่ย
6. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 2 ซึ่งความหนาเฉลี่ยของวัสดุที่ถูกทำให้แบนราบโดย ทั่วไประหว่างขอบเขตซี่โครงด้านข้างต่าง ๆ, ซึ่งขอบเขตถูกกำหนดเป็นโลตัส (locus) ซึ่งความหนา ของซี่โครงนั้นจะเท่ากับความหนาเฉลี่ย เหนือบริเวณเฉพาะที่บริเวณหนึ่ง รวมถึงซี่โครงที่อยู่ข้างเคียง ต่าง ๆ หลายซี่โครง และวัสดุที่ถูกทำให้แบนราบโดยทั่วไปที่อยู่ระหว่างนั้น, เป็นอย่างน้อย 15% และ ที่เหมาะสมแล้วอย่างน้อย 30% น้อยกว่าความหนาสูงสุดของซี่โครงนั้น
7. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งด้านตัดขวางรูป-U ของแต่ละซี่โครงดังกล่าว มี ฐานเป็นลักษณะโค้งแบบที่ผ่านเข้าใหม่ (reentrantly) โดยทั่วไป ระหว่างด้านข้างที่ถูกเว้นระยะห่าง จากกัน และระนาบต่าง ๆ ที่ถูกเขียนไว้แบบเส้นสัมผัสวงกับ ส่วนตัด้านข้างดังกล่าว เพื่อกำหนดโดย ทั่วไปไว้ระหว่างมุมรวมประมาณ 10 ถึง 90 องศา
8. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งซี่โครงรูป -U ที่ยื่นตามยาวต่าง ๆ ถูกขัดจังหวะ เฉพาะที่โดยแบบแพทเทิร์นหนึ่งของเส้นแยกตามขวางที่ถูกแยกตามยาวต่าง ๆ ซึ่งความหนาที่เพิ่มขึ้น และรูปด้านรูป-U ของซี่โครงต่าง ๆ ถูกแยกออกโดยส่วนหลัก เพื่อเสริมความสามารถงอได้ของแผ่น ซ้อนไขว้นั้นรอบเส้นขวางต่างๆ
9. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งแต่ละฟิล์มอย่างน้อยสองฟิล์มดังกล่าว มีสามชั้นที่ ประกอบด้วย หนึ่งชั้นหลักเพื่อความแข็งแรงอยู่ตรงกลางและชั้นรอง (minor) ต่าง ๆ ที่อยู่ที่ผิวหน้า ตรงข้ามต่าง ๆ ของมันเพื่ออำนวยให้มีการเชื่อมระหว่างฟิล์มต่าง ๆ และให้คุณสมบัติผนึกความร้อน ต่าง ๆ แก่ที่นั้น และชั้นหลักของฟิล์มต่าง ๆ ดังกล่าวประกอบด้วย 10-30% พอลิเอธิลีน ความหนา แน่นต่ำซึ่งโดยส่วนหลักแล้วเป็น พอลิเอธิลีน ความหนาแน่นต่ำเชิงเส้น, และส่วนที่เหลือเป็น พอลิเอธิลีนน้ำหนักโมเลกุลสูง, พอลิพรอพิลีนน้ำหนักโมเลกุลสูงหรือการรวมเข้าด้วยกันของทั้งสอง ชนิด
10. แผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งยังมีความโค้งที่เป็นคลื่น หรือสลับฟันปลาโดย รวมเมื่อถูกมองในด้านตัดตามขวาง
11. ในกระบวนการหนึ่งของการผลิต ผืนใยที่มีลักษณะยาวที่ต่อเนื่องของแผ่นซ้อนไขว้ ที่ถูกสร้างแบบแพทเทิร์นเป็นซี่โครง จากอย่างน้อยหนึ่งผืนใยประกบไขว้, แต่ละผืนใยประกบไขว้ เช่นนั้นถูกสร้างขึ้นจากอย่างน้อยสองฟิล์มของ วัสดุพอลิเมอร์ชนิดเธอร์โมพลาสติคที่สามารถจัดทิศ ทางได้ ซึ่งฟิล์มต่าง ๆ แต่ละฟิล์ม ถูกจัดทิศทางแบบแกนเดี่ยว หรือสองแกนแบบไม่สมดุลย์ เพื่อให้แก่ สิ่งนั้นด้วยทิศทางหลักทิศทางหนึ่งของการจัดทิศทาง และอย่างน้อยหนึ่งในบรรดาฟิล์มเหล่านั้นแสดง มุมหนึ่งระหว่างทิศทางตามยาวของมัน และทิศทางหลักของมันของการจัดทิศทาง, และอย่างน้อยสอง ฟิล์มดังกล่าวถูกประกบไว้ด้วยกันในการจัดเรียงแบบสลับฟันปลาของทิศทางหลักต่าง ๆ ที่สัมพันธ์ กันของการจัดทิศทาง, ซึ่งผืนใยประกบไขว้ดังกล่าวถูกยืดในทิศทางที่ขวางกับความยาวของมัน โดย การผ่านตามยาวแบบเดียวกันระหว่างลูกกลิ้งที่เป็นร่องและอย่างน้อยสองฟิล์มดังกล่าวถูกซ้อนแผ่น เข้าด้วยกัน, การพัฒนาซึ่งการยืดตามขวางถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการสร้างผืนใยประกบไขว้ดังกล่าว ขณะที่อยู่ที่อุณหภูมิหนึ่งที่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของวัสดุเธอร์โมพลาสติคนั้น เข้าสู่รูปร่างด้านตัดขวาง ที่เป็นคลื่น; ระหว่างหรือหลังจากกระบวนการสร้างรูปที่เป็นคลื่นดังกล่าว, การทำให้เสถียรในส่วน ปลายที่มีรูปร่างโค้งของมันของคลื่นต่าง ๆ นั้น บนอย่างน้อยหนึ่งด้านของผืนใยประกบไขว้นั้น ; และ การยืดตามขวางของผืนใยประกบไขว้ที่ถูกทำให้เสถียรนั้นในบริเวณต่าง ๆ ระหว่างส่วนปลายที่ถูกทำ ให้เสถียรนั้น โดยการใช้ลูกกลิ้งที่เป็นร่อง, การยืดครั้งหลักนี้ถูกดัดแปลงเพื่อให้คงอยู่ในส่วนที่ถูกทำ ให้เสถียรคงตัวต่าง ๆ นั้นด้วยทั้งรูปร่างที่เป็นคลื่นดังกล่าว และอย่างน้อยหนึ่งความจำ ของรูปร่างที่ เป็นคลื่นดังกล่าว ; และหากส่วนที่ถูกทำให้เสถียรคงตัวต่าง ๆ ดังกล่าวคงไว้เฉพาะเพียงความจำหนึ่ง ของรูปร่างที่เป็นคลื่นดังกล่าว, ทำการบำบัดด้วยความร้อนต่อจากนั้นแก่ผืนใยประกบไขว้นั้น เพื่อให้ วัสดุในบริเวณเฉพาะที่ต่าง ๆ ระหว่างส่วนปลายที่ถูกทำให้เสถียรคงตัวนั้น หดตัวตามระนาบที่เป็น สมมติฐานระนาบหนึ่งที่วางอยู่กึ่งกลางโดยส่วนหลักระหว่างผิวหน้าต่าง ๆ ของผืนใยประกบไขว้นั้น ในทิศทางที่ตั้งฉากกับทิศทางของการเคลื่อนที่ของผืนใยนั้น, เพื่อให้ส่วนปลายที่ถูกทำให้เสถียรคงตัว นั้น ซึ่งคงไว้เฉพาะความจำดังกล่าวของรูปร่างที่เป็นคลื่นนั้น ถูกสร้างรูปร่างใหม่ อย่างน้อยในบาง ส่วน, ดังนั้นเป็นการสร้างผืนใยซ้อนไขว้ที่ถูกสร้างแบบแพทเทิร์นเป็นซี่โครงที่มีแบบแพทเทิร์นหนึ่ง ของซี่โครงที่ยืดออกตามยาว ที่มีด้านตัดขวางตามขวางที่ถูกสร้างรูปร่าง-U แบบตื้นโดยทั่วไป, ซี่โครง ต่าง ๆ ดังกล่าวมีความหนามากที่สุด ที่มากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับความหนาเฉลี่ยของแผ่น ซ้อนไขว้นั้นโดยรวม
12. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งการบำบัดความร้อนนั้นถูกกระทำขณะที่ให้ผืนใย นั้นได้รับแรงตึงตามขวางอย่างอ่อน
13. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งการบำบัดความร้อนนั้นถูกกระทำโดยการสร้าง ผืนใยประกบไขว้นั้นให้เป็นจีบ ที่มีขนาดตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และสัมผัสผืนใยที่เป็นจีบนั้นกับ ลูกกลิ้งเรียบที่ร้อน, เพื่อรีดจับต่าง ๆ ดังกล่าวออกโดยส่วนหลัก ขณะที่คงสิ่งประกบไขว้นั้นไว้ภายใต้ แรงตึงตามขวางที่ต่ำอย่างพอเพียงสำหรับส่วนปลายที่ถูกทำให้เสถียรคงตัวต่าง ๆ ได้รับการสร้างรูป ร่างใหม่ดังกล่าว
14. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งผืนใยประกบไขว้นั้น ถูกยึดตามยาวก่อนหรือตาม หลังโดยทันทีจากการสร้างรูปดังกล่าวของผืนใยนั้น ให้มีด้านตัดขวางที่เป็นคลื่นดังกล่าว และการทำ ให้เสถียรคงตัวของส่วนปลายต่าง ๆ ของผืนใยที่เป็นคลื่นนั้น
15. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งการทำให้เสถียรคงตัวของส่วนปลายต่าง ๆ นั้น ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการดำเนินการสร้างรูปของผืนใยแผ่นซ้อนไขว้นั้น ให้มีด้านตัดขวางที่เป็นคลื่น ดังกล่าวขณะที่แผ่นซ้อนไขว้นั้นอยู่ที่อุณหภูมิที่ใกล้กับจุดหลอมเหลวของวัสดุพอลิเมอร์ชนิดเธอร์ โมพลาสติคดังกล่าว
16. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งวัสดุพอลิเมอร์ชนิดเธอร์โมพลาสติคดังกล่าว ถูก ดัดแปลงเพื่อให้เกิดการครอสส์ลิงค์ ภายใต้การแผ่รังสี และการทำให้เสถียรคงตัวของส่วนปลายต่าง ๆ ถูกดำเนินให้เกิดขึ้นโดยการครอสส์ลิงค์วัสดุพอลิเมอร์ของผืนใยดังกล่าวภายใต้การแผ่รังสี
17. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งการสร้างผืนใยประกบไขว้ดังกล่าว ให้มีด้านตัด ขวางที่เป็นคลื่น และการทำให้เสถียรของส่วนปลายต่าง ๆ ของมัน ถูกดำเนินให้เกิดขึ้นในเวลาเดียว กัน โดยการผ่านสิ่งประกบไขว้นั้น ผ่านลูกกลิ้งที่เป็นร่องที่ทำงานโดยที่มีแรงกดอัด
18. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งผืนใยประกบไขว้ดังกล่าวจำนวนมาก, ซึ่งแต่ละ ผืนใยมีสองฟิล์มพอลิเมอร์ถูกจัดเรียงไว้กับทิศทางการจัดทิศทางของมันในความสัมพันธ์แบบสลับ ฟันปลา, ถูกซ้อนชั้นเข้าด้วยกันและถูกดำเนินกระบวนการในเวลาเดียวกัน และหลังจากการดำเนิน กระบวนการผืนใยประกบไขว้จำนวนมากนั้น ถูกแยกจากกันจากชั้นซ้อนนั้น
19. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 11 ซึ่งเพื่อเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อคงความจำในส่วนที่ถูก ทำให้เสถียรคงตัว, การยืดระหว่างลูกกลิ้งที่เป็นร่องต่าง ๆ ของผืนใยประกบไขว้นั้น จะถูกดำเนินการ ให้เกิดขึ้น โดยที่วัสดุในส่วนที่ถูกทำให้เสถียรคงตัวนั้น อยู่ใกล้กับอุณหภูมิห้อง, ที่เหมาะสมแล้ว ระหว่าง 15 ํ ถึง 40 ํซ.
20. กระบวนการตามข้อถือสิทธิ 13 ซึ่งระหว่างการบำบัดด้วยความร้อนดังกล่าว ผืนใย ประกบไขว้นั้นถูกปล่อยให้เกิดทั้งการหดตัวตามขวางโดยรวม และการหดตัวตามยาวโดยรวม
21. ในกระบวนการสำหรับยืดตามขวางของฟิล์มพอลิเมอร์หนึ่งฟิล์ม หรือฟิล์มพอลิเมอร์ หลายฟิล์ม ที่ถูกจัดเรียงไว้ในความสัมพันธ์แบบประกบ โดยการผ่านสิ่งนั้นไประหว่างลูกกลิ้งที่เป็น ร่องที่อยู่ตรงข้ามกัน ซึ่งแต่ละลูกกลิ้งมีแบบแพทเทิร์นของร่องเกลียวเฮลิกซ์วงกลม อยู่บริเวณรอบ นอกและยอดแหลมที่สลับขวางต่าง ๆ โดยยอดแหลมต่าง ๆ ของลูกกลิ้งหนึ่งจะสัมพันธ์แบบประสาน อยู่กับร่องต่าง ๆ ของลูกกลิ้งที่อยู่ตรงข้าม, และซึ่งฟิล์มหรือสิ่งประกบของฟิล์ม จะสัมผัสกับเฉพาะ หลายของยอดแหลมต่าง ๆ ของลูกกลิ้งที่เป็นร่องต่าง ๆ นั้น, ซึ่งเป็นการพัฒนาในการนำการไหลของ ตัวกลางทำความเย็นที่เป็นของไหล ผ่านหนีบของลูกกลิ้งที่เป็นร่อง บนอย่างน้อยหนึ่งด้านของฟิล์ม หรือสิ่งประกบฟิล์มนั้น ขณะที่สิ่งเดียวกันนั้นจะผ่านไประหว่างลูกกลิ้งที่เป็นร่องที่อยู่ตรงข้ามดัง กล่าว เพื่อที่จะขจัดความร้อนจากการยืด และคงฟิล์มนั้นไว้ที่อุณหภูมิที่ต้องการ ระหว่างการยืด
22. ถุงชนิดหนึ่งที่ทำขึ้นจากแผ่นซ้อนไขว้ตามข้อถือสิทธิ 1
23. ถุงที่ทำขึ้นตามกระบวนการของข้อถือสิทธิ II
Publications (2)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH15494A true TH15494A (th) | 1995-02-24 |
| TH9382B TH9382B (th) | 2000-01-27 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| KR100212163B1 (ko) | 적층필름 | |
| US4022596A (en) | Porous packing and separator medium | |
| US4152475A (en) | Corrugated molecularly oriented plastic strapping | |
| CA3032051C (en) | Enthalpy exchanger element, enthalpy exchanger comprising such elements and method for their production | |
| RU2336172C2 (ru) | Слоистые пластики из пленок, имеющие повышенную изгибную прочность во всех направлениях, и способы и установки для их производства | |
| RU2457945C2 (ru) | Способ и устройство для изготовления поперечно ориентированной пленки термопластичного полимерного материала и продукты, получаемые таким способом | |
| US4743486A (en) | Product and method of producing a plastics material mesh structure | |
| JP5805154B2 (ja) | 一方向に配向したポリマーテープの積層体を製造する方法 | |
| RU2004100845A (ru) | Ламинаты из пленок, способы и устройства для их изготовления | |
| JPH0470137B2 (th) | ||
| EP0645597A1 (en) | Textured ballistic article | |
| KR102455119B1 (ko) | 엔탈피 교환기 요소, 그러한 요소를 포함하는 엔탈피 교환기 및 이들을 제조하기 위한 방법 | |
| TH9382B (th) | ฟิล์มชนิดที่เป็นแผ่นซ้อนกัน | |
| CA1080419A (en) | Reticulated web structures | |
| JP2703504B2 (ja) | 流体処理用浸透フイルタの充填材およびその製造方法 | |
| KR20120104579A (ko) | 열수축에 의해 고정된 필라멘트와 필름을 가진 암형 루프부 | |
| EP0011371A1 (en) | Method and apparatus for opening fibrillated film networks | |
| CA1337110C (en) | Method and apparatus for making cross-laminated non-woven fabrics | |
| HK1017573B (en) | Laminated films | |
| CA1165678A (en) | Web supported membrane and process and apparatus therefor |