TH67637A - องค์ประกอบหน่วงการติดไฟ - Google Patents
องค์ประกอบหน่วงการติดไฟInfo
- Publication number
- TH67637A TH67637A TH301003629A TH0301003629A TH67637A TH 67637 A TH67637 A TH 67637A TH 301003629 A TH301003629 A TH 301003629A TH 0301003629 A TH0301003629 A TH 0301003629A TH 67637 A TH67637 A TH 67637A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- chemical formula
- carbon atoms
- alkyl
- formula
- replaced
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (10/03/53) ซับสเทรตโพลีเมอริกอินทรีย์ เช่น โพลีโอลีฟิน เช่น โพลีโพรพิลีน สามารถทำให้เกิดการ หน่วยการติดไฟโดยการร่วมเข้า ของของผสมเสริมฤทธิ์ของ (i) อย่างน้อยหนึ่งสารปรับเสถียรเอ มีน ที่ถูกบดบังทางสเตียริก (ii) อย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการ ติดไฟที่เลือกได้จากหมู่ที่ประกอบด้วย ออร์กาโนเฮโลเจน ฟอสฟอรัสที่มี ไอโซไซยานูเรตและสารหน่วงการติดไฟที่มีเมลา มีเป็นหลัก และ (iii) อย่างน้อยหนึ่งสารกวาดกรด องค์ประกอบของ การประดิษฐ์นี้รวมคุณสมบัติสารหน่วงการติด ไฟดีและคุณสมบัติ เชิงกลดี สิ่งของขึ้นรูปแม่พิมพ์โพลีโอลีฟินถูกปรับเสถียร ต้านแสง ความร้อนและ ออกซิเจนและทำให้เกิดการหน่วยการติดไฟ ด้วยการร่วมเข้าของอย่างน้อยหนึ่งเอมีนที่ถูกบดบัง ทางส เตียริก และอย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการติดไฟแบบธรรมดา ในขณะ ที่ปล่อยระดับสูงปกติของ สารเติมสารหน่วงการติดไฟลดลงอย่าง มากหรือหมดไป ซับสเทรตโพลีเมอริกอินทรีย์ เช่น โพลีโอลีฟิน เช่น โพลีโพรฟิลีน สามารถทำให้เกิดการ หน่วยการติดไฟโดยการร่วมเข้า ของของผสมเสริมฤทธิ์ของ (i) อย่างน้อยหนึ่งสารปรับเสถียรเอ มีน ที่ถูกบดบังทางสเตียริก (ii) อย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการ ติดไฟที่เลือกได้จากหมู่ที่ประกอบด้วย ออร์กาโนเฮโลเจน ฟอสฟอรัสที่มี ไอโซไซยานูเรตและสารหน่วงการติดไฟที่มีเมลา มีเป็นหลัก และ (iii) อย่างน้อยหนึ่งสารกวาดกรด สารผสมของ การประดิษฐ์นี้รวมคุณสมบัติสารหน่วงการติดไฟดี และคุณสมบัติ เชิงกลดี สิ่งของขึ้นรูปแม่พิมพ์โพลีโอลีฟินถูกปรับเสถียร ต้านแสง ความร้อนและ ออกซิเจนและทำให้เกิดการหน่วยการติดไฟ ด้วยการร่วมเข้าของอย่างน้อยหนึ่งเอมีนที่ถูกบดบัง ทางส เตียริก และอย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการติดไฟแบบธรรมดา ในขณะ ที่ปล่อยระดับสูงปกติของ สารเติมสารหน่วงการติดไฟลดลงอย่าง มากหรือหมดไป
Claims (18)
1. สารผสมโพลิเมอร์หน่วงการติดไฟซึ่งประกอบด้วย (a) ซับสเทรทโพลีเมอร์อินทรีย์และ (b) ปริมาณหน่วงการติดไฟอย่างมีประสิทธิภาพของของผสมเสริม ฤทธิ์ของ (i) อย่างน้อยหนึ่งสารปรับเสถียรเอมีนที่ถูกบดบังการสเตีย ริก และ (ii) อย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการติดไฟที่เลือกได้จากหมู่ ที่ประกอบด้วยออร์การโน- เฮโลเจน ฟอสฟอรัสที่มี ไอโซไซยานูเ รตและสารหน่วงการติดไฟที่มีเมลามีเป็นหลัก (iii) อย่างน้อยหนึ่งสารกวาดกรด
2. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ไม่มีสารเติมหรือสารเติม ในปริมาณน้อยกว่าประมาณ 3% โดย น้ำหนักโดยยึดตามน้ำหนักของ ส่วนประกอบโพลิเมอร์ (a)
3. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ไม่มีแอนติโมนีหรือสาร ประกอบแอนติโมนีในปริมาณน้อยกว่า ประมาณ 1% โดยน้ำหนักโดย ยึดตามน้ำหนักของส่วนประกอบ (a)
4. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งส่วนประกอบโพลีเมอร์ (a) คือเทอร์โมพลาสติกโพลีเมอร์
5. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งส่วนประกอบโพลีเมอร์ (a) ถูกเลือกได้จากกลุ่มของเรซินที่ ประกอบด้วยโพลีโอลีฟิน เทอร์โมพลาสติกโพลีโอลีฟิน สไตรีนิกโพลีเมอร์และโคโพลีเ มอร์ ABS และโพลีเมอร์ซึ่งมีเฮเทอโรอะตอม พันธะคู่หรือวงอะ โรมาติก
6. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งสารปรับเสถียรของส่วน ประกอบ (i) ที่มีสูตร (สูตรเคมี) ซึ่ง G1 และ G2 เป็นอิสระคืออัลคิลที่มี 1 ถึง 8 คาร์บอนอะตอม หรือคือร่วมกับเพนตาเมทิลีน Z1 และ Z2 แต่ละตัวคือเมทิล หรือ Z1 และ Z2 ร่วมกันก่อรูป ส่วนเชื่อมซึ่งอาจถูกแทนที่ เพิ่มเติมด้วยหมู่เอสเทอร์ อีเทอร์ เอไมด์ อะมิโน คาร์บอกซีหรือยูรีเทน c]t E คือออกซิล ไฮดรอกซิล อัลคอกซี ไซโคลอัลคอกซี เอรัลคอกซี เอริลออกซี –O-CO-OZ3 –O-Si(Z4)3 –O-PO(OZ5)2 หรือ –O-CH2-OZ6 ซึ่ง Z3 Z4 Z5 และ Z6 ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยส่วนไฮโดรเจน อะลิฟาติก อะราลิฟาติกและอะโรมาติก หรือ E คือ –O-T-(OH)b T คืออัลคิลีนโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคิลีนที่มี 5 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคีนิลีนที่มี 5 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม อัลคิลีนโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอกนอะตอมที่ถูกแทนที่ด้วยฟีนิลหรือโดยฟีนิลที่ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหรือสองหมู่อัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม b คือ 1 2 หรือ 3 โดยมีเงื่อนไขว่า b ไม่สามารถมากเกินจำนวนของคาร์บอนอะตอมใน T และเมื่อ b คือ 2 หรือ 3 แต่ละหมู่ไฮดรอกซิลถูกแนบติดกับคาร์บอนอะตอมต่างกันของ T
7. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 6 ที่ซึ่งสารปรับเสถียรของส่วนประกอบ (i) คือสารหนึ่งที่มีสูตร A-R (สูตรเคมี) (A) (สูตรเคมี) (B) (สูตรเคมี) (C) (สูตรเคมี) (D) (สูตรเคมี) (E) (สูตรเคมี) (F) (สูตรเคมี) (G) (สูตรเคมี) (H) (สูตรเคมี) (I) (สูตรเคมี) (J) (สูตรเคมี) (K) (สูตรเคมี) (L) (สูตรเคมี) (M) (สูตรเคมี) (N) (สูตรเคมี) (O) (สูตรเคมี) (P) (สูตรเคมี) (Q) (สูตรเคมี) (R) โดยที่ E คือออกซิล ไฮดรอกซิล อัลคอกซีที่มี 1 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคอกซีที่มี 5 ถึง 12 คาร์บอนอะตอมหรือเอรัลคอกซีที่มี 7 ถึง 15 คาร์บอนอะตอม หรือ E คือ –O-T-(OH)b T คืออัลคิลีนโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคิลีนที่มี 5 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคิลีนที่มี 5 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม อัลคิลีนโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 14 คาร์บอนอะตอมที่ถูกแทนที่ด้วยฟีนิลหรือฟีนิลที่ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหรือสองหมู่อัลคิลที่มี ที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม b คือ 1 2 หรือ 3 โดยมีเงื่อนไขว่า b ไม่สามารถมากเกินจำนวนของคาร์บอนอะตอมใน T1 และเมื่อ b คือ 2 หรือ 3 แต่ละหมู่ไฮดรอกซิลถูกแนบติดกันคาร์บอนอะตอมต่างกันของ T R คือไฮโดรเจนหรือเมทิล m คือ 1 ถึง 4 เมื่อ m คือ 1 R2 คือไฮโดรเจน C1-C18 อัลคิลหรืออัลคิลที่อาจเลือกให้ถูก แทรกด้วยหนึ่งออกซิเจนอะตอม หรือมากกว่า C2-C12 อัลคีนิล C6-C10เอริล C7-C18เอรัลคิล ไกลซิดิล อนุมูลโมโนวาเลนท์เอ ซิลของ กรดอะลิฟาติก ไซโคลอะลิฟาติกหรืออะโรมาติกคาร์บอกซิ ลิก หรือกรดคาร์บามิก เช่น อนุมูลเอ- ซิลของกรดอะลิฟาติกคาร์ บอกซิลิกที่มี 2-18 C อะตอม ของกรดไซโคลอะลิฟาติกคาร์บอกซิ ลิกที่ 5-12 C หรือของกรดอะโรมาติกคาร์บอกซิลิกที่มี 7-15 C อะตอม หรือ (สูตรเคมี) โดยที่ x คือ 0 หรือ 1 (สูตรเคมี) โดยที่ y คือ 2-4 เมื่อ m คือ 2 R2 คือ C1-C12 อัลคิลีน C4-C12อัลคีนิลิน ไซลิลีน อนุมูลไดวาเลนท์เอซิลของกรดอะลิฟาติก เอราลิฟาติกหรืออะโร มาติกไดคาร์บอกซิลิกหรือของกรดไดคาร์บามิก เช่น อนุมูลเอ ซิลของกรด อะลิฟาติกไดคาร์บอกซิลิกที่มี 2-18 C อะตอม ของกรด ไซโคลอะลิฟาติกหรืออะโรมาติกไดคาร์- บอกซิลิกที่มี 8-14 C อะตอม หรือของกรดอะลิฟาติก ไซโคลอะลิฟาติกหรืออะโรมาติกได คาร์บอก- ซิลิกที่มี 8-14 C อะตอม (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) (สูตรเคมี) โดยที่ D1 และ D2 เป็นอิสระคือไฮโดรเจน อนุมูลอัลคิลที่มี ถึง 8 คาร์บอนอะตอม อนุมูล เอริลหรือเอรัลคิลที่รวมถึง อนุมูล 3, 5-ได-t-บิวทิล-4-ไฮดรอกซีเบนซิล D3 คือไฮโดรเจน หรืออนุมูล อัลคิลหรืออัลคีนิลที่มีถึง 18 คาร์บอนอะตอม และ d คือ 0-20 เมื่อ m คือ 3 R2 คืออนุมูลไตรวาเลนท์เอซิลของกรดอะลิฟาติก อะลิฟาติกไม่อิ่มตัว ไซโคลอะลิฟาติก หรืออะโรมาติกไตรคาร์ บอกซิลิก เมื่อ m คือ 3 R2 คืออนุมูลเตตราวาเลนท์เอซิลของกรดอะลิฟา ติกหรืออะโรมาติกเตตรา คาร์บอกซิลิกที่อิ่มตัวหรือไม่อิ่ม ตัวที่รวมถึงกรด 1,2,3,4-บิวเทนเตตราคาร์บอกซิลิก กรด 1,2,3,4- บิวท์-2-อีน-เตตราคาร์บอกซิลิก และ 1,2,3,5- และ 1,2,4,5-เพนเทนเตตราคาร์บอกซิลิก p คือ 1 2 หรือ 3 R 3 คือไฮโดรเจน C1-C12 อัลคิล C5-C7 ไซโคลอัลคิล C7-C9เอรัลคิล C2-C18อัลคาโนอิล C3-C5 อัลคีโนอิลหรือเบน โซอิล เมื่อ p คือ 1 R4 คือไฮโดรเจน C1-C18อัลคิล C5-C7ไซโคลอัลคิล C2-C8อัลคี นิล ที่ไม่ถูกหรือถูกแทนที่ ด้วยหมู่ไซยาโน คาร์บอนิลหรือ คาร์บาไมด์ เอริล เอรัลคิลหรือมันเป็นไกลซิดิล หมู่ที่มี สูตร -CH2- CH(OH)-Z หือที่มีสูตร -CO-Z หรือ -CONH-Z โดย ที่ Z คือไฮโดรเจน เมทิลหรือฟีนิล หรือหมู่ที่มี สูตร (สูตรเคมี) หรือ (สูตรเคมี) ซึ่ง h คือ 0 หรือ 1 R3 และ R4 ร่วมกัน เมื่อ p คือ 1 สามารถเป็นอัลคิลีนที่มี 4 ถึง 6 คาร์บอนอะตอมหรือ 2- ออกโซ-โพลีอัลคิลีน อนุมูลไซคลิก เอซิลของกรดอะลิฟาติกหรืออะโรมาติก 1,2- หรือ 1,3-ไดคาร์- บอกซิลิก เมื่อ p คือ 2 R4 คือพันธะตรงหรือคือหมู่ C1-C12 อัลคิลีน C6-C12เอริลีน ไซ ลิลีน –CH2CH(OH)-CH2 หรือ หมู่ –CH2-CH(OH)-CH2-O-X-O-CH2-CH(OH)-CH2- โดยที่ X คือ C2-C16อัลคิ ลีน C6-C15เอริลีน หรือ C6-C12ไซโคลอัลคิลีนหรือที่กำหนด ว่า R3 ไม่ใช่อัลคาโนอิล อัลคีโนอิลหรือเบนโซอิล R4 สามารถ เป็นอนุมูลไดวาเลนท์เอซิลของกรดอะลิฟาติก ไซโคลอะลิฟาติก หรืออะโรมาติกไดคาร์- บอกซิลิกหรือกรดไดคาร์บามิกหรือสามารถ เป็นหมู่ -CO-; หรือ (สูตรเคมี) ซึ่ง T8 และ T9 เป็นอิสระคือไฮโดรเจน อัลคิลที่มี 1 ถึง 18 คาร์บอนอะตอมหรือ T8 และ T9 ร่วมกันคืออัลคิลีนที่มี 4 ถึง 6 คาร์บอนอะตอมหรือ 3-ออกซาเพนตาเมทิลีน เมื่อ p คือ 3 R4 คือ 2,4,6-ไตรเอซินิล n คือ 1 หรือ 2 เมื่อ n คือ 1 R5 และ R'5 เป็นอิสระคือ C1-C12อัลคิล C2-C12อัลคิลีน C7-C12เอรัลคิล หรือ R5 คือ ไฮโดรเจน หรือ R5 และ R'5 ร่วม กันคือ C2-C8อัลคิลีนหรือไฮดรอกซีอัลคิลีนหรือ C4-C22เอซิ ลออก- ซีอัลคิลีน เมื่อ n คือ 2 R5 และ R'5 ร่วมกันคือ (-CH2)2C(CH2-)2; R6 คือไฮโดรเจน C1-C2อัลคิล อัลลิล เบนซิล ไกลซิดิลหรือ C2-C6อัลคอกซีอัลคิล เมื่อ n คือ 1 R7 คือไฮโดรเจน C1-C12อัลคิล C3-C5อัลคีนิล C7-C9เอรัลคิล C5-C7ไซโคลอัลคิล C2-C4ไฮ- ครอกซีอัลคิล C2-C6อัลคอกซีอัลคิล C6-C10เอริล ไกลซิดิล หมู่ที่มีสูตร –(CH2)t-COO-Q หรือสูตร -(CH2)t-O-CO-Q โดยที่ t คือ 1 หรือ 2 และ Q คือ C1-C4อัลคิลหรือฟี นิล หรือ เมื่อ n คือ 2 R7 คือ C2-C12อัลคิลีน C6-C12เอริลีน หมู่ -CH2CH(OH)-CH2-O-X-O-CH2-CH(OH)-CH2- โดยที่ X คือ C2-C10 อัลคิลีน C6-C15เอริลีนหรือ C6-C12ไซโคลอัลคิ ลีน หรือหมู่ –CH2CH(OZ')CH2- (OCH2-CH(OZ')CH2)2- โดยที่ Z' คือไฮโดรเจน C1-C18อัลคิล อัลลิล เบนซิล C2-C12อัลคาโนอิลหรือ เบนโซอิล Q1 คือ -N(R8)- หรือ -O- E7 คือ C1-C3อัลคิลีน หมู่ –CH2-CH(R9)-O- โดยที่ R9 คือ ไฮโดรเจน เมทิลหรือฟีนิล หมู่ –(CH2)3-NH- หรือ พันธะตรง R10 คือไฮโดรเจนหรือ C1-C18อัลคิล R8 คือไฮโดรเจน C1-C18อัลคิล C5-C7ไซโคลอัลคิล C7- C12 เอรัลคิล ไซยาโนเอทิล C6-C10เอริล หมู่ –CH2-CH(R9)-OH โดยที่ R9 มีความหมายที่นิยาม ข้าง ต้น หมู่ที่มีสูตร (สูตรเคมี) หรือหมู่ที่มีสูตร (สูตรเคมี) โดยที่ G4 คือ C2-C6อัลคิลีนหรือ C6-C12เอริลีนหรือ R8 คือ หมู่ –E7-CO-NH-CH2-OR10 สูตร F หมายถึงหน่วยทางโครงสร้างที่เกิดซ้ำของโพลีเมอร์ ซึ่ง T3 คือเอทิลีนหรือ 1,2- โพรพิลีน คือหน่วยทางโครงสร้าง ซ้ำที่อนุพันธ์จากอัลฟา-โอลีฟินโคโพลิเมอร์ กับอัลคิลอะครัยเลต หรือเมทาครัยเลต เช่น โคโพลีเมอร์ของ เอทิลีนและเอทิลีนอะครัยเลต และที่ k คือ 2 ถึง 100 T4 มีความหมายเดียวกับ R4 เมื่อ p คือ 1 หรือ 2 T5 คือเมทิล T6 คือเมทิลหรือเอทิล หรือ T5 และ T6 ร่วมกันคือเตตราเมทิ ลีนหรือเพนตาเมทิลีน M และ Y เป็นอิสระคือเมทิลีนหรือคาร์บอนิล และ T4 คือเอที ลีนซึ่ง n คือ 2 T7 เหมือนกับ R7 T10 และ T11 เป็นอิสระคืออัลคิลีนที่มี 2 ถึง 12 คารบอนอะ ตอม หรือ T11 คือ (สูตรเคมี) T12 คือปิเปอราซินิล -NR11-(CH2)d-NR11- หรือ (สูตรเคมี) ซึ่ง R11 เหมือนกับ R3 หรือยังคือ (สูตรเคมี) a b และ c เป็นอิสระคือ 2 หรือ 3 และ f คือ 0 หรือ 1 และ e คือ 2 3 หรือ 4 เช่น 4 T13 เหมือนกับ R2 ด้วยเงื่อนไขว่า T13 ไม่สามารถเป็น ไฮโดรเจนเมื่อ n คือ 1 E1 และ E2 ที่ต่างกัน แต่ละตัวคือ -CO- หรือ -N(E5)- ซึ่ง R5 คือไฮโดรเจน C1-C12อัลคิล หรือ C4-C22อัลคอกซีคาร์บอ นิลอัลคิล E3 คือไฮโดรเจน อัลคิลที่มี 1 ถึง 30 คาร์บอนอะตอม ฟีนิล แนฟทิล ฟินิลดังกล่าวหรือ แนพทิลดังกล่าวที่ถูกแทนที่ด้วย คลอรีนหรือโดยอัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม หรือฟี นิลอัลคิล ที่มี 7 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม หรือฟีนิลอัลคิลดัง กล่าวที่ถูกแทนที่ด้วยอัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอน อะตอม E4 คือไฮโดรเจน อัลคิลที่มี 1 ถึง 30 คาร์บอนอะตอม ฟีนิล แนพทิลหรือฟีนิลอัลคิลที่มี 7 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม หรือ E3 และ E4 ร่วมกันคือโพลีเมทิลีนที่มี 4 ถึง 17 คาร์บอน อะตอม หรือโพลีเมทิลีนดังกล่าวที่ ถูกแทนที่ด้วยถึงสี่ หมู่อัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม E6 คืออนุมูลอะลิฟาติกหรืออะโรมาติกเตตราวาเลนท์ R2 ที่มีสูตร (N) ถูกนิยามก่อนหน้าเมื่อ m คือ 1 G1 คือพันธะตรง C1-C12อัลคิลีน ฟีนิลีนหรือ -NH-G'-NH โดยที่ G' คือ C1-C12อัลคิลีน หรือ โดยที่สารประกอบเอมีนที่ถูกบดบังหรือสารประกอบที่มีสูตร I II III IV V VI VII VIII IX X หรือ XI (สูตรเคมี) (I) (สูตรเคมี ) (II) (สูตรเคมี) (III) (สูตรเคมี ) (IV) (สูตรเคมี) (V) (สูตรเคมี) (VI) (สูตรเคมี) (VII) (สูตรเคมี) (VIII) (สูตรเคมี) (IX) (สูตรเคมี) (X) (สูตรเคมี) (XI) โดยที่ E1 E2 E3 และ E4 เป็นอิสระคืออัลคิลที่มีสูตร 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม E1 และ E2 เป็น อิสระคืออัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม และ E3 และ E4 ที่นำมาร่วมกันคือเพนตาเมทิลีน หรือ E1 และ E2 และ E3 และ E4 แต่ละตัวนำมาร่วมกันคือเพน ตาเมทิลีน R1 คืออัลคิลที่มี 1 ถึง 18 คาร์บอนอะตอม ไซโคลอัลคิลที่ มี 5 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม อนุมูลไบไซคลิกหรือไตรไซคลิก ไฮโดรคาร์บอนที่มี 7 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม ฟีนิลอัลคิลที่มี 7 ถึง 15 คาร์บอนอะตอม เอริลที่มี 6 ถึง 10 คาร์บอนอะตอม หรือเอริลดังกล่าวที่ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งถึง สามอัลคิลที่มี 1 ถึง 8 คาร์บอนอะตอม R2 คือไฮโดรเจนหรืออัลคิลโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม R3 คืออัลคิลีนที่มี 1 ถึง 8 คาร์บอนอะตอม หรือ R3 คือ –CO- -CO-R4- -CONR2- หรือ –CO-NR2-R4- R4 คืออัลคิลีนที่มี 1 ถึง 8 คาร์บอนอะตอม R5 คือไฮโดรเจน อัลคิลโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 12 คาร์บอนอะตอมหรือ (สูตรเคมี) หรือเมื่อ R4 คือเอทิลีน สอง R5 ตัวแทนที่เมทิลสามารถถูก เชื่อมโดยพันธะตรงเพื่อว่าหมู่ เชื่อมไตรเอซีน –N(R5)-R4-N(R5)- คือ ส่วนปิเปอราซิน-1,4-ไดอิล R6 คืออัลคิลีนที่มี 2 ถึง 8 คาร์บอนอะตอมหรือ R6 คือ (สูตรเคมี) ด้วยเงื่อนไขที่ Y ไม่ใช่ -OH เมื่อ R6 คือโครงสร้างที่ ระบุข้างต้น A คือ -O- หรือ -NR7- ซึ่ง R7 คือไฮโดรเจน อัลคิลโซ่ตรงหรือกิ่งที่มี 1 ถึง 12 คาร์บอน อะตอม หรือ R7 คือ (สูตรเคมี) T คือฟีนอกซี ฟีนอกซีที่ถูกแทนที่ด้วยหนึ่งหรือสอง หมู่อัลคิลที่มี 1 ถึง 4 คาร์บอนอะตอม อัลคอกซีที่มี 1 ถึง 8 คาร์บอนอะตอมหรือ -N(R2)2 ด้วยการกำหนดว่า R2 ไม่ใช่ ไฮโดรเจน หรือ T คือ (สูตรเคมี) X คือ -NH2 -NCO -OH -O-ไกลซิดิล หรือ -NHNH2 และ Y คือ -OH -NH2 -NHR2 ซึ่ง R2 ไม่ใข่ไฮโดรเจน หรือ Y คือ -NCO -COOH ออกซิรา- นิล -O-ไกลซิดิล หรือ -Si(OR2)3 หรือการ รวม R3-Y-คือ -CH2CH(OH)R2 ซึ่ง R2 คืออัลคิล หรืออัลคิลดัง กล่าวที่ถูกแทรกด้วยหนึ่งถึงสี่ออกซิเจนอะตอมหรือ R3-Y- คือ -CH2OR2 หรือ โดยที่สารประกอบเอมีนที่ถูกบดบังคือของผสมของ N,N',N'''-ทริส{2,4-บิส[(1-ไฮโดรคาร์- บิลออกซี-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดิน-4-อิล)อัลคิลอะมิโน]-s-ไตรเอ ซิน-6-อิล}-3,3'-เอทิลีนไดอิ- มิโนไตโพรพิลเอมีน N, N', N''-ทริส{2,4-บิส[(1-ไฮโดรคาร์บิลออกซี-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดิน- 4-อิล)อัลคิลอะมิโน]-s-ไตรเอ ซิล-6-อิล}-3,3'-เอทิลีนไดอิมิโนไดโพรพิลเอมีน และอนุพันธ์ ที่เชื่อม ดังที่อธิบายโดยสูตร I II IIA และ III R1NH-CH2CH2CH2NR2CH2CH2NR3CH2CH2CH2NHR4 (I) T-E1-T1 (II) T-E1 (IIA) G-E1-G1-E1-G2 (III) ซึ่งในเตตราเอมีนที่มีสูตร I R1 และ R2 คือส่วน s-ไตรเอซีน E และหนึ่งใน R3 และ R4 คือ ส่วน s-ไตรเอซีน E กับอีก R3 หรือ R4 ที่เป็นไฮโดรเจน E คือ (สูตรเคมี) R คือเมทิล โพรพิล ไซโคลเฮกซิลหรือออกทิล R5 คืออัลคิลที่มี 1 ถึง 12 คาร์บอนอะตอม ซึ่งในสารประกอบที่มีสูตร II หรือ IIA เมื่อ R คือโพรพิล ไซโคลเฮกซิลหรือออกทิล T และ T1 แต่ละตัวคือเตตราเอมีนที่ถูกแทนที่ด้วย R1-R4 เป็นดังที่นิยามสำหรับสูตร I ซึ่ง (1) หนึ่งในส่วน s-ไตรเอซีน E ในแต่ละเตตราเอมีนถูกแทนที่ ด้วยหมู่ E1 ซึ่งก่อรูปสะพาน ระหว่างสองเตตราเอมีน T และ T1 E1 คือ (สูตรเคมี) หรือ (2) หมู่ E1 สามารถมีทั้งปลายในเตตราเอมีน T เหมือนกับใน สูตร IIA ซึ่งสองส่วน E ของ เตตราเอมีนถูกแทนที่ด้วยหนึ่ง หมู่ E1 หรือ (3) สามตัวแทนที่ s-ไตรเอซีนทั้งหมดของเตตราเอมีน T สามารถเป็น E1 เพื่อว่าหนึ่ง E1 เชื่อม T และ T1 และ E1 ที่สองมีปลายทั้งสองในเตตราเอมีน T L คือโพรเพนไดอิล ไซโคลเฮกเซนไดอิลหรือออกเทนไดอิล ซึ่งในสารประกอบที่มีสูตร III G G1 และ G2 แต่ละตัวคือเตตราเอมีนที่ถูกแทนที่ด้วย R1-R4 เป็นดังที่นิยามสำหรับสูตร I เว้นแต่ที่ G และ G2 แต่ละตัว มีหนึ่งในส่วน s-ไตรเอซีน E แทนที่ด้วย E1 และ G1 มีสองของ ส่วน ไตรเอซีน E แทนที่ด้วย E1 เพื่อว่ามีสะพานระหว่าง G และ G1 และสะพานที่สองระหว่าง G1 และ G2 ซึ่งของผสมถูกเตรียมโดยการทำปฏิกิริยาสองถึงสี่สมมูลของ 2, 4-บิส[(1-ไฮโดรคาร์บิล ออกซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอริ ดิน-4-อิล)บิวทิลอะมิโน]-6-คลอโร-s-ไตรเอซีนกับหนึ่งสมมูล ของ N, N'-บิส(3-อะมิโนโพรพิล)เอทิลีนไดเอมีน หรือเอมีนที่ถูกบดบังคือสาประกอบที่มีสูตร IIIb (สูตรเคมี) (IIIb) ที่ซึ่งดัชนี n อยู่ในช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 15 R12 คือ C2-C12อัลคิลีน C4-C12อัลคีนิลีน C5-C7ไซโคลอัลคิ ลีน C5-C7ไซโคลอัลคิลีน-ได(C1- C4อัลคิลีน) C1-C4อัลคิ ลีนได(C5-C7ไซโคลอัลคิลีน) พีนิลีนได(C1-C4อัลคิลีน) หรือ C4-C12อัลคิลีนที่ ถูกแทรกด้วย 1,4-ปิเปอราซีนไดอิล -O- หรือ >N-X1 ด้วย X1 ที่เป็น C1-C12เอซิลหรือ (C1-C12 อัลคอก ซี)คาร์บอนิลหรือที่มีหนึ่งในคำนิยามของ R14 ที่ให้ด้าน ล่างเว้นแต่ไฮโดรเจนหรือ R12 คือ หมู่ที่มีสูตร (Ib') หรือ (Ic') (สูตรเคมี) (Ib') (สูตรเคมี) (Ic') กับ m ที่เป็น 2 หรือ 3 X2 ที่เป็น C1-C18อัลคิล C5-C12ไซโคลอัลคิลซึ่งไม่ถูกแทน ที่หรือถูกแทนที่ด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล ฟีนิลซึ่งไม่ ถูกแทนที่หรือถูกแทนที่ด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิลหรือ C1-C4อัลคอกซี C7-C9ฟีนิลซึ่งไม่ถูกแทนที่หรือถูกแทนที่ บนฟีนิลด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล และ อนุมูล X3 ที่เป็นอิสระจากกัน C2-C12อัลคิลีน R13 R14 และ R15 ซึ่งเหมือนหรือต่างกันคือไฮโดรเจน C1-C18อัลคิล C5-C12ไซโคลอัลคิลซึ่ง ไม่ถูกแทนที่หรือถูกแทน ที่ด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล C3-C18อัลคีนิล ฟีนิลซึ่ง ไม่ถูกแทนที่หรือ ถูกแทนที่ด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล หรือ C1-C4อัลคอกซี C7-C9ฟีนิลอัลคิลซึ่งไม่ถูกแทนที่หรือ ถูกแทนที่บนฟีนิลด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล เตตรา ไฮโดรเฟอฟิวริลหรือ C2-C4อัลคิลซึ่งถูก แทนที่ในตำแหน่งที่ 2 3 หรือ 4 โดย -OH C1-C8อัลคอกซี ได(C1-C4อัลคิล)อะมิโน หรือหมู่ที่มีสูตร (Ie') (สูตรเคมี) (Ie') กับ Y ที่เป็น –O- -CH2- -CH2CH2- หรือ >N-CH3 หรือ -N(R14)(R15) เพิ่มเติมคือหมู่ที่มีสูตร (Ie') อนุมูล A เป็นอิสระจากกันคือ –OR13 –N(R14)(R15) หรือหมู่ที่มีสูตร (IIId); (สูตรเคมี) (IIId) X คือ –O- หรือ >N- R16 R16 คือไฮโดรเจน C1-C18อัลคิล C3-C18อัลคีนิล C5-C12ไซ โคลอัลคิล ซึ่งไม่ถูกแทนที่หรือถูก แทนที่ด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล C7-C9ฟีนิลอัลคิลซึ่งไม่ถูกแทนที่หรือถูกแทน ที่บนฟีนิลด้วย 1 2 หรือ 3 C1-C4อัลคิล เตตราไฮโดรเฟอฟิว ริล หมู่ที่มีสูตร (IIIf) (สูตรเคมี) (IIIf) หรือ C2-C4อัลคิลซึ่งถูกแทนที่ในตำแหน่ง 2 3 หรือ 4 โดย –OH C1-C8อัลคอกซี ได(C1-C4อัลคิล)อะมิโนหรือหมู่ที่มีสูตร (le') R11 มีหนึ่งในคำนิยามที่ให้สำหรับ R16 และ อนุมูล B มีอิสระจากกันและกันในหนึ่งคำนิยามที่ให้สำหรับ A
8. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 7 โดยที่สารปรับเสถียรของส่วน ประกอบ (i) ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วย 1-ไซโคลเฮกซิลออกซี-2,2,6,6-เตตราเมทิล-4-ออกตาเดซิลอะมิ โนปิเปอริดีน บิส-(1-ออกทิลออกซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอริ ดิน-4-อิล)ซีบาเคต 2,4-บิส[(1-ไซโคลคาร์ซิลออกซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอริ ดิน-4-อิล)บิวทิลอะมิโน]-6-(2- ไฮดรอกซีเอทิลอะมิโน)-s-ไตร เอซีน 2,4-บิส[(1-ไซโคลเฮกซิลอกซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอริ ดิน-4-อิล)บิวทิลอะมิโน]-6- คลอโร-s-ไตรเอซีน 1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-4-ไฮดรอกซี-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดีน 1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-4-ออกโซ-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดีน 1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-4-ออกตาเดคาโนอิลออก ซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอ- ริดีน บิส(1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดิน-4-อิล)ซีบาเคด บิส(1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดีน-4-อิล)อะดิเปต 2,4-บิส{N-[1-(2-ไฮดรอกซี-2-เมทิลโพรพอกซี)-2,2,6,6-เต ตราเมทิลปิเปอริดิน-4-อิล]-N- บิวทิลอะมิโน)-6-(2-ไฮดรอกซี เอทิลอะมิโน)-s-ไตรเอซีน ผลิตภัณฑ์ปฏิกิริยาของ 2,4-บิส[(1-ไซโคลเฮกซิลออก ซี-2,2,6,6-เตตราเมทิลปิเปอริดิน-4- อิล)บิวทิลอะมิ โน]-6-คลอโร-s-ไตรเอซินด้วย N, N'-บิส(3-อะมิโนโพรพิล)เอทิ ลีนไดเอมีน) และ สารประกอบที่มีสูตร (สูตรเคมี) ที่ซึ่ง n คือตั้งแต่ 1 ถึง 15
9. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งสารปรับเสถียรของ ส่วนประกอบ (i) มีอยู่ตั้งแต่ประมาณ 0.05% ถึงประมาณ 20% โดยน้ำหนักโดยยึดตามโพลีเมอร์ซับสเทรต (a)
10. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งสารหน่วงการติดไฟ ของส่วนประกอบ (ii) ถูกเลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วย คลอโรอัลคิดฟอสเฟตเอสเทอร์ ทริส(2-คลอโรเอทิล)ฟอสเฟต โพลีโบรมิเนเต็ดไดฟีนิลออกไซด์ เดคาโบโมไดฟีนิลออกไซด์ ทริส[3-โบรโม-2,2-บิส(โบรโมเมทิล)โพรพิล]ฟอสเฟต ทริส(2,3-ไดโบรโมโพรพิล)ฟอสเฟต ทริส (2,3-ไดคลอโรโพรพิล)ฟอสเฟต กรดคลอเรนติก กรดเตตราคลอโรพทาลิก กรดเตตราโบรโมพทาลิก บิส-(N,N'-ไฮดรอกซีเอทิล)เตตราคลอโรฟีนิลีนไดเอมีน ของผสมโพลี-เบตา-คลอโรเอทิลไตรฟอสฟอเนต เตตราโบรโมบิสฟีนอล A บิส(2,3-ไดโบรโมโพรพิล)อีเทอร์ โบรมิเนเต็ดอีพอกซีเรซิน เอทิลีน-บิส(เตตราโบรโมพทาลอิไมด์) บิส(เฮกซาคลอโรไซโคลเพนตาไดอีโน)ไซโคลออกเทน คลอริเนเต็ดพาราฟิน ออกตาโบรโมไดฟีนิลอีเทอร์ อนุพันธ์เฮกซาคลอโรไซโคลเพนดาไดอีน 12-บิส(ไตรโบรโมฟีนอกซี)อีเทน เตตราโบรโม-บิสฟีนอล A เอทิลีนบิส-(ไดโบรโม-นอร์บอร์เนนไดคาร์บอกซิไมด์) บิส-(เฮกซาคลอโรไซโคลเพนตาไดอีโน)ไซโคลออกเทน PTFE ทริส-(2,3-ไดโบรโมโพรพิล)-ไอโซไซยานูเรต และ เอทิลีน-บิส-เตตราโบโมพทาลอิไมด์ ฟอสฟอรัสที่มีสารหน่วงการติดไฟคือ เช่น เตตราฟีนิลเรซอร์ซินอลไดฟอสไฟต์ ไตรฟีนิลฟอสเฟต ไตรออกทิลฟอสเฟต ไตรครีซิสฟอสเฟต เตตราคิส(ไฮดรอกซีเมทิล)ฟอสฟอเนียมซัลไฟด์ ไดเอทิล-N,N-บิส(2-ไฮดรอกซีเอทิล)-อะมิโนเมทิลฟอสฟอเนต ไฮดรอกซีอัลคิลเอสเทอร์ของกรดฟอสฟอรัส แอมโมเนียมโพลีฟอสเฟต เรซอร์ซินอลไดฟอสเฟตโอลิโกเมอร์ สารหน่วงการติดไฟฟอสฟาซีน เอทิลีนไดเอมีนไดฟอสเฟต โพลีไอโซไซยานูเรต เอสเทอร์ของกรดไอโซไซยานูริก ไอโซไซยานูเรด ไฮดรอกซีอัลคิลไอโซไซยานูเรต เมลามีนไซยานูเรต เมลามีนโบเรต เมลามีนฟอสเฟต เมลามีนโพลีฟอสเฟต และ เมลามีไพโรฟอสเฟต
11. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งสารหน่วงการติดไฟแบบ ทั่วไปของส่วนประกอบ (ii) มีอยู่ใน ปริมาณตั้งแต่ประมาณ 0.5% ถึงประมาณ 45% โดยน้ำหนักโดยยึดตามโพลีเมอริกซับสเทรด (a)
12. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ที่ซึ่งสารกวาดกรดของส่วน ประกอบ (iii) ถูกเลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยไฮโดรทัล ไซท์และอะลูมินัมแมกนีเซียมคาร์บอเนตที่เป็นเบสชนิดอสัณฐาน
13. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งสารกวาดกรดของส่วน ประกอบ (iii) มีอยู่ในปริมาณตั้งแต่ ประมาณ 0.1% ถึงประมาณ 1.0%โดยน้ำหนักโดยยึดตามโพลีเมอริกซับสเทรต (a)
14. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งประกอบด้วยส่วนประกอบ เพิ่มเติมที่เลือกได้จากกลุ่มที่ ประกอบด้วยผงสี สีย้อม พลาสติกไซ เซอร์ ฟีนอลิกแอนติออกซิแดนท์ สารไทโซโทรปิก สารช่วย ปรับ ระดับ สารปรับเสถียรร่วมพื้นฐาน สารปรับเสถียรไนโตรน สาร ปรับเสถียรเอมีนออกไซด์ สาร ปรับเสถียรเบนโซฟิวราน สารดูด ซับยูวี เอมีนที่ถูกบดบังทางสเตียริกต่อไป พาสซิเวเตอร์ โลหะ โลหะออกไซด์ สารประกอบออร์กาโนฟอสฟอรัส ไฮดรอกซิลเอ มีน และของผสมของมัน โดยเฉพาะ ฟีนอลิกแอนดิออกซิแดนท์ แคลเซียมสเตรียเรด สังกะสีสเตียเรต สารปรับเสถียรฟอส- ไฟต์ และฟอสฟอไนด์ สารปรับเสถียรเบนโซฟิวราโนน สารดูดซับยูวีของ 2-(2'-ไฮดรอกซีฟีนิล) เบนโซไดรเอโซล ไฮดรอกซีเบนโซฟีโนน และชนิด 2-(2-ไฮดรอกซีฟีนิล)-1,3,5-ไตรเอซีนและเอมีน ที่ถูก บดบังทางสเตียริกต่อไป
15. การรวมสารเติมแต่งสารหน่วงการติดไฟซึ่งประกอบด้วย (i) อย่างน้อยหนึ่งสารปรับเสถียรเอมีนที่ถูกบดบังทางสเตีย ริก และ (ii) อย่างน้อยหนึ่งสารหน่วงการติดไฟแบบทั่วไปที่เลือกได้ จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ออร์กาโนเฮโลเจน ฟอสฟอรัสที่มี สาร หน่วงการติดไฟที่มีไอโซไซยานูเรตและ เมลามีนเป็นหลักและ (iii) อย่างน้อยหนึ่งสารกวาดกรดดังส่วนประกอบ (b) ของข้อ ถือสิทธิข้อ 1
16. กระบวนการสำหรับการให้การปรับเสถียรแสงและการหน่วงการ ติดไฟกับซับสเทรตโพลีเมอร์ อินทรีย์ ซึ่งกระบวนการประกอบด้วย การเติมลงในซับสเทรตโพลีเมอรืดังกล่าวด้วยการรวม สารเติม แต่งสารหน่วงการติดไฟของข้อถือสิทธิข้อ 15
17. สารผสมตามข้อถือสิทธิข้อ 1 ซึ่งคือสิ่งของโพลีเมอร์ ขึ้นรูปแม่พิมพ์ นิยมสิ่งของการก่อสร้างที่ เลือกได้จาก กลุ่มที่ประกอบด้วยเยื่อบางคลุมหลังคา กรอบหน้าต่าง รางแยก และสิ่งของขึ้นรูป แม่พิมพ์
18. การใช้การรวมสารเติมแต่งสารหน่วงการติดไฟของข้อถือ สิทธิข้อ 15 สำหรับการให้การปรับ เสถียรแสงและการหน่วงการ ติดไฟกับโพลีเมอร์ซับสเทรดอินทรีย์หรือสิ่งของโพลีเมอร์ ขึ้นรูป แม่พิมพ์
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH67637A true TH67637A (th) | 2005-02-25 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CA2501384A1 (en) | Flame retardant compositions | |
| CA2467711A1 (en) | Flame retardant compositions | |
| EP0996669B1 (en) | Flame retardant compositions | |
| US10316169B2 (en) | NOR-HALS compounds as flame retardants | |
| US6472456B1 (en) | Flame retardant compositions | |
| US6599963B2 (en) | Flame retardant compositions | |
| CN102471533B (zh) | 苯基膦酸盐阻燃剂组合物 | |
| JP2006528254A5 (th) | ||
| JP2005511842A5 (th) | ||
| WO2011117266A1 (en) | Flame retardant compositions of phosphinic acid salts and nitroxyl derivatives | |
| CA2476294A1 (en) | Flame retardant compositions | |
| AU2014326295B2 (en) | Polyolefin compositions for building materials | |
| EP2598565B1 (en) | Phosphinic acid hydrazide flame retardant compositions | |
| US20110237715A1 (en) | Flame retardant compositions of phosphinic acid salts and nitroxyl derivatives | |
| WO2012013565A1 (en) | Phosphinic acid hydrazide flame retardant compositions | |
| MXPA00000239A (en) | Flame retardant compositions | |
| TH66693A (th) | สารผสมหน่วงการติดไฟ |