TH14301Y - เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว - Google Patents

เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว

Info

Publication number
TH14301Y
TH14301Y TH1603001989U TH1603001989U TH14301Y TH 14301 Y TH14301 Y TH 14301Y TH 1603001989 U TH1603001989 U TH 1603001989U TH 1603001989 U TH1603001989 U TH 1603001989U TH 14301 Y TH14301 Y TH 14301Y
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
polypropylene
fibers
groups
additives
composites
Prior art date
Application number
TH1603001989U
Other languages
English (en)
Other versions
TH14301U (th
Inventor
อินทะสันตา นายวรล
Original Assignee
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Filing date
Publication date
Application filed by สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ filed Critical สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Publication of TH14301Y publication Critical patent/TH14301Y/th
Publication of TH14301U publication Critical patent/TH14301U/th

Links

Abstract

------30/03/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิล ลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง เช่น สารต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านรังสียูวี เพื่อให้เส้นใยมี คุณสมบัติพิเศษตามต้องการ เส้นใยตามการประดิษฐมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่ดีกว่าเส้นใยทั่วไป ที่มีหน้าตัดเดียว โดยเส้นตามการประดิษฐ์นี้ผลิตมาจากกระบวนการผลิตที่ได้ทำการพัฒนาปรับปรุง จนทำ ให้ได้เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ที่มีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นกว่างานเดิมที่เคย ปรากฏ โดยกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวจะประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1. ขั้นตอนการเตรียมพอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ และ 3.ขั้นตอนการดึงเส้นใย (Texturization) ซึ่งเมื่อเส้นใย ผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ผ่านขั้นตอนที่ 3นี้แล้ว เต้นใยจะเกิดการโค้งงอและบิดตัว ส่งผลให้เกิด ความนุ่มฟูที่ดีกว่าเส้นใยพอลิโพรพิลลีนเปล่า และมีประโยชน์ในการทอและถักผ้าที่ต้องการความนุ่มฟูและ แข็งแรง ------------ ------08/12/2560------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 1 หน้า บทสรุปการประดิษฐ์ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิล ลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง เช่น สารต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านรังสียูวี เพื่อให้เส้นใยมี คุณสมบิติพิเศษตามต้องการ เส้นไยตามการประดิษฐมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่ดีกว่าเส้นใยทั่วไป ที่มีหน้าตัดเดียว โดยเส้นตามการประดิษฐ์นี้ผลิตมาจากกระบวนการผลิตที่ได้ทำการพัฒนาปรับปรุง จนทำ ให้ได้เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ที่มีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นกว่างานเดิมที่เคย ปรากฏ โดยกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวจะประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1. ขั้นตอนการเตรียมพอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ และ 3.ขั้นตอนการดึงเส้นใย (Texturization) ซึ่งเมื่อเส้นใย ผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ผ่านขั้นตอนที่ 3นี่แล้ว เส้นใยจะเกิดการโค้งงอและบิดตัว ส่งผลไห้เกิด ความนุ่มฟูที่ดีกว่าเส้นใยพอลิโพรพิลลีนเปล่า และมีประโยชน์ในการทอและสักผ้าที่ต้องการความนุ่มฟูและ แข็งแรง ------------ การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิล ลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง เช่น สารต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านรังสียูวี เพื่อให้เส้นใยมี คุณสมบัติพิเศษตามต้องการ เส้นใยตามการประดิษฐมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่ดีกว่าเส้นใยทั่วไป ที่มีหน้าตัดเดียว โดยเส้นตามการประดิษฐ์นี้ผลิตมาจากกระบวนการผลิตที่ได้ทำการพัฒนาปรับปรุง จนทำ ให้ได้เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ที่มีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นกว่างานเดิมที่เคย ปรากฎ โดยกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าวจะประกอบด้วยขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1.ขั้นตอนการเตรียมพอลิ โพรพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง 2. ขั้นตอนการขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์ไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ และ 3.ขั้นตอนการดึงเส้นใย (Texturization) ซึ่งเมื่อเส้นใย ผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ผ่านขั้นตอนที่ 3 นี้แล้ว เส้นใยจะเกิดการโค้งงอและบิดตัว ส่งผลให้เกิด ความนุ่มฟูที่ดีกว่าเส้นใยพอลิโพรพิลลีนเปล่า และมีประโยชน์ในการทอและถักผ้าที่ต้องการความนุ่มฟูและ แข็งแรง

Claims (7)

------30/03/2561------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตามขวาง ของเส้นใยเป็นแบบสองหน้าซึ่งมีส่วนประกอบของเส้นใยแต่ละหน้าเป็น พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพร พิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพรพิลลีนปริมาณ 70-99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร กับ สารเติมแต่งปริมาณ 0.1-30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร 2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีนดังกล่าว เลือกได้จาก พอลิโพรพิลลีน; หรือ พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิ เมอร์กับโอลีนฟินมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับไวนิลมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอ เมอร์โคพอลิเมอร์กับอิมิดาโซลมอนอเมอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิอีเทอร์, พอลิโพรพิลลีน โคพอลิเมอร์กับพอลิเอสเตอร์ หรือพอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอไมด์; หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย พอลิโพรพิลลีนที่ประกอบด้วย หมู่ไฮดรอกซิล, หมู่อะครีลิก, หมู่คาร์บอกซิลิก, หมู่เอมีน, หมู่เอมายด์, หมู่อีเทอร์, หมู่คีโตน, หมู่เอ สเตอร์, หมู่ไซยานายด์, หมู่เอไซด์, หมู่เบนซิมิดาโซน หรือหมู่อิมมิดาโซน 3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลีนผสมกับสารเติมแต่ง ที่เลือกได้จาก สารฟังก์ชันนัลพอลิ เมอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิงก์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิลเวอร์ หรือ อนุภาค สารประกอบของเมทัลออกไซด์ หรือ ซิลิกา หรือ เคลย์ หรือ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน หรือ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรือ สารเพิ่มสี หรือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังลียูวี 4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-3ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin) 5. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอ สิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลีนกับสารเติม แต่ง) หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า นำพอลิโพรพิลลีนปริมาณ70ถึง99.9เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และสารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิโพรพิลลี นคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนด อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของสกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกตัดเป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้น รูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) เลือกนำ สารพอลิโพพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ใน นั้นตอน ก) และ/หรือ สารพอลิโพรพิลลีน ใส่ลงในเครื่องฉีดเส้นใยสองหน้าตัด (Bicomponent Spinning) แบบไซด์บายไซด์ (side by side) ที่มีหัวฉีดเดียวแต่มีสองรูสำหรับสองหน้าตัด รูที่หนึ่งใส่ พอลิโพรพิลลีน และรูที่สองใส่พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจากขั้นตอน ก โดยกำหนดอุณหภูมิของ เครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุนของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบ ต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็นของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่านหัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัด ตรงยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อ ม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 4 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันคือ 1200,1300,1600 และ 2500 เมตรต่อนาที ตามลำดับ ค. การดึงเส้นใยให้เกิดการงอ (texturization) นำเส้นใยลองหน้าตัด (bicomponent fiber) จากขั้นตอน ข มาผ่านกระบวนการตกแต่ง เส้นใยด้วยเครื่องดึง (Fiber drawing machine) ที่อัตราความเร็ว 20 เมตรต่อนาที จากนั้นผ่านความ ร้อนด้วยเครื่องอบที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เส้นใยจะเกิดรอยหงิกงอเป็นเกลียว (texturized) แล้วทำการม้วนเส้นใยเก็บเข้าหลอดด้วยเครื่องม้วน (fiber winding machine) ด้วยอัตราความเร็ว 70 เมตรต่อนาที ------------ ------08/12/2560------(OCR) หน้า 1 ของจำนวน 2 หน้า ข้อถือสิทธิ 1. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตามขวาง ของเส้นใยเป็นแบบสองหน้าซึ่งมีส่วนประกอบของเส้นใยแต่ละหน้าเป็น พอลิโพรพิลลีน หรอ พอลิโพร พิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพรพิลลีนปริมาณ 70-99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร กับ สารเติมแต่งปริมาณ 0.1-30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร 2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีนดังกล่าว เลือกได้จาก พอลิโพรพิลลีน; หรือ พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์ ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิ เมอร์กับโอลีนฟินมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอเมอร์โคพอลิเมอร์กับไวนิลมอนอเมอร์, โพรพิลลีนมอนอ เมอร์โคพอลิเมอร์กับอิมิดาโซลมอนอเมอร์, พอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิอีเทอร์, พอลิโพรพิลลีน โคพอลิเมอร์กับพอลิเอสเตอร์ หรือพอลิโพรพิลลีนโคพอลิเมอร์กับพอลิเอไมด์; หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน ที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย พอลิโพรพิลลีนที่ประกอบด้วย หมู่ไฮดรอกชิล, หมู่อะคริลิก, หมู่คาร์บอกซิลิก, หมู่เอมีน, หมู่เอมายด์, หมู่อีเทอร์, หมู่คีโตน, หมู่เอ สเตอร์, หมู่ไซยานายด์, หมู่เอไซด์, หมู่เบนซิมิดาโชน หรือหมู่อิมมิดาโซน 3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลีนผสมกับสารเติมแต่ง ที่เลือกได้จาก สารฟังก์ชันนัลพอลิ เมอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิงก์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิลเวอร์ หรือ อนุภาค สารประกอบของเมทัลออกไซด์ หรอ ซิลิกา หรอ เคลย์ หรอ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน หรือ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรอ สารเพิ่มสี หรือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรอ สารต้านรังสียูวี 4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทตามข้อถือสิทธิที่ 1-4ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin) 5. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลสีนคอมพอ สิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอสิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอสิโพรพิลสินกับสารเติม แต่ง) หน้า 2 ของจำนวน 2 หน้า นำพอลิโพรพิลลีนปรมาณ70ถึง99.9เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และสารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยนาหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิโพรพิลลี นคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนด อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของสกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกตัดเป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้น รูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) เลือกนำ สารพอลิโพพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ใน ขั้นตอน ก) และ/หรือ สารพอลิโพรพิลลีน (ตามที่ให้คำนิยามไว้) ใส่ลงในเครื่องฉีดเส้นใยสองหน้าตัด (Bicomponent Spinning) แบบไซด์บายไซด์ (side by side) ที่มีหัวฉีดเดียวแต่มีสองรูสำหรับสอง หน้าตัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน และรูที่สองใส่พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจากขั้นตอน ก โดย กำหนดอุณหภูมิของเครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุนของสกรู (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็นของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่าน หัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัด (ตัวอย่างหน้าตัดตังรูปที่ 1) ตรงยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 4 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันคือ 1200,1300,1600 และ 2500 เมตรต่อนาที ตามลำดับ ค. การดึงเส้นใยให้เกิดการงอ (texturization) นำเส้นใยสองหน้าตัด (bicomponent fiber) จากขั้นตอน ข มาผ่านกระบวนการตกแต่ง เส้นใยด้วยเครื่องดึง (Fiber drawing machine) ที่อัตราความเร็ว 20 เมตรต่อนาที จากนั้นผ่านความ ร้อนด้วยเครื่องอบที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เส้นใยจะเกิดรอยหงิกงอเป็นเกลียว (texturized) แล้วทำการม้วนเส้นใยเก็บเข้าหลอดด้วยเครื่องม้วน (fiber winding machine) ด้วยอัตราความเร็ว 70 เมตรต่อนาที ------------
1. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ที่ซึ่ง เส้นใยมีหน้าตัดตามขวาง ของเส้นใยเป็นแบบสองหน้าซึ่งมีส่วนประกอบของเส้นใยแต่ละหน้าเป็น พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพ รพิลลีนคอมพอสิท ที่มีสัดส่วนของสารพอลิโพรพิลลีนปริมาณ 70-99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร กับ สารเติมแต่งปริมาณ 0.1-30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร
2. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 ที่ซึ่ง พอลิ โพรพิลีน คือ พอลิโพรพิลลีน หรือ พอลิโพรพิลีนโคพอลิเมอร์ หรือ อนุพันธ์ของพอลิโพรพิลลีน
3. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1 หรือ 2 ที่ซึ่ง พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท คือ พอลิโพรพิลลีนผสมกับสารเติมแต่ง
4. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 3 ที่ซึ่ง สารเติมแต่ง คือ สารฟังก์ชันนัลพอลิเมอร์ หรือ อนุภาคสารประกอบของซิงก์/ซิลเวอร์/เมทัลออกไซด์/ซิ ลิกา หรือ เคลย์ หรือ อนุภาคคาร์บอน หรือ ท่อคาร์บอนนาโน) หรือ สารปรับปรุงแรงตึงผิว หรือ สาร เพิ่มสี หรือ สารต้านเชื้อแบคทีเรีย หรือ สารต้านรังสียูวี
5. เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-4 ข้อใดข้อ หนึ่ง ที่ซึ่ง ผลิตขึ้นรูปจากกระบวนการหลอม (melt spin)
6. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอ สิท ตามข้อถือสิทธิที่ 1-5 ข้อใดข้อหนึ่ง ประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้ ก. การเตรียมพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิท (ที่มีส่วนผสมของสารพอลิโพรพิลลีนกับสารเติม แต่ง) นำพอลิโพรพิลลีน ปริมาณ 70 ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร และ สารเติมแต่ง ปริมาณ 0.1 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักสาร ผสมให้เข้ากันด้วยเครื่องผสมสาร จนได้พอลิโพรพิลลี นคอมพอสิทที่เข้ากันดี จากนั้นนำเข้าเครื่องผสมเม็ดพลาสติก (Twin Screw Extruder) ที่กำหนด อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 200-260 องศาเซลเซียส และมีอัตราการหมุนของสกรู (Screw Speed) เท่ากับ 200-250 รอบต่อนาที พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทที่ได้จะถูกตัดเป็นเม็ดเพื่อนำไปใช้ในขั้นตอนการขึ้น รูปเส้นใยต่อไป ข. การขึ้นรูปเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) เลือกนำ สารพอลิโพพิลลีนคอมพอสิทที่มีส่วนผสมของสารเติมแต่ง (ที่เตรียมไว้ใน ขั้นตอน ก) และ/หรือ สารพอลิโพรพิลลีน (ตามที่ให้คำนิยามไว้) ใส่ลงในเครื่องฉีดเส้นใยสองหน้าตัด (Bicomponent spinning) แบบไซด์บายไซด์ (side by side) ที่มีหัวฉีดเดียวแต่มีสองรูสำหรับสอง หน้าตัด รูที่หนึ่งใส่พอลิโพรพิลลีน และรูที่สองใส่พอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทจากขั้นตอน ก โดย กำหนดอุณหภูมิของเครื่องอยู่ระหว่าง 200-240 องศาเซลเซียส และอัตราการหมุนของสกูร (Screw) เท่ากับ 10-20 รอบต่อนาที สารแต่ละส่วนจะถูกหลอมโดยสกรูกลายเป็นของเหลว จากนั้นจะฉีดผ่าน หัวดาย (Spinneret) ได้เส้นใยออกมาซึ่งมีลักษณะสองหน้าตัด (ตัวอย่างหน้าตัดดังรูปที่ 1 ) ตรงยาว ไม่งอ แล้วทำการดึงยืด (Draw) เพื่อม้วนเก็บ โดยลูกกลิ้ง 4 ชุด ด้วยอัตราเร็วที่แตกต่างกันคือ 1200,1300,1600 และ 2500 เมตรต่อนาที ตามลำดับ ค. การดึงเส้นใยให้เกิดการงอ (texturization) นำเส้นใยสองหน้าตัด (bicomponent fiber) จากขั้นตอน ข มาผ่านกระบวนการตกแต่ง เส้นใยด้วยเครื่องดึง (fiber drawing machine) ที่อัตราความเร็ว 20 เมตรต่อนาที จากนั้นผ่านความ ร้อนด้วยเครื่องอบที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เส้นใยจะเกิดรอยหงิกงอเป็นเกลียว (texturized) แล้วทำการม้วนเส้นใยเก็บเข้าหลอดด้วยเครื่องม้วน (fiber winding machine) ด้วยอัตราความเร็ว 70 เมตรต่อนาที จะได้เส้นใยที่มีลักษณะหยิกงอ (spiral) และนุ่มฟู ซึ่งสามารถนำไปใช้ในงานสิ่งทอ ต่อไป
7. กระบวนการผลิตเส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอ สิท ตามข้อถือสิทธิที่ 6 ที่ซึ่ง เส้นใยผสมสังเคราะห์ที่ผ่านกระบวนการดึงยืด (texturization) จะเกิด ลักษณะที่นุ่มฟู
TH1603001989U 2016-09-30 เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว TH14301U (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH14301Y true TH14301Y (th) 2018-08-31
TH14301U TH14301U (th) 2018-08-31

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
CN103590139B (zh) 一种强力三维卷曲记忆纤维及其制造方法
AU2014285730B2 (en) Method for producing a synthetic yarn with high moisture regain and yarn obtained
CN105177739A (zh) 一种双组份圆中空十字异形高吸湿复合纤维及其生产方法
CN101230498B (zh) 一种三维卷曲纤维
CN104141177A (zh) 抗静电毛条及其制造方法
TW201546341A (zh) 聚酯黏合纖維
CN101798714B (zh) 双组分复合纤维及其制备方法
JPWO2018012539A1 (ja) 三次元造型法及びそれに用いる造型材料
JP5168467B2 (ja) ポリアセタールを含む分割型複合繊維、これを用いた繊維成形体および製品
US8753741B2 (en) Poly(trimethylene arylate) fibers, process for preparing, and fabric prepared therefrom
TH14301U (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบไซด์บายไซด์ (side by side) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว
JP2015140487A (ja) 芯鞘型複合繊維およびその製造方法
CN105821550A (zh) 一种色纱空气包覆丝的生产工艺
US20120009418A1 (en) Poly(trimethylene arylate) fibers, process for preparing, and fabric prepared therefrom
JP5819735B2 (ja) 冷感に優れた混繊糸
JPWO2007083510A1 (ja) テーパー状マルチフィラメント糸条およびその製造方法
CN104105823B (zh) 包含聚(芳族二羧酸1,3-丙二醇酯)长丝的织物
CN114318586A (zh) 复合纤维材料、制备方法以及针刺非织造布
CN114103188B (zh) 一种多功能扁平丝的制备方法
JP7851837B2 (ja) 導電性複合繊維
TH14796U (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว
TH14796Y (th) เส้นใยผสมสังเคราะห์แบบแยกส่วน (segment pie) จากพอลิโพรพิลลีนคอมพอสิทและกระบวนการผลิตเส้นใยดังกล่าว
CN1200775A (zh) 高支长丝细聚酯纱的制造
US20140234623A1 (en) Poly(trimethylene arylate) fibers, process for preparing, and fabric prepared therefrom
KR102122101B1 (ko) 신축성이 우수한 잠재권축사 및 이의 제조방법