TH15452B - การควบคุมเหล็กในของเหลวที่ทำให้เกิดรอยแยกในบ่อ?ชนิดน้ำ - Google Patents

การควบคุมเหล็กในของเหลวที่ทำให้เกิดรอยแยกในบ่อ?ชนิดน้ำ

Info

Publication number
TH15452B
TH15452B TH9301002086A TH9301002086A TH15452B TH 15452 B TH15452 B TH 15452B TH 9301002086 A TH9301002086 A TH 9301002086A TH 9301002086 A TH9301002086 A TH 9301002086A TH 15452 B TH15452 B TH 15452B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
approximately
mixture
aqueous
reducing agent
liquid
Prior art date
Application number
TH9301002086A
Other languages
English (en)
Other versions
TH15933A (th
Inventor
จูเนียร์
แอล คิง นายคาเรน
แอล เลน นายเจมส์
อาร์ การ์ดเนอร์ นายทอมมี
เอ็ม เบรซินสกี้ นายไมเคิล
เอ็ม ฮาร์มส์ นายเวลดัน
Original Assignee
นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายดำเนิน การเด่น
นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
นายต่อพงศ์ โทณะวณิก
นายวิรัช ศรีเอนกราธา
ฮัลลิเบอร์ตัน คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายดำเนิน การเด่น, นายดำเนิน การเด่น นายต่อพงศ์ โทณะวณิก นายวิรัช ศรีเอนกราธา นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์, นายต่อพงศ์ โทณะวณิก, นายวิรัช ศรีเอนกราธา, ฮัลลิเบอร์ตัน คัมปะนี filed Critical นายจักรพรรดิ์ มงคลสิทธิ์
Publication of TH15933A publication Critical patent/TH15933A/th
Publication of TH15452B publication Critical patent/TH15452B/th

Links

Abstract

ได้เปิดเผยถึงวิธีและสารผสมเพื่อควบคุมเหล็ก ในของเหลวทำให้เกิดรอยแยก ในบ่อชนิดน้ำ ตามวิธีนั้น เฟอริคไอออนที่มีอยู่ในของเหลวที่ทำให้เกิดรอยแยกนั้นจะถูกป้องกัน ไม่ให้เกิดตะกอนหรือปฏิกิริยาที่มีข้อเสียเปรียบอย่างอื่น โดยการเติมไธโอแอลคิลแอซิด หรืออนุพันธ์ของสารนั้นลงในของเหลวทำให้เกิดรอยแยก ไธโอแอลคิลแอซิด หรือนุพันธ์ จะรีดิวซ์เฟอริคไอออนเป็นเฟอรัสไอออน ซึ่งมีอยู่ในสารละลายที่พีเอชต่ำกว่าประมาณ 7.5

Claims (18)

1. วิธีควบคุมเหล็กในของเหลวทำให้เกิดรอยแยกชนิดน้ำ ซึ่งประกอบรวมด้วยของเหลวอย่าง น้อยหนึ่งชนิดที่เลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยสารละลายในน้ำที่ถูกทำให้เป็นเจล, สารละลายพอลิเมอร์ ที่ถูกทำให้เป็นเจลที่เกิดเชื่อมขวาง, อิมัลชันและโฟมที่ประกอบด้วย สารละลายพอลิเมอร์ในน้ำที่ถูก ทำให้เป็นเจลดังกล่าวและอิมัลชันและโฟมที่ประกอบด้วยสารละลายพอลิเมอร์ในน้ำที่ถูกทำให้เป็น เจลที่เกิดเชื่อมขวาง, ที่มีพีเอชต่ำกว่าประมาณ 7.5 และที่ประกอบด้วยเฟอริคไอออนในสารละลายที่ ประกอบรวมด้วยการเติมสารรีดิวซ์เฟอริคไอออนลงในของเหลวทำให้เกิดรอยแยกดังกล่าวใน ปริมาณที่เพียงพอเพื่อการรีดิวซ์เฟอริคไอออนที่มีอยู่ในนั้นให้เป็นเฟอรัสไอออนซึ่งสารรีดิวซ์เฟอริค ไอออนดังกล่าว คือ สารประกอบของสูตรทั่วไป : (สูตรเคมี) ซึ่ง : n คือเลขจำนวนเต็มอยู่ในช่วงจาก 1 ถึง 10; Z เลือกจาก R และ M; R คือ ไฮโดรเจน, -(CH2)xCH3-, -CH2COOH หรือ -(CH2)xC6H5 ซึ่ง x คือเลขจำนวนเต็มอยู่ใน ช่วงจาก 0 ถึง 6; M คือโซเดียม, โพแทสเซียม, แอมโมเนียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม, หรือ H3N+OH; และ d คือ 1 เมื่อ Z คือ R, หรือ d คือ 1 หรือ 2 เมื่อ Z คือ M ขึ้นอยู่กับเวเลนซ์ของ M
2. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งเติมสารรีดิวซ์เฟอริคไอออนดังกล่าวลงในของเหลวทำให้เกิด รอยแยกชนิดน้ำดังกล่าวในปริมาณอยู่ในช่วงจากประมาณ 0.01 % ถึงประมาณ 8 % โดยปริมาตรของ ของเหลวทำให้เกิดรอยแยกดังกล่าว
3. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่ง n คือ 1, d คือ 1 และ Z คือ R
4. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารรีดิวซ์เฟอริคไอออน คือไธโอไกลคอลิค แอซิด
5. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งของเหลวทำให้เกิดรอยแยกชนิดน้ำดังกล่าวคือ สารละลาย โพลิเมอร์ในน้ำที่ถูกทำให้เป็นเจล ซึ่งประกอบด้วยโพลิเมอร์ในปริมาณในช่วงจากประมาณ 0.1 ถึง ประมาณ 2 % โดยน้ำหนักของสารละลายดังกล่าว
6. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งต่อไปนี้ประกอบรวมด้วยการเติมสารบัฟเฟอร์ลงในของเหลวทำ ให้เกิดรอยแยกดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอต่อการรักษาพีเอชของของเหลวทำให้เกิดรอยแยกดัง กล่าวในช่วงจากประมาณ 1 ถึงประมาณ 5
7. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ซึ่งสารบัฟเฟอร์ดังกล่าวเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย คาร์บอนไดออกไซด์ , กรดอินทรีย์, เกลือกรดและกรดอนินทรีย์
8. วิธีตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารบัฟเฟอร์ดังกล่าวคือ ฟอร์มิค แอซิด
9. สารผสมที่มีพีเอชต่ำกว่าประมาณ 7.5 เพื่อทำให้เกิดรอยแยกเพื่อการก่อรูปใต้ดิน ซึ่งเฟอริค ไอออนที่มีอยู่ในสารผสมดังกล่าวจะถูกป้องกันจากปฏิกิริยาเพื่อเกิดเป็นตะกอนหรือทำให้เกิดผลไม่ พึงประสงค์อย่างอื่น ซึ่งประกอบรวมด้วย สารละลายในน้ำที่ประกอบรวมด้วยของเหลวอย่างน้อย 1 ชนิด ที่เลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย สารละลายพอลิเมอร์ในน้ำที่ถูกทำให้เป็นเจลและสารละลายพอลิเมอร์ในน้ำที่ถูกทำให้เป็นเจลที่เกิด เชื่อมขวาง; และ สารรีดิวซ์ เฟอริคไอออนที่มีอยู่ในสารละลายดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอต่องการรีดิวซ์ เฟอริคไอออนดังกล่าวเป็นเฟอรัสไอออน, ซึ่งสารรีดิวซ์เฟอริคไอออนดังกล่าวคือ สารประกอบของ สูตรทั่วไป : (สูตรเคมี) ซึ่ง : n คือ เลขจำนวนเต็มอยู่ในช่วงจาก 1 ถึง 10 Z เลือกจาก R และ M; R คือ ไฮโดรเจน, -(CH2)xCH3-, -CH2COOH หรือ -(CH2)xC6H5 ซึ่ง x คือเลขจำนวนเต็มอยู่ใน ช่วงจาก 0 ถึง 6 M คือโซเดียม, โพแทสเซียม, แอมโมเนียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม, หรือ H3N+OH และ d คือ 1 เมื่อ Z คือ R, หรือ d คือ 1 หรือ 2 เมื่อ Z คือ M โดยขึ้นอยู่กับเวเลนซ์ของ M
10. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่งสารรีดิวซ์เฟอริคไอออนดังกล่าวมีอยู่ในสารผสมดัง กล่าวในปริมาณในช่วงจากประมาณ0.01% ถึงประมาณ 8 % โดยปริมาตรของสารละลายในน้ำดัง กล่าว
11. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่ง n คือ 1, d คือ 1 แล Z คือ R
12. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่งสารรีดิวซ์เฟอริคไอออนดังกล่าวคือ ไธโอไกลคอลิค แอซิด
13. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 9 ซึ่งต่อไปนี้ประกอบรวมด้วยสารบัฟเฟอร์ที่มีอยู่ในสารผสม ดังกล่าว ในปริมาณที่เพียงพอเพื่อรักษาพีเอชของสารผสมดังกล่าวในช่วงจากประมาณ 1 ถึง ประมาณ 5
14. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 13 ซึ่งต่สารบัฟเฟอร์ดังกล่าวเลือกจากกรดอินทรีย์, เกลือกรด และกรดอนินทรีย์
15. สารผสมที่มีพีเอชในช่วงจากประมาณ 1 ถึงประมาณ 5 เพื่อให้เกิดรอยแยกการก่อรูปใต้ ดิน ซึ่งเฟอริคไอออนที่มีอยู่ในสารผสมดังกล่าว จะถูกป้องกันจากปฏิกิริยาเพื่อเกิดเป็นตะกอน หรือ ผลิตผลที่ไม่พึงประสงค์ชนิดอื่นที่ประกอบรวมด้วย : สารละลายโพลิเมอร์ในน้ำ ; ไธโอไกลคอลิคแอซิดที่มีอยู่ในสารละลายดังกล่าวในปริมาณอยู่ในช่วงจากประมาณ 0.1 % ถึงประมาณ 8 % โดยปริมาตรของสารละลายโพลิเมอร์ในน้ำดังกล่าวและ สารบัฟเฟอร์กรดอินทรีย์ที่มีอยู่ในสารละลายดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอเพื่อรักษาพีเอชของ สารละลายดังกล่าวอยู่ในช่วงจากประมาณ 1 ถึงประมาณ 5
16. สารผสมตามข้อถือสิทธข้อ 15 ซึ่งสารบัฟเฟอร์ดังกล่าวเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วย แอซิทิคแอซิด และฟอร์มิค แอซิด
17. สารผสมตามข้อถือสิทธข้อ 16 ซึ่งโพลิเมอร์ดังกล่าวเลือกจากหมู่ที่ประกอบด้วยยางกัว และอนุพันธ์กัว , อนุพันธ์เซลลูโลสและโพลิเมอร์สังเคราะห์
18. สารผสมตามข้อถือสิทธข้อ 14, ซึ่งโพลิเมอร์ดังกล่าวเกิดการเชื่อมขวางกับสารประกอบ โลหะที่มีเวเลนท์หลายค่า
TH9301002086A 1993-11-17 การควบคุมเหล็กในของเหลวที่ทำให้เกิดรอยแยกในบ่อ?ชนิดน้ำ TH15452B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH15933A TH15933A (th) 1995-05-26
TH15452B true TH15452B (th) 2003-10-02

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US3889753A (en) Buffer regulated mud acid
US5146986A (en) Methods of reducing the water permeability of water and oil producing subterranean formations
EP0197684B1 (en) Reduction of water permeability of subterranean formation
US3483925A (en) Squeeze treatment of producing oil wells
EP0224346B1 (en) Scale removal treatment in subterranean formations
US4574050A (en) Method for preventing the precipitation of ferric compounds during the acid treatment of wells
US5219476A (en) Gellable aqueous composition and its use in enhanced petroleum recovery
US4524829A (en) Method of altering the permeability of a subterranean formation
EP0566028B1 (en) Gelable compositions of water soluble polymers
US4248304A (en) Large scale production of inexpensive flooding polymers for tertiary oil recovery
US3681240A (en) Retarded acid emulsion
EP0165787A2 (en) Method and composition for acidizing subterranean formations
CN1045148A (zh) 改变地下地层的渗透率
US3625888A (en) Oxygen scavenger system
US4636572A (en) Permeability contrast correction employing propionate-sequestered chromium(III) prepared by nitrite/dichromate redox
EP0213095A2 (en) Peroxygen breaker systems for well completion fluids
US3353603A (en) Treatment of wells
GB2107759A (en) Hydrocarbon base treating fluids for stabilizing water-sensitive clay-containing formations
US4728446A (en) Corrosion inhibitor for brines
EP0120592A3 (en) Method of stabilising fines in structures such as subterranean formations
US3832302A (en) Methods for inhibiting scale formation
US3866684A (en) Methods for selective plugging
US5789350A (en) Compositions and processes for treating hydrocarbon-bearing formations
US4481316A (en) Method for inhibiting the degradation of an aqueous solution of an acrylamide polymer in a petroleum recovery process
US5392859A (en) Acid stimulation process for production from subterranean formations