TH11840A - การทดสอบหาจำนวนสัมบูรณ์ชนิดขั้นตอนเดี่ยว - Google Patents

การทดสอบหาจำนวนสัมบูรณ์ชนิดขั้นตอนเดี่ยว

Info

Publication number
TH11840A
TH11840A TH9101001151A TH9101001151A TH11840A TH 11840 A TH11840 A TH 11840A TH 9101001151 A TH9101001151 A TH 9101001151A TH 9101001151 A TH9101001151 A TH 9101001151A TH 11840 A TH11840 A TH 11840A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
fluorescence
cells
sample
group
microparticles
Prior art date
Application number
TH9101001151A
Other languages
English (en)
Inventor
เจวาร์ด นายแอนโธนี
Original Assignee
เบกตัน ดิกคินสัน แอนด์ คัมปะนี
Filing date
Publication date
Application filed by เบกตัน ดิกคินสัน แอนด์ คัมปะนี filed Critical เบกตัน ดิกคินสัน แอนด์ คัมปะนี
Publication of TH11840A publication Critical patent/TH11840A/th

Links

Abstract

การประดิษฐ์นี้ประกอบด้วยวิธีชนิดขั้นตอนเดียวสำหรับตรวจหาและนับจำนวนสัมบูรณ์ของกลุ่มเซลล์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่ง กลุ่มในตัวอย่างเลือด วิธีการนี้จะใช้รีเอเจนท์ที่ประกอบ ด้วยของผสมของเซลล์มาร์คเกอร์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งตัว อนุภาคฟลูโอเรสเซนซ์ขนาดเล็ก และตัวตรึง รีเอเจนท์นี้อาจ ใช้ร่วมกับเลือดครบส่วนที่ไม่ได้ไลซิส และวิเคราะห์โดยการ ใช้โฟรว์ไซโตมิเตอร์

Claims (15)

1. วิธีสำหรับตาจำนวนสัมบูรณ์ของเซลล์หนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งกลุ่มภายในตัวอย่างเลือดครบส่วนหรือไขกระดูกโดยโฟรว์ ไซโตมิเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ a) การเติมตัวอย่างลงในหลอดทดลองโดยที่หลอดทดลองมีตัวทำ เจือจางอยู่โดยที่ตัวทำเจือจางนั้นมีเซลล์มาร์คเกอร์หนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งอันเพื่อว่าเซลล์แต่ละกลุ่มในตัวอย่างได้ รับกาาติดฉลากด้วยเซลล์มาร์คเกอร์ และอนุภาคฟลูโอเรสเซนซ์ ขนาดเล็กที่ทราบจำนวน b) การตั้งชะนวนฟลูโอเรสเซนต์เพื่อรวมอนุภาคขนาดเล็กและ เซลล์ทั้งหมดในกลุ่มที่จะต้องนับ c) การตั้งฟลูโอเรสเซนต์เกตหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งเกตเพื่อ แยกแต่ละเซลล์มาร์คเกอร์ออกจากอนุภาคขนาดเล็ก d) การนับเซลล์จากขั้นตอน (c) ที่พอดีหรือสูงกว่าชะนวนฟลู โอเรสเซนซ์และ e) การคำนวณจำนวนเซลล์ต่ออนุภาคขนาดเล็กสำหรับแต่ละฟลูโอเ รสเซนซ์เกตจากขั้นตอน (d) และคูณแต่ละค่าด้วยความเข้มข้น ของอนุภาคขนาดเล็กที่ได้จากค่าสัมบูรณ์ของเซลล์ต่อหน่วย ปริมาตร
2. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่ตัวอย่างนั้นเป็นเลือด ครบส่วนที่ไม่ได้ไลซิส
3. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่เซลล์มาร์คเกอร์หนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งอันประกอบด้วยอิมมูโนฟลูโอเรสเซนซ์มาร์ค เกอร์ โดยที่อิมมูโนฟลูโอเรสเซนซ์มาร์คเกอร์นั้นประกอบ ด้วยโมโนโคลนอลแอนติบอดีจับอยู่กับฟลูโอโรโครม
4. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 3 โดยที่โมโนโคลนอลแอนติบอดีนั้น คัดเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย แอนติ -CD4 แอนติ - CD3 แอน ติ - CD14 แอนติ -CD 15 และ แอนติ -CD45 โมโนโคลนอล แอนติบอดี
5. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 4 โดยที่ฟลูโอโรโครมนั้นคัดเลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฟโคบิลีโปรตีน อนุพันธ์ฟลูโอเรสซีน โรคามีน อนุพันธ์พธาโลไซยานิน สารประกอบเพอริดินิน คลอ โรฟิล และ อนุพันธ์คูมาริน
6. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่อนุภาคขนาดเล็กนั้นคัด เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย เม็ดเลือดแดงของไก่ที่ได้รับ การตรึง ไลโพโซมที่มีสีฟลูโอเรสเซนซ์ บีดคูมาริน บีดฟลูโอเ รสเซนซ์ บีดโรคามีน เซลล์ฟลูโอเรสเซนซ์ที่ได้รับการตรึง ฟลูโอเรสเซนซ์เซลส์นิวคลีไอจุลชีพ บีดที่ติดฉลากที่ผิวที่ ติดด้วยสีฟลูโอเรสเซนซ์
7. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 1 โดยที่เซลส์มาร์คเกอร์หนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งอันประกอบด้วยสารที่ติดฉลากฟลูโอเรสเซนซ์
8. วิธีตามข้อถือสิทธิที่ 7 โดยที่สารที่ติดฉลากฟลูโอเรส เซนซ์นั้นคัดเลือกมาจากกลุ่มที่ประกอบด้วยสีกรดนิวคลีอิค 7-อะมิโน-แอคติโนมัยซิน D ไธอะโซล ออเรนจ์ ไธโอเฟรวิน T LDS-751 และ อะคริดีน ออเรนจ์
9. วิธีทางจำนวนสัมบูรณ์ของเซลล์กลุ่มหนึ่งภายในตัวอย่าง เลือดครบส่วนโดยใช้โฟลว์ไซโตมิเตอร์ที่ประกอบด้วยขั้นตอน ของ a) การเติมตัวอย่างลงในหลอดทดลองโดยที่หลอดทดลองมีตัวทำ เจือจางอยู่โดยที่ตัวทำเจือจางนั้นประกอบด้วยไอโซโท นิคบัฟเฟอร์ อิมมูฟลูโอเรสเซนซ์มาร์คเกอร์หนึ่งอันเพื่อ เซลล์ในตัวอย่างจะได้ติดฉลากด้วยอิมมูฟลูโอเรสเซนซ์มาร์ค เกอร์ สารที่ใช้ตรึงและอนุภาคขนาดเล็กที่มีออโตฟลูโอเรส เซนซ์ในช่องฟลูโอเรสเซนซ์สองช่องที่ทราบความ b) การตั้งชะนวนฟลูโอเรสเซนซ์ในช่องฟลูโอเรสเซนต์ในช่องที่ สองเพื่อรวมอนุภาคขนาดเล็กและเซลล์ทั้งหมดในกลุ่มที่จะต้อง นับ c) การนับอนุภาคขนาดเล็กและเซลล์ที่ติดฉลากอิมมูโนฟลูโอเรส เซนซ์ทั้งหมดที่เท่ากับหรือมากกว่าชะนวนฟลูโอเรสเซนต์ใน ช่องฟลูโอเรสเซนซ์ที่สองโดยใช้โฟล์วไซโตมิเตอร์ 3 d) การตั้งเกตฟลูโอเรสเซนต์ในช่องฟลูโอเรสเซนซ์ที่หนึ่งและ สองเพื่อแยกอิมมูโนฟลูโอเรศเซนซ์มาร์คเกอร์ออกจากอนุภาค ขนาดเล็ก e) การนับจำนวนของเซลล์ต่ออนุภาคขนาดเล็กจากขั้นตอน (f) และคูณด้วยความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล้กที่ได้จากค่า สัมบูรณ์ของ e) การนับจำนวนของเซลส์ต่ออนุภาคขนาดเล็กจากขั้นตอน (f) และคูณด้วยความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็กที่ได้จากค่า สัมบูรณ์ของเซลล์ต่อหน่วยปริมาตร
10. วิธีสำหรับหาจำนวนสัมบูรณ์ของลิมโฟไซท์ CD4+ ภายในตัว อย่างเลือดครบส่วนโดยใช้โฟลว์ไซโตมิเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ขั้นตอนของ a) การเติมตัวอย่างลงในหลอดทดลองโดยที่หลอดทดลองมีตัวทำ เจือจางอยู่โดยที่ตัวทำเจือจางนั้นมี แอนติ -CD4+ โมโน โคลนอลแอนติบอดีที่จับกับโฟโคอีริธิน พาราฟอร์มัลดีไฮด์ และอนุภาคออโตฟลูโอเรสเซนต์ขนาดเล็ก 2 um ที่ทราบความเข้ม ข้น b) การตั้งชะนวนฟลูโอเรสเซนซ์ในช่องฟลูโอเรสเซนซ์ช่องที่ สองเพื่อรวมอย่างน้อย 99% ของอนุภาคขนาดเล็กและลิมโฟไซท์ CD+4 ทั้งหมด c) การตั้งเกตฟลูโอเรสเซนซ์ในช่องฟลูโอเรสเซนซ์ที่หนึ่งและ สองเพื่อแยกระหว่างไฟโคอิริธรินฟลูโอเรสเซนซ์ที่เกี่ยวข้อง กับการติดฉลากลิมโฟไซท์ CD4+ และออโตฟลูโอเรสเซนซ์ของ อนุภาคขนาดเล็ก d) การนับจำนวนของลิมโฟไซท์ CD4+ และอนุภาคขนาดเล็กจากขั้น ตอน (c) และ e) การคำนวณจำนวนของ CD4+ ลิมโฟไซท์ต่ออนุภาคขนาดเล็กจาก ขั้นตอน (d) โดยคูณด้วยความเข้มข้นของอนุภาคขนาดเล็กที่ได้ จากค่าสัมบูรณ์ดของลิมโฟไซท์ CD4+ ต่อหน่วยปริมาตร
11. สารละลายสำหรับย้อมเลือดครบส่วนที่ไม่ไลซิสซึ่งประกอบ ด้วย ตัวทำเจือจาง โดยตัวทำเจือจางประกอบด้วยโมโนโคลนอล แอนติบอดีที่ติดฉลากด้วยฟลูโอเรสเซนซ์ตัวตรึง และอนุภาคฟลู โอเรสเซนซ์ขนาดเล็ก
12. สารละลายของข้อถือสิทธิ 11 โดยที่แอนติบอดีตัวหนึ่ง เป็น แอนติ-CD4 โมโนโคลนอลแอนติบอดี
13. สารละลายของข้อถือสิทธิที่ 35 โดยที่ส่วนติดฉลากฟลูโอเ รสเซนซ์เป็นไฟโคอีริธริน
14. สารละลายของข้อถือสิทธิที่ 35 โดยที่สารที่เป็นตัวจริง คือ พาราฟอร์มัลดีไฮด์
15. สารละลายสำหรับย้อมลิมโฟไซท์ CD4+ และ CD8+ ในตัวอย่าง เลือดครบส่วนที่ไม่ไลซิส โดยที่สารละลายประกอบด้วย แอน ติ-CD4 โมโนโคลนอล แอนติบอดีที่จับกับฟลูโอโรโครม แอน ติ-CD8 โมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จับกับฟลูโอโรโครม ตัวที่สอง แอนติ-CD3 โมโนโคลนอลแอนติบอดีที่จับกับฟลูโอโรโครมตัวที่ สาม พาราฟอร์มัลดีไฮด์ และบีคออโตฟลูเรสเซนต์ (ข้อถือสิทธิ 15 ข้อ, 4 หน้า, 4 รูป)
TH9101001151A 1991-08-06 การทดสอบหาจำนวนสัมบูรณ์ชนิดขั้นตอนเดี่ยว TH11840A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH11840A true TH11840A (th) 1992-10-01

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
US4987086A (en) Method for analysis of subpopulations of cells
US5057413A (en) Method for discriminating between intact and damaged cells in a sample
EP0870195B1 (en) Flow cytometer calibration method and kit
Landay et al. Procedural guidelines for performing immunophenotyping by flow cytometry
US5776711A (en) Simultaneous human ABO and RH(D) blood typing or antibody screening by flow cytometry
US6287791B1 (en) Multidimensional cell differential analysis
AP266A (en) One step test for absolute counts.
US5256532A (en) Methods, reagents and test kits for determination of subpopulations of biological entities
US8137975B2 (en) Method for a rapid antibody-based analysis of platelet populations
US5776709A (en) Method for preparation and analysis of leukocytes in whole blood
EP0132064A2 (en) Method for elimination of interference of selected cell populations in analytic cytology
US6977156B2 (en) Flow cytometry reagent and system
JP2002277460A (ja) 生物学的細胞の同定および計数のための試薬および方法
CA2158839A1 (en) Immunoassay for determination of cells
US20090105963A1 (en) Methods for Flow Cytometry Analyses of Un-Lysed Cells from Biological Fluids
US6350619B1 (en) Control particles for cell counting and instrument linearity
US20040241770A1 (en) Process for discriminating and counting erythroblasts
US7332295B2 (en) Multidimensional leukocyte differential analysis
EP0559208B1 (en) Method for preparation and analysis of leukocytes in whole blood utilizing flow cytometry
Dzik Principles of counting low numbers of leukocytes in leukoreduced blood components
Denny et al. Quantitative determination of surface antibody binding capacities of immune subsets present in peripheral blood of healthy adult donors
Terstappen et al. Multidimensional flow cvtometric blood cell differentiation lVithoutErvthrocvteLvsis
US5064616A (en) Kit for analysis of subsets of subpopulations of leukocytes
Gilman-Sachs Flow cytometry
EP0219309A1 (en) Methods and reagents for performing analyses of subpopulations of particles