TH114130A - การสกัดน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากพืชหอมไทยและฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน - Google Patents
การสกัดน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากพืชหอมไทยและฤทธิ์ต้านออกซิเดชันInfo
- Publication number
- TH114130A TH114130A TH901000484A TH0901000484A TH114130A TH 114130 A TH114130 A TH 114130A TH 901000484 A TH901000484 A TH 901000484A TH 0901000484 A TH0901000484 A TH 0901000484A TH 114130 A TH114130 A TH 114130A
- Authority
- TH
- Thailand
- Prior art keywords
- essential oils
- activity
- flowers
- aromatic substances
- aromatic
- Prior art date
Links
Abstract
DC60 (10/05/54) ผู้ประดิษฐ์ได้สกัดน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากสมุนไพรไทยและดอกไม้ไทยหลาย ชนิด ซึ่งในการสกัดน้ำมันหอมระเหย ใช้วิธีการกลั่นด้วยน้ำ (hydrodistillation) ส่วนการสกัดสาร หอมจากดอกไม้ ใช้วิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) ได้ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และพฤกษเคมี โดยวีธีการศึกษารูปแบบโครมาโตกราฟีผิวบาง รวมทั้งศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ของน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่สกัดได้ โดยวิธีการศึกษาความสามารถในการกำจัดอนุมูล DPPH (1,1 -dipheny1-2-picrylhydrazyl radical) พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากกระเพรา มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมาคือน้ำมันหอมระเหยจากไพล, ขิงและรากว่านสาวหลง ตามลำดับ ส่วนของสารหอมนั้น สารหอมจากสารภี มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือสารหอมจากพุฒน้ำบุษย์, จำปี และลีลาวดีตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน พบว่าน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่วิจัยทั้งหมด มีฤทธิ์ต่ำกว่า สารมาตรฐาน เคอวร์ซีติน(quercetin),โทรลอกซ์ ( trolox) และ แคมพ์เฟอรอล (kaempferal) ตามลำดับ แต่ที่น่าสนใจคือ สารหอมจากสารภี, พุฒน้ำบุษย์, จำปี และน้ำมันหอมระเหยกะเพรา มี ฤทธิ์ดีกว่าน้ำมันหอมระเหยไทม์ ซึ่งเป็นของต่างประเทศ ส่วนวิธีการศึกษาความสามารถในการ ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือใบว่านสาวหลง, รากว่านสาวหลง และไพล ตามลำดับ แต่ยังมีฤทธิ์ต่ำกว่าสารมาตรฐานที่ใช้ และพบว่า สารหอมจากดอกพุฒน้ำบุษย์ มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือสารหอมจากดอกกระดังงา , ดอกเล็บมือนาง และ ดอกปีบ ตามลำดับ แต่มีฤทธิ์ต่ำกว่าสารมาตรฐานที่ใช้ ส่วนการทดสอบ อาการระคายเคืองเบื้องต้นต่อผิวหนัง พบว่า น้ำมันหอมระเหยไพลและขมิ้นชันทำให้เกิดอาการ ระคายเคืองเล็กน้อย (ค่าดัชนีการระคายเคืองเบื้องต้น, PDII=1 และ 0.5 ตามลำดับ) ส่วนน้ำมันหอม ระเหยชนิดอื่น ได้แก่ กะเพรา, ขิง, ว่านสาวหลง, ข่า, ขมิ้นขาว, ตะไคร้และไพลดำ ไม่ก่อให้เกิด อาการระคายเคือง (PDII=0) และยังพบว่าสารหอมจากดอกไม้ทุกชนิด ได้แก่ สารภี, จำปี, ลีลาวดี ขาว, กระดังงาสงขลา, ปีบ, ปรู๋, พุดซ้อน, พุฒน้ำบุษย์, เล็บมือนาง และ พญาสัตตบรรณนั้น ไม่ ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่นกัน ดังนั้นผลจากการศึกษานี้ สามารถนำน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากพืชไทย มาใช้ ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ชะลอความแก่ของผิวหนังและผลิตภัณฑ์สปาต่อไป ช่วยให้ผลผลิตทาง เกษตรกรรมมีมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมักมีราคาแพง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวข้างต้นนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดศึกษาหรือรายงานมาก่อน
Claims (1)
1. : DC60 (10/05/54) ผู้ประดิษฐ์ได้สกัดน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากสมุนไพรไทยและดอกไม้ไทยหลาย ชนิด ซึ่งในการสกัดน้ำมันหอมระเหย ใช้วิธีการกลั่นด้วยน้ำ (hydrodistillation) ส่วนการสกัดสาร หอมจากดอกไม้ ใช้วิธีการสกัดด้วยตัวทำละลาย (solvent extraction) ได้ศึกษาองค์ประกอบทางเคมี และพฤกษเคมี โดยวีธีการศึกษารูปแบบโครมาโตกราฟีผิวบาง รวมทั้งศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน ของน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่สกัดได้ โดยวิธีการศึกษาความสามารถในการกำจัดอนุมูล DPPH (1,1 -dipheny1-2-picrylhydrazyl radical) พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากกระเพรา มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมาคือน้ำมันหอมระเหยจากไพล, ขิงและรากว่านสาวหลง ตามลำดับ ส่วนของสารหอมนั้น สารหอมจากสารภี มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือสารหอมจากพุฒน้ำบุษย์, จำปี และลีลาวดีตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบกับสารมาตรฐาน พบว่าน้ำมันหอมระเหยและสารหอมที่วิจัยทั้งหมด มีฤทธิ์ต่ำกว่า สารมาตรฐาน เคอวร์ซีติน(quercetin),โทรลอกซ์ ( trolox) และ แคมพ์เฟอรอล (kaempferal) ตามลำดับ แต่ที่น่าสนใจคือ สารหอมจากสารภี, พุฒน้ำบุษย์, จำปี และน้ำมันหอมระเหยกะเพรา มี ฤทธิ์ดีกว่าน้ำมันหอมระเหยไทม์ ซึ่งเป็นของต่างประเทศ ส่วนวิธีการศึกษาความสามารถในการ ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมัน พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้ มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือใบว่านสาวหลง, รากว่านสาวหลง และไพล ตามลำดับ แต่ยังมีฤทธิ์ต่ำกว่าสารมาตรฐานที่ใช้ และพบว่า สารหอมจากดอกพุฒน้ำบุษย์ มีฤทธิ์ดีที่สุด รองลงมา คือสารหอมจากดอกกระดังงา , ดอกเล็บมือนาง และ ดอกปีบ ตามลำดับ แต่มีฤทธิ์ต่ำกว่าสารมาตรฐานที่ใช้ ส่วนการทดสอบ อาการระคายเคืองเบื้องต้นต่อผิวหนัง พบว่า น้ำมันหอมระเหยไพลและขมิ้นชันทำให้เกิดอาการ ระคายเคืองเล็กน้อย (ค่าดัชนีการระคายเคืองเบื้องต้น, PDII=1 และ 0.5 ตามลำดับ) ส่วนน้ำมันหอม ระเหยชนิดอื่น ได้แก่ กะเพรา, ขิง, ว่านสาวหลง, ข่า, ขมิ้นขาว, ตะไคร้และไพลดำ ไม่ก่อให้เกิด อาการระคายเคือง (PDII=0) และยังพบว่าสารหอมจากดอกไม้ทุกชนิด ได้แก่ สารภี, จำปี, ลีลาวดี ขาว, กระดังงาสงขลา, ปีบ, ปรู๋, พุดซ้อน, พุฒน้ำบุษย์, เล็บมือนาง และ พญาสัตตบรรณนั้น ไม่ ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เช่นกัน ดังนั้นผลจากการศึกษานี้ สามารถนำน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากพืชไทย มาใช้ ประโยชน์ในผลิตภัณฑ์ชะลอความแก่ของผิวหนังและผลิตภัณฑ์สปาต่อไป ช่วยให้ผลผลิตทาง เกษตรกรรมมีมูลค่าเพิ่ม ลดการนำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมักมีราคาแพง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศ ซึ่งการศึกษาดังกล่าวข้างต้นนี้ยังไม่เคยมีผู้ใดศึกษาหรือรายงานมาก่อน ข้อถือสิทธิ์ (ข้อที่หนึ่ง) ซึ่งจะปรากฏบนหน้าประกาศโฆษณา : แท็ก :
Publications (1)
| Publication Number | Publication Date |
|---|---|
| TH114130A true TH114130A (th) | 2012-05-31 |
Family
ID=
Similar Documents
| Publication | Publication Date | Title |
|---|---|---|
| Gharsallah et al. | Moringa oleifera: Processing, phytochemical composition, and industrial applications | |
| França et al. | Storage and oxidation stability of commercial biodiesel using Moringa oleifera Lam as an antioxidant additive | |
| de Oliveira Schmidt et al. | New insights into the phenolic compounds and antioxidant capacity of feijoa and cherry fruits cultivated in Brazil | |
| RU2012102012A (ru) | ЭКСТРАКТ ЦЕЛЬНЫХ СЕМЯН Moringa sp. И ЕГО ПРИМЕНЕНИЕ В КОСМЕТИЧЕСКИХ И/ИЛИ ДЕРМАТОЛОГИЧЕСКИХ КОМПОЗИЦИЯХ | |
| EA200870316A1 (ru) | Растительная белковая композиция | |
| Sharif et al. | Evaluation of the wound healing activity of sesame oil extract in rats | |
| MX2019000161A (es) | Composiciones utiles en la prevencion y/o tratamiento de inflamacion y dolor osteoarticular y da?o al cartilago. | |
| MX338708B (es) | Proceso para obtener sustancias insolubles de precipitados de extracto de genipap, sustancias de precipitados de extracto de genipap y sus usos. | |
| Atolani et al. | Antioxidant, proteinase inhibitory and membrane stabilization potentials of Moringa oleifera seed oil | |
| TH114130A (th) | การสกัดน้ำมันหอมระเหยและสารหอมจากพืชหอมไทยและฤทธิ์ต้านออกซิเดชัน | |
| Khunkitti et al. | In vitro bioactivities of clove buds oil (Eugenia caryophyllata) and its effect on dermal fibroblast | |
| Karan et al. | Antioxidant activities of Heracleum platytaenium extracts and essential oil | |
| Moke et al. | Phytopharmacological Activities of Spondias mombinLinn: A Review: http://www. doi. org/10.26538/tjpps/v3i1. 1 | |
| Tansirikongkol | Comparative in vitro anti-aging activities of Phyllanthus emblica L. extract, Manilkara sapota L. extract and its combination. | |
| BR102013009302A8 (pt) | Composição cosmética para a pele madura, uso da referida composição e kit compreendendo a mesma | |
| EA201101682A1 (ru) | Косметическая композиция на основе сложного эфира орс сосны | |
| Huang et al. | Research on the Biological Potential of Lemon (Citrus Limon L. Burm.) Peel Extracts as a Multi functional Cosmetic Raw Material | |
| Siallagan et al. | Formulation and Evaluation of Face Moisturizing Cream from Katuk Leaf Extract (Sauropus Androgynus Merr) | |
| KR20160137139A (ko) | 녹용 성분을 함유하는 화장료 조성물 | |
| CN106606434A (zh) | 一种银杏卸妆油 | |
| Namjoyan et al. | Antioxidant activity and phytochemical investigation of Onosma chlorotricum Boiss & Noee lipophilic extract on TLC | |
| Abdullah et al. | Radical scavenging activity and total phenolic content of Gracilaria manilaensis extracts | |
| Kusuma et al. | A comparative analysis of the antioxidant potential of watermelon (citrullus lanatus (thunb.)) mesocarp extract fractions evaluated by the DPPH method | |
| Oba et al. | Phytochemical screening of aqueous and ethanolic extracts of Moringa oleifera seed and physicochemical analysis on the seed oil cultivated in Lere local government area, Kaduna state | |
| JP2018008905A5 (th) |