TH17678Y - เครื่องปฏิกรณ์ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลความบริสุทธิ์เกินกว่าร้อยละ 98.0 และโมโนกลีเซอไรด์ต่ำกว่าร้อยละ 0.3 และเก็บไบโอดีเซลในถังเก็บขนาดใหญ่ได้โดยไม่มีการรวมตัวของตะกอนสเตียโรกลูโคไซน์ - Google Patents
เครื่องปฏิกรณ์ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลความบริสุทธิ์เกินกว่าร้อยละ 98.0 และโมโนกลีเซอไรด์ต่ำกว่าร้อยละ 0.3 และเก็บไบโอดีเซลในถังเก็บขนาดใหญ่ได้โดยไม่มีการรวมตัวของตะกอนสเตียโรกลูโคไซน์Info
- Publication number
- TH17678Y TH17678Y TH2103001027U TH2103001027U TH17678Y TH 17678 Y TH17678 Y TH 17678Y TH 2103001027 U TH2103001027 U TH 2103001027U TH 2103001027 U TH2103001027 U TH 2103001027U TH 17678 Y TH17678 Y TH 17678Y
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- mixing
- glycerin
- chamber
- crude
- separation
- Prior art date
Links
Abstract
เป็นการประดิษฐ์ใหม่ที่สามารถปิดจุดอ่อนการประดิษฐ์เดิม ๆ ที่มองข้ามหลักการ พื้นฐานสำคัญ โดยตีความคำว่า Continuous De-Glyceride ใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องทำการแยก กลีเซอรีนดิบออกจากเนื้อเมทิลเอสเทอร์ดิบออกจากกันอย่างเด็ดขาดจนมองเห็นรอยต่อ ระหว่างกลีเซอรีนดิบและเมทิลอสเทอร์ดิบ เพียงแต่หลังจากการทำปฏิกิริยารอบแรกอย่าง รวดเร็วแล้ว ให้ทำการลดความเร็วการไหลจากล่างขึ้นบนให้ช้าลงจนเนือกลีเซอรีนดิบเริ่ม แยกตัวออกจากเนื้อเมทิลเอสเทอร์ดิบเป็นเม็ดเล็กๆและแขวนลอยอยู่ในเนื้อเมทิลเอสเทอร์ ดิบก็เพียงพอแล้ว และสามารถบังคับให้กลีเซอรีนดิบกลับเข้าผสมเป็นเนื้อเดียวกันกับเม ทอลเอสเทอร์ไบโอดีเซลใหม่ได้เป็นวงรอบอย่างน้อย 4 รอบทำให้สามารถเร่งการทำ ปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นให้เดินหน้าต่อไปได้จนคุณภาพเมทิลเอสเทอร์สูงขึ้นถึง ร้อยละ 96.5 ได้ด้วยถังปฏิกรณ์รอบแรก โดยการเติมเมทานอลเพียง ร้อยละ 15 โดยนํ้าหนัก เทียบกับอัตราการไหลเข้าระบบ และโซเดียมเมทาเลต ร้อยละ 1.5 ของไขมันปาล์มกลั่น บริสุทธิ์ตามลำดับโดยไม่จำเป็นต้องแยกกลีเซอรีนดิบออกไปตั้งแต่การทำปฏิกิริยาทรานเอ สเทอริฟิเคชั่นรอบแรกแต่อย่างใด และ คุณภาพเมทิลเอสเทอร์สูงขึ้นถึง ร้อยละ 98% ไต้ ด้วยถังปฏิกรณ์รอบสองโดยการเติมเมทานอลเพียง ร้อยละ 5.0 โดยนํ้าหนักเทียบกับอัตรา การไหลเข้าระบบ และโซเดียมเมทาเลต ร้อยละ 0.5 ของไขมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ ตามลำดับ
Claims (15)
1) ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” ใช้ทำปฏิกิริยา ทรานเอสเทอริฟิเคชั่น และ เร่งทำการแยกกลีเซอรีนดิบออกหลังทำปฏิกิริยาทันที โดยทำซํ้าๆกันหลาย รอบ ช่วยเพิ่มความบริสุทธิ์ของเมทิลเอสเทอร์ไบโอดีเซล (FAME = Fatty Acid Methyl Ester) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 96.5 และโมโนกลีเซอไรด์ไม่เกินร้อยละ 0.7 ได้ โดย ถัง ปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” ประกอบด้วย ชุดผสม 4 ชุด แต่ละชุดประกอบด้วย ห้องผสมจำนวน 2 ห้อง และห้องแยกกลีเซอรีน จำนวน 2 ห้อง โดยแต่ละห้องมีฟังก์ชั่นการ ทำงานเป็นลำดับดังนี้ ชุดผสมชุดที่หนึ่ง” ประกอบด้วย ห้องผสม 2 ห้อง และห้องแยกกลีเซอรีน จำนวน 2 ห้อง โดยมีฟังก์ชั่นการ ทำงานโดยเฉพาะที่แตกต่างดังนี้ ห้องผสมที่ 1” ท่อผสมทำหน้าที่ให้เกิดการผสมเร็วในลักษณะปั่นป่วน(Turbulent Flow) ที่มีค่า ความปั่นป่วนอยู่ในช่วงต่ำกว่าความเร็ววิกฤตภายในท่อ(Critical Speed) เล็กน้อย และที่ปลายท่อผสมเร็วนี้เป็นท่อปลายเปิดที่มีขนาดเล็กลงจากท่อต้นทางเพื่อเพิ่ม ความเร็วให้ของไหลพุ่งลงไปกระทบกับก้นถังปฏิกรณ์ ซื่งสามารถช่วยให้เกิดการ ปั่นป่วนในห้องผสมได้นานขึ้นภายใน ห้องผสมที่ 1” และการผสมเร็วในลักษณะ ปั่นป่วน(Turbulent Flow) ในห้องนี้จะถูกบังคับให้ไหลจากล่างขึ้นบน ผ่าน แผ่น ผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” (Mixing Orifice Plate) โดยแผ่นผสมนี้จะถูกเจาะรูตรง กลางมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะเท่ากับ 1 ใน 8 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของถัง ปฏิกรณ์ เพื่อช่วยในการผสมเร็วปานกลางกับกลีเซอรีนดิบที่ไหลลงมาจากห้องผสม ด้านบนนั่นเอง ห้องผสมที่ 2” ทำหน้าที่ชะลอความปั่นป่วนของส่วนผสมที่ไหลขึ้มมาจากห้องผสมที่ 1 โดย แผ่น ผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” และ แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” เป็นตัวกั้นห้อง ผสม ซึ่งในห้องผสมนีการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟเคชั่นจะลดลง ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 1” ทำหน้าที่ชะลอการปั่นป่วนของการไหลขึ้นให้เป็นรูปแบบการไหลที่ราบเรียบ (Laminar Flow) ซึ่งจะช่วยให้เกิดการรวมตัวของกลีเซอรีนดิบเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นจาก การทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่น โดยการแยกเป็นเม็ดของกลีเซอรีนดิบนี้จะ เกิดขึ้นในบริเวณใกล้กับผนังด้านในของตัวถังปฏิกรณ์ เพราะความเร็วในการม้วน ตัวที่ช้าลงมาก เมื่อของผสมที่ไหลผ่าน แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” ที่มีรูเจาะ ขนาด 1 ใน 4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังปฏิกรณ์ และ แผ่นผสมที่สามของสาม แผ่น 5” เป็นตัวกั้นห้องแยกกลีเซอรีนนี้ ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 2” อยู่ระหว่าง แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” และ แผ่นกั้นชุดผสม 6” โดย ส่วนผสมที่แยกตัวระหว่างเมทิลเอสเทอร์ดิบและกลีเซอรีนดิบจากห้องแยกกลีเซอ รีนห้องที่ 1 จะยังคงไหลจากล่างขึ้นบนอย่างต่อเนื่อง แต่ความเร็วการไหลจะลดลง จนเป็นศูนย์ในบริเวณใกล้กับผนังกังปฏิกรณ์ในห้องแยกกลีเซอรีนนี้ ทำให้เม็ดกลี เซอรีนดิบสามารถรวมตัวกันเป็นเม็ดที่ใหญ่ขึ้นและตกจมลงไปสะสมอยู่ด้านบนของ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” ได้นั่นเอง ชุดผสมชุดที่สอง” ประกอบด้วยห้องผสม 2 ห้อง และห้องแยกกลีเซอรีน 2 ห้อง ที่ต้องทำการออกแบบให้ สามารถทำงานได้ตามหน้าที่ ที่แตกต่างและสัมพันธ์กันดังนี้ ห้องผสมที่ 1” ท่อผสมทำหน้าที่ให้เกิดการผสมเร็วในลักษณะปั่นป่วน(Turbulent Flow) ที่มีค่า ความปั่นป่วนอยู่ในช่วงต่ำกว่าความเร็ววิกฤตภายในท่อ(Critical Speed) เล็กน้อย และที่ปลายท่อผสมเร็วนี้เป็นท่อปลายเปิดที่มีขนาดเล็กลงจากท่อต้นทางเพื่อเพิ่ม ความเร็วให้ของไหลพุ่งลงไปกระทบกับ แผ่นกันห้องผสม 6” ของ ชุดผสมที่ หนึ่ง” ซึ่งสามารถช่วยให้เกิดการปั่นป่วนในห้องผสมได้นานขึ้นภายใน ห้องผสมนี้ และการผสมเร็วในลักษณะปั่นป่วน(Turbulent Flow) ในห้องนี้จะถูกบังคับให้ไหล จากล่างขึ้นบน ผ่าน แผ่นผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” (Mixing Orifice Plate) โดย แผ่นผสมนี้จะถูกเจาะรูตรงกลางมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะเท่ากับ 1 ใน 8 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังปฏิกรณ์ เพื่อช่วยในการผสมเร็วปานกลางกับกลีเซอรีน ดิบที่ไหลลงมาจากห้องผสมด้านบนนั่นเอง ห้องผสมที่ 2” ทำหน้าที่ชะลอความปั่นป่วนของส่วนผสมที่ไหลขึ้มมาจากห้องผสมที่ 1 โดย แผ่น ผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” และ แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” เป็นตัวกั้นห้อง ผสม ซึ่งในห้องผสมนี้การทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟเคชั่นจะลดลง ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 1” ทำหน้าที่ชะลอการปั่นป่วนของการไหลขึ้นให้เป็นรูปแบบการไหลที่ราบเรียบ (Laminar Flow) ซึ่งจะช่วยให้เกิดการรวมตัวของกลีเซอรีนดิบเป็นเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นจาก การทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริพีเคชั่น โดยการแยกเป็นเม็ดของกลีเซอรีนดิบนี้จะ เกิดขึ้นในบริเวณใกล้กับผนังด้านในของตัวถังปฏิกรณ์ เพราะความเร็วในการม้วน ตัวที่ช้าลงมากเมื่อของผสมที่ไหลผ่าน แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” ที่มีรูเจาะ ขนาด 1 ใน 4 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังปฏิกรณ์ และ แผ่นผสมที่สามของสาม แผ่น 5” เป็นตัวกั้นห้องแยกกลีเซอรีนนี้ ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 2” อยู่ระหว่าง แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” และ แผ่นกั้นชุดผสม 6” โดย ส่วนผสมที่แยกตัวระหว่างเมทิลเอสเทอร์ดิบและกลีเซอรีนดิบจากห้องแยกกลีเซอ รีนห้องที่ 1 จะยังคงไหลจากล่างขึ้นบนอย่างต่อเนื่อง เข้ามาใน ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 2” นี้ แต่ความเร็วการไหลจะลดลงจนเป็นศูนย์ในบริเวณใกล้กับผนังถังปฏิกรณ์ใน ห้องแยกกลีเซอรีนนี้ ทำให้เม็ดกลีเซอรีนดิบสามารถรวมตัวกันเป็นเม็ดที่ใหญ่ขึ้น และตกจมลงไปสะสมอยู่ด้านบนของ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” ได้นั่นเอง ชุดผสมชุดที่สาม” มีห้องผสม 2 ห้อง และห้องแยกกลีเซอรีน 2 ห้อง มีโครงสร้างการการทำงานเหมือนกับชุด ผสมที่สอง ทุกประการ ชุดผสมชุดที่สี่” มีห้องผสม 2 ห้อง และห้องแยกกลีเซอรีน 2 ห้อง มีโครงสร้างการ การทำงานเหมือนกับ ชุด ผสมที่สาม เพียงแค่ ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 2 อยู่ระหว่าง แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” และ ฝาครอบปิดหัว ของ ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” โดยส่วนผสมที่แยกตัว ระหว่างเมทิลเอสเทอร์ดิบและกลีเซอรีนดิบจาก ห้องแยกกลีเซอรีนห้องที่ 1” จะยังคงไหล ขึ้นจากล่างขึ้นบนอย่างต่อเนื่อง แต่ความเร็วการไหลจะลดลงจนเป็นศูนย์ในบริเวณใกล้กับ ผนังถังปฏิกรณ์ในห้องแยกกลีเซอรีนนี้ ทำให้เม็ดกลีเซอรีนดิบสามารถรวมตัวกันเป็นเม็ดที่ ใหญ่ขึ้นและตกจมลงไปสะสมอยู่ด้านบนของ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” ได้นั่นเอง
2) การเร่งแยกกลีเซอรีนตามธรรมชาติ ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” ทำหน้าที่ให้เกิดการเร่งแยกกลีเซอรีนตาม ธรรมชาติ ให้เกิดขึ้นในแต่ละ ชุดผสม 4 ชุด ซึ่งต่ละชุดผสมจะมี ห้องแยกกลีเซอรีน จำนวน 2 ห้อง โดยแต่ละห้องมีฟังก์ชั่นการทำงานที่มีลักษณะเฉพาะดังนี้ ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ชะลอความปั่นป่วนทำให้กลีเซอรีนที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่น ในห้องผสมที่ 2 และกลีเซอรีนดิบที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นในแต่ละชุด ผสมและไหลจากล่างขึ้นบน ผ่าน ชุดผสมที่ 1” ชุดผสมที่ 2” ชุดผสมที่ 3” และ ชุดผสมที่ 4” ตามลำดับ การเร่งแยกกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบ เกิดจากการไหลลงของมวลกลี เซอรีนดิบที่สะสมตัวจากด้านบนของ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” ลงไปที่ แผ่นผสมที่สอง ของสามแผ่น 4” ซึ่งการไหลสวนกันในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการผสมหยาบๆกับส่วนผสมที่ เป็นเนื้อเดียวกันระหว่างกลีเซอรีนดิบที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นและเมทิล เอสเทอร์ดิบที่ไหลขึ้นมาจาก ห้องผสมที่ 2” ทำให้เกิดการเร่งการรวมตัวของกลีเซอรีนดิบที่เกิด จากการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นและเมทิลเอสเทอร์ดิบ กับมวลกลีเซอรีนดิบที่ไหลลง มาจาก แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5” ได้เร็วยิ่งขึ้น ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 2” ซึ่งทำหน้าที่ให้มวลกลีเซอรีนที่รวมตัวกันเป็นเม็ดเล็กๆใน ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 1” กลายเป็น เม็ดกลีเซอรีนที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนเกิดการตกจมตามธรรมชาติของเม็กกลีเซอรีนขนาดใหญ่นั้น ลงไปสำสมอยู่ที่ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น และไหลลงไปใน ห้องแยกกลีเซอรีนที่ 1” ทำให้ เกิดการเร่งแยกกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบ ที่สมบูรณ์ที่เรียกว่า De-Glycerin
3) การทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิคชั่นแบบหลายรอบ ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอรริฟิเคชั่นรอบแรก 1” ทำหน้าที่ให้เกิดการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิ เคชั่นให้เดินหน้าเพิ่มขึ้น โดยทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่น 1 รอบในแต่ละชุดผสม รวมชุด ผสม 4 ชุด จึงเกิดการทำปฏิกิริยสทรานเอสเทอริทิแคชั่น 4 รอบ โดยแต่ละชุดผสมจะมีห้องผสม 2 ห้อง โดยแต่ละห้องมีฟังก์ชั่นการทำงานที่มีลักษณะเฉพาะดังนี้ ห้องผสมที่ 1” ท่อผสมทำหน้าที่ให้เกิดการผสมเร็วในลักษณะปั่นป่วน(Turbulent Flow) ที่มีค่าความปั่นป่วนอยู่ ในช่วงต่ำกว่าความเร็ววิกฤตภายในท่อ(Critical Speed) เล็กน้อย และที่ปลายท่อผสมเร็วนี้เป็น ท่อปลายเปิดที่มีขนาดเล็กลงจากท่อต้นทางเพื่อเพิ่มความเร็วให้ของไหลพุ่งลงไปกระทบกับก้น ถังปฏิกรณ์ ซึ่งสามารถช่วยให้เกิดการปั่นป่วนในห้องผสมได้นานขึ้นภายใน ห้องผสมที่ 1” และการผสมเร็วในลักษณะปั่นป่วน(Turbulent Flow) ในห้องนี้จะถูกบังคับให้ไหลจากล่างขึ้น บน ผ่าน แผ่นผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” (Mixing Orifice Plate) โดยแผ่นผสมนี้จะถูกเจาะรู ตรงกลางมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะเท่ากับ 1 ใน 8 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังปฏิกรณ์ เพื่อช่วยในการผสมเร็วปานกลางกับกลีเซอรีนดิบที่ไหลลงมาจากห้องผสมด้านบนนั่นเอง ห้องผสมที่ 2” ทำหน้าที่ชะลอความปั่นป่วนของส่วนผสมที่ไหลขึ้มมาจาก ห้องผสมที่ 1” โดย แผ่นผสมที่ หนึ่งของสามแผ่น 3” และ แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” เป็นตัวกั้นห้องผสม
4) การติดตั้ง ท่อผสมแบบใบผสมอยู่กับที่ 2” (Static Mixer) เป็นการบังคับกลีเซอรีนดิบและเมทิล เอสเทอร์ดิบที่แยกตัวออกจากกันเป็นเม็ดกลีเซอรีนใหญ่ๆ แต่ถูกดันให้ไหลขึ้นเข้าสู่ชุดผสมแต่ ละชุดเกิดการผสมเร็วขึ้นอีกระหว่างเมทานอลอิสระที่เหลืออยู่กับนํ้ามันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์ที่ยัง ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเป็นเมทิลเอสเทอร์ โดยมีโซเดียมเมทาเลตที่สะลายอยู่ในกลีเซอรีนดิบ ช่วยให้ เกิดปฏิกิริยา ทรานเอสเทอริฟิเคชั่นได้อีกหนึ่งรอบ และ ถูกแยกกลีเซอรีนดิบที่เกิดใหม่จากการ ทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นใหม่ออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบ โดยปรากฏการณ์นี้สามารถ เรียกได้ว่าเร่งการแยกกลีเซอรีนตามธรรมชาติและการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นแบบ หลายรอบหรือ Self Accelerated De-Glyceride and Multi Step Transesterification Reaction หรือเรียกย่อๆว่า SADAMS Trans Reaction” นั่นเอง
5) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของรูเจาะแผนกั้นห้องผสม ขนาดรูเจาะที่จัดศูนย์กลางของทุกแผ่นนั้น จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางรูเจาะเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว ของ แผ่นผสมที่หนึ่งของสามแผ่น 3” แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” และ แผ่นผสมที่สาม ของสายแผ่น 5” ตามลำดับนั้น ช่วยให้เกิดการผสมของมวลสารใน ห้องผสมที่ 1” และ ห้อง ผสมที่ 2” และ เร่งการแยกตัวของกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ จะเกิดขึ้นในห้องแยกกลี เซอรีนในห้องที่ 3 และห้องที่ 4 ซึ่งจะทำเกิดการผสมและการแยกกลีเซอรีนดิบเกิดขึ้นเป็น วงรอบของแต่ละชุดผสมได้นั่นเอง
6) จำนวนชุดผสมมาตรฐาน มีจำนวนชุดผสมมาตรฐาน 4 ชุดผสม มาต่อเรียงกันเป็น ถังปฏิกรณ์รอบแรก 1” ในลักษณะ ไหลขึ้นจากล่างขึ้นบน จะช่วยให้การเกิดปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่น และ แยกกลีเซอรีนออก จากกันได้ 4 ครั้งแบบต่อเนื่องภายใน ถังปฏิกรณ์รอบแรก 1” โดยการดำเนินการนี้จะเป็นไปได้ ต้องเป็นการไหลแบบไหลจากล่างขึ้นบนได้เท่านั้น จากลักษณะสมบัติการแยกตัวของกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบจะเกิดขึ้นได้ดีเมื่อ
7) จำนวนห้องแยกกลีเซอรีน มีจำนวน ห้องแยกกลีเซอรีนมาตรฐาน 2 ห้องแยก การแยกตัวของกลีเซอรีนดิบสะสมอยู่ด้านบน ของแผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5 ซึ่งเป็นส่วนของ ห้องแยกกลีเซอรีนห้องที่ 2 จะเพิ่ม ปริมาณมากขึ้นจนสามารถไหลย้อนลงสู่ห้องผสมเหนือ แผ่นผสมที่สองของสามแผ่น 4” ที่มี ความปั่นป่วนเล็กน้อยจะช่วยเร่งให้กลีเซอรีนดิบที่เกิดขึ้นใหม่สามารถรวมตัวกันเป็นเม็ดกลีเซอ รีนได้เร็วขึ้นเหนือ แผ่นผสมที่สามของสามแผ่น 5”
8) จำนวนห้องผสม มีจำนวน ห้องผสมมาตรฐาน 2 ห้อง การผสมของกลีเซอรีนดิบกับเมทิลเอสเทอร์ดิบเพื่อให้ทำ ปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นจะเกิดขึ้นภายใน ท่อผสมชนิดใบผสมอยู่กับที่ 2” และภายใน ห้องผสมที่ 1” ตามลำดับเป็นหลัก
9) จำนวนชุดผสมในการประกอบเป็นถังปฏิกรณ์ทรงตั้ง มีจำนวนชุดมาตรฐาน 4 ชุด และ คำนวณให้ขนาดของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังปฏิกรณ์มี ระยะเวลาการไหลผ่านคิดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 นาที
10) ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบสอง 30” มีโครงสร้างแบบเดียวกับ ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” ทุกประการ โดยเมทิล เอสเทอร์ไบโอดีเซลดิบที่ออกจาก ถังปฏิกิริยาฯรอบสอง 17” นี้ จะมีปริมาณสารโนโนกลีเซอ ไรน์ไม่เกินร้อยละ 0.3 และ,ปริมาณสารเมทิลเอสเทอร์ไบโอดีเซลมีปริมาณไมต่ำกว่าร้อยละ 98.0
11) การแยกกลีเซอรีนดิบหลักจากผ่านถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” จะต้องออกแบบให้มีระยะเวลาในการไหลผ่านแบบต่อเนื่องของเมทิลเอสเทอร์ดิบ 30 นาที โดย คำนวณจากอัตราการไหลของส่วนผสมขาเข้า
12) การควบคุมการทำปฏิกิริยาทรานเอสเทอริฟิเคชั่นกับภายในถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่น รอบแรกและรอบที่สอง” จำเป็นต้องควบคุมแรงดันภายในถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอริฟิเคชั่นให้คงที่มากที่สุดด้วยวาล์ว ควบคุมแรงดัน ชุดท่อและวาล์วควบคุมแรงดัน 15” และ ชุดท่อและวาล์วคุมแรงดัน 20”
13) ส่วนผสมของนํ้ามันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์และเมทานอลและโซเดียเมทาเลตก่อนป้อนเข้า ถัง ปฏิกรณ์ ทรานเอสเทอร์ริฟิเคชั่นรอบแรก 1” จะต้องผ่านการผสมด้วย เครื่องผสมความเร็วความละเอียดสูงชนิดโฮโมจิไนเซอร์ 7” ให้เป็น เนื้อเดียวกันให้มากที่สุดเช่นเดียวกัน
14) การเร่งแยกกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบที่ออกจาก ถังปฏิกรณ์ทรานเอสเทอริฟิเคชั่น รอบที่สอง 30” ทำการแร่งการแยกกลีเซอรีนดิบออกจากเมทิลเอสเทอร์ดิบ ด้วยท่อผสมแบบใบผสมอยู่กับที่ก่อน ส่งเข้าถังแยกกลีเซอรีนขนาดใหญ่เพื่อเร่งแยกกลีเซอรีนดิบจำนวนน้อยๆออกจากเนื้อเมทิลเอส เทอร์ดิบ ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการทรานเอสเทอริฟิเคชั่นนั่นเอง
15) ถังแยกกลีเซอรีนดิบออกจากเนื้อเมทิลเอสเทอร์ดิบแบบต่อเนื่อง 22” มีฟังชั่นการทำงานที่เฉพาะซ้อนกันอยู่สองหน้าที่คือ การไหลผ่านแบบล้นออกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่งโมง” เพื่อแยกมวลของกลีเซอรีนดิบออกจากเนื้อเมทิเอสเทอร์ดิบได้มากที่สุดช่วยให้กระบวน การล้างไบโอดีเซลในข้นตอนปลายนํ้าไม่เกิดปัญหาการสูญเสียเนื้อไบโอดีเซลไปกับนํ้า ล้างไบโอดีเซล การแยกตัวของ สารโมโนกลีเซอไรด์และสารสเตียโรกลูโคไซน์ ออกจากเนื้อเมทิลเอส เทอร์ดิบ”
Publications (4)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH17678Y true TH17678Y (th) | 2021-05-06 |
| TH17678U TH17678U (th) | 2021-05-06 |
| TH17678C3 TH17678C3 (th) | 2021-05-06 |
| TH17678A3 TH17678A3 (th) | 2021-05-06 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| CN106139638B (zh) | 一种萃取装置及萃取方法 | |
| CN105727590A (zh) | 一种管式连续液液萃取装置及其操作方法 | |
| BRPI0813843B1 (pt) | Contactor | |
| TWI607794B (zh) | 液相-液相萃取系統及使用彼之方法 | |
| CN102728098B (zh) | 一种槽塔组合式连续萃取装置及萃取方法 | |
| CN104722095A (zh) | 受液导流式降液管 | |
| US20070205307A1 (en) | Device and method for creating hydrodynamic cavitation in fluids | |
| TH17678U (th) | เครื่องปฏิกรณ์ที่สามารถผลิตไบโอดีเซลความบริสุทธิ์เกินกว่าร้อยละ 98.0 และโมโนกลีเซอไรด์ต่ำกว่าร้อยละ 0.3 และเก็บไบโอดีเซลในถังเก็บขนาดใหญ่ได้โดยไม่มีการรวมตัวของตะกอนสเตียโรกลูโคไซน์ | |
| Hosseinzadeh et al. | A study on mean drop size and drop size distribution in an eductor liquid–liquid extractor | |
| CN209271412U (zh) | 一种两相流反应系统 | |
| CN110947343B (zh) | 一种集反应与分离功能于一体的卧式反应分离器 | |
| CN2464414Y (zh) | 微型萃取装置 | |
| CN117604248B (zh) | 一种提取有价金属用的气液液三相反萃脉冲塔 | |
| RU195516U1 (ru) | Сепарационная установка для первичного разделения продукции нефтяных скважин | |
| CN102743896A (zh) | 一种多段气提的塔式混合澄清萃取装置及萃取方法 | |
| CN102233199B (zh) | 三相溶剂气助萃取分段进气可控返混连续萃取装置 | |
| CN106630005A (zh) | 油水分离装置 | |
| Sovilj et al. | Gas-agitated liquid-liquid extraction in a spray column | |
| CN202337700U (zh) | 采出水气旋浮除油器 | |
| CN107050931A (zh) | 泵来流含气实验的气液多级分离装置 | |
| CN206965209U (zh) | 一种泵来流含气实验的气液多级分离装置 | |
| Torab-Mostaedi et al. | Mean drop size and drop size distribution in a hanson mixer-settler extraction column | |
| RU107961U1 (ru) | Вихревая ступень для контактного охлаждения газа | |
| CN106552444B (zh) | 一种t型双液相分离装置及其使用方法 | |
| RU100426U1 (ru) | Горизонтальный массообменный аппарат |