TH11976B - ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสง - Google Patents

ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสง

Info

Publication number
TH11976B
TH11976B TH9401002468A TH9401002468A TH11976B TH 11976 B TH11976 B TH 11976B TH 9401002468 A TH9401002468 A TH 9401002468A TH 9401002468 A TH9401002468 A TH 9401002468A TH 11976 B TH11976 B TH 11976B
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
film
approximately
temperature
optical phase
liquid crystal
Prior art date
Application number
TH9401002468A
Other languages
English (en)
Other versions
TH18030A (th
Inventor
โรแซนเน คลาก์ นายเทอร์รี
ชาร์เลส ลอง นายโธมัส
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า
นายธเนศ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า นายธเนศ เปเรร่า, นายธเนศ เปเรร่า filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Publication of TH18030A publication Critical patent/TH18030A/th
Publication of TH11976B publication Critical patent/TH11976B/th

Links

Abstract

การประดิษฐ์นี้ทำให้ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงที่ประกอบด้วย โพลีเมอร์ที่มีคลอโร- ไตรฟลูออโรเอทธิลลีนเป็นองค์ประกอบ อย่าง น้อยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก นอก จากนี้การประดิษฐ์ นี้ ยังทำให้มีฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงที่ประกอบด้วย โพลีเมอร์ที่ มีฮา โลเจนเป็น องค์ประกอบ ซึ่ง (a) ฟิล์มนั้นมีดรรชนีหักเห nx, ny และ nz ที่ร่วมอยู่กับแนวแกน X, y และ z ของฟิล์มนั้น (b) แนวแกน x และ y ดังกล่าวอยู่ในระนาบของฟิล์มนั้น และตั้ง ฉากซึ่งกัน และ กัน (c) แนวแกน z ตั้งฉากกับระนาบของฟิล์ม และ (d) nx>nw,>nz ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงมีประโยชน์ในอุปกรณ์แสดงผลึกเหลว นอก จากนี้การ ประดิษฐ์นี้ยังทำให้มีอุปกรณ์แสดงผลึกเหลวที่ ประกอบ ด้วย (a) ตัวโพลาไรซ์ที่หนึ่ง, (b) เชลผลึกเหลวที่มีอิเล็ค โทรด โปร่งใส (c) ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงที่ประกอบด้วยโพลีเมอร์ ที่มีคลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีนเป็นองค์ประกอบอย่างน้อย 40 เปอร์เซ็นต์ และ (d) ตัว โพลาไรซ์ที่สอง ซึ่งเชลผลึกเหลวและ ฟิล์มหน่วงเชิงแสงอยู่ระหว่างตัวโพลาไรซ์ที่หนึ่งกับ ที่สอง

Claims (2)

1. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงเพื่อแสดงผลึกเหลวที่ประกอบด้วยโพลีเมอร์ที่มีคลอโร ไตรฟลูออโรเอทธิลีนเป็นองค์ประกอบอย่าง น้อยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก 2. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวมีความหนาประมาณ 10 ถึงประมาณ 100 ไมรครอน 3. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโพลีเมอร์ ดังกล่าวประกอบด้วย คลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีนดังกล่าว 100 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักหรือโคโพลีเมอร์ของคลอโรไตร ฟลูออโร เอทธิลลีนดังกล่าว และโคโมโนเมอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่ เลือกได้จากกลุ่มประกอบด้วย เฮกซาฟลูออโรฤปรปิลลีน, เฮก ซาฟลูออโรไอโซบิวทิลลีน, ไวนิลลิดีนฟลูออไรด์, เตตราฟลูออ โร เอทธิลลีน, เปอร์ฟลูออโรโปรปิลไวนิลอีเธอร์, เปอร์ฟลูออ โรบิวทิลเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 4. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งโพลีเมอร์ ดังกล่าวประกอบด้วย คลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีนดังกล่าว 100 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักหรือโคโพลีเมอร์ของคลอโรไตร ฟลูออโร เอทธิลลีนดังกล่าว และโคโมโนเมอร์อย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่ เลือกได้จากกลุ่มประกอบด้วย ไวนิลลิดีนฟลูออไรด์, เตตราฟลู ออโรเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 5. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวได้รับการทำให้เสถียร ต่อความร้อนเพื่อการใช้หรือการ เก็บที่อุณหภูมิ T1 โดยการให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจน ถึงอุณหภูมิ อย่างน้อยเท่ากับ T1 และ การรักษาฟิล์มดังกล่าว ไว้ที่ อุณหภูมิ T1 ดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง 6. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวถูกทำให้เสถียรต่อ ความร้อนโดย (a) ให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจนถึงอุณหภูมิ T2 ที่ อย่างน้อยประมาณ 100 ํ ซ. และรักษาฟิล์มดังกล่าว ที่อุณหภูมิ T2 ดังกล่าวที่ความดันประมาณ 2 ถึงประมาณ 2000 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 8 ชั่วโมง (b) การทำให้ฟิล์มดังกล่าวเย็นลงอย่างน้อยประมาณ 1 ํ ซ./วินาที ถึงอุณหภูมิ T3 ที่ต่ำกว่า 40 ํ ซ. และ (c) การรักษาฟิล์มดังกล่าวที่อุณหภูมิ T4 ซึ่ง T3 น้อย กว่าหรือเท่ากับ T4 < T2 ที่ความดัน ประมาณ 2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง 7. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงเพื่อแสดงผลึกเหลวที่ประกอบด้วย โพ ลีเมอร์ที่มีฮาโลเจน เป็นองค์ประกอบซึ่ง (a) ฟิล์มดังกล่าวมีดรรชนีหักเห nx, ny และ nz ที่ร่วม อยู่กับแนวแกน x,y และ z ของฟิล์มดังกล่าว (b) แนวแกน x และ y ดังกล่าวอยู่ในระนาบของฟิล์มดังกล่าว และตั้งฉากซึ่งกัน และกัน (c) แนวแกน z ดังกล่าวตั้งฉากกับระนาบของฟิล์มดังกล่าว และ (d) nx มากกว่าหรือเท่ากับ ny > nz 8. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวมีความหนาประมาณ 10 ถึงประมาณ 100 ไมครอน 9. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งโพลีเมอร์ ที่มีฮาโลเจนเป็นองค์ประกอบ ดังกล่าว คือโพลีเมอร์ที่มี ฟลูออรีนเป็นองค์ประกอบ 1 0. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งโพลีเ มอร์ดังกล่าวประกอบด้วย โพลีคลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีน หรือโคโพ ลีเมอร์ของคลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีน และ โค โมโนเมอร์อย่าง น้อยหนึ่งชนิด ที่เลือกได้จากกลุ่มประกอบด้วยเฮกซาฟลูออโร โปรปิลลีน, เฮกซา ฟลูออโรไอโซบิวทิลลีน, ไวนิลลิดีนฟลูออ ไรด์, เตตราฟลูออโรเอทธิลลีน, เปอร์ฟลูออโรโปรปิลไวนิล อี เธอร์, เปอร์ฟลูออโรบิวทิลเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 1 1. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งโพลีเ มอร์ดังกล่าวประกอบด้วยโพลี คลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีน หรือ โคโพลีเมอร์ของคลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีนและโคโมโนเมอร์ อย่างน้อยหนึ่งชนิด ที่เลือกได้จากกลุ่มประกอบด้วย ไวนิลลิ ดีนฟลูออไรด์, เตตราฟลูออโรเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 1 2. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวได้รับการทำให้เสถียรต่อ ความร้อนเพื่อการใช้หรือการ เก็บที่อุณหภูมิ T1 โดยการให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจน ถึงอุณหภูมิอย่างน้อย T1 และการรักษาฟิล์มดังกล่าว ไว้ที่อุณหภูมิ T1 ดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง 1 3. ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงของข้อถือสิทธิที่ 7 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวถูกทำให้เสถียรต่อ ความร้อนโดย (a) ให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจนถึงอุณหภูมิ T2 ที่ อย่างน้อยประมาณ 100 ํ ซ. และรักษาฟิล์มดังกล่าว ที่อุณหภูมิ T2 ดังกล่าวที่ความดันประมาณ 2 ถึงประมาณ 2000 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 8 ชั่วโมง (b) การทำให้ฟิล์มดังกล่าวเย็นลงอย่างน้อยประมาณ 1 ํ ซ./วินาทีถึงอุณหภูมิ T3 ที่ต่ำกว่า 40 ํ ซ. และ (c) การรักษาฟิล์มดังกล่าวที่อุณหภูมิ T4 ซึ่ง T3 น้อย กว่าหรือเท่ากับ T4 < T2 ที่ความดัน ประมาณ 2 ถึงประมาณ 2000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง 1 4. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวประกอบด้วย (a) ตัวโพลาไรซ์ที่หนึ่ง (b) เซลผลึกเหลวที่มีอิเล็คโทรดโปร่งใส (c) ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสงที่ประกอบด้วยโพลีเมอร์ที่มีคลอ โรไตรฟลูออโร เอทธิลลีนเป็นองค์ประกอบอย่างน้อยประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก และ (d) ตัวโพลาไรซ์ที่สองซึ่งเซลผนึกเหลวดังกล่าว และฟิล์ม หน่วงเฟสเชิงแสง ดังกล่าวอยู่ระหว่างตัวโพลาไรซ์ที่หนึ่งกับ ที่สองดังกล่าว 1 5.อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์ม หน่วงเฟสเชิงแสดงดังกล่าว อยู่ระหว่างตัวโพลาไรซ์ที่หนึ่ง ดังกล่าว และเซลผนึกเหลวดังกล่าว 1 6.อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์ม หน่วงเฟสเชิงแสดงดังกล่าว อยู่ระหว่างเซลผลึกเหลวดังกล่าว และตัวโพลาไรซ์ที่สองดังกล่าว 1 7. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวมีดรรชนีหักเห nx, ny และ nz ที่รวมอยู่ กับแกน x,y และ z ที่ซึ่ง (i) แนวแกน x และ y ดังกล่าวอยู่ในระนาบของฟิล์มดังกล่าว และตั้งฉากซึ่งกันและกัน (ii) แนวแกน z ดังกล่าวตั้งฉากกับระนาบของฟิล์มดังกล่าว และ (iii) n x มากกว่าหรือเท่ากับ ny > nz 1 8. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวมีความหนา ประมาณ 10 ถึงประมาณ 100 ไมครอน 1 9. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งโพลีเ มอร์ดังกล่าวประกอบด้วย คลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีน 100 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักหรือโคโพลีเมอร์ของคลอโรไตรฟลูออ โรเอทธิลลีนดังกล่าว และโคโมโนเมอร์อย่างน้อยชนิดหนึ่งที่ เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยเฮกซา ฟลูออโรโปรปิลลีน, เฮก ซาฟลูออโรไอโซบิวทิลลีน, ไวนิลลิดีนฟลูออไรด์, เตตราฟลูออ โรเอทธิลลีน, เปอร์ฟลูออโรโปรปิลไวนิลอีเธอร์, เปอร์ฟลูออ โรบิวทิลเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 2 0. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งโพลีเ มอร์ดังกล่าวประกอบด้วย คลอโรไตรฟลูออโรเอทธิลลีน 100 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก หรือโคโพลีเมอร์ของคลอโรไตรฟลูออ โรเอทธิลลีนดังกล่าว และโคโมโนเมอร์อย่างน้อยชนิดหนึ่งที่ เลือกจากกลุ่มประกอบด้วย ไวนิลลิ ดีนฟลูออไรด์, เตตราฟลู ออโรเอทธิลลีน และเอทธิลลีน 2
1. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวได้รับการทำให้เสถียรต่อ ความร้อนเพื่อใช้หรือเก็บที่อุณหภูมิ T1 โดยการให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจน ถึงอุณหภูมิอย่างน้อย T1 และการรักษาฟิล์มดังกล่าว ไว้ที่อุณหภูมิ T1 เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง 2
2. อุปกรณ์แสดงผลึกเหลวของข้อถือสิทธิที่ 14 ซึ่งฟิล์มดัง กล่าวถูกทำให้เสถียรต่อ ความร้อนโดย (a) ให้ความร้อนแก่ฟิล์มดังกล่าวจนถึงอุณหภูมิ T2 ที่ อย่างน้อยประมาณ 100 ํ ซ. และรักษาฟิล์มดังกล่าวไว้ ที่อุณหภูมิ T2 ดังกล่าวที่ความดันประมาณ 2 ถึงประมาณ 2000 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 8 ชั่วโมง (b) การทำให้ฟิล์มดังกล่าวเย็นลงอย่างน้อยประมาณ 1 ํ ซ./วินาทีจนถึงอุณหภูมิ T3 ที่ต่ำกว่า 40 ํ ซ. และ (c) การรักษาฟิล์มดังกล่าวไว้ที่อุณหภูมิ T4 ซึ่ง T3 น้อย กว่าหรือเท่ากับ T4 < T2 ที่ความดัน ประมาณ 2 ถึงประมาณ 2000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลาประมาณ 0.1 ถึงประมาณ 12 ชั่วโมง
TH9401002468A 1994-11-14 ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสง TH11976B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH18030A TH18030A (th) 1996-03-27
TH11976B true TH11976B (th) 2002-02-19

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
KR950000769A (ko) 액정성 고분자 필름, 그의 제조방법 및 이용
JPH0843727A (ja) 光学の受動的不伝熱性
JPH0236240A (ja) 寸法安定性フルオルカーボン共重合体フイルム及びその製造方法
JP2009134257A (ja) 位相差フィルム、およびそれを用いた楕円偏光板
CA3219673A1 (en) High temperature insulative composites and articles thereof
TH11976B (th) ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสง
Morimoto et al. Thermal stability of piezoelectric properties and infrared sensor performance of spin-coated polyurea thin films
Robinson Flexible PVF2 film: An exceptional polymer for transducers
CA2260151A1 (en) Multi-layer compositions and articles comprising fluorine-containing polymer
TH18030A (th) ฟิล์มหน่วงเฟสเชิงแสง
US3301624A (en) Protective optical system with offset light path and fusible optical mirror
US20160011368A1 (en) System for stabilizing the temperature sensitivity in photonic circuits comprising thermoelastic optical circuit claddings
KR102605797B1 (ko) 칼코지나이드 유리 조성물 및 이의 성형물을 포함하는 렌즈
Carmi et al. Continuous and First-Order Wetting Transitions of hcp He 4 Crystals
KIKKAWA Submicroscopic structure of rabbit cornea studied by polarization optics and thermoelasticity
JPS61167527A (ja) フツ素系重合体延伸フイルム及びその製造方法
JP2010224315A (ja) 光学部品、撮像レンズ及びフッ素系高分子膜のコーティング方法
Li et al. Modified polytetrafluoroethylene: towards easy-to-process space-charge electret materials
KR101985466B1 (ko) 편광판 보호필름 및 이의 제조방법
Jakubowski et al. Thermal Expansion and Elastic Properties of Thiourea Crystal at Room Temperature
Fredj et al. Measurement of birefringence in ZnCdTe
KR102425494B1 (ko) 편광판 보호필름
JP2846414B2 (ja) フレキシブル熱制御素子
Garbovskiy et al. Electro-Optical Properties of Liquid Crystal Cells Enabled by Unconventional Alignment Layers
JPS6364008B2 (th)