TH112505A - กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย - Google Patents

กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย

Info

Publication number
TH112505A
TH112505A TH0801002804A TH0801002804A TH112505A TH 112505 A TH112505 A TH 112505A TH 0801002804 A TH0801002804 A TH 0801002804A TH 0801002804 A TH0801002804 A TH 0801002804A TH 112505 A TH112505 A TH 112505A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
phytoplasma
leaf disease
white leaf
sugarcane
developed
Prior art date
Application number
TH0801002804A
Other languages
English (en)
Other versions
TH78626B (th
Inventor
วิริยะจิตรา นางศิริทิพย์
ธารากุล นางสาวธารารัชต์
เพชรชโน นางสาววิมล
Original Assignee
นางสาวอรกนก พรรณรักษา
นางสาวอรุณศรี ศรีธนะอิทธิพล
นายชาญชัย นีรพัฒนกุล
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
Filing date
Publication date
Application filed by นางสาวอรกนก พรรณรักษา, นางสาวอรุณศรี ศรีธนะอิทธิพล, นายชาญชัย นีรพัฒนกุล, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ filed Critical นางสาวอรกนก พรรณรักษา
Publication of TH112505A publication Critical patent/TH112505A/th
Publication of TH78626B publication Critical patent/TH78626B/th

Links

Abstract

DC60 (17/02/54) การประดิษฐ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะพัฒนากรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อยโดยอาศัยโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่มีความจำเพาะต่อแอนติเจนของ เชื้อไฟโตพลาสมาในอ้อย ซึ่งพัฒนาขึ้นในรูปของชุดตรวจแบบอิมมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว โดยทำการคัดเลือกเซลล์ฮัยบริโดมาที่ผลิตแอนติบอดีที่มีความจำเพาะ ต่อเชื้อไฟโตพลาสมาที่เหมาะสม และนำแอนติบอดีที่ได้มาพัฒนาเป็นชุดตรวจหา เชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย ในรูปแบบของอินมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว การประดิษฐ์นี้จะสามารถ ตรวจหาการติดเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาว ในอ้อยได้อย่างแม่นยำ และมีความไวและความจำเพาะสูง และสามารถทราบผลการตรวจสอบ ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายในภาคสนาม และไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้หรือชำนาญการทางด้านนี้ในการตรวจสอบ นอกจากนี้ชุดตรวจดังกล่าวยังมีอายุการเก็บรักษาได้ อย่างน้อย 12 เดือน การประดิษฐ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะพัตฒนากรรมวิธีการีตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ ก่อมห้เกิดใบขาวในอ้อย ซึ่งพัฒนาขึ้นในรูปขิงชุดตรวจแบบอิมมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว โดยทำการคัดเลือกเซลล์ฮัยบริโตมาที่ผลิตแอนติบอิดีที่มีความจำเพาะ ต่อเชื้อไฟโตพลาสมาที่เหมาะสม และนำแอนติบอดีที่ได้มาพัฒนาเป็นชุดตรวจหา เชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย ในรูปแบบของอินมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว การประดิษฐ์นี้สามารถ ตรวจหาการติดเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาว ในอ้ยได้อย่างแม่นยำ และมีความไวและความจำเพาะสูง และสามารถทราบผลการตรวจสอบ ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายในภาคสนาม และไม่จำเป้นต้องใช้ผู้มีความรู้หรือความชำนาญการทางด้านนี้ในการตรวจสอบ นอกากนี้ชุดตรวจสอบดังกล่าวยังมีอายุการเก็บรักษาไดพ้ อย่างน้อย 12 เดือน

Claims (1)

: DC60 (17/02/54) การประดิษฐ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะพัฒนากรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อยโดยอาศัยโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่มีความจำเพาะต่อแอนติเจนของ เชื้อไฟโตพลาสมาในอ้อย ซึ่งพัฒนาขึ้นในรูปของชุดตรวจแบบอิมมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว โดยทำการคัดเลือกเซลล์ฮัยบริโดมาที่ผลิตแอนติบอดีที่มีความจำเพาะ ต่อเชื้อไฟโตพลาสมาที่เหมาะสม และนำแอนติบอดีที่ได้มาพัฒนาเป็นชุดตรวจหา เชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย ในรูปแบบของอินมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว การประดิษฐ์นี้จะสามารถ ตรวจหาการติดเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาว ในอ้อยได้อย่างแม่นยำ และมีความไวและความจำเพาะสูง และสามารถทราบผลการตรวจสอบ ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายในภาคสนาม และไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความรู้หรือชำนาญการทางด้านนี้ในการตรวจสอบ นอกจากนี้ชุดตรวจดังกล่าวยังมีอายุการเก็บรักษาได้ อย่างน้อย 12 เดือน การประดิษฐ์นี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะพัตฒนากรรมวิธีการีตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ ก่อมห้เกิดใบขาวในอ้อย ซึ่งพัฒนาขึ้นในรูปขิงชุดตรวจแบบอิมมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว โดยทำการคัดเลือกเซลล์ฮัยบริโตมาที่ผลิตแอนติบอิดีที่มีความจำเพาะ ต่อเชื้อไฟโตพลาสมาที่เหมาะสม และนำแอนติบอดีที่ได้มาพัฒนาเป็นชุดตรวจหา เชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย ในรูปแบบของอินมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบ ขั้นตอนเดียว การประดิษฐ์นี้สามารถ ตรวจหาการติดเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาว ในอ้ยได้อย่างแม่นยำ และมีความไวและความจำเพาะสูง และสามารถทราบผลการตรวจสอบ ได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 นาที โดยสามารถตรวจสอบได้อย่างง่ายในภาคสนาม และไม่จำเป้นต้องใช้ผู้มีความรู้หรือความชำนาญการทางด้านนี้ในการตรวจสอบ นอกากนี้ชุดตรวจสอบดังกล่าวยังมีอายุการเก็บรักษาไดพ้ อย่างน้อย 12 เดือนข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : แก้ไข 28/09/2561 ข้อถือสิทธิ
1. กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อยที่เหมาะสำหรับใช้ในระดับ ภาคสนามหรือในแปลง มีขั้นตอนดังนี้ ก) การเตรียมชุดตรวจชนิดอิมมูโนโครมาโตกราฟิกเอสเซแบบขั้นตอนเดียว โดย แท็ก :
TH0801002804A 2008-06-04 กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย TH78626B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH112505A true TH112505A (th) 2012-02-23
TH78626B TH78626B (th) 2020-09-18

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Richardson et al. Role of serological tests in the diagnosis of mold infections
Schreier et al. Leptospirosis: current situation and trends of specific laboratory tests
Stanton et al. Acute phase protein expression during elephant endotheliotropic herpesvirus-1 viremia in Asian elephants (Elephas maximus)
Signorini et al. Enzyme-linked immunosorbent assay to diagnose human leptospirosis: a meta-analysis of the published literature
Nielsen et al. Validation of the fluorescence polarization assay as a serological test for the presumptive diagnosis of porcine brucellosis
AR103935A1 (es) Métodos de detección y cuantificación de il-13 y sus usos en el diagnóstico y tratamiento de enfermedades asociadas a th-2
NO20076662L (no) Deteksjon av et malantigen uavhengig av tilstedevaerelse eller fravaer av et korresponderende terapeutisk antistoff
CN102399753B (zh) 一种小麦矮腥黑粉菌的特异性单克隆抗体及免疫荧光检测方法
Schumacher et al. Relationship between clinical signs of upper respiratory tract disease and antibodies to Mycoplasma agassizii in desert tortoises from Nevada
SG170051A1 (en) T cell assays
BRPI0515223A (pt) dispositivo integrado para análises diagnósticas e método relativo
Agasthya et al. Seroprevalence study of human brucellosis by conventional tests and indigenous indirect enzyme‐linked immunosorbent assay
Razo et al. New lateral flow immunoassay for on-site detection of Erwinia amylovora and its application on various organs of infected plants
Reller et al. Leptospirosis as frequent cause of acute febrile illness in southern Sri Lanka
Brunt et al. Rapid affinity immunochromatography column-based tests for sensitive detection of Clostridium botulinum neurotoxins and Escherichia coli O157
CN103267752B (zh) 测定胰岛中a细胞与b细胞数目比例的方法
Díaz-Cao et al. Evaluation of two enzyme-linked immunosorbent assays for diagnosis of bluetongue virus in wild ruminants
Jadeja et al. Development of rapid and sensitive antiflagellar monoclonal antibody based lateral flow device for the detection of Vibrio vulnificus from oyster homogenate
Jha et al. Multistix 10 SG leukocyte esterage dipstick testing in rapid bedside diagnosis of spontaneous bacterial peritonitis: A prospective study
Xu et al. Development of chemiluminescent lab‐on‐fiber immunosensors for rapid point‐of‐care testing of anti‐SARS‐CoV‐2 antibodies and evaluation of longitudinal immune response kinetics following three‐dose inactivation virus vaccination
TH78626B (th) กรรมวิธีการตรวจหาเชื้อไฟโตพลาสมาที่ก่อให้เกิดโรคใบขาวในอ้อย
EP2444812A3 (en) Improved immunoassay methods
Denninger et al. Understanding the role of memory re-activation and cross-reactivity in the defense against SARS-CoV-2
Trangadia et al. Evaluation of fluorescence polarization assay for the diagnosis of brucellosis in cattle and buffaloes in India
Zhen et al. Performance evaluation of four kits for the detection of neutralizing antibody against SARS-CoV-2 in human serum