TH3121A - - Google Patents

Info

Publication number
TH3121A
TH3121A TH8501000176A TH8501000176A TH3121A TH 3121 A TH3121 A TH 3121A TH 8501000176 A TH8501000176 A TH 8501000176A TH 8501000176 A TH8501000176 A TH 8501000176A TH 3121 A TH3121 A TH 3121A
Authority
TH
Thailand
Prior art keywords
formula
molecular weight
low molecular
substance
selectable
Prior art date
Application number
TH8501000176A
Other languages
English (en)
Other versions
TH1291B (th
Original Assignee
นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Filing date
Publication date
Application filed by นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า filed Critical นายโรจน์วิทย์ เปเรร่า
Publication of TH3121A publication Critical patent/TH3121A/th
Publication of TH1291B publication Critical patent/TH1291B/th

Links

Abstract

สารประเภทไพริโดเบนโซไดอาเซปปีนที่เตรียมขึ้นได้โดยตรงด้วยขบวนการใหม่ของการประดิษฐ์นี้มีสูตร (สูตรเคมี) ซึ่ง R เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอิออนประจุบวกของโลหะอัลคาไล (M+) ไฮโดรเจน ?alk1-Q ซึ่ง Q เลือกได้จากไฮโดรเจน ฮาโล ?NR1R2, -N=CH-O-C2H5 หรือ (สูตร) R1 และ R2 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ -C(O)O-อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนที่เป็นเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล 1-พธาลิมิโด,1-ไพโรลิดินิล 4-มอร์โฟลินิล,1-ปิปเปอราซินิล และ ปิปเปอราชิน-1-อิล ที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 Ar เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 2,3 และ 4 -ไพริดินิล 2 หรือ 3-ไธเอนนิล, เฟนนิล หรือเฟนนิลที่ถูกแทนที่ด้วยอนุมูล 1 ถึง 3 อนุมูลที่เลือกได้จาก ฮาโล, อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำไตรฟลูออโรเมทธิลหรือไนโตร และอาจเป็นชนิดที่เหมือนกันหรือต่างกัน Alk1 คือเชนของไฮโดรคาร์บอนประเภทเชนตรงหรือเชนแตกแขนงที่มีคาร์บอน 1-8 อะตอม 2. เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย ไฮโดรเจน ฮาโลเจน อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ไฮดรอกซี หรือไนโตร Y เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน หรืออนุมูล 1-2 อนุมูลที่เลือกได้จากอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำหรือไฮดรอกซี และอาจเป็นชนิดที่เหมือนกันหรือต่างกัน และเกลือที่ได้จากการเติมกรดของสารเหล่านี้เว้นแต่เมื่อ R=M+

Claims (3)

1. ขบวนการสำหรับเตรียมสารประเภทไพริโดเบนโซไดอาเซปปีนที่มีสูตรดังนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง R เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอิออนประจุบวกของโลหะอัลคาไล (M1) ไฮโดรเจน, -alk1-Q ซึ่ง Q เลือกได้จากไฮโดรเจน,ฮาโล,-NR1R2,-N=CH-OC2H5 หรือ (สูตร) R1 และ R2 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ,-C(O)-O- อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำหรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล,1-พธาลิมิโด,1-ไพโรลิดินิล,4-มอร์โฟลินิล,1-ปิปเปอราชินิล และ ปิปเปอราซิน-1-อิล ที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 Ar เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 2,3 และ 4-ไพริดินิล หรือ 2 หรือ 3-ไธเอนนิล,เฟนนิล หรือเฟนนิลที่ถูกแทนที่ด้วยอนุมูล 1 ถึง 3 อนุมูลที่เลือกได้จากฮาโล อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำไตรฟลูออโรเมทธิล หรือไนโตร และอาจเป็นชนิดที่เหมือนกันหรือต่างกัน Alk1 คือเชนของไอโดรคาร์บอนประเภทเชนตรงหรือเชนแตกแขนงที่มีคาร์บอน 1-8 อะตอม 2. เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน,ฮาโลเจน,อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ไฮดรอกซี หรือไนโตร Y เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน หรืออนุมูล 1-2 อนุมูลที่เลือกได้จากอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือไฮดรอกซี และอาจเป็นชนิดที่เหมือนกันหรือต่างกัน และเกลือที่ได้จากการเติมกรดของสารนี้ เว้นแต่เมื่อ R=M+ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ ขั้นตอนที่ 1 การทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) หรือของผสมของสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y และ Z มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน X เลือกได้จากคลอรีน โบรมีน ฟลูออรีน หรือไอโอดีน R คือไฮโดรเจน หรือ alk1-Q ซึ่ง alk1 มีความหมายดังข้างบนและ Q คือไฮโดรเจน ,-NR1R2,-N=CH-OC2H5 หรือ (สูตร) และ R1 และ R2 เลือกได้จากอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ -C(O)O-อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล,1-พธาลิมิโด,1-ไพโรลิดินิล,4 มอร์โฟลินิล 1-ปิปเปอราซินิล และ ปิปเปอราซีน-1-อิล ที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 กับเบสของโลหะอัลครไลที่เป็นเบสแก่ประเภท นอน-นิวคลิโอไฟล์ ในปริมาณที่ทำปฏิกิริยากันพอดีเป็นอย่างน้อยในรูปของผสมร่วมกับสารพาหะที่เป็นของเหลวเฉื่อยที่เป็นของผสมที่คนได้ เพื่อทำให้เกิดสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในสารพาหะดังกล่าวซึ่ง Ar,Y และ Z มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนและ R3 คืออิออนของโลหะอัลคาไลที่ประกอบด้วยโซเดียม โปแตสเซียม หรือลิเธียม หรือ ?alk1-Q ซึ่ง alk1 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนและ Q เป็นชนิดเดียวกับหมู่นี้ที่อยู่ในสารเริ่มต้น ขั้นตอนที่ 2 การทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในสารพาหะดังกล่าวในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง R3 คืออิออนของโลหะอัลคาไล กับแหล่งให้โปรตอนเพื่อทำให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในสารพาหะดังกล่าวซึ่ง Ar,Y และ Z มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 3 การทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในสารพาหะดังกล่าวในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง R3 คืออิออนของโลหะอัลคาไล กับสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Q เลือกได้จากไฮโดรเจน -NR1R2,-N=CH-OC2H5 หรือ (สูตร) และ R1 และ R2 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ?C(O)-O- อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล,1-พธาลิมิโด,1-ไพโรลิดินิล,4-มอร์โฟลินิล,1-ปิปเปอราซินิล และปิปเปอราซีน-1-อิล ที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 เพื่อให้เกิดเป็นสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในสารพาหะดังกล่าว ซึ่ง Q มีความหมายเดียวกับหมู่เริ่มต้นของสารดังกล่าว และ Ar,Y,Z และ alk1 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 4 การแยกสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 1 ที่ไม่ใช่สารซึ่ง R3 คืออิออนประจุบวกของโลหะอัลคาไล หรือสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 2 หรือ 3 ออกจากสารพาหะดังกล่าวและของผสมที่ทำปฏิกิริยากันด้วยวิธีการที่ใช้กันทั่วไป เพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z และ R มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน เว้นแต่ R ไม่ใช่อิออนของโลหะอัลคาไล และเกลือที่ได้จากการเติมกรดของสารเหล่านี้ 2. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตรเคมี) กับเบสดังกล่าว 3. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตรเคมี) กับเบสแก่ดังกล่าวที่ประกอบด้วยโซเดียมไฮไดรด์ 4. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างของผสมของสารที่มีสูตรดังกล่าว ดังนี้ (สูตรเคมี) ซึ่ง R คือ H กับเบสแก่ดังกล่าว 5. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างของผสมของสารที่มีสูตรดังกล่าว ดังนี้ (สูตร) ซึ่ง R คือ H กับเบสแก่ที่ประกอบด้วยโซเดียมไฮไดรด์ 6. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าว ดังนี้ (สูตรเคมี) ที่ประกอบด้วย 2-อมิโนเบนโซฟีโนน และ 3-อมิโน-2-คลอโรไพริดีน กับโซเดียมไฮไดรด์ในขั้นตอนที่ 1 เพื่อให้ได้เกลือโซเดียมของ 6-เฟนนิล-11H-ไพริโอ(2,3-)(1-4) เบนโซไดอาเซปปีน 7. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าว ดังนี้ (สูตรเคมี) ที่ประกอบด้วย (2-((3-(ไดเมทธิลอมิโน)โปรบิล) อมิโน) เฟนนิล) เฟนนิลเมทธาโนน และ 3-อมิโน-2-คลอโรไพริดีน กับโซเดียมไฮไดรด์ในขั้นตอนที่ 1 เพื่อทำให้ได้ N,N-ไดเมทธิล-6-เฟนนิล-11H-ไพริโด (2,3-b)(1,4) เบนโซไดอาเซปปีน-11-โปรปานามีน 8. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตรเคมี) กับเบสแก่ดังกล่าว 9. ขบวนการของข้อถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าว ดังนี้ (สูตรเคมี) กับเบสแก่ดังกล่าวที่ประกอบด้วยโซเดียมไฮไดรด์ 1 0. ขบวนการของถือถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนที่ 1 มีการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตรเคมี) ที่ประกอบด้วย N-((2-อมิโนเฟนนิล) เฟนนิลเมทธิลลีน)-2-คลอโร-3-ไพริดินามีน กับเบสแก่ดังกล่าว 1
1. ขบวนการของถือถือสิทธิที่ 1ซึ่งมีการเติมสารละลายเตตรา ไฮโดรฟิวแรนของสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตรเคมี) และสารแขวนลอยข้นของโซเดียมไฮไดรด์ในโทลูอีนพร้อมกันลงไปยังสารละลายโทลูอีนของสารประเภทไพริดีนที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตร) ที่กำลังเดือด ในอัตราที่เตตราไฮโดรฟิวแรนหรือไดออกเชนถูกกลั่นออกด้วยอัตราประมาณเท่ากับที่เติมลงไป และหลังจากนั้นมีการเติมสารละลายโทลูอีนที่มีสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตร) เพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตร) 1
2. ขบวนการของถือถือสิทธิที่ 1 ซึ่งในขั้นตอนเบื้องต้น A มีการเตรียมสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตรเคมี) ในสารพาหะดังกล่าวโดยการนำของผสมที่ประกอบด้วยสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตร) และสารที่มีสูตรดังกล่าวดังนี้ (สูตร) ร่วมกับติเตเนียมเตตราคลอไรด์ มาทำปฏิกิริยากับเทอร์เซียรีอามีนประเภทสารอินทรีย์ในปริมาณเกินพอ ในสารพาหะที่เป็นของเหลวชนิดเฉื่อย และต่อมามีการแยกเอาผลผลิตออกจากของผสมที่ทำปฏิกิริยากันด้วยวิธีที่ใช้กันทั่วไปและมีการใช้ผลผลิตนั้นในขั้นตอนที่ 1 ดังกล่าว 1
3. ขบวนการสำหรับเตรียมสารประเภทไพริโดเบนไซไดอาเซปปีนที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง R เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอิออนประจุบวกของโลหะอัลคาไลไฮโดรเจน ?alk1-Q ซึ่ง Q เลือกได้จากไฮโดรเจน,ฮาโล-NR1R2,-N=CH-OC2H5,(สูตร) ไฮดรอกซี หรือ ?OSO2W ซึ่ง W คืออัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เฟนนิล หรือโทลิล R1 และ R2 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ?C(O)-O- อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล,1-พธาลิมิโด,1-ไพโรลิดินิล,4-มอร์โฟลินิล,1-ปิปเปอราซินิล และปิปเปอราซิน-1-อิลที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 Ar เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 2,3 และ 4-ไพริดินิล, 2 หรือ 3 ไธเอนนิล, เฟนนิล หรือเฟนนิลที่ถูกแทนที่ด้วยอนุมูล 1 ถึง 3 อนุมูลที่เลือกได้จากฮาโล,อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ไตรฟลูออโรเมทธิล หรือไนโตร และอาจเป็นชนิดเดียวกันหรือต่างกัน Alk1 คือเชนของไฮโดรคาร์บอนประเภทเชนตรงหรือเชนแตกแขนงที่มีคาร์บอน 1-8 อะตอม Z เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน,ฮาโลเจน อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ ไฮดรอกซี หรือไนโตร Y เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยไฮโดรเจน หรืออนุมูล 1-2 อนุมูลที่เลือกได้จากอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ อัลคอกซีที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือไฮดรอกซี และอาจเป็นชนิดเดียวกันหรือต่างกัน ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนของ ขั้นตอน A การนำของผสมของสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Z และ R มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนในข้อถือสิทธินี้ เว้นแต่ R ไม่ใช่อิออนของโลหะอัลคาไลและ Q ไม่ใช่ฮาโล,ไฮดรอกซี หรือ ?OSO2W และ R1 และ R2 ไม่ใช่ไฮโดรเจน และสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง X คือฮาโลเจนที่เลือกได้จากคลอรีน โบรมีน ฟลูออรีน หรือไอโอดีน และ Y มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนในข้อถือสิทธินี้ร่วมกับติเตเนียมเตตราคลอไรด์ มาทำปฏิกิริยากับเทอร์เซียร์อามีนในปริมาณเกินพอและสารพาหะที่เป็นของเหลวเฉื่อยเพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z,X และ R มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนในข้อถือสิทธินี้และต่อมามีการแยกสารนี้ออกจากของผสมที่ทำปฏิกิริยากัน ขั้นตอนที่ 1 การทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอน A หรือของผสมของสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,X,Z และ R มีความหมายดังที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 กับเบสของโลหะอัลคาไลที่เป็นเบสแก่ประเภทนอน-นิวคลิโอไฟล์ในปริมาณที่ทำปฏิกิริยากันพอดีเป็นอย่างน้อยในรูปของผสมร่วมกับสารพาหะที่เป็นของเหลวเฉื่อยจนเป็นของผสมที่คนได้ เพื่อให้เกิดสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในสารพาหะดังกล่าวของขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง Ar,Y,Z มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบนในข้อถือสิทธินี้และ R3 คืออิออน ของโลหะอัลคาไลที่ประกอบด้วยโซเดียม โปแตสเซียม หรือลิเธียม หรือ alk1-Q ดังที่ให้ความหมายไว้ในขั้นตอน A ขั้นตอนที่ 2 ที่อาจะเลือกใช้เมื่อต้องการ เป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในสารพาหะดังกล่าวในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง R3 คืออิออนของโลหะอัลคาไลกับสารที่เป็นแหล่งให้โปรตอนเพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในรูปของผสมร่วมกับสารพาหะที่เป็นของเหลวดังกล่าวของขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง Ar,Z และ Y มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 3 เมื่อต้องการ เป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในสารพาหะดังกล่าวในขั้นตอนที่ 1 ซึ่ง R3 คืออิออนของโลหะอัลคาไลกับสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Q เลือกได้จากไฮโดรเจน -NR1R2,-N=CH-OC2H5 หรือ (สูตร) และ R1 และ R2 เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วยอัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ -C-(O)-O-อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำหรือ R1 และ R2 ร่วมกันกับอะตอมของไนโตรเจนที่อยู่ติดกันอาจเกิดเป็นส่วนเฮทเทอโรไซคลิคที่เลือกได้จากกลุ่มที่ประกอบด้วย 1-ปิปเปอริดินิล 1-พธาลิมิโด 1-ไพโรลิดินิล 4-มอร์โฟลินิล 1-ปิปเปอราซินิล และปิปเปอราซิน-1-อิลที่ถูกแทนที่ที่ตำแหน่ง 4 เพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ในสารพาหะดังกล่าว ซึ่ง Q มีความหมายเดียวกันกับหมู่นี้ของสารเริ่มต้นดังกล่าว และ Ar,Y,Z และ alk1 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 4 การแยกสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 1 ที่ไม่ใช่สาร ซึ่ง R3 คืออิออนประจุบวกของโลหะอัลคาไล หรือสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 2 หรือ 3 จากสารพาหะดังกล่าวและจากของผสมที่ทำปฏิกิริยากันเพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y, Z และ R มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน เว้นแต่ R ไม่ใช่อิออนของโลหะอัลคาไล และเกลือที่ได้จากการเติมกรดของสารเหล่านี้ ขั้นตอนที่ 5 เมื่อต้องการเป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่ได้ในขั้นตอนที่ 4 ที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z และ alk1 มีความหมายดังนี้กำหนดไว้ข้างบน กับกรดแก่เข้มข้นในตัวทำละลายที่ให้โปรตอน ซึ่งเสนอให้ใช้เอทธานอลเพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z และ alk1 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 6 การทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 5 กับไธโอนิลคลอไรด์เพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z และ alk1 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 7 เมื่อต้องการเป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 5 กับสารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง W คืออัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ เฟนนิล หรือโทลิลเพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง Ar,Y,Z,alk1 และ W มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน ขั้นตอนที่ 8 เมื่อต้องการ เป็นการทำปฏิกิริยาระหว่างสารที่เตรียมขึ้นในขั้นตอนที่ 6 หรือ 7 กับแอมโมเนียหรือเซคคันดารีอามีนหรือไพรมารีอามีนที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง R1 และ R2 เลือกได้จากไฮโดรเจน อัลคิลที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ และ ?NR1R2 อาจเป็นอนุมูลเฮทเทอโรไซคลิค เพื่อให้ได้สารที่มีสูตรดังนี้ (สูตร) ซึ่ง ซึ่ง Ar,Y,Z,alk1 และ R1,R2 และ NR1R2 มีความหมายดังที่กำหนดไว้ข้างบน
TH8501000176A 1985-04-04 กระบวนการและสารตัวกลางสำหรับการเตรียมไพริโด(๑,๔) เบนโซไดอาเซปปีน ที่ถูกแทนที่ด้วยอาริล TH1291B (th)

Publications (2)

Publication Number Publication Date
TH3121A true TH3121A (th) 1986-03-03
TH1291B TH1291B (th) 1989-03-30

Family

ID=

Similar Documents

Publication Publication Date Title
Ochiai et al. Applications of N-heterocyclic imines in main group chemistry
US8049026B2 (en) Synthesis of ionic liquids
Weidenbruch Some silicon, germanium, tin, and lead analogues of carbenes, alkenes, and dienes
Staab et al. “Proton sponges” and the geometry of hydrogen bonds: aromatic nitrogen bases with exceptional basicities
Mąkosza et al. Vicarious nucleophilic substitution of hydrogen. Mechanism and orientation
ZA200303270B (en) Ionic liquids and their ue as solvents.
Conley et al. Ammonium hexafluorosilicate salts
Faizi et al. Experimental and theoretical characterization of organic salt: 2-((4-bromophenyl) amino) pyrido [1, 2-a] quinoxalin-11-ium bromide monohydrate synthesized via oxidative cyclization
Borlin et al. Internal exchange in new Group III metalloborane derivatives, dimethylaluminum ((CH3) 2A1B3H8), and dimethylgallium triborane (8)(CH3) 2GaB3H8
TH3121A (th)
Schlosser et al. Nucleophilic substitutions of nitroarenes and pyridines: new insight and new applications
Fossey et al. An abinitio study of protonation and alkylation of aminopyridine
Murai et al. Reaction and characterization of thioamide dianions derived from N-benzyl thioamides
Shou et al. Synthesis and Reaction of Pentafluorosulfanyl Chloride (SF5Cl)
Johnson et al. Hydration of pyridine in organic solvents
Familoni Metalated sulfonamides and their synthetic applications
Klapötke et al. The dianion of 5-cyanoiminotetrazoline: C2N62
Martin‐Vosshage et al. X‐Ray Photoelectron Spectroscopy Studies on Poly‐(ethylene oxide) with Sodium Triflate
Banks et al. Oxidative coupling of optically active vinylcopper reagents. Stereospecific generation of a novel dissymmetric conjugated diene
Anders et al. Chemistry of N-(1-haloalkyl) heteroarylium salts
Ghelfi et al. Intramolecular Diels− Alder Cycloaddition of N‐Allyl‐N‐(2‐furylmethyl) amides− First Step of a New Route Towards the Synthesis of a Densely Functionalized Pyrrolizidine Ring
Kondo et al. Menschutkin reactions of bicyclic aliphatic amines and of pyridine derivatives with methyl iodide. Extended Brönsted treatements and isokinetic relationships in acetonitrile–methanol
Araki et al. Reaction cascades initiated by nucleophilic attack of heteropentalene mesomeric betaine and nitrogen-rich mesoionic tetrazolium-5-amides on electron-deficient unsaturated compounds. Synthesis of novel heterocyclic systems
Borrmann et al. Fluoride ion transfer and stabilisation of reactive ions
Souza et al. Standard molar enthalpies of formation and lattice energies of 1-methylethyl, N-butyl and 2-methylpropyl ammonium halides