TH56355A - วิธีการทางเคมีไฟฟ้าเพื่อทำการตรวจวัดอัตราปฏิกิริยาทางเคมี - Google Patents
วิธีการทางเคมีไฟฟ้าเพื่อทำการตรวจวัดอัตราปฏิกิริยาทางเคมีInfo
- Publication number
- TH56355A TH56355A TH0101002762A TH0101002762A TH56355A TH 56355 A TH56355 A TH 56355A TH 0101002762 A TH0101002762 A TH 0101002762A TH 0101002762 A TH0101002762 A TH 0101002762A TH 56355 A TH56355 A TH 56355A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- method under
- electrode
- working electrode
- approximately
- electrochemical cell
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (04/10/44) การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดความก้าวหน้าของปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งก่อกำเนิดผลิต ผลของปฏิกิริยาที่ว่องไวทางไฟฟ้าซึ่งตรวจพบได้ในภายหลังที่ขั้วไฟฟ้าขั้วหนึ่งด้วยวิธีแอมเปอโร เมตริก หรือด้วยวิธีคูลอมเมตริก วิธีการจะเป็นประโยชน์ในการประยุกต์ใช้เมื่อต้องการติดตามความ ก้าวหน้าของปฏิกิริยาทางเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประยุกต์ใช้ตัวตรวจรู้เมื่อความก้าวหน้าของ ปฏิกิริยาของสารที่ต้องการวิเคราะห์สามารถใช้ประโยชน์ในการพิจารณากำหนดความเข้มข้นของสาร ที่ต้องการวิเคราะห์ ตัวตรวจรู้ที่ใช้ในการประยุกต์ใช้เช่นนี้อาจรวมถึงขั้วไฟฟ้าใช้งาน 2 และขั้วไฟฟ้า ตรงข้าม 3 ที่จัดวางไว้บนซับสเตรทซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า 1 และอาจรวมถึงซับสเตรทที่สอง 5 ด้วย ซึ่ง บนซับสเตรทนี้ได้จัดวางชั้นของตัวทำปฏิกิริยาทางเคมี 4 การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับการตรวจวัดความก้าวหน้าของปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งก่อกำเนิดผลิต ผลของปฏิกิริยาที่ว่องไวทางไฟฟ้าซึ่งตรวจพบได้ในภายหลังที่ขั้วไฟฟ้าขั้วหนึ่งด้วยวิธีแอมเปอโร เมตริก หรือด้วยวิธีคูลอมเมตริก วิธีการจะเป็นประโยชน์ในการประยุกต์ใช้เมื่อต้องการติดตามความ ก้าวหน้าของปฏิกิริยาทางเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประยุกต์ใช้ตัวตรวจรู้เมื่อความก้าวหน้าของ ปฏิกิริยาของสารที่ต้องการวิเคราะห์สามารถใช้ประโยชน์ในการพิจารณากำหนดความเข้มข้นของสาร ที่ต้องการวิเคราะห์ ตัวตรวจรู้ที่ใช้ในการประยุกต์ใช้เช่นนี้อาจรวมถึงขั้วไฟฟ้าใช้งาน 2 และขั้วไฟฟ้า ตรงข้าม 3 ที่จัดวางไว้บนซับสเตรทซึ่งเป็นฉนวนไฟฟ้า 1 และอาจรวมถึงซับสเตรทที่สอง 5 ด้วย ซึ่ง บนซับสเตรทนี้ได้จัดวางชั้นของตัวทำปฏิกิริยาทางเคมี 4
Claims (31)
1. วิธีการเพื่อทำการตรวจวัดอัตราของปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างส่วนประกอบของสิ่งตัว อย่างที่เป็นของเหลวกับสารทดลอง ปฏิกิริยาซึ่งก่อให้เกิดสเปซี่ที่ว่องไวทางไฟฟ้า ซึ่งประกอบรวม ด้วย การจัดเตรียมเซลล์เคมีไฟฟ้าซึ่งมีขั้วไฟฟ้าใช้งานหนึ่งขั้ว ขั้วไฟฟ้าตรงข้ามหนึ่งขั้ว และผนัง อย่างน้อยที่สุดหนึ่งผนัง การทำให้สารทดลองในเซลล์เคมีไฟฟ้าอยู่นิ่งเป็นส่วนใหญ่ที่บริเวณงานที่มีระยะห่างอย่าง น้อยที่สุดจากขั้วไฟฟ้าใช้งาน โดยที่ระยะห่างจะเป็นไปในลักษณะที่การถ่ายโอนสเปซี่ที่ว่องไวทางไฟ ฟ้าจากบริเวณงานไปที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานได้รับการควบคุมการแพร่ การจัดวางสิ่งตัวอย่างที่เป็นของเหลวไว้ในเซลล์เคมีไฟฟ้าในลักษณะที่สิ่งตัวอย่างที่เป็นของ เหลวสัมผัสกับสารทดลอง ขั้วไฟฟ้าใช้งาน และขั้วไฟฟ้าตรงข้าม การทำให้ส่วนประกอบทำปฏิกิริยากับสารทดลองเพื่อก่อให้เกิดสเปซี่ที่ว่องไวทางไฟฟ้า การประยุกต์ใช้ศักย์ไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าใช้งานกับขั้วไฟฟ้าตรงข้าม โดยที่ศักย์ไฟฟ้าจะ ต้องพอเพียงต่อการทำให้สเปซี่ที่ว่องไวทางไฟฟ้าเกิดปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าใช้งาน และ การตรวจวัดกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นด้วยปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานเพื่อให้ได้ ปริมาณการวัดของอัตราของปฏิกิริยาทางเคมี
2. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานและขั้วไฟฟ้าตรงข้ามเว้นห่างกันอย่าง เพียงพอในลักษณะที่ผลิตผลของปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้า ซึ่งเกิดขึ้นที่ขั้วไฟฟ้าตรงข้ามไปไม่ถึงขั้วไฟ ฟ้าใช้งานในขณะที่ทำการวัดกระแสไฟฟ้า
3. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ทำให้ขั้วไฟฟ้าใช้งาน และขั้วไฟฟ้าตรงข้ามเว้นห่างจาก กันที่ระยะห่างมากกว่าค่าประมาณ 500 ไมครอน
4. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ระยะห่างจะอยู่ระหว่างค่าประมาณ 500 ไมครอน กับ ประมาณ 5 มิลลิเมตร
5. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ระยะห่างจะอยู่ระหว่างค่าประมาณ 1 มิลลิเมตร กับ ประมาณ 2 มิลลิเมตร
6. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 2 โดยที่ทำให้ขั้วไฟฟ้าใช้งานและขั้วไฟฟ้าตรงข้ามตั้งอยู่บน ระนาบเดียวกัน
7. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้บริเวณงานและขั้วไฟฟ้าใช้งานแยกออกจากกัน ด้วยระยะห่างน้อยที่สุดซึ่งอยู่ในย่านจากประมาณ 10 ไมครอน ถึงประมาณ 5 มิลลิเมตร
8. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ระยะห่างน้อยที่สุดอยู่ในย่านจากประมาณ 50 ไมครอน ถึงประมาณ 500 ไมครอน
9. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 7 โดยที่ระยะห่างน้อยที่สุดอยู่ในย่านจากประมาณ 100 ไมครอน ถึงประมาณ 200 ไมครอน
10. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ขั้วไฟฟ้าตรงข้ามสามารถทำหน้าที่เป็นขั้วไฟฟ้าตรง ข้าม/อ้างอิง รวมกัน
11. วิธีการของข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่เซลล์เคมีไฟฟ้ายังประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยขั้วไฟฟ้า อ้างอิง
12. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานทำหน้าที่เป็นแอโนด
13. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 12 โดยที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานประกอบรวมด้วยวัสดุชนิดหนึ่งที่คัด เลือกมาจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วยแพลทินัม แพลเลเดียม คาร์บอน คาร์บอนซึ่งรวมกับสารยึดแบบเฉื่อย หนึ่งชนิดหรือมากกว่า อิริเดียม อินเดียมออกไซด์ ออกไซด์ของดีบุก อินเดียมซึ่งรวมกับออกไซด์ของ ดีบุก และของผสมของสารเหล่านี้
14. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ขั้วไฟฟ้าใช้งานทำหน้าที่เป็นแคโทด
15. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ขั้วไฟฟ้าตรงข้ามจะประกอบรวมด้วยเงินที่เคลือบด้วย เกลือของเงินชนิดไม่ละลายเป็นส่วนใหญ่
16. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 15 โดยที่ทำการเลือกเกลือของเงินจากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย ซิลเวอร์คลอไรด์ ซิลเวอร์โบรไมด์ ซิลเวอร์ไอโอไดด์ ซิลเวอร์เฟอร์โรไซยาไนด์ และซิลเวอร์เฟอร์ริ ไซยาไนด์
17. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้บริเวณงานตั้งอยู่บนขั้วไฟฟ้าตรงข้าม
18. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้บริเวณงานตั้งอยู่บนผนัง
19. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้บริเวณงานและขั้วไฟฟ้าใช้งานตั้งอยู่บนระนาบ เดียวกัน
20. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้บริเวณงานอยู่ในระนาบซึ่งหันหน้าเข้าหาและขนาน กันเป็นอย่างมากกับขั้วไฟฟ้าใช้งาน
21. วิธีการตามข้อถือสิทธิจ้อที่ 1 โดยที่ทำการบรรจุสารทดลองไว้ภายในเมตริกซ์ของพอลิ เมอร์ที่ประกอบติดกับพื้นผิวในเซลล์เคมีไฟฟ้า
22. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้สารทดลองเกาะติดทางเคมีหรือเกาะติดทางกาย ภาพกับพื้นผิวในเซลล์เคมีไฟฟ้า
23. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำให้สารทดลองแห้งอยู่บนพื้นผิวในเซลล์เคมีไฟฟ้า สารทดลองจะแสดงภาพเคลื่อนที่ได้ต่ำอย่างพอเพียงในสิ่งตัวอย่างที่เป็นของเหลวในลักษณะที่สาร ทดลองจะไม่ย้ายที่เป็นส่วนใหญ่ในขณะที่ทำการตรวจวัดกระแสไฟฟ้า
24. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 ยังประกอบรวมเพิ่มเติมด้วยตัวสื่อกลางรีดอกซ์
25. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ทำการเลือกตัวสื่อกลางรีดอกซ์จากกลุ่มซึ่งประกอบ ด้วยเฟอร์โรซิเนียม สารเชิงซ้อนออสเมียมที่มีไบไพริดีน เบนโซฟีโนน และเฟอร์ริไซยาไนด์
26. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่สิ่งตัวอย่างประกอบรวมด้วยเลือดทั้งหมด
27. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ส่วนประกอบประกอบรวมด้วยกลูโคส
28. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่สารทดลองประกอบรวมด้วยเอ็นไซม์ที่คัดเลือกมา จากกลุ่มซึ่งประกอบด้วย กลูโคสดีไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว กลูโคสดีไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง เอ็นเอดี กลูโคสออกซิเดส แลคเททดีไฮโดรจีเนส และแอลกอฮอล์ดีไฮโดรจีเนส
29. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ศักย์ไฟฟ้าอยู่ระหว่างค่าประมาณ +50 มิลลิโวลต์ กับ +500 มิลลิโวลต์
30. วิธีการตามข้อถือสิทธิข้อที่ 1 โดยที่ศักย์ไฟฟ้ามีค่าประมาณ +300 มิลลิโวลต์
31. วิธีการสำหรับทำการตรวจวัดอัตราของปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างกลูโคส กับกลูโคสดี ไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว ในเลือดทั้งหมด ประกอบรวมด้วย การจัดเตรียมเซลล์เคมีไฟฟ้าซึ่งมีขั้วไฟฟ้าใช้งานขั้วหนึ่ง ขั้วไฟฟ้าตรงข้ามขั้วหนึ่ง ผนังอย่าง น้อยที่สุดหนึ่งผนัง ตัวสื่อกลางรีดอกซ์ซึ่งประกอบรวมด้วยเฟอร์ริไซยาไนด์ และบรรจุไว้ภายในเซลล์ เคมีไฟฟ้า และสารทดลองซึ่งประกอบรวมด้วยกลูโคสดีไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว ทำให้สาร ทดลองอยู่นิ่งเป็นส่วนใหญ่ในเซลล์เคมี ไฟฟ้าที่บริเวณงานที่ระยะห่างน้อยที่สุดจากขั้วไฟฟ้าใช้งาน การจัดวางสิ่งตัวอย่างของเลือดทั้งหมดไว้ในเซลล์เคมีไฟฟ้าในลักษณะที่สิ่งตัวอย่างสัมผัสกับ สารทดลอง ตัวสื่อกลางรีดอกซ์ ขั้วไฟฟ้าใช้งาน และขั้วไฟฟ้าตรงข้าม การทำให้กลูโคสทำปฏิกิริยากับกลูโคสไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว เพื่อก่อให้เกิด กลูโคสดีไฮโดรจีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว ที่รีดิวซ์ ในโอกาสที่พอเหมาะ กลูโคสดีไฮโดรจีเนสชนิดพึ่ง พิง พีคิวคิวที่รีดิวซ์ จะทำปฏิกิริยากับตัวสื่อกลางรีดอกซ์ของเฟอร์ริไซยาไนด์เพื่อก่อรูปเฟอร์โร ไซยาไนด์ การประยุกต์ใช้ศักย์ไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าใช้งานกับขั้วไฟฟ้าตรงข้าม โดยที่ศักย์ไฟฟ้าจะ ต้องเพียงพอต่อการทำให้เฟอร์โรไซยาไนด์เกิดปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าที่ขั้วไฟฟ้าใช้งาน และ การตรวจวัดกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นด้วยปฏิกิริยาทางเคมีไฟฟ้าของเฟอร์โรไซยาไนด์ที่ขั้วไฟฟ้า ใช้งาน โดยที่การตรวจวัดเป็นการบ่งชี้อัตราของปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างกลูโคสกับกลูโคสดีไฮโดร จีเนสชนิดพึ่งพิง พีคิวคิว
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH56355A true TH56355A (th) | 2003-04-30 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CA2416207C (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| US6444115B1 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| AU2001273197A1 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| AU2001273197A2 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| JP5608255B2 (ja) | 過渡減衰電流測定法 | |
| CA2474912A1 (en) | Electrochemical biosensor strip for analysis of liquid samples | |
| AU2001276888A1 (en) | Antioxidant sensor | |
| WO2008154416A2 (en) | Electrochemical biosensors and arrays | |
| CN107884462B (zh) | 生物传感器、其制造方法、葡萄糖或乳酸的浓度测定方法和浓度测定系统 | |
| Dong et al. | An electrochemical microsensor for chloride | |
| WO1995021934A1 (en) | Hexacyanoferrate modified electrodes | |
| RU2267120C2 (ru) | Электрохимический способ измерения скоростей химических реакций | |
| Chang et al. | Small-volume solution current-time behavior study for application in reverse iontophoresis-based non-invasive blood glucose monitoring | |
| RU2003104355A (ru) | Электрохимический способ измерения скоростей химических реакций | |
| Pasta et al. | Lead–lead fluoride reference electrode | |
| Zhang et al. | Disposable electrochemical capillary-fill device for glucose sensing incorporating a water-soluble enzyme/mediator layer | |
| Saini et al. | Preliminary investigation of a bioelectrochemical sensor for the detection of phenol vapours | |
| AU2006203606B2 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| Ly et al. | Assay of glucose in urine and drinking water with voltammetric working sensors of infrared photo diode electrode | |
| AU2007209797B2 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| CA2733852A1 (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates | |
| HK1055147B (en) | Electrochemical method for measuring chemical reaction rates |