TH76762A - วิธีการสำหรับบำบัดมะเร็ง - Google Patents

วิธีการสำหรับบำบัดมะเร็ง

Info

Publication number
TH76762A
TH76762A TH201001642A TH0201001642A TH76762A TH 76762 A TH76762 A TH 76762A TH 201001642 A TH201001642 A TH 201001642A TH 0201001642 A TH0201001642 A TH 0201001642A TH 76762 A TH76762 A TH 76762A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
target
mage
antigen
target structure
antigens
Prior art date
Application number
TH201001642A
Other languages
English (en)
Inventor
โค นายคริสตอฟ
พี วิคารี นายอเลน
Original Assignee
เชอริ่ง คอร์ปอเรชั่น
นายธเนศ เปเรร่า
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by เชอริ่ง คอร์ปอเรชั่น, นายธเนศ เปเรร่า, นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า filed Critical เชอริ่ง คอร์ปอเรชั่น
Publication of TH76762A publication Critical patent/TH76762A/th

Links

Abstract

DC60 (19/07/45) เซลล์เดนดริทิกแสดงบทบาทสำคัญในการตอบสนองภูมิคุ้มกันแอนติเจนเฉพาะ สาร และวิธีการถูกให้สำหรับบำบัดสถานะของโรค รวม ถึง มะเร็ง และโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติ โดยการใช้ การพาหรือ การออกฤทธิ์ของเซลล์เดนดริทริกที่มีแอนติเจน โดยเฉพาะ วิธี การถูกให้สำหรับบำบัด มะเร็งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ประกอบด้วย การให้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังกล่าวในปริมาณที่เป็น ผล ของการสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออก ฤทธิ์ทางชีววิทยา หรือตัวแปรของ มัน และส่วนเป้าหมาย เซลล์เดนดริทิกแสดงบทบาทสำคัญในการตอบสนองภูมิคุ้มกันแอนติเจนเฉพาะ สาร และวิธีการถูกให้สำหรับบำบัดสถานะของโรค รวม ถึง มะเร็ง และโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติ โดยการใช้ การพาหรือ การออกฤทธิ์ของเซลล์เดนดริทริกที่มีแอนติเจน โดยเฉพาะ วิธี การถูกให้สำหรับบำบัด มะเร็งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่ประกอบด้วย การให้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังกล่าวในปริมาณที่เป็น ผล ของการสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออก ฤทธิ์ทางชีววิทยา หรือตัวแปรของ มัน และส่วนเป้าหมาย

Claims (34)

1. การใช้โครงสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออกฤทธิ์ทางชีวะ วิทยาหรือตัวแปรของมันและส่วนเป้าหมายสำหรับ เตรียมสารผสมทางเภสัชกรรมเพื่อการบำบัดมะเร็ง ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
2. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวคือ เปปไตด์ของอย่างน้อย 10 กรด อะมิโน
3. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ โปรตีน
4. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวเป็น โมเลกุลเล็ก
5. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวเป็นเวคเตอร์
6. การใช้ของข้อถือสิทธิ 5 ซึ่งเวคเตอร์ดังกล่าวเป็นเวคเตอร์ไวรัส
7. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวคือ แอนติบอดี้หรือส่วนของแอน ติบอดี้
8. การใช้ของข้อถือสิทธิ 7 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวคือ ส่วนแอนติบอดี้ ซึ่งทราบตัว รับโฟเลต
9. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวจำแนกเนื้องอกที่ร่วมกับ แอนติเจนที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยตัวรับโฟเลต, ตัวรับ Her2/neu, ตัวรับแฟคเตอร์การเจริญเติบ โตของผิวหนังภายนอก, แอนติเจนของเนื้องอก CA125, Melan-A, ไทโรซิเนส,p97,(เบตา)-HCG, GalNAc, MAGE-1, MAGE-2, MAGE-3, MAGE-4, MAGE-12, MART-1, MUC1, MUC2, MUC3, MUC4, MUC18, CEA, DDC, gp75 ของเมลาโนมาแอนติเจน, Hker8, เมลาโนมาแอนติเจนที่มี น้ำหนักโมเลกุลสูง, K19, Tyr1 และ Tyr2, สมาชิกของกลุ่มยีน pMel17, c-Met, PSA,PSM, (อัลฟา) ฟีโตโปรตีน, ไธโรเปอรอกซิเดส, gp100, ตัวรับแฟคเตอร์การเจริญเติบโตของสิ่งที่คล้ายอินซูลิน (IGF-R), เทลโลเมอเรส และ p53
10. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวจำแนกแอนติเจนที่ร่วมกับเนื้อ งอกสโตรมา ดังเช่น เนื้องอกที่ระบบหลอดเลือด
11. การใช้ของข้อถือสิทธิ 10 ซึ่งแอนติเจนดังกล่าวถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย อินเตอกรินชนิดอัลฟ่าวี, ตัวรับ VEGF, โพรทีโอไกลแคน NG2 และโดเมน ED-B ของไฟโบรเน็คติน
12. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบยิ่งขึ้นด้วย การให้สารซึ่งยอมสำหรับการปลด ปล่อยอย่างช้าๆ ของโครงสร้างเป้าหมายดังกล่าวที่บริเวณการส่ง
13. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ที่โครงสร้างเป้าหมายดังกล่าวถูกให้ภายใน หลอดเลือด, ภายในเนื้องอก, ภายในผิวหนัง, ใต้ผิวหนัง หรือเฉพาะที่
14. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบยิ่งขึ้นด้วยการให้การรวมกันของ GM-CSF และ IL-4
15. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบยิ่งขึ้นด้วยการให้ FLT3-L หรือ โปรตีนการ หลอมที่ประกอบด้วย FLT3-L และ G-CSF หรือ GM-CSF
16. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งประกอบยิ่งขึ้นด้วยการให้สารการกระตุ้นด้วยโปรตีน การหลอม
17. การใช้ของข้อถือสิทธิ 16 ที่สารการกระตุ้นถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย TNF- (อัลฟา), IFN(อัลฟา),RANK-L, อะโกนิสต์ของ RANK, CD40-L,อะโกนิสต์ของ CD40 และกลุ่ม อะโกนิสต์ของตัวรับที่คล้ายโทลล์ของโมเลกุล
18. การใช้ของข้อถือสิทธิ 1 ซึ่งมะเร็งถูกเลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วยมะเร็งที่เมลาโน มา,ทรวงอก,ตับอ่อน,ลำไส้ใหญ่,ปอด,กลิโอม่า,เซลล์ตับอ่อน,เอ็นโดมีเทรียล,กระเพาะอาหาร,ลำ ไส้เล็ก, ไต, ต่อมลูกหมาก, ไธรอยด์, รังไข่, ลูกอัณฑะ, ตับ, ศรีษะและคอ, ลำไส้และ ไส้ตรง, อีโซฟากัส, ท้อง, ตา, กระเพาะปัสสาวะ,กลิโอบลาสโตม่า, และมีแทสเตติก
19. การใช้โครงสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออกฤทธิ์ทางชีวะ วิทยา หรือตัวแปรของมัน และส่วนเป้าหมายที่ส่วนเป้าหมายจำแนกแอนติเจนที่ร่วมกับโรคที่เลือก จากกลุ่มที่ประกอบด้วย a) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากแบคทีเรีย b) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากไวรัส c) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากปรสิต d) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากรา e) แอนติเจนที่แสดงโดยเฉพาะระหว่างช่วงการรักษาโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติหรือ สถานะการอักเสบ และ f) สารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ที่แสดงโดยพืชหรือสัตว์ สำหรับการเตรียมสารผสมทางเภสัชกรรมเพื่อการบำบัดสถานะของโรคในสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม
20. โครงสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออกฤทธิ์ทางชีวะวิทยา หรือ ตัวแปรของมัน และส่วนเป้าหมาย
21. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ เปปไตด์ของอย่างน้อย 10 กรดอะมิโน
22. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ โปรตีน
23. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก
24. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ เวคเตอร์
25. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 24 ซึ่งส่วนเป้าหมายเป็นเวคเตอร์ไวรัส
26. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ แอนติบอดี้หรือส่วน ของแอนติบอดี้
27. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 26 ซึ่งส่วนเป้าหมายคือ ส่วนแอนติบอดี้ซึ่ง จำแนกตัวรับโฟเลต
28. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวจำแนกเนื้องอกที่ ร่วมกับแอนติเจนที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย ตัวรับโฟเลต,ตัวรับ Her2/neu, ตัวรับแฟคเตอร์การ เจริญเติบโตของผิวหนังภายนอก, แอนติเจนของเนื้องอก CA125, Melan-A, ไทโรซิเนส,p97,(เบตา)- HCG,GalNAc, MAGE-1, MAGE-2, MAGE-3, MAGE-4, MAGE-12, MART-1, MUC1, MUC2, MUC3, MUC4, MUC18, CEA, DDC, gp75 ของเมลาโนมาแอนติเจน, Hker8, เมลาโนมาแอนติเจนที่ มีน้ำหนักโมเลกุลสูง, K19, Tyr1 และ Tyr2, สมาชิกของกลุ่มยีน pMel17, c-Met, PSA,PSM, (อัลฟา)- ฟีโตโปรตีน, ไธโรเปอรอกซิเดส, gp100, ตัวรับแฟคเตอร์การเจริญเติบโตของสิ่งที่คล้ายอินซูลิน (IGF-R), เทลโลเมอเรส และ p53
29. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวจำแนกแอนติเจนที่ ร่วมกับเนื้องอกช่องท้อง ดังเช่น เนื้องอกในหลอดเลือด
30. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 29 ซึ่งแอนติเจนดังกล่าวถูกเลือกจากกลุ่มที่ ประกอบด้วย อินเทอกรินอัลฟ่าวี, ตัวรับ VEGF และโปรทีโอไกลแคน NG2
31. โครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20 ซึ่งส่วนเป้าหมายดังกล่าวจำแนกแอนติเจนที่ ร่วมกับโรคที่เลือกจากกลุ่มที่ประกอบด้วย a) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากแบคทีเรีย b) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากไวรัส c) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากปรสิต d) อนุพันธุ์ของแอนติเจนจากรา e) แอนติเจนที่แสดงโดยเฉพาะระหว่างช่วงการรักษาโรคภูมิคุ้มกันอัตโนมัติหรือ สถานะการอักเสบ และ f) สารที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ที่แสดงโดยพืชหรือสัตว์
32. โครงสร้างเป้าหมายที่ประกอบด้วย 6Ckine หรือส่วนที่ออกฤทธิ์ทางชีวะวิทยา หรือ ตัวแปรของมัน และส่วนเป้าหมายที่ประกอบด้วย ส่วนแอนติบอดี้ซึ่งจำแนกตัวรับโฟเลต
33. พลาสมิดที่ประกอบด้วยโครงสร้างเป้าหมายของข้อถือสิทธิ 20
34. พลาสมิดของข้อถือสิทธิ 33 ซึ่งประกอบยิ่งขึ้นด้วย ลำดับของสารสนับสนุน โดย เฉพาะที่เหมาะสำหรับเซลล์เด็นดริทริก
TH201001642A 2002-05-07 วิธีการสำหรับบำบัดมะเร็ง TH76762A (th)

Publications (1)

Publication Number Publication Date
TH76762A true TH76762A (th) 2006-03-30

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Evans et al. Metallic nanoparticles for cancer immunotherapy
Gu et al. Biomaterials and emerging anticancer therapeutics: engineering the microenvironment
Almeida et al. Gold nanoparticle mediated cancer immunotherapy
Sayour et al. Systemic activation of antigen-presenting cells via RNA-loaded nanoparticles
US6423539B2 (en) Adjuvant treatment by in vivo activation of dendritic cells
Benitez et al. Mycobacterium bovis BCG in metastatic melanoma therapy
Singh et al. An injectable synthetic immune-priming center mediates efficient T-cell class switching and T-helper 1 response against B cell lymphoma
Crittenden et al. Intratumoral immunotherapy: using the tumour against itself
US7141550B2 (en) Intra-tumoral administration of IL-12 encoding nucleic acid molecules
Shukla et al. Emerging nanotechnologies for cancer immunotherapy
Song et al. Supramolecular assembly of a trivalent peptide hydrogel vaccine for cancer immunotherapy
Zhang et al. Self-adjuvanting polyguanidine nanovaccines for cancer immunotherapy
Li et al. Boosting CAR-T cell therapy through vaccine synergy
Cui et al. Uplifting Antitumor Immunotherapy with Lymph‐Node‐Targeted and Ratio‐Controlled Codelivery of Tumor Cell Lysate and Adjuvant
Goldstein et al. A CpG-loaded tumor cell vaccine induces antitumor CD4+ T cells that are effective in adoptive therapy for large and established tumors
Speir et al. Engaging natural killer T cells as ‘Universal helpers’ for vaccination
Ma et al. Galloylated toll-like receptor 7/8 agonist nanovaccine for enhanced tumor antigen delivery in personalized immunotherapy
Hussain et al. Exploring Clec9a in dendritic cell-based tumor immunotherapy for molecular insights and therapeutic potentials
Chen et al. Hit-and-run vaccine system that overcomes limited neoantigen epitopes for efficient broad antitumor response
Dong et al. Antigen-conjugated silica solid sphere as nanovaccine for cancer immunotherapy
Wu et al. Biomaterials-assisted construction of neoantigen vaccines for personalized cancer immunotherapy
Ammendola et al. Targeting stem cells with hyperthermia: Translational relevance in cancer patients
Zhang et al. Hydrogel-Based Vaccines: A Promising Approach for Cancer Immunotherapy
Wang et al. Specific antitumor immunity induced by cross-linking complex heat shock protein 72 and alpha-fetoprotein
Jin et al. Administration of soft matter lipid-DNA nanoparticle as the immunostimulant via multiple routes of injection in vivo